ชมครัววาแตล ดูงานกุ๊กหนุ่ม-บาร์เทนเดอร์สาว ศิลปากรอินเตอร์

พร้อมเสิร์ฟค่ะ
       งานครัว ภัตตาคาร และการโรงแรม เป็นอีกหนึ่งประเภทงานบริการที่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อย กดดันบ้าง แต่ก็เป็นงานที่ฝึกให้เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ เพิ่มทักษะเฉพาะด้าน แถมยังมีรายได้ค่าตอบแทนสูง ข้อสำคัญหากเป็นคนที่รักงานในสายนี้ ย่อมมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับการทำอาหาร หรือบริการลูกค้า และอาจต่อยอดไปประกอบกิจการของตัวเองได้ในอนาคต

ฝน - พุด
       Life on Campus ชวนไปชมเบื้องหลังห้องครัวของภัตตาคารวาแตล (Vatel) ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกการทำงานของบรรดาหนุ่มสาวศิลปากรอินเตอร์ สาขาวิทยาการจัดการ บริหารการโรงแรม
       
       โดยก่อนจะเดินชมบรรยากาศหลังครัววาแตล “ฝน” ธนกร วงศ์ผกา และ “พุด”กัมพุช ณ ตะกั่วทุ่ง นักศึกษาผู้เคยผ่านการเรียนงานครัวมาแล้ว ได้อธิบายเกี่ยวกับหลักสูตรที่เรียนว่า “วาแตล เป็นสถาบันชื่อดังอีกแห่งของฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาร่วมมือทางวิชาการกับวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดสาขาด้านการโรงแรม เน้นการเรียนด้านภัตตาคาร และการโรงแรมโดยตรง สำหรับนักศึกษาที่เรียนในสาขานี้ นอกจากเรียนในด้านทฤษฎีแล้ว ยังต้องฝึกปฏิบัติงานจริงที่ภัตตาคารวาแตลเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งการฝึกงานตามโรงแรมอีกเป็นเวลาประมาณเดือนครึ่ง”

วันนี้มีเด็กๆมาดูงานด้วย
       ฝนเปิดเผยว่า “นักศึกษาต้องเรียนรู้ทั้ง ครัวเย็น (อาหารประเภทสลัด) ครัวร้อน (อาหารอิตาลี ฝรั่งเศส) และครัวไทยก (อาหารไทยทั้งหมด) ต้องทำอาหารได้ทั้ง 3 รูปแบบ รวมทั้งยังต้องเรียนการทำเบเกอรี่ อีก 3 สัปดาห์ ส่วนตัวไม่เคยมีประสบการณ์การทำอาหารมาก่อน เมื่อมาเรียนด้านนี้ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่การรู้จักล้างผัก หั่นผัก เรียนวิธีอย่างถูกต้อง ซึ่งทำให้รู้เทคนิคการทำอาหารมากขึ้น เพราะได้เรียนทั้งปฏิบัติ และเรียนทฤษฎีในห้องเรียนด้วยค่ะ”
       

       “นักศึกษาที่ทำงานในภัตตาคาร ยังต้องเรียนรู้งานนอกห้องครัวด้วยค่ะ เพราะว่าบางครั้งเราต้องทำงานเสิร์ฟ หรืองานบริการอีกด้วย ซึ่งต้องฝึกทักษะการบริการด้านนอกต่างหาก เนื่องจากมีความแตกต่างกับงานในครัว โดยงานบริการในภัตตาคารนั้นมีความยากมากขึ้น เพราะอยู่ในครัวเราไม่ต้องเจอกับลูกค้า เรายังสนุกสนาน พูดคุยเล่นกับเพื่อนได้ แต่มาอยู่ในส่วนงานบริการ จะต้องรู้วิธีบริการ การวางตัวเรื่องบุคลิกภาพ ทั้งการเดิน การยืน ต้องรู้ว่าจะเสิร์ฟอาหารทางด้านไหนของลูกค้า ต้องไม่เล่นไม่คุยกันเอง ทั้งยังต้องดูแลความต้องการของลูกค้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการบริการของเรา” ฝน กล่าว

เบื้องหลังงานครัว
       ทางด้าน หนุ่มพุด เล่าว่า “เวลาอยู่ที่บ้าน ผมได้ช่วยแม่ทำกับข้าวบ้าง แต่เมื่อมาฝึกการทำงานอย่างจริงจัง การทำอาหารต้องเป็นระบบ มีขั้นตอนการทำ มีการแบ่งงานในครัวอย่างเป็นสัดส่วน เช่น คนหนึ่งทำอาหารทอด คนหนึ่งทำอาหารประเภทเนื้อ คนหนึ่งจัดจาน เสิร์ฟ ซึ่งมีความแตกต่างของรายละเอียดงาน นอกจากนี้ ยังต้องมีความตรงเวลา ทำความสะอาดครัวให้เรียบร้อยก่อนร้านเปิด ทั้งยังต้องระมัดระวังรอบคอบ ทั้งเรื่องของมีคม ของร้อน อุปกรณ์ไฟหุงต้มต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ”
       
       พุด เล่าต่อไปว่า ตนเองถนัดการทำอาหารประเภทผัด หรือทอด “เคล็ดลับก็ไม่ได้มีอะไรมากมายครับ เมื่อเรียนไปเรื่อยๆเราก็จะรู้เอง เช่น ปลาชนิดไหนมีกลิ่นคาวมาก คาวน้อย ก็ต้องรู้วิธีดับกลิ่นคาว ผักทำอย่างไรไม่ให้เหม็นเขียว เป็นต้น”
       
       สุดท้าย กุ๊กหนุ่ม แนะว่า “นักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้ เมื่อเรียนจบแล้ว อย่างน้อยก็สามารถทำงานครัวได้ด้วยตัวเอง เราเอาเมนูไปกลับทำเองที่บ้านได้ ส่วนเรื่องการต่อยอดในวิชาชีพ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในโรงแรม หรือภัตตาคารต่างๆ มีตำแหน่งงานที่รองรับอย่างหลากหลาย ทั้ง งานครัว เบเกอรี่ งาน Front งานบริการ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเลือกไปในสายไหน”

"เม้ย" บาเทนเดอร์สาวเท่
       จากนั้นแวะมาทักทายกับบาร์เทนเดอร์สาวมาดเท่ อย่าง “เม้ย” พิชามญชุ์ ทองขาว ซึ่งเปิดเผยเกี่ยวกับการทำงานหลังบาร์เครื่องดื่มว่า “ตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ เริ่มทำงานตั้งแต่ก่อนที่ลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการเลยค่ะ เพราะเราต้องมีเตรียมของ เช็คสต็อกเครื่องดื่ม วัตถุดิบต่างๆ เช่น ผลไม้ น้ำตาล กาแฟ น้ำแข็ง น้ำร้อนฯลฯ และยังต้องตรวจดูว่ามีอุปกรณ์ ภาชนะอะไรขาดเหลือ ไม่ว่าจะเป็นจานรองแก้ว ช้อนกาแฟ หลอด ต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างที่อยู่ในเคาน์เตอร์ อะไรขาดก็ต้องเติมให้เต็ม”
       


ฝึกการแกะสลักผลไม้แบบไทย
       เม้ย เล่าต่อไปว่า เมื่อถึงเวลาเปิดร้าน บาร์เทนเดอร์ ก็ต้องพร้อมบริการทันที “พอแขกมานั่งปุ๊บ เราต้องจัดน้ำเปล่าให้ก่อนค่ะ จากนั้นเมื่อแขกสั่งน้ำอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เราก็ต้องทำให้ เช่น น้ำปั่น ไวน์ หรือว่าเหล้า ค็อกเทล แต่ถ้าแขกโต๊ะไหนสั่งอาหารเป็นเซ็ต เราก็ทำ soft drink ให้ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม และเป็นเครื่องดื่มที่บาร์เทนเดอร์ สามารถคิดสูตรได้เอง แต่ถ้าจะเสิร์ฟ ก็ต้องทดลองทำให้อาจารย์ลองชิมดูก่อน ว่าผ่านไหม เช่น พั้นช์น้ำแดง น้ำส้ม น้ำแข็ง น้ำเปล่า มาผสมกัน ก็เป็น soft drink หนึ่งชนิดแล้ว”

แซนวิชแบบ นศ.วาแตล
       สำหรับคุณสมบัติที่ดีของบาร์เทนเดอร์ เม้ย มองว่า อย่างแรกต้องประสานงานกับพนักงานบริการให้ดี นอกจากนั้นก็เป็นคุณสมบัติพื้นฐานทั่วไป เช่น การตรงต่อเวลา ความละเอียดรอบคอบ รับผิดชอบงาน “แต่สิ่งที่ต้องมีเป็นพิเศษ แตกต่างจากงานประเภทอื่นบ้าง คือ บาร์เทนเดอร์ต้องมีความรู้เกี่ยว เหล้า และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ต้องเรียนรู้ว่าเครื่องดื่มแต่ละชนิดเป็นอย่างไร มีความเข้าใจที่ละเอียด แม้กระทั่งน้ำแข็งแต่ละชนิด ก็มีความแตกต่างกันในการใช้ผสมเครื่องดื่ม ต้องรู้แม้กระทั่งเหล้าชนิดนี้ มีส่วนผสมมาจากอะไร มาจากประเทศไหน มีรสชาติเป็นอย่างไร ส่วนใครอยากเป็นบาร์เทนเดอร์ที่โดดเด่นมากขึ้น ก็คงต้องอาศัยใจรักทางด้านนี้ก่อนค่ะ เคยมีเพื่อนที่รักด้านนี้ ไปฝึกงานที่โรงแรม 3 เดือนเต็มๆ เพื่อเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมงานโดยเฉพาะ แต่ถ้าถามว่า ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะมาทำงานตรงนี้ได้คล่องแคล่ว ถ้าหากทำทุกวัน ประมาณเดือนเดียวก็พอทำงานบาร์เทนเดอร์ได้แล้วค่ะ” เม้ย กล่าวก่อนจะขอตัวไปประจำหลังบาร์

 

Credit   http://manager.co.th

2325

เข้าชม

1

ตอบกลับ

ชมครัววาแตล ดูงานกุ๊กหนุ่ม-บาร์เทนเดอร์สาว ศิลปากรอินเตอร์

โพสต์เมื่อ 06/02/2010 18:23 | 0

น่าเรียนจัง