เรียนวิทยาศาสตร์ไปทำอะไร? : ชีววิทยา



"จริงๆผมฝันมาตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่ตั้งแต่เข้าสายวิทย์มา พอเกรดออกมาดีหน่อย เพื่อน อาจารย์ เขาก็ เชียร์ ให้ไปหมอ ไปทันตะ เภสัช ซะหมดเลยอะครับ  (คล้ายๆกับค่านิยมก็ว่าได้)"

- คือ พี่อยากจะบอกน้องว่า "นักวิทยาศาสตร์" เป็นคำที่กว้างมาก คนที่ไม่ได้เรียนจบ ป.ตรี วิทยาศาสตร์มา ก็ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัยในแล็บต่างๆ หรือวิจัยภาคสนามได้เหมือนกันนะ อย่างอาจารย์ที่วิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลายๆ ท่านก็เรียนหมอมาก่อน แล้วพอเรียนจบก็ขอเข้าบรรจุเป็นอาจารย์ สอนพวกกายวิภาค สรีรวิทยา จุลชีววิทยาการแพทย์ พยาธิวิทยา ฯลฯ ระหว่างนั้นหลายท่านก็ต้องเรียนต่อ ป.เอก ไปด้วย (เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การประเมินอาจารย์ครับ)

- อีกอย่าง "นักวิทยาศาสตร์" เรียนข้ามสายกันได้ คนที่เรียน ป.ตรี จุลชีววิทยา อาจไปเรียนต่อ ป.โท ด้านที่เกี่ยวข้องกันค่อนข้างน้อย (เช่น ระบาดวิทยา หรือสาธารณสุข) แล้วย้ายไปทำงานด้านนโยบายด้านการสาธารณสุข อยู่กับหน่วยงานระหว่างประเทศ ไม่ได้จับต้องแล็บเท่าไหร่อีกเลยก็ได้เช่นกัน

- ยกตัวอย่างเช่น มีรุ่นพี่คนนึง เรียนจบ ป.ตรี คณะเกษตร วิชาพืชสวน ตอนที่พี่เจอเขานี่เขาเรียน ป.เอก อยู่ ไปทำวิจัยด้านไอศครีม =)

"ตอนนี้ผมต้องการคนชี้นำเรื่องอนาคตหลังจากเข้าไปเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ มากๆเลยครับ"

- พี่ไม่แน่ใจว่าจะชี้นำน้องได้มาก-น้อยแค่ไหน ส่วนนึงเพราะตอนนี้น้องยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นค้นหาตัวเอง แล็บจุลฯ อาจเป็นแบบที่เราคาดหวังไว้ หรือเราอาจไม่ได้สนุกกับมันอย่างที่เราหวังไว้ก็ได้ ...

- เวลาที่น้องเรียน ป.ตรี ช่วงปี 2 - ปี 4 น้องจะได้เรียนจุลชีววิทยาหลายๆ สาขา ต่างๆ กันไป ซึ่งแต่ละสาขาจะช่วยให้น้องค่อยๆ รู้ตัวว่าน้องชอบและถนัดทางด้านไหน รวมถึงน้องจะได้เรียนวิชาเลือกอื่นๆ นอกคณะ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ค้นหาตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้น สักวันนึงเราอาจค้นพบตัวเองว่าเราถนัดและมีความสุขกับสิ่งอื่นมากกว่า ดังนั้นเส้นทางที่เราคาดหวังไว้ในตอนนี้ กับเส้นทางที่เราก้าวเดินอย่างมีความสุขในอนาคต อาจเป็นทางสายเดียวกันหรือไม่เป็นก็ได้

- สมมุติว่าน้องยังชอบทางจุลชีววิทยาอยู่นะ (เพราะเพื่อนหลายๆ คน ก็ชอบทางนี้จริงๆ) พี่ไม่แน่ใจว่าในอนาคต ถ้าน้องจะเป็นนักวิจัยจริงๆ น้องจะวิจัยจุลชีววิทยาทางไหน (หรือจะยังอยากเป็นนักจุลชีววิทยาหรือเปล่า) แต่ถ้าเป็นทางการแพทย์ พี่มองว่าการเรียนพวกเทคนิคการแพทย์ หรือเรียนแพทย์ไปเลย (ถ้าใจของน้องพร้อมจะเรียนน่ะนะ) จะได้เปรียบหลายอย่าง เช่น

   - เวลาจะขออนุญาตุเก็บตัวอย่างเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆ จากคนไข้ มาตรวจหาเชื้อ และทำวิจัยเชื้อต่อไปนั้น หากเราเป็นหมอ การขออนุมัติจะสะดวกขึ้น เพราะคณะกรรมการจริยธรรมจะมองว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ (ด้วยประสบการณ์วิชาชีพความเป็นแพทย์) และเราสามารถมาควบคุมงานตรงนี้เองได้ (เพราะทำหัตถการเป็นอยู่แล้ว)

   - งานแล็บในโรงพยาบาลก็ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ลองดูประกาศรับสมัคร จนท. ห้องแล็บในโรงพยาบาลก็ได้ครับ ตอนนี้ทุกที่บังคับให้จบเทคนิคการแพทย์ และมีใบประกอบวิชาชีพทั้งนั้น... และมันจะมีหลักสูตรเฉพาะวิชาชีพบางหลักสูตรที่คนนอกสาขาเทคนิคการแพทย์เข้าเรียนไม่ได้ (เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ http://www.grad.mahidol.ac.th/grad/curriculum/view.php?lang=th&pid=183) และเทคนิคการแพทย์จะเชี่ยวชาญเรื่องการตรวจและวินิจฉัยเชื้อโรคเป็นอย่างมาก ในขณะที่หลักสูตรของคณะวิทยาศาสตร์จะไม่มีส่วนประกอบในด้านนี้ครับ

   - เอ้อ แต่มีเพื่อนคนนึง จบเทคนิคการแพทย์ จุฬาฯ แล้วคงไม่อยากทำแล็บในโรงพยาบาล เลยเบนเข็มไปเรียนต่อด้านโภชศาสตร์ ตอนนี้ทำงานอยู่ในแล็บอาหาร มันย้ายข้ามสายแบบนี้ได้เหมือนกัน

- ส่วนถ้าน้องอยากเรียนด้านจุลชีววิทยาอุตสาหกรรม หรือสิ่งแวดล้อม พี่คงแนะนำอะไรน้องไม่ได้ เพราะแทบไม่เคยเจอคนในสายงานนี้เลย และตัวเองก็ไม่ได้จับแล็บเลยตั้งแต่เรียนจบ ป.ตรี และช่วงที่เรียน ป.ตรี ก็เคยไปดูงานในโรงงานแค่หนเดียวเท่านั้น คงต้องอาศัยพวกพี่ๆ คนอื่นมาช่วยตอบกันต่อไป

- สาขาที่เรียน ป.ตรี ก็เป็นส่วนหนึ่งนะ แต่การหางานที่เราชอบก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ในช่วงที่ผ่านมานี้ พี่เจอคนในสาขาวิชาชีพด้านการแพทย์หลายๆ คนที่มาบ่นเรื่องงานให้ฟัง พี่ที่เป็นเภสัชฯ ก็เคยบ่นว่าถ้ามีลูกหลาน อย่าให้มาเรียนเภสัชฯ เด็ดขาด รุ่นน้องที่เป็นหมอฟันก็เคยบ่นว่าเบื่อดราม่าในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่อนามัยก็บ่นว่างานหนักเหมือนหมอ พี่ที่เป็นเทคนิคการแพทย์ก็เคยบ่นว่าไม่มีความสุข และแน่นอน คนที่ได้ยินเสียงบ่นค่อนข้างบ่อยถึงบ่อยมากๆ ก็คือ หมอ สรุปว่า ทุกคน ไม่ว่าทำอาชีพไหน ก็มีโอากสบ่นด้วยกันได้ทั้งสิ้น :-P ...

- เมื่อเราบ่น ก็แปลว่าเราไม่มีความสุข ดังนั้นคำตอบของชีวิต คือ ทำงานที่เราทำได้แล้วไม่บ่น หรือบ่นน้อยที่สุด =)

 


...
- แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าเรียนวิทยาศาสตร์ที่จุฬาฯ แล้วจะไม่ดีนะ ประเด็นที่พี่ยกมามันแค่เป็นเรื่องของสถานการณ์ที่การมี "ใบประกอบวิชาชีพ" ทำให้เราได้เปรียบ ... ยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่การไม่ได้เรียนหมอ หรือเทคนิคการแพทย์ ไม่ส่งผลต่อหน้าที่การงานของเราเท่ากับความสำเร็จด้านการทำวิจัยหรือการทำงานในปัจจุบัน จึงขอยกกรณีศึกษาของคนที่เรียนจบแล้วมาทำงานด้านนักวิจัยมาสักหน่อย (และอาจเอาชีวิตส่วนตัวมาแฉ) ดังนี้...

- เพื่อนพี่คนนึง เรียนจบ ป.ตรี ชีววิทยา เกรด 3 กลางๆ จบแล้วจะต่อแพทย์ New Tract แต่ไม่ติด เลยเปลี่ยนไปเรียน ป.โท Biotech จุฬาฯ (เน้นพวกวิจัยยีนอะไรสักอย่างในกุ้ง) ซึ่งเป็นสาขาที่ชอบพอๆ กัน ช่วงที่เรียน ป.โท ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้ทุนตลอดหลักสูตร และมีอาจารย์จากต่างประเทศจองตัวไปทำแล็บด้วยที่โน่น ตอนนี้เรียน ป.เอก อยู่แถวสแกนดิเนเวีย มีเงินเก็บจากส่วนที่เหลือของเบี้ยเลี้ยงนักศึกษาต่างชาติพอสมควร ... เงินเดือนของเขาน่าจะอยู่ที่ราวๆ 1 แสนบาท (แต่อยู่ที่โน่น ค่าครองชีพก็สูงตามอ่ะนะ)

- เพื่อนอีกคนนึง เรียนจบ ป.ตรี ชีววิทยา เกรด 3 กลางๆ เหมือนกัน จบแล้วไปเรียนต่อ ป.โท ทางพยาธิวิทยา เรียนอยู่หลายปี ระหว่างนั้นยากจนหน่อย แต่ใช้ชีวิตคุ้มค่ามาก ระหว่างที่เรียน ป.โท ไปนำเสนอผลงานที่ญี่ปุ่นรอบนึง ที่อเมริกาอีกรอบนึง พอจบ ป.โท แล้ว ใช้เวลาหางานนานสุดๆ ... 1 วัน ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์  ... ทำงานวิจัยบ้าง เพราะเคยมาปรึกษากับพี่เรื่องการออกแบบการทดลองและคำนวณตัวอย่างอยู่ แต่ไม่รู้ว่าโปรเจคได้รับการอนุมัติหรือยัง... ตอนนี้เงินเดือนเขายังไม่เยอะมาก ราวๆ 15000 บาท แต่เขาก็กำลังวางแผนอยู่ว่าจะเรียนต่ออะไรดี ระหว่าง แพทย์ (5 ปี) หรือไปเรียนต่อ ป.เอก ทั้งสองทางนี้มีทุนให้ แต่แนวโน้มคงไปทางแพทย์ก่อนแหละ

- เพื่อนพี่อีก 2 คน เรียนจบ ป.ตรี ชีววิทยา แล้วไปต่อ ป.โท ด้านเทคโนโลยีชีวภาพเหมือนกัน คนนึงมีทุน พสวท. อยู่แล้ว ส่วนอีกคน ให้ทางบ้านช่วยส่งเรียน ป.โท แล้วตอน ป.เอก เข้าไปได้ไม่ถึงเดือน อาจารย์ก็หาทุน คปก. มาให้ ทำให้ได้ทุนเรียนฟรีพร้อมมีเงินเดือน สบายไป ตอนนี้สาวนางแรกกำลังจะไปแลกเปลี่ยนแล็บที่ฝรั่งเศส ส่วนอีกคนอาจารย์น่าจะส่งไปอเมริกา แต่เข้าใจว่าอาจติดขัดนิดหน่อย เพราะบทความวิจัยยังไม่ตีพิมพ์ ถ้าตีพิมพ์อีกฉบับก็จะได้รับอนุมัติให้ไปยื่นขอวีซ่าได้ เจ้าหล่อนเลยต้องฮึดอีกพอสมควร >_<

- ตัวพี่เอง ตอนที่เรียน ป.ตรี แรกๆ ก็อยากเป็นนักวิจัยในแล็บแบบสุดขีด แต่ปรากฎว่าเกรดด้านวิทยาศาสตร์ ไม่เคยได้ A เลยในช่วงสองปีแรก (อย่างดีสุดก็ B หรือ B+) แต่เกรดพวกวิชาสังคมกับภาษา ได้ A บ้าง และเรียนแล้วรู้สึกสนุก เลยสงสัยว่า เลยสงสัยว่าตัวเองถนัดและชอบด้านไหนกันแน่ พอเรียนจบ ปี 4 มองว่าน่าจะไปในด้านที่ได้ใช้ทักษะหลายๆ อย่าง ปนกัน ประมาณว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิชาการในองค์การระหว่างประเทศหรือพวก think tank ต่างๆ เลยไปเรียนด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เน้นทางระบาดวิทยา - ออกพื้นที่ ช่วงที่เรียนอยู่ก็พอทำวิจัยด้านอนามัยแม่และเด็กแถวชายแดนไทย-พม่า
- พอเรียนจบ ป.โท ก็ลงใต้ไปประสานงานโครงการวิจัยเหตุการณ์ไฟใต้ที่ปัตตานี แล้วอาจารย์ในคณะแพทย์ฯ ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจค ชวนให้อยู่ต่อ ตอนนี้พี่ทำงานอยู่ในคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง เน้นด้านเป็นที่ปรึกษาด้านการวิจัย และช่วยวิเคราะห์สถิติ .. เมื่อปลายปี 53 อาจารย์หมอชวนพี่เข้าโครงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยเป็นเวลา 10 เดือน (ชื่อตำแหน่งงาน พี่เป็น "ที่ปรึกษาด้านการวิจัย" น่ะ) ตอนนี้พี่กำลังโพสต์ข้อความนี้ถึงน้องจากประเทศบังกลาเทศ (อยู่เกือบครบโครงการแล้วแหละ อีก 10 วัน ก็จะกลับบ้านเราแล้ว)
- หลังจากกลับไปแล้วพี่จะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนดูงานฯ ที่มหาวิทยาลัยต้นสังกัดเป็นเวลา 1 ปี ... ไม่แน่ใจว่าจะได้ปรับตำแหน่งขึ้นจาก "ผู้ช่วยวิจัย" เป็นตำแหน่งอื่นหรือเปล่านะ ...ช่วงนี้พี่ก็จะดูเรื่องเรียนต่อไปเรื่อยๆ ตัวพี่เองอยากเรียน ป.เอก แต่อาจารย์หมอฯ ท่านอยากให้พี่เรียนหมอ (อีก 5 ปี) ก่อนแล้วค่อยเรียน ป.เอก แต่ระหว่างเรียนคงมีเงินเดือนให้ ซึ่งไม่ว่าอย่างไร พี่ก็ว่าโอเคนะ... ถามว่าพี่ยังเป็น "นักวิทยาศาสตร์" อยู่ไหม พี่คิดว่าพี่ยังเป็นอยู่นะ ระบาดวิทยาฯ ที่พี่ทำอยู่นี่ก็เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง เป็นการผสมกันระหว่างวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ สถิติ และสังคมศาสตร์ครับ :)
- จริงๆ งานที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีข้อจำกัดบ้าง ด้วยความที่ไม่ได้จบหมอ เวลาที่คุณหมอมาปรึกษาโดยละเอียดเรื่องการวิจัยขั้นตอนการรักษาต่างๆ พี่ก็ตามไม่ทัน หรือเวลามีโครงการอบรมนักระบาดวิทยาภาคสนามฯ พี่ก็สมัครไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นหมอ - สัตวแพทย์ - เภสัชฯ
- แต่ก็ไม่เสียดายอะไรมากนะ ยังมีหนทางอื่นอีกเยอะ และไม่ได้เรียนหมอตั้งแต่เด็กๆ ก็ใช่ว่าจะมาเรียนหมอตอนโตแล้ว ทำงานไปแล้วไม่ได้นี่หว่า
....
ทีนี้ก็มาถึงข้อสรุป
"พี่ลองช่วยวาดภาพอนาคต& เงินเดือน ให้หน่อยได้ไหมครับ"
อย่างที่บอกไป ภาพอนาคต และเงินเดือนของน้อง พี่คงตอบได้ยากมาก กว่าน้องจะเรียนจบ ป.ตรี พวกพี่ๆ ก็คงแก่แล้ว ... แต่เอ้า พี่ขอสมมุติแบบนี้ละกัน

1. น้องเรียนจบ ป.ตรี สาขาจุลชีววิทยาจากจุฬาฯ เกรดได้ราวๆ 3.0 ภาษาอังกฤษดีพอสมควร (สอบ TOEFL paper-based ได้ราวๆ 575-600) แต่ไม่ได้ภาษาที่ 3 แล้วจะเรียนต่อ ป.โท ด้านจุลชีววิทยาการแพทย์เลย เรียนในเมืองไทย เพราะไม่ได้ทุนไปเรียน ป.โท เมืองนอก ... และไม่ได้เป็นเด็กในโครงการ พสวท. ที่อาจมีทุนให้ไปเมืองนอกในอนาคต

2. น้องรู้ตัวว่าอยากเป็นนักวิจัยแน่ๆ และอยากทำงานในมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานวิจัยอื่นๆ ไม่ได้ไปบริษัทเอกชน แต่ยังไม่รู้ว่าอยากจะทำงานก่อนหลังจบ ป.โท แล้วค่อยต่อ ป.เอก หรือจะเรียนให้จบ ป.เอก รวดเดียวเลย

3. บ้านน้องมีฐานะกลางๆ เหมือนพวกพี่ๆ คือ ไม่ได้ขัดสนขนาดที่ว่าต้องออกมาทำงานโดยทันที แต่ไม่ได้รวยขนาดว่าสามารถส่งไปเรียน ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์ที่อังกฤษได้ เลยเรียนต่อโทเมืองไทย

พี่ขอแต่งนิยายให้แก่ชีวิตของน้องในช่วงอายุ 22-30 ปี ดังต่อไปนี้

แบบที่ 1 เรียนจนจบ ป.เอก เลย

เมื่อน้องเริ่มเรียน ป.โท จุลชีววิทยาการแพทย์ น้องรู้สึกว่าตัวเองมาไม่ผิดทาง น้องทำเกรดในรายวิชาได้ดีมาก ได้เกรดเฉลี่ยทั้งปี 1 ป.โท ราวๆ 3.8 (หลายๆ คนได้ประมาณนี้นะ) ช่วงที่แลกเปลี่ยนแล็บ อาจารย์ท่านหนึ่งในหลักสูตรเห็นแวว ชวนให้รีบๆ ทำวิทยานิพนธ์ให้จบ ป.โท แล้วรีบเรียนต่อ ป.เอกในสังกัดของอาจารย์ ระหว่างที่ทำวิจัยในช่วงที่เรียนปี 2 - ปี 3 ของ ป.โท น้องทำงานได้ดีมาก ได้ไปนำเสนอในที่ประชุมวิชาการ 1 ครั้ง และได้ตีพิมพ์บทความอีก 1 เรื่องในวารสารระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ น้องใช้เวลาเรียน ป.โท ทั้งสิ้นสองปีครึ่ง (โดยใช้เงินของทางบ้านตลอด ถือว่าเป็นการลงทุนนิดนึง) และตัดสินใจเรียนต่อ ป.เอก ที่เดียวกัน สาขาเดียวกันเลย (จริงๆ ไปต่อเมืองนอกได้ แต่สมมุติว่าไม่ไปละกัน)

อาจารย์ที่ปรึกษา (ซึ่งตอนนี้คุ้นเคยกันระดับนึงแล้ว เพราะทำวิจัยด้วยกันมาราวๆ 1.5 ปี) ตัดสินใจรับน้องเข้าเรียนต่อปริญญาเอก โดยหาทุนเรียนปริญญาเอกให้ โดยทุนนี้จะช่วยเหลือน้องในเรื่องค่าเล่าเรียนและมีค่าขนมได้เดือนละเล็กน้อย (ราวๆ 9,000 บาท/เดือน) เรียน ป.เอก ผ่านไปได้ 1 ปี น้องสามารถนำเสนอบทความวิจัยในการสัมมนาภาค ครบ 4 ครั้ง โดยตอบคำถามได้หมด ผ่านโดยไม่มีปัญหา และสอบโครงการวิทยานิพนธ์ผ่านโดยไม่มีปัญหา... น้องเริ่มทำวิทยานิพนธ์ไปอีก 1 ปี ... เมื่อถึงเวลานั้นน้องจะอายุราวๆ 27 ปี... อาจารย์เห็นว่างานของน้องเริ่มเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นแล้ว เลยให้ไปนำเสนอโปสเตอร์ที่...อืม...ฝรั่งเศสละกัน แถมให้ไปดูงานอีกหน่อย....ราวๆ 2 สัปดาห์ ระหว่างอยู่ที่นั่นชีวิตสนุกปนหฤหรรษ์ แต่มีปัญหาบ้างเพราะคนที่นั่นพูดแต่ฝรั่งเศสกัน ไม่ค่อยพูดอังกฤษ ... น้องได้รู้จักเพื่อนนักวิจัยรุ่นเดียวกันหลายคน เริ่มได้เห็นโลกกว้างมากขึ้น...

จากนั้นก็กลับมาเมืองไทย ทำวิทยานิพนธ์ต่ออีก 1 ปี ...งานใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว อาจารย์มองว่าน้องยังไม่ได้ไปต่างประเทศแบบยาวๆ เลย เลยส่งน้องไปทำวิจัยที่สถาบันพาสเจอร์ที่ปารีสราวๆ 1 ปี น้องตัดสินใจไปด้วยความลิงโลด (ระหว่างนั้นได้เงินเดือนเรทพิเศษสำหรับไปเมืองนอกด้วยนะ ราวๆ เดือนละ 1200 ยูโร หรือ 60,000 บาทละกัน เพราะไปอยู่ฝรั่งเศส) คราวนี้น้องพูดฝรั่งเศสได้พอสมควรแล้ว เอาตัวรอดได้ เลยสนิทกับเพื่อนฝูงที่โน่นอย่างรวดเร็ว ปาร์ตี้กันแหลก (แต่เรื่องงานไม่เสียหายอะไรนะ) และเจอใครบางคนที่น่าจะใช่ที่นั่น เป็นสาวอเมริกาใต้ที่อยู่แล็บเดียวกัน (สมมุติมาจากเวเนซูเอล่าละกัน แจ่มดี) สนิทกันอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ก่อนจะจากกัน น้องสัญญากับหล่อนเป็นมั่นเหมาะว่าจะกลับมาเจอกันอีก ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของโลก...

กลับมาเมืองไทย ใกล้จบ ป.เอก เข้าไปทุกขณะ และ มีเงินเก็บจากตอนอยู่ฝรั่งเศสราวๆ 250,000 บาท พอไปไหนมาไหนได้โดยไม่ลำบาก (ต่างจากชีวิตไส้แห้งตอน ป.โท โดยลิบลับ)...น้องคุย skype กับเจ้าหล่อนทุกวัน วันละราวๆ 30 นาที และรีบฮึดเรียนให้จบเพื่อจะได้ไปเจอเจ้าหล่อนอีก น้องสอบวิทยานิพนธ์ผ่านฉลุย จบปริญญาเอกตอนอายุราวๆ 29 ปี เมื่อจบมามีผลงานตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ 3 ฉบับ เป็นที่น่าภูมิใจของอาจารย์ที่ปรึกษา ชวนให้ทำวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดิมก่อนจะไปเป็นอาจารย์ แต่น้องปฏิเสธเนื่องจากอยากจะตามหัวใจไปอเมริกาใต้ ...เลยเขียนอีเมล์ไปหาแล็บวิจัยวัณโรคที่มหาวิทยาลัยโบลิวาร์ ณ กรุงคาราคัส ประเทศเวเนซูเอล่า ทางโน้นตอบรับมาเนื่องจากงานวิจัยก่อนหน้านั้นค่อนข้างดี และน้องพูดได้ 4 ภาษาแล้วในตอนนี้ เมื่อไปถึง น้องรีบไปหาสาวเวเนซูเอล่าคนนั้นที่เคยมีความหลัง...แต่ปรากฎว่า ความหลังเจอคนอื่นแล้ว...เป็นที่น่าช้ำใจมาก กลับเมืองไทยดีกว่า น้องเลยอยู่ทำวิจัยที่นั่นแค่ 6 เดือน ได้มาเปเปอร์นึง ระหว่างนั้นปาร์ตี้แหลกแบบไม่แคร์สื่อ เจอสาวละตินอีกคนที่นั่น ด้วยความที่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไกลบ้าน และพ่อแม่ของชีชอบพอกับน้องเป็นอย่างดี แต่งงานที่โน่นเลย (จดทะเบียนกับกงศุลกิตติมศักดิ์ของไทย ณ กรุงคาราคัส)

กลับมาเมืองไทย (พาภรรยากลับมาด้วย) มีเงินเก็บเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ได้งานทำเป็นนักวิจัยหลัง ป.เอก ที่แล็บเดิม เงินเดือนราวๆ 35,000 - 40,000 บาท รับสอนเลคเชอร์เป็นอาจารย์พิเศษบ้าง ในวัย 32 น้องมีรายได้โดยรวมต่อเดือนราวๆ 50,000 บาท เริ่มดาวน์บ้าน ดาวน์รถ มีลูกเป็นลูกครึ่งหน้าตาดีมาก ผ่านไปอีก 2 ปี น้องได้บรรจุเป็นอาจารย์ มีอายุราชการ โลดแล่นอยู่ในวงการวิชาการระหว่างประเทศอีก 20 กว่าปี จึง fully retire ...

แบบที่ 2 เรียนจบ ป.โท แล้วทำงานก่อน ค่อยไป ป.เอก
(ยังนึกไม่ออกอ่ะ เด๋ววันไหนเกิดไอเดียจะมาเขียนต่อนะ)



 

by  honjokun06

47727

เข้าชม

26

ตอบกลับ

เรียนวิทยาศาสตร์ไปทำอะไร? : ชีววิทยา

โพสต์เมื่อ 06/03/2555 11:50 | 2
 อยากทราบว่า ถ้าเรียนคณะวิทยา สาขา ชีววิทยาโดยตรงเลยไม่ใช่จุลชีววิทยา นี่ สายงานกว้างแค่ใหน  หางานยากรึเปล่าอะครับขอบคุณครับ

ความคิดเห็น

honjokun06 07/03/2555 01:42

- คือ จากสถิติที่พี่เพิ่งจะเริ่มเก็บ เด็กที่เรียนทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ใช้เวลาหางานโดยเฉลี่ยราวๆ 1 เดือนครึ่งครับ นานที่สุดก็หกเดือน แต่เงินเดือนเริ่มต้นไม่ค่อยสูงมากนะ (เฉลี่ยราวๆ 11000 บาท) บางทีงานก็ไม่ค่อยตรงสาย...แต่ถ้าจบ ป.โท ไปแล้ว เงินเดือนเริ่มต้นจะสบายขึ้นหน่อย แต่ก็ยังไม่เยอะมาก (เฉลี่ยราวๆ 16000 บาท) งานจะตรงสายขึ้นมาก ---- ถ้าน้องอยากทำงานในโรงงาน เป็นคล้ายๆ เจ้าหน้าที่ QC อยู่ในแล็บ พี่ว่าเรียนจุลฯ ไปเลยจะดีกว่า เพราะ HR บ้านเราบางทีเขาไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ว่าแต่ละหลักสูตรมันใกล้เคียงกันแค่ไหน บางทีถ้าชื่อปริญญาเราไม่ตรงกับที่เขาต้องการ เขาก็ไม่รับน่ะ - แต่ก็ใช่ว่าเด็กที่เรียนชีววิทยาไปจะทำแล็บไม่ได้นะ เพื่อนพี่คนนึง เรียนจบแล้วก็ไปทำงานโรงนมของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวภาคอิสาน ตอนนี้เป็นรองผู้จัดการแล้ว ทำแล็บปนกับงานบริหารครับ ---- สายงานกว้างแค่ไหนเหรอ เพื่อนพี่ที่จบด้วยกัน เป็นครู เป็นเจ้าหน้าที่ flight service ในสนามบิน เป็นรองผู้จัดการโรงนม พนักงานบริษัท มาร์เก็ตติ้ง ล่าม ทำได้เกือบทุกอย่างน่ะ ---- งานหาไม่ยากเกินไป หากเราได้ภาษาอังกฤษ พร้อมออกต่างจังหวัด พร้อมเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ไม่เกี่ยงเงินน้อย และไม่เลือกงาน
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 12:29 | 0
ยากมากๆๆๆ...ตกตลอดอ่ะ วิชานี้

ความคิดเห็น

honjokun06 07/03/2555 01:39

โอ๊ย เรื่องปกติ ไม่มีใครถนัดเหมือนกันทุกอย่างได้หรอก ผมเรียนชีววิทยาพอได้ แต่โง่เลขมาก สมัีย ม.ปลาย ได้แค่ 2 กับ 3 สมัยเรียนมหาลัย ได้แค่ C กับ D
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 14:24 | 0
ได้คณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพเหมือนกัน ปี2 ก็อยากเรียนจุลนะ smile
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 14:40 | 0
ขอบคุณมากเลยนะคะ พี่ : )

เนื้อหาบทความนี้ มีประโยชน์ต่อน้องๆมากค่ะ 
happy

ความคิดเห็น

honjokun06 06/03/2555 23:58

เอ่อ มันเป็นกึ่งๆ คำบ่น ปน นิยาย นะน้องนะ
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 16:12 | 2
โดนใจที่สุดก็ตรงสาวเวเนซูเอล่าไปมีคนอื่นแล้วเนี่ยแหละ แต่ยังดีมีสาวละตินคนใหม่ตกหลุมรักและแต่งงานด้วยให้พากลับมาเมืองไทย ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าคนละคนกับสาวเวเนคนก่อน :D

ว่าแต่ว่า นี่มันชีวิตจริงพี่หรือเปล่าคะเนี่ย

ความคิดเห็น

honjokun06 12/03/2555 13:52

- กึ่งๆ ครับ เรื่องมันยาว (ปนเมา ปนเศร้า) ในชีวิตจริงสาวคนนั้นเป็นอิสราเอลเชื้อสายรัสเซีย จบชีววิทยาเหมือนกัน แล้วมาเที่ยวเมืองไทย.. - สาวละตินก็มีตัวตนจริง แต่มันสมัยพี่ยังเป็นเด็กๆ อยู่เลย (ราวๆ ม.ต้น) เป็นคนอาร์เจนติน่า น่ารัก น่าเสียดายที่ตอนนั้นพี่ยังไม่ได้เรียนภาษาสเปน
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 17:27 | 0
ขอบคุณมากครับเป็นประโยชน์สุดๆ

ตอนนี้ ผม เรียน ป.ตรี สาขา ชีวเคมี อยู่ครับ
พอดีอยากจะรู้ว่า จบ ด้านชีวเคมี สามารถต่อ แพทย์ ได้หรือเปล่าครับ
(แพทย์ เลยนะครับไม่ใช้แพทย์ทางเลือก) แล้วใช้เวลาเรียนทั้งหมดกี่ปี มหาลัยไรบ้างที่เปิดรับ 

ความคิดเห็น

tt_tt_tt6 06/03/2555 20:26

คุณ santana หมายถึงโควต้าพิเศษสำหรับเข้าแพทย์ หรือว่าสอบกสพท.ธรรมดาครับ

honjokun06 06/03/2555 23:49

เดี๋ยวนี้แพทย์ New Tract หายากแล้วน่ะ จุฬาฯ กับ ธรรมศาสตร์ ก็ไม่รับแล้ว ม.นเรศวร รับอยู่ แต่ต้องมีประสบการณ์ทำงานก่อน มอ. หาดใหญ่ รับเป็นโครงการพิเศษ ผลิตแพทย์เพื่อชายแดนใต้ ต้องทำงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน 2-3 ปีน่ะครับ พี่กะว่า ถ้าจะต้องเรียนหมอจริงๆ (เพื่อให้เป็นนักระบาดวิทยาที่ดีขึ้น) ถ้าหาที่เรียนในเมืองไทยไม่ได้ คงไปเรียนที่ฟิลิปปินส์
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 19:01 | 0
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ม.6
what ทำให้คิดและช่วยในการตัดสินใจหลายๆอย่าง

ความคิดเห็น

honjokun06 06/03/2555 23:53

อย่าไปเชื่อนิยายที่พี่แต่งมากนะ มันเว่อร์ไปเยอะเลย 555
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 19:09 | 2
ผมว่า คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล เจ๋งอะ ชอบๆ 
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 19:13 | 0
กำลังจะแอด ชีวะ ^^
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 20:51 | 0
LOVE BIOLOGYhappy

ความคิดเห็น

honjokun06 06/03/2555 23:59

YOU'LL COME TO HATE IT WHEN YOU START DOING YOUR MASTER'S / PH.D. THESIS
โพสต์เมื่อ 06/03/2555 21:00 | 0
ถ้าจบ จุลชีววิทยาที่เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม จะไปต่อสายสุขภาพเช่น เภสัช ทันตะ ได้ไหมครับ^^

ความคิดเห็น

honjokun06 06/03/2555 23:55

อืม...เรียนสายที่ไม่ใช่วิชาชีพ มันกลับเข้ามาทางนี้ยากหน่อยนะ แต่นักศึกษาแพทย์ - ทันตะที่ฟิลิปปินส์ (หลักสูตรเป็นหลัง ป.ตรี) ก็จบทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปน่ะ .....น้องไปต่อทางสายวิทยาศาสตร์การแพทย์แทนได้ไหม พวกรุ่นพี่ที่จบจุลฯ หรือ biotech ป.ตรี แล้วไปต่อ ป.โท พวกกีฎวิทยาการแพทย์ โรคติดเชื้อ หรือจุลชีววิทยาการแพทย์ มีเพียบเลย เรียนได้เรื่อยๆ นะ

fortunately4559 07/03/2555 12:19

ขอบคุณมากครับพี่^^
โพสต์เมื่อ 08/03/2555 22:18 | 0
มีบทความต่ออีกมั้ยคะอยากอ่าน ตอนนี้หนูติดจุลชีวะคะ พี่ช่วยแนะนำลู่ทางของจุลชีวะอีกหน่อยได้มั้ยคะทั้งเรียนต่อแล้วก็ทำงาน แล้วจุลชีวการแพทย์ เรียนตอน ป.โทหรอคะทำงานในโรงพยาบาลหรอคะ ขอบคุณคะ

ความคิดเห็น

honjokun06 10/03/2555 08:53

- ยินดีด้วยนะครับน้อง Sizz --- จุลชีววิทยากว้างมากกกกก....จุลชีววิทยาการแพทย์ เรียนตอน ป.โท ครับ --- ถ้าจบไปส่วนใหญ่จะทำงานในแล็บวิจัย หรือเป็น product specialist / technical sales ในบริษัทขายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ มากกว่าในโรงพยาบาลนะ เพราะเราจะไม่ได้รับการอบรมมาในด้านนี้อย่างครบถ้วนเหมือนเทคนิคการแพทย์ --- อ้อ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้ แต่สักพักก็จะได้รับการสนับสนุน (แกมบังคับ) ให้ไปเรียนต่อ ป.เอก จะได้ทำวิจัยและคุมวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ป.โท - ป.เอก ได้ต่อไปจ้ะ --- ถ้าพี่เขียน update ไว้ พี่จะโพสต์ลงในหน้าเว็บนี้ครับ http://www.unigang.com/Article/9297

Sizz 10/03/2555 12:16

ขอบคุณมากคะ อาจารย์มหาลัยน่าสนคะ

honjokun06 12/03/2555 13:54

ถ้าเทียบกับเงินเดือนคนจบ ป.โท ในบริษัทเอกชน....อาจารย์มหาลัยเงินเดือนค่อนข้างน้อยนะตัวเธอว์

Sizz 29/03/2555 20:36

ขอบคุณคะ ^^
โพสต์เมื่อ 14/03/2555 20:16 | 1
คือว่าตอนนี้สนใจสาขา ชีววิทยา กับ ชีวเคมี
สาขาไหนที่จบมาจะมีงานทำมากกว่าค่ะ

ช่วยตอบด้วยนะค่ะ ^^
wink

ความคิดเห็น

honjokun06 17/03/2555 00:38

โห น้องครับ ถามกว้างมากเลย ... น้องหมายถึงว่าจบ ป.ตรี แล้วสาขาไหนจะมีงานทำมากกว่ากันใช่ไหม? ... พี่ไม่ได้ตามข่าวคราวของเพื่อนๆ ชีวเคมีด้วย เลยไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง ... แต่ส่วนใหญ่แล้ว ตอนจบใหม่ๆ วัดกันยากครับ ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจในช่วงนั้น และขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกงานมากแค่ไหนด้วย ถ้าภาษาเราดี ทักษะคอมพิวเตอร์เราได้ ไม่เลือกว่าจะต้องทำงานตรงสายหรือเปล่า และพร้อมจะย้ายถิ่นฐานและพร้อมออกต่างจังหวัด งานจะหาง่ายขึ้นครับ ... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เด็กวิทยาศาสตร์เรียนต่อ ป.โท กันเยอะครับ (ราวๆ 50%-70% นะ) ทั้งที่เรียนในสายวิทยาศาสตร์ (เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์การอาหาร และอณูชีววิทยา) และนอกสายวิทยาศาสตร์ (เช่น บริหาร การเงิน การตลาด) ... เรื่องการหางานในกลุ่มเด็กที่เรียนต่อ ก็วัดกันหลังจบ ป.โท โน่น ซึ่งป่านนั้นใบ ป.ตรี ก็ไม่ค่อยมีความหมายแล้วแหละ

Fern_Jindaporn 17/03/2555 17:26

<em><span style="color: rgb(238, 130, 238);"><strong>ขอบคุณมากค่ะ :))<br /> แล้วถ้าจบ ป.ตรี<br /> จะสามารถทำงานในห้องแล๊บได้รึยังค่ะ</strong></span></em>

honjokun06 20/03/2555 01:00

ได้ครับ รุ่นน้องพี่หลายคนก็ทำงานทันทีหลังจบ ป.ตรี แต่ปัญหาที่เจอด้วยตัวเองคือว่าเจ้าหน้าที่ HR ในบางบริษัทเขาจะมองว่าต้องจบ "จุลชีววิทยา" หรือ "วิทยาศาสตร์การอาหาร" เท่านั้นถึงจะทำแล็บเป็น และบางทีจะไม่รับคนจบสาขาอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกันเลย (ชีววิทยา พฤกษศาสตร์ ชีวเคมี ฯลฯ) ... แต่ส่วนใหญ่เขาก็ยังเปิดโอกาสให้แหละ ... แต่ถ้าจะให้รุ่ง ต้องเรียนให้จบ ป.โท เป็นอย่างน้อยจ้ะ เพราะ ป.โท จะสอนเรื่องวิธีการทำวิจัยด้วยตัวเอง ทำให้ลักษณะงานของเราเปลี่ยนไป มีความเป็นอิสระและคิดอะไรๆ ด้วยตัวเองได้มากขึ้นครับ... อ้อ ลืมบอกไป พวกเพื่อนๆ พี่ ที่ได้ไปทำแล็บที่เมืองนอกกันด้วย ส่วนใหญ่จบ ป.โท ขึ้นไป ทั้งนั้นเลย คิดง่ายๆ ป.ตรี เรียนเพื่อให้สามารถทำตามขั้นตอนการทำแล็บ ... ป.โท เรียนเพื่อให้สามารถหาความรู้และหาวิธีในการเขียนขั้นตอนการทำแล็บ ... ป.เอก เรียนเพื่อไปเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และเป็นกึ่งๆ หัวหน้าแล็บ
โพสต์เมื่อ 19/03/2555 00:15 | 0
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ
ตอนนี้หนูอยู่ ม.5 กำลังจะขึ้น ม.6 แล้ว
ตอนนี้ก็กำลังเริ่มอ่านหนังสืออยู่
คือว่าหนูไม่ได้ไปเรียนกวดวิชาที่ไหนเลยอ่ะค่ะ
อยากให้พี่ช่วยแนะนำการอ่านหนังสือเตรียมสอบให้หน่อย
ได้ไหมค่ะ :)))


ความคิดเห็น

honjokun06 20/03/2555 01:01

พี่คิดว่า การอ่านตามตำราของกระทรวงศึกษาธิการ / สสวท. ทั่วไป ที่ใช้ในห้องเรียนไปเลย น่าจะเวิร์คที่สุดแล้วครับ :)
โพสต์เมื่อ 29/03/2555 11:49 | 0
ขอบคุณมากเลยค่ะ 
ทำให้หนูรู้อะไรเพิ่มขึ้นเยอะเลย

ความคิดเห็น

honjokun06 02/04/2555 14:03

ยินดีครับ...แต่ที่โพสต์มานี่มันไม่มีตัวเลขหรือแหล่งข้อมูลอะไรยืนยันเลยนะ เขียนน้ำท่วมทุ่งอย่างเดียวจริงๆ ฟังหูไว้หูเน้อ
โพสต์เมื่อ 29/03/2555 20:35 | 0
พี่คะ ถ้าเป็นจุลชีวอุตสาหกรรมสามารถต่อโทด้านไหนได้บ้างคะ (เกี่ยวกับแพทย์ได้มั้ยคะ)

ความคิดเห็น

honjokun06 02/04/2555 14:02

ได้แหละ อย่างหลักสูตร ป.โท ที่พี่เรียน (วท.ม. อายุรศาสตร์เขตร้อน ที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล) มีพี่คนนึงเรียนวิชากีฎวิทยาการแพทย์ (เรื่องยุง) แกก็จบสาขาเทคโนโลยีชีวภาพมานะ ... พี่อีกคนที่เรียนพยาธิวิทยา ป.เอก ก็จบตรีสาขาทางด้าน biotech - จุลฯ อุตสาหกรรมมาเหมือนกัน...... เรียน ป.โท มันข้ามสายกันได้ครับ ตราบใดที่พื้นฐานความรู้เราเพียงพอ และชี้แจงกับคณะกรรมการได้ว่าทำไมถึงอยากเปลี่ยนสาย

Sizz 04/04/2555 10:51

อ๋อคะ ขอบคุณมากคะ
โพสต์เมื่อ 31/03/2555 01:05 | 0

เรียนวิทยานี้ สอบต่อแพทย์ได้ไหมค่ะ ?

ถ้าได้ ต้องจบวิทยาสาขาใด ?
แล้วมหาวิทยาลัยอะไรเปิดรับบ้างค่ะ

ขอบคุณค่ะ ^^

ความคิดเห็น

honjokun06 02/04/2555 13:58

ในบ้านเรา เดี๋ยวนี้แพทย์ new tract (เรียนต่อแพทย์หลังจบ ป.ตรี) หายากแล้วครับ เท่าที่พี่ทราบ ตอนนี้จะเหลือแค่ที่ ม.นเรศวร แห่งเดียว ซึ่งผู้สมัครต้องจบ ป.ตรี ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขและทำงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และอายุไม่เกิน 30 ปีครับ ของพี่เอง กะว่าถ้าจะต้องเรียนแพทย์จริงๆ คงไปเรียนหลังจบ ป.เอก (ระบาดวิทยา) แล้วครับ และคงไปเรียนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งระบบของเขาจะเรียนแพทย์หลังจบ ป.ตรี เป็นหลัก... แต่ที่ไปเรียนนี่ก็เพื่อจะไปเสริมกับการเป็นนักระบาดวิทยาของพี่น่ะครับ

JUJUI_SUJU 03/04/2555 15:29

ขอบคุณมากค่ะ ^^ แต่หนูมีอีกคำถาม คือ ทุนเรียนต่อนี้มีให้สอบชิงทุนเยอะไหมค่ะ สำหรับคณะวิทยา แล้วช่วยแนะแนวทางที่จะกลายเป็นครูมหาวิทยาลัยให้หน่อยนะค่ะ ^^

honjokun06 04/04/2555 09:21

ดูคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เขียนเป็นคอมเมนต์จะอ่านง่ายกว่า reply น่ะ
โพสต์เมื่อ 05/04/2555 16:25 | 0
"ทุนเรียนต่อนี้มีให้สอบชิงทุนเยอะไหมค่ะ สำหรับคณะวิทยา"
- พี่ไม่แน่ใจว่าน้องหมายถึงเรียนต่อ ป.ตรี หรือ ป.โท หรือ ป.เอก
ตอน ป.ตรี พี่ได้ทุนในโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ (ทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย) ในช่วงระยะที่ 1 ซึ่งเป็นทุนให้เรียนด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ 4 ปีช่วงปริญญาตรี โดยไม่มีข้อผูกมัด ตอนนี้ทุนนี้ก็ยังมีอยู่ (ลองไป google หาดูนะ)
 
ส่วนทุนที่เรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษา ถ้าไม่ใช่ทุน กพ. ส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องสอบชิงทุนแล้วล่ะ จะเป็นการเขียนใบสมัครกับหนังสือแนะนำตัวไปให้เขาพิจารณา และอาจมีการสัมภาษณ์ด้วย มากกว่าจะเป็นการสอบข้อเขียนครับ
 
ที่พี่กับเพื่อนพี่ได้แล้วก็มี
ทุนเรียน ป.เอก
มีทุนกาญจนาภิเษก 1 คน
http://rgj.trf.or.th/thai/rgj31.asp
 
เป็นเด็ก พสวท. อีก 1 คน
 
ในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ หลักสูตร ป.เอก หลายๆ แห่งจะมีทุนให้นักศึกษาปริญญาเอกที่เป็นชาวต่างชาติด้วย (พบได้บ่อยสุดในประเทศอเมริกา) ลองดูในหน้าเว็บของมหาวิทยาลัยต่างๆ ดูนะครับ พี่ก็กะว่าจะหาทุนไปเรียนเองด้วยแนวทางนี้เหมือนกัน
 
ทุนเรียน ป.โท
ตอนพี่เรียนที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล พี่ได้ทุนจากเครือข่ายอายุรศาสตร์เขตร้อน ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาธิการอาเซียน (SEAMEO TropMed Network) เป็นทุนทำวิทยานิพนธ์ 1 ปี พร้อมเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 450 ดอลลาร์สหรัฐ
http://seameotropmednetwork.org/about_scholarship.html
 
เพื่อนอีกคนได้ทุน Joint SEARO-TDR Small Grants Programme ทำวิจัยเรื่องโรคมาลาเรียตอนเรียน ป.โท หลักสูตรพยาธิชีววิทยา (Pathobiology)
http://www.searo.who.int/en/Section10/Section2417_14829.htm
 
"แล้วช่วยแนะแนวทางที่จะกลายเป็นครูมหาวิทยาลัยให้หน่อยนะค่ะ ^^"
- เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยใช่ไหมครับ ตอนนี้น้องเรียนให้จบ ป.ตรี ก่อนละกันนะ ถ้าตอนนั้นน้องยังอยากเป็นอาจารย์อยู่ เดี๋ยวแนวทางจะมาหาน้องเองแหละ (น้องจะเริ่มค้นพบความสนใจที่แท้จริงของตัวเอง และรู้ว่าอยากจะเรียนต่อ ป.โท-ป.เอก ทางด้านไหนครับ)
- เพื่อนพี่ที่ตอนนั้นเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่เมื่อจบ ป.โท กันแล้ว เขาจะได้ข่าวต่อๆ กันมา ว่ามีที่ไหนรับสมัครอาจารย์ หรือเห็นประกาศจากเว็บต่างๆ ถ้าคุณวุฒิของเราตรงกับที่เขารับสมัคร ก็จะทยอยสมัครกันไปครับ...หลายๆ คนก็ทำงานอย่างอื่นกันก่อนจะมาเป็นอาจารย์นะ (เพื่อนที่สอนพยาธิวิทยา ก็เคยเป็นผู้ช่วยวิจัยกับครูโรงเรียนมัธยมมาก่อน เพื่อนที่สอน IT ก็เคยเป็นโปรแกรมเมอร์มาก่อนครับ)
โพสต์เมื่อ 24/05/2555 19:11 | 0
ชอบชีววิทยามากค่ะ เลยคิดว่าอยากเรียนต่อทางด้านนี้ แล้วก็ชอบเรื่องพันธุศาสตร์มากค่ะ ถ้าชอบทางพันธุนี่เรียนจุลวิทยาดีมั้ยคะ ขอรบกวนด้วยค่ะ คือพี่อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่เรียนให้จบปี1ก่อนแล้วค่อยถาม ก็อยากรู้เฉยๆค่ะ คือชอบวางแผนอนาคตไว้แต่เนิ่นๆนะค่ะ

ความคิดเห็น

honjokun06 25/05/2555 13:28

วางแผนอนาคตไว้แต่เนิ่นๆ ดีแล้วครับ ... แต่หลักสูตร ป.ตรี จุลชีววิทยา น้องจะได้เรียนเรื่องเชื้อจุลินทรีย์และทำแล็บเลี้ยงเชื้อต่างๆ มากกว่าแล็บตรวจดีเอ็นท (ที่เขาเรียกว่า "ชีววิทยาโมเลกุล") นะ... แต่ทั้งนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เรียนเรื่องพันธุศาสตร์ ตอนราวๆ ปี 3 เด็กที่เรียนสาขาแนวๆ นี้ โดนจับเรียนชีวเคมี พันธุศาสตร์เบื้องต้น พร้อมแล็บเกือบทุกคน แล็บพันธุศาสตร์นี่ก็ใช่ว่าจะตรวจดีเอ็นเอนะ เขาให้เลี้ยงแมงหวี่จ้า จับมันผสมพันธุ์แล้วก็ให้ตรวจหา phenotype แหละ (ก็อุปกรณ์ตรวจแล็บตรวจพันธุกรรมมันแพงอ่ะ) มีทอดลูกเต๋าหาความเป็นไปได้ในทางพันธุศาสตร์ประชากร (population genetics) ด้วย ... ทั้งนี้ ทุกสาขา เรียนต่อ ป.โท ด้านชีววิทยาโมเลกุล และเทคโนโลยีชีวภาพจ้ะ อันนี้ก็แนวๆ ตรวจหายีนต่างๆ โดยตรงเลยแหละ
โพสต์เมื่อ 30/05/2555 18:17 | 0
เรียนคณิตไม่เก่งแต่เรียนวิทย์ได้เกรด 4 ตลอดนี่น่าจะเรียนไหวมั้ยคะ ไม่ค่อยเก่งเรื่องคำนวนเท่าไหร่ แล้วเรียนจุลชีววิทยานี่มีสายงานเยอะมั้ยคะ อยากเป็นนักวิจัยมาตั้งแต่ตอนม.3เลยล่ะค่ะ แล้วก็อยากจะลองหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศด้วย สุดท้ายก็ถ้าเกรดตั้งแต่ม.4-6 ได้สามกว่าๆมาตลอดแล้วจะมีโควตามั้ยคะ หรือต้องสอบเอง แล้วถ้าสอบนี่ยากมั้ยคะ ขอรบกวนอีกครั้งนะคะ ^^

ความคิดเห็น

honjokun06 03/07/2555 08:43

เรียนคณิตไม่เก่ง แต่เรียนวิชาอื่นได้ ก็น่าจะโอเคนะครับ พี่เองก็ไม่เคยได้ 4 ตอนเรียนเลขสมัย ม.ปลาย ชีววิทยามีสายงานเยอะมาก เช่นเดียวกับวิทยาศาสตร์สาขาอื่นๆ ครับ แต่ข้อดีของจุลชีววิทยาคือมีการฝึกงานนานกว่าสาขาอื่นๆ หน่อย (นานกว่าชีววิทยาทั่วไปที่พี่เรียนชัวร์ๆ) ถ้าอยากหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศแนะนำให้ฟิตภาษา กับทำเกรดให้ดีๆ ไว้ครับ ถึงไม่ได้ประสบการณ์ในสมัยเรียน พอเรียนจบแล้วไปทำงาน สักพักก็มีโอกาสในการเดินทางเข้ามาเองครับ เรื่องโควตา แนะนำทุน พสวท. (http://www3.ipst.ac.th/dpst/) ครับ
โพสต์เมื่อ 13/07/2555 19:00 | 0
ตอนนี้เรียนจุลชีววิทยาอยู่ค่ะ ปีสุดท้ายแล้ว คิดว่าจะต่อโทไม่ในไทยก็ต่างประเทศ คืออยากทราบว่าในไทยมีที่ไหนเปิดสอนสาขานี้บ้างค่ะ แล้วในต่างประเทศมีที่ไหนเปิดสอนสาขานี้บ้าง แล้วอยากจะทราบเรื่องทุนด้วยค่ะ ยุ้ยไม่ได้ขอทุน กยศ นะคะ พอจะมีทุนอะไรบ้างคะสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ อยากได้ทุนที่พอเรียนจบแล้วไม่ต้องกลับมาทำงานในไทยน่ะค่ะ

ความคิดเห็น

honjokun06 18/12/2555 12:07

เฮ้ย อยู่ปี 4 แล้วยังต้องให้คนอื่นหาข้อมูลให้อีกเหรอ? (-_-") คณะวิทยาศาสตร์เกือบทุกมหาวิทยาลัย (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐที่เน้นการวิจัย เช่น จุฬาฯ มหิดล เกษตรฯ มช. มอ. มข. ฯลฯ) มีหลักสูตร ป.โท/ป.เอก ด้านจุลชีววิทยาเกือบหมดเลย ... น้องถามตัวเองก่อนดีกว่า ว่าอยากศึกษาต่อทางด้านไหน คณะอื่นๆ ก็มีงานวิจัยด้านจุลชีววิทยานะ ทุนเรียนต่อต่างประเทศ มีเยอะมาก เยอะจนขี้เกียจบรรยาย (แต่การแข่งขันก็เยอะเหมือนกันแหละนะ) ถ้าเก่งจริง เรียนจบ ป.โท เมืองไทย แล้วสมัคร ป.เอก เมืองนอกเลยก็ได้ หาหลักสูตรที่มีทุน Graduate Research Assistant + tuition waiver ให้ได้ละกัน สาขาทางด้านที่ทำแล็บ โดยเฉพาะพวกแนวๆ molecular bio มีทุนอยู่เรื่อยๆ นะ ว่าแต่ว่าทำไมไม่อยากกลับเมืองไทยอ่ะ เบื่อความยากจนเหรอ?
โพสต์เมื่อ 30/04/2556 16:38 | 0

จริงหรือเปล่าคะที่จบชีววิทยาจะหางานยากกว่าจุลชีววิทยา
 

ความคิดเห็น

honjokun06 23/05/2556 23:16

ถ้าไปทำงานแนว routine ก็น่าจะจริงจ้ะ เพราะ HR บางทีจะได้รับคำสั่งมาให้เลือกคนจบจุลฯ หรือ food science เท่านั้น.... อีกอย่าง วุฒิ หลักสูตร วท.บ. (จุลชีววิทยา) บางที่ กพ. รับรองให้ทั้งสองสาขา คือ จุลชีววิทยา และชีววิทยา ในขณะที่หลักสูตร วท.บ. (ชีววิทยา) เขารับรองแค่สาขาเดียวน่ะ อาจมีผลบ้างเวลาสมัครงานราชการตำแหน่งเฉพาะ...แต่พี่ก็มีเพื่อนที่จบชีววิทยา แล้วได้งานทันที และมีจุลชีววิทยาที่หางานไม่ได้นะ
โพสต์เมื่อ 25/10/2556 00:36 | 0
กำลังเตรียมตัว แอด "ชีววะ"
โพสต์เมื่อ 03/11/2556 22:52 | 0
พี่คะ อยากทราบว่า ตอนนี้เรียน ป.ตรี วิทยา-พันธุฯ ถ้าจบตรีไป สามารถต่อโทเภสัชได้มั้ยคะ? พอดีสนใจเรื่อง โครงการเภสัชพันธุศาสตร์ค่ะ ปล. บทความของพี่ให้ความรู้และเป็นประโยชน์มากมากค่ะ
โพสต์เมื่อ 04/02/2557 06:45 | 0
ขอโทษที่ตอบช้านะครับ ช่วงนี้พี่เรียนต่อ ป.เอก แล้วยุ่งๆ น่ะครับ
จบ ป.ตรี พันธุศาสตร์ คงต่อหลักสูตรเภสัชศาสตร์มหาบัณฑิตไม่ได้ แต่ต่อหลักสูตร วท.ม. เภสัชวิทยาได้ครับ
 
ลองดูในเว็บไซต์ของบัณฑิตวิทยาลัย ม.มหิดล หลักสูตร วท.ม. (เภสัชวิทยา) นานาชาติ (Master of Science in Pharmacology) นะครับ เมื่อกี้เห็นรายละเอียดของหลักสูตร มีรายวิชาที่น้องสนใจด้วยครับ
โพสต์เมื่อ 03/07/2557 00:21 | 0

พี่คะอยากได้ช่องทางการปรึกษาพี่เพิ่มเติมอ่าคะ พอจะมีทางไหนสามารถติดต่อพี่ได้โดยตรงไหมคะ ตอนนี้ต้องการที่ปรึกษามากเลยค่ะ

ความคิดเห็น

honjokun06 16/07/2557 14:08

หลังไมค์ผมในกระทู้พันทิปนี้ก็ได้ครับ ผมเป็น จขกท. แหละ http://pantip.com/topic/32309049