เรียน "ทันตะ มหิดล" อย่างคนมีกึ๋น

 

เห้นยังไม่ค่อยมีคนเขียนเกี่ยวกับทันตแพทย์สักเท่าไหร่ก็เลยอยากเขียนให้น้องๆได้อ่านกันนะครับ

จะว่าไป ผมก็เคยเขียนขึ้นมาแล้วแต่ดันเขียนไม่จบหนะสิ

เอาเป็นว่า ไหนๆก็ได้โอกาสละ เขียนเลยละกัน

 

ถ้าจะถามว่าทำไมต้องเจาะจงว่า "ทันตะ มหิดล" ก็ต้องขอตอบว่า

ทันตะ แต่ละที่เรียนไม่เหมือนกันครับ

ผมจึงแนะนำได้แค่ทันตะ มหิดล เท่านั้นครับ

อ่ะ

กติกา:

1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่

2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป

3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ

รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 

 

 

งั้นเรามาเริ่มกันเลยละกัน

 

คำถามข้อแรก ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

- เรียนอยู่คณะ ทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ทัน-ตะ-แพด-ทะ-ยะ-สาด) ครับ

ตอนนี้อยู่ปี 6 ครับ ก็เห็นอะไรมาเยอะแล้วนะครับ

 

 

คำถามข้อที่สอง สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง? (คงยาวหน่อย)

- ขอแยกเป็นปีๆเลยละกันครับ

 

ชั้นปีที่หนึ่ง

น้องๆจะได้อยู่ที่ศาลายานะครับ

ขณะนี้ทางคณะได้เริ่มหลักสูตรไหม่ (ซึ่งคนรุ่นเก่าอย่างผมไม่ค่อยรู้ละเอียดเท่าไหร่)

ก็จะได้เรียนวิชาพื้นฐานต่างๆึครับ ไล่ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เอ้ย

ก็ไล่ตั้งแต่ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แคลคูลัส อังกฤษ สังคม กีฬา ดนตรี มากมายครับ

สมัยผมเรียนห้องเดียวกับเด็กเภสัช ตัดเกรดกันเอง แต่เดี๋ยวนี้ได้ยินว่า

ตัดเกรดกับหมอศิริราช ในบางรายวิชาครับ (น่ากลัวมาก เค้าเก่งกันจริงๆ)

แต่เนื่องจากเมื่อก่อนเรียนที่ศาลายากันปีครึ่ง แต่เดี๋ยวนี้เรียนกันปีเดียว

เพราะงั้นก็เลยอัดแน่นกันหน่อยครับ เรียนกันยัน 5 โมงเย็นเลยหละ

หนักหน่อย แต่ ศาลายาน่ะ สบายที่สุดในชีวิต "ทันตะมหิดล" แล้วครับ

 

ชั้นปีที่สอง

ปีนี้น้องๆจะเข้าสู่คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ถนนโยธีครับ

อ่ะๆๆๆ ที่ไหนหนะเหรอ ...ก็แถวๆโรงพยาบาลราชวิถี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิครับ

ชั้นปีนี้น้องๆจะได้เจอกับ วิชาที่เริ่มจะเกี่ยวข้องกับการเรียนทันตะแล้วครับ

 

นอกเรื่องสักนิด

จากบรรทัดข้างบนซึ่งนั้นแปลว่า ชั้นปีที่ 1 นั้นไอ้ที่เรียนนะ ไม่ค่อยจะเกี่ยวเท่าไหร่

และกว่าจะรู้ตัวว่าชอบไม่ชอบ ทันตะ ก็เป็นปีสองนิดๆ ซิ่วไม่ทันแล้วนั่นเอง

เพราะงั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ใครอยากเรียนทันตะ มหิดล (ทันตะ คณะอื่นก็จะคล้ายๆกันครับ)

ขอให้ตั้งใจอ่าน เพราะผม จะเขียนอ่านกันเลยว่า จริงๆแล้วเส้นทางอันยาวไกล

5 ปีข้างหน้านั้น อาจจะไม่สวยหรูอย่างที่คิดครับ

 

อ่ะๆ กลับเข้าเรื่องกันต่อ

ปีที่สองนี้จะได้เจอกับวิชากายวิภาคครับ หรือว่าการผ่าอาจารย์ใหญ่นั่นเองครับ

สำหรับใครที่ไม่เรียนหมอแล้วมาเรียนทันตะ เพราะคิดว่าไม่ต้องผ่า ขอตอบว่าคิดผิดครับ(ผมคนนึงหละ)

นอกจากนี้น้องจะได้เจอวิชา ทันตะกายวิภาคศาสตร์ วิชานี้จะให้น้องเรียนรู้โครงสร้างของฟันอย่าละเอียด

ด้วยการหล่อ Wax ให้เป็นรูปฟันซี่ต่างๆครับ และ ณ ที่นี้เองน้องๆ จะเริ่มฉายแวว

ว่าใครไหวใครไม่ไหวครับ แต่อย่างว่าแหละ ในโลกนี้มันมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงครับ

คนบางคนถ้าเราสั่งให้วาดรูปแมวเค้าก็อาจจะวาดแมวได้ในครั้งเดียว

แต่บางคนอาจจะดูไม่ออกด้วยซ้ำว่านี่มันวาดตัวอะไรอยู่

ดั้งนั้นความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นครับ

 

 

คำเตือน!!!

โหมดฝึกความอดทน Turn on!

วิชา ทันตะกายวิภาคศาสตร์เป็นวิชาฝึกความอดทนอย่างแท้จริง

เนื่องจากฟันคนเรานั้นมีขนาดเล็ก ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เล็กไปหมด

อาจารย์ท่านอยากให้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้...ดังนั้น แม้แต่ 1 มิลลิเมตรก็ไม่ได้

ไม่สิ ... 0.5 มิลลิเมตรยังไม่ได้เลยครับ

 

****คำพูดที่ปวดใจที่สุด ในชั้นปีที่สอง****

"หมอๆ ตรงนี้อีกนิดนึงนะคะ"

"หมอๆ ตรงนี้เอาออกอีก 0.1 มิลนะคะ"

"หมอๆ ...พี่ว่ามันไม่สวยค่ะ"

 

นอกจากนี้ในชั้นปีที่สอง น้องจะได้เจอ อภิมหาเลคเชอร์ในตำนาน

เชื่อมะ สมัยพี่ ปีสองเทอมสองเรียน 4 เดือน สอบไป 22 ครั้ง

นั้นหมายความว่า น้องมีเวลาเรียน 16 สัปดาห์แต่น้องสอบ 22 ครั้งมากกว่าจำนวนสัปดาห์ที่เรียนครับ

อ่านหนังสือไม่ได้หยุดได้หย่อนกันเลยหละครับ

เรียกกันได้ว่าใครมีแฟนอยู่นอกคณะ ทำใจก่อนเลยครับว่าไม่ค่อยมีเวลาแน่ๆ

แต่สมัยนี้ อาจมีเวลาเรียนมากขึ้นเพราะขยายเข้ามาในเทอมหนึ่งด้วย

ก็อาจจะเบาลงครับ วิชาที่เรียนก็เช่น

Histologyเรียนเกี่ยวกับเซลล์ในร่างกายครับ ส่องกล้อง

Microbiology ก็ตามชื่อละครับ แบคทีเรีย รา การเพาะเชื้อ

Pathology อันนี้คล้ายๆฮิสโต แต่เป็นดูเซลล์ที่ผิดปกติแทนครับ

Biochemistry อันนี้เรียนเกี่ยวกับสารเคมีในร่างกายเช่น DNA โปรตีน ไขมัน วิตามิน

Biostatistic ก็เป็นวิชาแสตทที่ใช้ในการทำวิจัยครับ

และอื่นๆครับ

 

 

 

ชั้นปีที่สาม...

ปีนี้จะได้เรียนอะไรๆ ที่เกี่ยวกับคณะมากขึ้นครับเช่น

ฝึกอุดฟันในโมเดล

ฝึกกรอฟันเพื่อทำครอบในแบบจำลอง

ฝึกรักษารากฟันในฟันที่ถอนมาแล้ว

ฝึกทำแบบพิมพ์ศึกษา

ฝึกปั้น Wax เป็นตัวฟันแบบแยกส่วน

ฝึกทำ โครงร่าง Reserch

แต่ก็ยังมีเลคเชอร์เหมือนเดิมครับ เลคเชอร์ที่ได้เจอก็เช่น

Phamacology เรียนเกี่ยวกับยาครับ

Endodonticsการรักษารากฟัน

Operative dentistry การอุดฟัีน

Orthodontics การจัดฟัน

Phatologyเหมือนปีสองครับแต่ยากกว่า

oral medicine เรียนเกี่ยวกับรอยโรคในช่องปากและการขูดหินปูนครับ

 

และอื่นๆ

 

คำเตือน!!!

โหมดฝึกความอดทนขั้น Advance Turn on!!

เนื่องจากงานที่ละเอียดและเยอะยิ่งกว่าเดิมมากๆ

น้องจะได้เจอแลบต่างๆ ประดังมาพร้อมๆกัน

ซึ่งหลายๆงาน เป้นงานที่ผิดพลาดแล้วแก้ไขไม่ได้ครับ

 

ดังนั้น

****คำพูดที่ปวดใจ ที่สุดในปี 3****

"หมอ...กรอมากไปครับ ทำไหม่"

"หมอ ตรงนี้แก้ไม่ได้แล้วหละ"

"หมอ ไปหาฟันซี่ไหม่มา"

 

นั่นแหละครับงานส่วนใหญ่มันแก้ไม่ได้จริง

ถ้าน้องกรอมากไป...มันก็มีแต่ต้องทำไหม่อย่างเดียวเลย

และไอ้ฟันที่เอามาทำไหม่ ซี่เล็กๆ พลาสติกดูห่วยๆ

มันดันซี่ละ 150 บาท!!! กินข้าวหรูๆ หรือดูหนังได้เรื่องนึงเลยนะครับ จนเลยหละ

 

 

 

ชั้นปีที่ 4

อะ...อา ครึ่งทางผ่านไปแล้วครับ

แต่ไอ้ครึ่งทางของเราคณะอื่นเค้ากลายเป็นพี่ใหญ่สุดไปแล้วนะครับ

แต่เรานั้นยังไม่รู้อ่ะไรเลยครับ ปี 4 นี้ น้องจะได้ลง Clinic จริงๆแล้วนะครับ

โดยเทอมหนึ่งจะได้ลงคลินิก อุดฟัน และ ขูดหินปูนครับ

 

คำเตือน!!!

Game วัดดวง Turn on

ช่วงเวลานี้จะได้เจอกับเกมวัดดวงอย่างแท้จริง

มันเริ่มตั้งแต่ case ที่แต่ละคนได้มีความยากง่ายไม่เท่ากัน

นิสัยคนไข้ไม่เหมือนกัน บางคนรับผิดชอบ บางคนไม่รับผิดชอบ

บางคนมาตามนัด บางคนไม่มาตามนัด

อาจารย์แต่ละท่านมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน บางคนผ่านง่าย บางคนผ่านยาก

บางคนให้คะแนนเยอะ บางคนกดคะแนน แต่เค้าก็กำหนดจำนวนงานขั้นต่ำไว้ครับ

 

คำเตือน 2!!!

โลกที่หันหลังให้แสงอาทิตย์ Turn on

เหมือนกับการเรียนคณะนี้มันสอนให้คนเราเหนแก่ตัวมากขึ้นนะครับ

เนื่องจากมีการกำหนดจำนวนงานขั้นต่ำ ที่ทุกคนพึงกระทำ

แต่ดวงคนเรามันไม่เท่ากัน บางคนโชคดีงานเร็ว มันก็เสร็จเร็วครับ

แต่บางคนมันโชคไม่ดีงานช้ามากก็มีครับ

แล้วมันเห็นแก่ตัวยังไง อืมก็คณะใช้วิธีตัดเกรดจากจำนวนงานที่ทำได้

ดังนั้น...ย่อมมีพวกทำเร็ว และได้จำนวนงานเยอะ

ทีนี้คนที่จำนวนงานเยอะก็ควรจะเพลาๆลงบ้าง เพื่อให้คนที่ได้น้อย

ใด้เกรดได้ผุดได้เกิดกับเค้าบ้าง แต่ปัญหาีืคือมันไม่หยุดครับ

มันเดินหน้าต่อเต็มสูบ ไอ้พวกชนชั้นล่างก็ นอนตายกันอยู่ตรงนั้นแหละครับ

และปีนี้เอง คนที่เป็นแฟนกันก็เลิกกันในปีนี้ซะเยอะเลยครับ

เพื่อนที่รักกันมากๆ ไม่พูดกันอีกเลยก็มีครับ น่าเศร้าจริงๆ

 

 

ปี 4 เทอมสองก็จะมีคลินิคมาเพิ่มให้เราลงกันครับ

ได้แก่ คลินิกถอนฟัน คลิกนิก X-ray คลินิกตรวจวิเคราะห์

ตอนนี้ก็มี คลินิก 5 ตัวแล้วครับเราก็จะเป็นหมอมากขึ้ครับ

ส่วนเลคเชอร์ ก็ยังมีอยู่ครับส่วนใหญ่ก้เป็นเลคเชอร์เรื่องคลินิกที่เรียนหละครับ

งานแลบก็ยังมีอยู่ครับ ปีนี้ก็จะได้ฝึกทำฟันปลอมในหุ่นครับ

ทั้งฟันปลอมทั้งปาก ฟันปลอมบางส่วนถอดได้ ฝึกดัดลวดทางทันตกรรมจัดฟัน

 

 

 

ชั้นปีที่ 5 Series of Unfortunated faculty!

ชั้นปีนี้จะต้องเรียกกันว่า

Series of Unfortunated faculty! อยากให้คณะนี้ไม่มีโชคร้าย

เพราะเกมวัดดวงมันเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมครับ

ชั้นปีที่ 5 น้องจะลงคลินิคเพิ่มขึ้นอีกครับคือ

ทันตกรรมประดิษฐ์ (ทำฟันปลอม) รักษารากฟัน

คลินิกเด็ก คลินิกจัดฟัน ออกหน่วยตามโรงเรียนประถม

ที่นี้จาก 5 ตัวก็กลายเป็น 10 ตัวแล้วครับ

พ่วงด้วยคลินิกถอนฟันจะเริ่มสอนให้น้องผ่าฟันคุดอีกด้วยครับ

แถมปีนี้ยังเป้น Year Corse ซึ่งแปลว่าทำทั้งปีครับ ตัดเกรดครั้งเดียว

แถมเลคเชอร์ก็ยังเข้มข้นขึ้นอีกครับ

นอกจากนี้ยังได้ไปออกชุมชนที่โคราช 1 สัปดาห์ด้วยครับ

(ปีนี้ไม่มีคำเตือนครับ เพราะเตือนไปหมดล่ะ)

 

 

ชั้นปีที่ 6 พี่ใหญ่

ในปี 6 เทอมหนึ่ง จะไม่มีคลินิกอุดฟันและ X ray ครับ

แต่ว่าจะไปรักษารากฟันกรามแทน ซึ่งยากมากๆ

ส่วนคลินิกทำฟันปลอมก็จะให้ทำ ครอบฟันและสะพานฟันครับ

และยังมีคลินิกรักษาความผิดปกติทางขากรรไกรด้วยครับ

และคลิกนิกทุกตัวจะจบลงที่นี่ ปี 6 เทอมหนึ่ง

พร้อมๆกับการที่เราจะเรียนจบครับ จบไม่จบก็ขึ้นกับ 6 เทอม 1 นี่หละครับ

 

พอเทอมสองเราจะได้เจอกับ Clinic Comprehensive dentistry

เป้นคลินิกที่เรียนแบบองค์รวมครับ ทำำทุกอย่างในปาก

(เมื่อก่อนเราจะทำแบบแยกงาน จ่ายงานไหนมาทำงานนั้น ห้ามทำนอกเหนือที่จ่าย)

และยังได้ไป Extern ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดอีก 1 เดือนครับ

ดูงานศัลยศาสตร์อีก 2 สัปดาห์

 

ก็เป็นอันจบ 6 ปีครับ

เป้นยังไงบ้างครับชีวิตนักศึกษาทันตแพทย์

ไม่ง่ายอย่างที่คิดใช่ไหมครับ

 

 

คำถามข้อที่สาม สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ก็เอาไปใช้ทำฟันไงครับ

 

คำถามข้อที่สี่ บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

คณะนี้ไม่ยาก ขอให้อดทน และตั้งใจ และที่สำคัญ

"อย่าเบียดเบียนผู้อื่น ให้เพื่อนที่มาด้วยกันจบไปพร้อมกับเรา" ครับ

 

คำถามข้อที่ห้า อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

สำหรับน้องๆที่คิดจะเลือกคณะนี้ อยากให้อ่านที่พี่เขียน

และ คิดดีๆครับ เพราะทันตแพทย์ไม่ง่ายอย่างที่น้องคิดครับ

ทางเดิน 6 ปีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้าคิดว่าไม่เข้ากับตัวเองก็อย่าเรียนครับ

 

 

 

สุดท้ายนี้

ขออวยพรให้ทุกคนที่อยากเข้าคณะทันตแพทยศาสตร์ สอบได้ดังหวังครับ

และหากเข้าที่มหิดล ก็จะได้มาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันครับ โชคดีครับ

 



 

Credit   http://ultimatemek.exteen.com/20081006/tag

13291

เข้าชม

5

ตอบกลับ

เรียน "ทันตะ มหิดล" อย่างคนมีกึ๋น

โพสต์เมื่อ 21/07/2555 20:41 | 0
พี่ค่ะ ทันตะผ่ากบไหมค่ะ

ความคิดเห็น

TheFang dtTong 21/07/2555 20:44

ถามว่า"ผ่าอาจารย์ใหญ่ ส่วนไหนบ้างจะดีกว่าไหม"
โพสต์เมื่อ 21/07/2555 20:43 | 4
ถ้าเข้าไปเรียนได้ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง
เเต่ตอนนี้ที่ห่วง ว่า จะเข้าไปเรียนได้ไหมhotwhat
โพสต์เมื่อ 25/07/2555 17:37 | 0
คือที่ถามเนี่ยะ เพราะกลัวกบน่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าผ่ามั้ยแค่นั้น 
โพสต์เมื่อ 02/09/2555 11:37 | 0
ท่ีมหิดลไม่ผ่าจ้า :)
โพสต์เมื่อ 23/10/2556 22:20 | 0
Fight For

UniGang Talk

รับสมัคร ติวเตอร์เฉลยข้อสอบ GAT/PAT 7สามัญ O-NET : ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์ GATเชื่อมโยง  ติดต่อ Mynamekla@hotmail.com