วันที่ 3 กันยายน 2558

นักโรคพืช

นิยามอาชีพ
          ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเกี่ยวกับโรคพืชและสาเหตุของโรคพืช ซึ่งได้แก่ จุลินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ไวรอยด์ ไฟโตพลาสมา และไส้เดือนฝอย และนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เกษตรกรรมเกี่ยวกับพืช รวมทั้งเทคโนโลยีทางการเกษตรไปประยุกต์ในการแก้ไขปัญหาด้านโรคพืช : ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักปฏิบัติต่างๆ ในการป้องกันกำจัดโรคพืช การกักกันโรค การปฏิบัติทางการเพาะปลูก การหลีกเลี่ยงการเกิดและการระบาดของโรคและการใช้พันธุ์ต้านทานโรค ศึกษาลักษณะอาการของโรคพืชโดยการจำแนกเชื้อหรือชนิดของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช การเจริญเติบโต การเข้าทำลาย และการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งหาความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อหาวิธีป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นๆ ตลอดจนศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมโรคพืช โดยใช้วิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ และใช้เทคนิคทางด้านพันธุวิศวกรรมในการผลิตพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อโรคหรือปลอดโรค

ลักษณะของงานที่ทำ
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะต้องปฏิบัติหน้าที่ดังนี้
 1. วิจัยด้านโรคของพืชต่างๆ โดยแบ่งเป็นกลุ่มของโรค เช่น โรคไม้ผล โรคพืชไร่ โรคพืชผัก โรคไม้ดอกไม้ประดับ โรคข้าว เป็นต้น
 2. ศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับโรคพืชและสาเหตุของโรคพืช รวมทั้งนำเทคโนโลยีทางการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านโรคพืช ศึกษาลักษณะอาการของโรคพืชโดยการจำแนกเชื้อหรือชนิดของจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช การเจริญเติบโต การเข้าทำลาย และการแพร่ระบาดของโรค
 3. ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักปฏิบัติต่างๆ ในการป้องกันกำจัดโรคพืช การกักกันโรค การปฏิบัติทางการเพาะปลูก การหลีกเลี่ยงการเกิดและการระบาดของโรคและการใช้พันธุ์ต้านทานโรค ที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อหาวิธีการป้องกันกำจัดโรคพืชนั้นๆ
 4. ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมโรคพืช และใช้เทคนิคทางด้านพันธุวิศวกรรมในการผลิตพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อโรคหรือปลอดโรค
 5. ตรวจสอบและออกใบรับรองการปลอดโรคพืช ที่ด่านกักกันพืช โดยตรวจพืชที่ส่งออกและ/หรือนำเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ติดโรคพืชใดๆ และไม่สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยและประเทศคู่ค้า เช่น การตรวจเมล็ดพันธุ์พืชที่จะส่งออก การตรวจโรงรมกล้วยไม้เพื่อรับรองมาตรฐานของการตรวจสอบโดยลดขั้นตอนการตรวจสอบที่ด่านกักกันพืช เป็นต้น
 6. ส่งเสริมและให้ความรู้ทางการเกษตร เช่น การไปแนะนำเกษตรกรว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อดูแลรักษาไม่ให้เกิดโรคพืช โดยใช้วิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ
 7. นำวิชาการที่ศึกษาไปเผยแพร่ โดยจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร จัดอบรมให้ผู้ประกอบการค้าวัตถุอันตราย


สภาพการจ้างงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่ปฏิบัติงานในภาครัฐบาล จะได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเงินเดือน โดยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับอัตราเงินเดือนๆ ละ 7,260 บาท พร้อมทั้งสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยง หรือค่าล่วงเวลาตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน 
          ส่วนผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน ได้รับอัตราค่าจ้างเป็นเงินเดือนๆ ละ 10,000 – 15,000 บาท รวมทั้งสวัสดิการต่างๆ ตามกฎหมายแรงงาน และผลตอบแทนพิเศษอื่นๆ ตามข้อตกลงกับผู้ประกอบกิจการ

สภาพการทำงาน
          ผู้ปฏิบัติงานในส่วนภาคราชการจะทำงานตั้งแต่ 8.30 – 16.30 น. สัปดาห์ละ 5 วัน และอาจต้องออกพื้นที่เพื่อทำการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ หรือเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ วิจัย หรือตรวจแปลงเพาะปลูกเมื่อมีโรคพืชระบาด หรืออาจต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่ด่านกักกันพืช เช่น โรงรมกล้วยไม้ เพื่อตรวจสอบและออกใบรับรองการปลอดโรคพืช
          ผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน อาจทำงานตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.30 น. อาจต้องปฏิบัติงานในวันหยุดเมื่อหน่วยงาน หรือองค์กร ต้องจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แก่ประชาชน หรือทำการส่งเสริมการขายในวันหยุด ซึ่งอาจได้รับการชดเชยวันหยุดในวันธรรมดาแทน เวลาในการทำงานค่อนข้างยืดหยุ่น ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับเทศกาลวันหยุดต่างๆ ของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย การทำงานส่วนมากจะต้องออกพื้นที่เพื่อขายและแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้า เช่น ปุ๋ย เวชภัณฑ์ สารเคมีในการกำจัดโรคพืช ตลอดจนอุปกรณ์ทางการเกษตร เป็นต้น

คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ
 1. เพศชาย หรือเพศหญิง จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต หรือจบปริญญาโท สาขาวิชาโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์
 2. ช่างสังเกต มีความละเอียดรอบคอบ สามารถประมวลความรู้ด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ให้กลมกลืมกันได้
 3. มีจินตนาการ และมีความสามารถด้านศิลปะ เช่น การวาดรูป การถ่ายรูป เพื่อใช้ประกอบในการบันทึกข้อมูลโรคพืช
 4. มีมนุษยสัมพันธ์ สามารถประสานงานและร่วมงานกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
 5. เป็นคนขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งในด้านวิชาชีพและความรู้ทั่วไป เพื่อให้ทันเหตุการณ์
 6. มีระเบียบวินัย สามารถปฏิบัติงานได้ตามลำพัง ในการออกพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 7. มีจิตสำนึก และมีความรอบรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า ควรสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่เปิดการสอน ด้านวิทยาศาสตร์ โรคพืช เช่น คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาโรคพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น

 

เนื้อหาดีดีจาก  กรมการจัดหางาน http://www.doe.go.th/