เรื่องจริงของผู้จัดละคร บทบาทใหม่ของ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

ประสบการณ์ 30 ปีในโลกบันเทิง กับการฝากฝีมือในงานแสดงภาพยนตร์เกิน 70 เรื่อง กับงานละครอีกไม่น้อยไปกว่ากัน วันนี้ 'นก' ฉัตรชัย เปล่งพานิช ยัง กล้าเรียกตัวเองว่าเป็น 'หน้าใหม่' และออกตัวว่าไม่ได้มีความรู้หรือประสบการณ์มากมาย ..นั่นก็เพราะเขาถูกถามถึงบทบาทล่าสุดในฐานะ 'ผู้จัดละคร' ภายใต้ชื่อ บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

คงต้องยอมรับว่าใหม่จริงสำหรับการเพิ่งผลิตละครไปเพียง 2 เรื่องในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา แต่ถ้าบอกให้ชัดว่าผลงานล่าสุดได้แก่ละครไพร์มไทม์ 'ดิน น้ำ ลม ไฟ' ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อาจกระตุ้นความสนใจของหลายคนได้มากขึ้น ทั้งจากชื่อเสียงของผู้กำกับฝีมือไม่ธรรมดา 'อุ๋ย' นนทรีย์ นิมิบุตร และการเป็นที่รู้กันในแวดวง 'คอข่าว' ว่าละครเรื่องนี้ที่ถูกลัดคิวให้มาชนกับ 'แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา' ของวิคคู่แข่งที่เรตติ้งพุ่งกระฉูดจน 'ช่อง 3' ยอมไม่ได้ ต้องดันละคร 'ฟอร์มใหญ่' มาชิงผู้ชม

น่าสนใจว่า โลกบันเทิงใบนี้ยังมี 'ความใหม่' สำหรับคนบันเทิงประสบการณ์โชกโชนอย่าง 'พี่นก' ฉัตรชัย ในวันที่ต้องเปลี่ยนทัศนวิสัยการมองใหม่ไปยืนในมุมของ 'ผู้จัดฯ' และย่อมเป็นที่ยืนซึ่งสะท้อนความเป็นไปของ 'ธุรกิจบันเทิง' โดยเฉพาะที่ 'ละครหลังข่าว' ของประเทศนี้ได้ไม่น้อยด้วยเช่นกัน

  • จากประสบการณ์ 30 ปี มองว่าอะไรเป็นพัฒนาการสำคัญของละครทีวีบ้านเรา

จริงๆ พี่นกไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับมาเก็ตติ้งมากนักนะครับ พี่นกจะนำเสนอเรื่องแบบที่คิดว่าอยากจะนำเสนอ คิดเพื่อให้คนดูรู้สึกมีความสุขในการดูละครแต่ละเรื่อง แต่พี่นกวิพากย์ไม่เป็นว่าทำไมคนในกรุงเทพฯ ถึงดูช่อง 3 มากกว่าช่อง 7 เป็นเรื่องการตลาดซึ่งพี่นกไม่เก่งขนาดนั้น

  • เป็น 'ผู้จัดฯ' ไม่ต้องดูแลเรื่องเหล่านี้หรือ

เขาก็ดูกันนะครับ แต่พี่นกยังอ่อนหัดมาก วิเคราะห์ได้ไม่เท่ารุ่นเก่าๆ ที่ทำมานาน แต่เชื่อว่าไม่มีสูตรตายตัวว่าทำละครแบบนี้แล้วจะมีคนดูเยอะ ถ้าเอานางเอกคนนี้เล่น คนดูแน่ๆ มันไม่ใช่ บางเรื่องไม่มีดาราแต่เขียนบทดี ในความรู้สึกของพี่นกมันต้องประสานกลมกลืนกันให้ได้ ถึงจะทำให้คนดูเชื่อและรู้สึกตามได้ พี่นกไปประชุมกับทางสถานีก็พยายามคิดตามและทำการบ้านตลอดเวลา ยากเหมือนกัน เราไม่สามารถเป็นพ่อมดเสกได้ว่าทำอย่างนี้แหละต้องดูแน่นอน

  • มาเป็นผู้จัดฯ ความรู้สึกต่างจากการเป็นนักแสดงอย่างไร

เยอะครับ เยอะมาก เพิ่งมาปีนี้มีผมหงอกเต็มเลย ไม่เคยหงอก ผมดำมาตลอด เป็นผู้จัดฯ เครียด ตัวแสดงไม่ได้ บทไม่เสร็จ คิวไม่ได้ คิวไม่ได้ก็ถ่ายไม่ได้ ถ่ายไม่ได้เราก็ส่งงานไม่ได้ตามกำหนด งานเลท สถานที่ไม่ยอมให้ถ่าย.. (สัมภาษณ์ถึงตอนนี้ ฝนเริ่มตก ต้องพากันอพยพย้ายที่นั่ง) ..ฝนตกอย่างนี้ ผู้จัดฯ ก็เครียดครับ (หัวเราะ)

  • โครงสร้างการทำงานในบริษัทเป็นอย่างไร

สต๊าฟจริงๆ มีไม่กี่คน มีผู้จัดการกองถ่าย มีฝ่ายธุรกิจ นอกนั้นจ้างโปรดักชั่นข้างนอก ทั้งทีมไฟ ทีมกล้อง ส่วนมาเก็ตติ้งเป็นเรื่องของทางสถานี เหมือนรับจ้างผลิต เขาคิดมาแล้วอนุญาตให้เราทำ เราก็ทำไปตามโจทย์ โอเค เราอาจจะคิดมาเก็ตติ้ง มี activity ให้เขาไปหรือใส่อะไรให้คนดูมากกว่าในบท นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมมติบทมีอยู่แค่นี้ เราจะทำอย่างไรให้ละครน่าสนใจเราก็ใส่ไป เป็นผู้จัดก็เหมือนเป็นตัวกลางระหว่างสถานีกับทีมงาน

  • ผู้จัดฯ กำหนดตัวนักแสดงเองหรือไม่

ส่วนใหญ่เราเลือก แต่ไฟนอลที่เรามั้ย ..ไม่ใช่ เราแค่เสนอผู้ใหญ่ (ทางสถานี) แล้วเขาเป็นคนบอกว่าโอเคหรือไม่ เหมือนเราเป็นลูกน้องน่ะ เขาเป็นเจ้านายที่บอกเราให้ทำละครเรื่องนี้ๆ ฉะนั้นก็ต้องทำในส่วนที่เขาอยากให้เป็น แต่โอเค เราก็แฝงอะไรของเราไปบ้าง บางอันเขาก็เห็นด้วย ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด

  • ถ้าได้นักแสดงหน้าใหม่นี่หนักใจหรือไม่

พี่นกคิดว่าพี่นกสร้างคนได้ เพราะถือว่าตัวเองเป็นนักแสดง และรู้ว่านักแสดงควรเป็นอย่างไร พี่นกไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นนักแสดงเลย แต่เป็นได้เพราะมีความตั้งใจ มีความขยัน โดยเฉพาะผู้ชาย ผู้หญิงบางทีก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมาก ผู้หญิงกับผู้ชายมันห่างกัน ถ้าผู้จัดฯ ผู้หญิงก็สามารถเข้าไปคุยได้

  • มองแนวโน้มตลาดละครหลังข่าวบ้านเราอย่างไร

จริงๆ แล้วมีหลายกลุ่มคนดูนะครับ เพียงแต่ว่ากลุ่มไหนมากน้อยต่างกัน มันต้องเลือกเอาสักกลุ่มหนึ่ง จะกวาดทุกกลุ่มคงลำบาก เรื่องนี้จะสร้างให้เด็กดู เรื่องนี้จะสร้างให้ผู้หญิง หรือจะสร้างให้ทั้งครอบครัวดูก็ได้ มันต้องเลือกกลุ่มให้ชัดเจนนะพี่นกว่า มันยากที่จะทำละครเรื่องหนึ่งให้ดูแล้วชอบทั้งประเทศ

  • ที่เป็นอยู่คือต้องการทำละคร 'มหาชน'

ใช่ๆ เขาก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้ขายได้มากที่สุด คนดูมากที่สุด แต่ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน เพราะต่างประเทศที่ตลาดใหญ่ คนดูเยอะ ก็ทำได้หลากหลายกว่าเรา และไม่เจอข้อห้ามเหมือนเรา ชนิดที่ห้ามเห็นภาพรัฐมนตรีโกงกิน ห้ามเห็นตำรวจรีดไถ ห้ามเห็นบุรี่ ห้ามเห็นปืน

  • ดูเหมือนบางเรื่องเป็นข้อห้าม แต่บางอย่างผู้ผลิตก็เซ็นเซอร์ตัวเอง

มีการปิดกั้นการนำเสนออยู่พอสมควร เขาห้ามกันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่อยากให้เห็นชัดเจนว่ามีคนประเภทนี้มีอยู่บนแผ่นดินไทย ซึ่งจริงๆ แล้วมันมี (หัวเราะ) ให้ทำไปเลยตำรวจเลวก็มี ไม่ใช่ไม่มี รัฐมนตรีเลวก็มี ไม่ใช่ไม่มี ไม่ได้ไปเสนอเรื่องของคุณสักหน่อย บอกปืนจ่อหัวไม่ได้แต่จ่อตัวได้ ภาพหวาดเสียวพวกนี้ไม่รู้จะเซ็นเซอร์ทำไม พี่นกรู้สึกว่าเด็กมันจะได้รู้ คนจะได้รู้ ปืนมันอันตรายนะ ทำไม่ได้นะ ปืนเนี่ยอย่าเอามาทำแบบนี้ ทีวีเป็นตัวสะท้อน คนจะเลือกใช้ให้ถูกต้อง เห็นอะไรไม่ดีก็อย่าทำ อะไรดีก็เอามาใช้

  • มีความเห็นอย่างไรต่อ 'ละครรีไซเคิล'

มันก็มีทั่วโลกนะครับ จีนก็มีมังกรหยกเป็นร้อยๆ เที่ยว เปาบุ้นจิ้นเป็นร้อยๆ เที่ยว ที่เขาเอามาสร้างกันมันคงเป็นรสชาติที่คนชอบ อย่างดาวพระศุกร์ หรือบ้านทรายทอง มันคือละครที่มีรสชาติที่คนไทยชอบ เอามาทำแล้วได้ผล พอได้ผล คนสร้างก็อยากจะทำเพื่อที่จะได้เรตติ้งเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องใหม่ๆ ถ้าพูดกันตรงๆ ปัจจุบันมันหายากที่จะได้บทประพันธ์โดนๆ เฮ้ย น่าทำนะ น่าสนใจ นานๆ โผล่มาให้เห็นสักเรื่องสองเรื่อง แล้วส่วนใหญ่ก็มีคนจับจองซื้อไปกันหมดแล้ว แล้วบางทีเราชอบ แต่ผู้ใหญ่บอกไม่น่าสนใจก็ไม่ได้ผลิตอยู่ดี

  • คิดอย่างไรกับ 'เรตติ้ง' ซึ่งเป็นตัวกำหนดความเป็นความตายของละคร

เป็นข้อมูลของสถานี และเป็นข้อมูลของเอเจนซี่ ของเม็ดเงิน ทุกอย่างเชื่อเรตติ้งตัวนี้ว่าคนดูเท่านี้ สินค้าจะได้เข้ามาซื้อเท่านี้ พี่นกก็ไม่ค่อยทราบเหมือนกันว่าวิธีการเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อทุกคนขึ้นกับเรตติ้งกันหมด เราก็หนีไม่พ้น โอเคงานของบางคนก็ดีมาก สวยงาม สนุกสนาน แต่บอกว่าไม่มีเรตติ้งก็น่าน้อยใจเหมือนกัน เรตติ้งไม่มีกลายเป็นว่าไม่ประสบความสำเร็จ จริงๆ พี่นกว่ามันน่าจะวัดกันที่ตัวงานด้วย เขาทำขนาดนี้ ตั้งใจขนาดนี้ แค่ไม่มีเรตติ้งคุณจะไปวัดว่าเขาไม่เก่งไม่ได้นะ

  • นักแสดงบางคนเติบโตเป็นผู้กำกับ ทำไมพี่นกเลือกที่จะเป็นผู้จัดฯ

ร่างกายพี่นกไม่แข็งแรงมาก การเป็นผู้กำกับมันต้องตื่นแต่เช้าไปดูโลเคชั่น ไปเซ็ตฉาก ทำทุกอย่าง ต้องดูตัวละครอีกกี่ตัวไม่รู้ที่อยู่ในเฟรมกล้อง เป็นผู้จัดฯ เรานั่งดู อะไรชอบไม่ชอบเราก็บอกพี่อุ๋ย (นนทรีย์ นิมิบุตร) ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว พี่อุ๋ยบอกเอาเลยพี่นกจะเอาอะไรก็บอกเลยนะ

  • มีละครแนวไหนที่อยากทำอีก

อยากทำแนวรักชาติ อย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าดูดีๆ ก็เป็นแนวรักชาตินะ แล้วก็เรื่องที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่อยากสอดแทรกเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี มวย หรืออะไรที่เป็นของไทย

  • ได้ข่าวว่าละครเรื่องแรก 'มาเฟียที่รัก' ได้กำไรมา 500 บาท

 มันก็ได้บ้างนะครับ (ยิ้ม) ยิ่งเรื่อง 'ดิน น้ำ ลม ไฟ' ใช้หมดทุกบาททุกสตางค์ ไม่เหลือเลย เรื่องนี้มั่นใจว่ายังใช้เงินเก่งเหมือนเดิม

ในโลกแห่งละครทีวีไทย ซึ่งหลายคนมองว่าซ้ำซากจำเจ ที่จริงแล้วอาจแฝงความต่างบางแบบจากในอดีต อย่างน้อย มุมมองและความตั้งใจ ของผู้จัดหน้าใหม่จากการพูดคุยในครั้งนี้ ก็ชวนให้ติดตามว่ากระแสบันเทิงไทย จะเคลื่อนตัวไปสู่จุดใด หรือจะยืนหยัดอยู่กับความ 'ขายได้' แบบเดิมๆ และ..ใครจะเป็นคนตัดสิน

 


บทความดีดีในการแนะนำอาชีพจาก  กรงุเทพธุรกิจ

1401

เข้าชม

1

ตอบกลับ

เรื่องจริงของผู้จัดละคร บทบาทใหม่ของ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

โพสต์เมื่อ 11/09/2010 14:10 | 0

พี่นกชายสุดยอด

เป็นกำลังให้คะ