ครม อนุมัติ "มหาวิทยาลัยสวนดุสิต"

 

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ครม.ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งเปลี่ยนสถานภาพ "มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" เป็น "มหาวิทยาลัยสวนดุสิต" มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.ในการกระจายอำนาจ ที่ให้อิสระกับสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการกลางที่จะบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖ และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ โดยมีสาระสำคัญคือ 

-มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น แต่ยังคงได้รับจัดสรรงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 

-กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน 

-มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการซื้อ ขาย จ้าง รับจ้าง สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน ถือกรรมสิทธิ์มีสิทธิครอบครอง หรือมีทรัพย์สินต่างๆ ในทรัพย์สิน และจำหน่ายสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้ 

-มหาวิทยาลัยสามารถกู้ยืมเงิน ให้กู้ยืมเงิน โดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สินและร่วมลงทุนหรือลงทุน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ แต่ถ้าหากเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกำหนด ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน 

-มหาวิทยาลัยมีรายได้จากการที่รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปโดยตรงเป็นรายปีในจำนวนที่เพียงพอ สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อประกันคุณภาพการศึกษา 

-ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดแก่ข้าราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินทุนอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย 

-ในกรณีรายได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยและค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม และมหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐบาลพึงจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัย ตามความจำเป็นของมหาวิทยาลัย 

-มหาวิทยาลัยมีอำนาจปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น 

-สภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรบริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัย การดำเนินการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะสิ้นสุดที่สภามหาวิทยาลัย ทั้งด้านการบริหารงานบุคคล การเงิน และวิชาการ องค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยจะต้องมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยมากกว่าบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่ง ๓ ปี 

-ให้มีสภาวิชาการ เป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวการเปิดสอนตามหลักสูตร ปิดหลักสูตรและการวัดผลการศึกษา การให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร การจัดตั้ง การรวมและการยุบเลิกส่วนงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ และอื่นๆ ต่อสภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้ แต่ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน 

-อธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยและมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระไม่ได้ 

-กำหนดให้มหาวิทยาลัยวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง แยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการรับและจ่ายเงิน สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้และค่าใช้จ่ายแสดงรายการที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง ตามประเภทงานพร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้นๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ และมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้สอบบัญชีของมหาวิทยาลัย 

-ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 

-ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ซึ่งสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.๒๕๔๗ ยังคงสถานะความเป็นข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการอยู่ต่อไป หากผู้ใดประสงค์จะสมัครเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ต้องยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อมหาวิทยาลัยภายใน ๓ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 

สำหรับผลกระทบด้านงบประมาณนั้น ในระยะเริ่มแรกเมื่อปรับเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตที่มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและเป็นนิติบุคคล รัฐบาลจะต้องจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมจากเดิมที่เคยจัดสรรให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตให้มีจำนวนที่เพียงพอเพื่อใช้ในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แต่เมื่อมหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจการไปได้ระยะหนึ่งและมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานเป็นระบบแล้ว งบประมาณด้านนี้ย่อมลดลง 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร 
สรุป/รายงาน

 

3274

เข้าชม

2

ตอบกลับ

ครม อนุมัติ "มหาวิทยาลัยสวนดุสิต"

โพสต์เมื่อ 05/03/2555 11:55 | 0
เวิร์ก สุดๆๆ แต่ก็เยอะไปนะ

ความคิดเห็น

paperz 05/03/2555 11:56

ว่าแต่เปลี่ยนเมื่อไหร่อะเนี่ย
โพสต์เมื่อ 05/03/2555 20:51 | 0
เยี่ยมไปเลย

UniGang Talk