เรียนภาษายังไงให้รุ่ง
คำเตือน :: มีแต่ตัวหนังสือ~ แถมยาวอีกต่างหาก orz...
-------- - - ------------- - - --------------- - - ---
เหมือนอยู่ดี ๆ ก็มีเรื่องอยากจะเขียน
(ดราฟเอนทรี่ที่แล้วเก็บอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนเห็น ก๊ากก)
ไอ้เราก็เขียนอะไรวิชาก๊ารร วิชาการไม่เก่ง
แต่ดันอยากจะเขียน
/me มองซ้าย มองขวา มีใครเขียนไปรึยัง!?!
ถ้าซ้ำก็ขอโทษค่ะ
(ดราฟเอนทรี่ที่แล้วเก็บอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนเห็น ก๊ากก)
ไอ้เราก็เขียนอะไรวิชาก๊ารร วิชาการไม่เก่ง
แต่ดันอยากจะเขียน
/me มองซ้าย มองขวา มีใครเขียนไปรึยัง!?!
ถ้าซ้ำก็ขอโทษค่ะ
เรียนภาษายังไงให้รุ่ง
v. ถู ๆ แถ ๆ ไถ ๆ ข้าง ๆ คู ๆ
ไม่มีทฤษฎี มีแต่ประสบการณ์มั่ว ๆ
บางคนอาจจะเถียงว่า "ไม่จริ๊งงงงง" เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของจขบ. ละกันค่ะ ;w;
1.ท่องจำ มันไม่พอ!?!
อย่างแรกเลย
ใคร ๆ ก็รู้ ท่องจำมันไม่พ๊อ~ มันไม่พอ
ถ้าใช้วิธีท่องจำกับการสอบก็ว่าไปอย่าง (อ๊าย ไม่ได้แนะนำนะคะ >A<) ท่องจำน่ะ จำได้แน่ ๆ ค่ะ
แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงมีประสบการณ์เดียวกัน สอบเสร็จปุ๊ป ไอ้ที่ท่องมาพากันบินออกจากหัวเหมือนสมองใช้เสร็จแล้วโยนทิ้ง
การจะเรียนภาษามันคงไม่ใช่อะไรที่ใช้วันเดียวแล้วทิ้งใช่มั้ยคะ?
ท่องจำน่ะสำคัญแน่ ๆ
แต่ท่องจำอย่างเดียวน่ะ... พอไม่ใช้ซักแปปนึง... ลืมแน่ ๆ ... orz....
บางคนอาจจะเถียงว่า "ไม่จริ๊งงงงง" เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของจขบ. ละกันค่ะ ;w;
1.ท่องจำ มันไม่พอ!?!
อย่างแรกเลย
ใคร ๆ ก็รู้ ท่องจำมันไม่พ๊อ~ มันไม่พอ
ถ้าใช้วิธีท่องจำกับการสอบก็ว่าไปอย่าง (อ๊าย ไม่ได้แนะนำนะคะ >A<) ท่องจำน่ะ จำได้แน่ ๆ ค่ะ
แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงมีประสบการณ์เดียวกัน สอบเสร็จปุ๊ป ไอ้ที่ท่องมาพากันบินออกจากหัวเหมือนสมองใช้เสร็จแล้วโยนทิ้ง
การจะเรียนภาษามันคงไม่ใช่อะไรที่ใช้วันเดียวแล้วทิ้งใช่มั้ยคะ?
ท่องจำน่ะสำคัญแน่ ๆ
แต่ท่องจำอย่างเดียวน่ะ... พอไม่ใช้ซักแปปนึง... ลืมแน่ ๆ ... orz....
2. แล้วชอบมั้ยล่ะ?
ถัดจากข้อหนึ่ง ก็เริ่มตบตีกับข้อต่อไปอย่างจริงจังกันเถอะค่ะ (หา?)
สำคัญที่สุด
สำคัญจริง ๆ
ถ้าไม่ชอบภาษานั้น ไม่มีแรงบันดาลใจให้เรียนภาษานั้น การเรียนภาษามันจะกลายเป็นนรกขุมย่อม ๆ ไปได้
ยิ่งถ้าเรียนไปมากขึ้น ต้องขลุกอยู่กับมันมากขึ้น อะไร ๆ ก็ยากขึ้น เพราะท่องอย่างเดียวมันไม่พอ
ถ้าไม่ชอบขึ้นมา... จะเอากำลังใจที่ไหนไปตบตีสู้ฟัดกับมันล่ะคะ ;w;
ถ้าชอบภาษานั้น มันจะส่งผลมหาศาลค่ะ
ถัดจากข้อหนึ่ง ก็เริ่มตบตีกับข้อต่อไปอย่างจริงจังกันเถอะค่ะ (หา?)
สำคัญที่สุด
สำคัญจริง ๆ
ถ้าไม่ชอบภาษานั้น ไม่มีแรงบันดาลใจให้เรียนภาษานั้น การเรียนภาษามันจะกลายเป็นนรกขุมย่อม ๆ ไปได้
ยิ่งถ้าเรียนไปมากขึ้น ต้องขลุกอยู่กับมันมากขึ้น อะไร ๆ ก็ยากขึ้น เพราะท่องอย่างเดียวมันไม่พอ
ถ้าไม่ชอบขึ้นมา... จะเอากำลังใจที่ไหนไปตบตีสู้ฟัดกับมันล่ะคะ ;w;
ถ้าชอบภาษานั้น มันจะส่งผลมหาศาลค่ะ
3. เพลง
ถ้าชอบ ก็ฟัง *3*//
แต่แหม จะให้ฟัง CD ฝึกภาษาก็คงเอียนกันตาย ( CD ฟังฝึกภาษาญี่ปุ่นนี่ไม่เคยคิดจะฟัง orz...)
หลาย ๆ คนเคยบอกเราค่ะ(ตอนที่ยังไม่ได้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น) ว่า "ฟังเพลงอังกฤษบ้างซี่~!!"
ในตอนนั้น แอบเถียงอยู่ในใจ
"ฟังไปก็ไม่ช่วยหรอก"
แต่ตอนนี้.... มาช่วยยืนยันอีกเสียงว่ามันช่วยค่ะ
ได้ร้องตามก็ได้ฝึกพูด
ได้ฟังเพลงก็ได้ฝึกฟัง
ยิ่งถ้าเป็นพวกเพลงที่มันร้องกันโคตรเร็วแล้วล่ะก็.... หูไว ปากไว (ฮา)
พออยากรู้ความหมายก็ได้ฝึกแปล ได้รู้ศัพท์ใหม่ ๆ เยอะแยะ
จริง ๆ นะ เพราะมีศัพท์หลายคำที่เราได้มาจากการฟังเพลงอนิเม -..-//
ถ้าชอบ ก็ฟัง *3*//
แต่แหม จะให้ฟัง CD ฝึกภาษาก็คงเอียนกันตาย ( CD ฟังฝึกภาษาญี่ปุ่นนี่ไม่เคยคิดจะฟัง orz...)
หลาย ๆ คนเคยบอกเราค่ะ(ตอนที่ยังไม่ได้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น) ว่า "ฟังเพลงอังกฤษบ้างซี่~!!"
ในตอนนั้น แอบเถียงอยู่ในใจ
"ฟังไปก็ไม่ช่วยหรอก"
แต่ตอนนี้.... มาช่วยยืนยันอีกเสียงว่ามันช่วยค่ะ
ได้ร้องตามก็ได้ฝึกพูด
ได้ฟังเพลงก็ได้ฝึกฟัง
ยิ่งถ้าเป็นพวกเพลงที่มันร้องกันโคตรเร็วแล้วล่ะก็.... หูไว ปากไว (ฮา)
พออยากรู้ความหมายก็ได้ฝึกแปล ได้รู้ศัพท์ใหม่ ๆ เยอะแยะ
จริง ๆ นะ เพราะมีศัพท์หลายคำที่เราได้มาจากการฟังเพลงอนิเม -..-//
4. หนัง ละคร ดราม่า อนิเม
ข้อนี้ฟังดูเวิร์คขึ้นกว่าเพลงอีกหน่อย
ได้ฟังสำเนียงกันให้ชัด ๆ ไปเลย
ถ้าอยากให้เวิร์คกว่านั้น (กรณีที่ดู DVD หรือ เปิดเอาในคอม) ฟังประโยคนึงแล้วกดหยุด แล้วพูดตามเลยค่ะ
(ขอบอกว่าลองแล้ว ยากมาก แต่เวิร์คนะ *3*//)
โปรขึ้นมาอีกหน่อยก็ไม่ต้องกดหยุด แต่พูดตามเป็นเอคโค่ไปเลย
ถ้าว่างมาก ๆ ก็คำไหนไม่รู้จักเปิดดิกหาเลยค่ะ โดยเฉพาะคำที่มันโผล่มาบ่อย ๆ เนี่ย
เราเชื่อว่า คำที่ตัวเองอยากรู้ พอเปิดดิกครั้งเดียวมันจะจำติดแน่นทนทานมาก
ผิดกับคำที่ถูกยัด ๆ ๆ มาโดยหนังสือเรียน orz...
ตอนหลัง ๆ พอปิดซับแล้วดูรู้เรื่องนี่จะเป็นสุขมาก
ข้อนี้ฟังดูเวิร์คขึ้นกว่าเพลงอีกหน่อย
ได้ฟังสำเนียงกันให้ชัด ๆ ไปเลย
ถ้าอยากให้เวิร์คกว่านั้น (กรณีที่ดู DVD หรือ เปิดเอาในคอม) ฟังประโยคนึงแล้วกดหยุด แล้วพูดตามเลยค่ะ
(ขอบอกว่าลองแล้ว ยากมาก แต่เวิร์คนะ *3*//)
โปรขึ้นมาอีกหน่อยก็ไม่ต้องกดหยุด แต่พูดตามเป็นเอคโค่ไปเลย
ถ้าว่างมาก ๆ ก็คำไหนไม่รู้จักเปิดดิกหาเลยค่ะ โดยเฉพาะคำที่มันโผล่มาบ่อย ๆ เนี่ย
เราเชื่อว่า คำที่ตัวเองอยากรู้ พอเปิดดิกครั้งเดียวมันจะจำติดแน่นทนทานมาก
ผิดกับคำที่ถูกยัด ๆ ๆ มาโดยหนังสือเรียน orz...
ตอนหลัง ๆ พอปิดซับแล้วดูรู้เรื่องนี่จะเป็นสุขมาก
5. หนังสือ นิยาย การ์ตูน
เราเชื่อว่า
หลาย ๆ ๆ ๆ คนคงไม่คิดจะไปนั่งอ่านหนังสือเรียนตอนที่อยู่บ้านแน่ ๆ
(เราคนนึงล่ะที่ไม่แตะ ฮ่า ๆ )
และถ้าหนังสือไม่ใช่แนวตัวเอง ก็คงจะไม่แตะเช่นกัน ใช่มั้ยคะ -__,- อ่านไปก็เอียนเปล่า ๆ
ลองคิดดูว่าตัวเองชอบหนังสือแนวไหน แล้วลองไปหามาอ่านดู
ช่วงที่ยังไม่โปรมันจะหงุดหงิดมากก ประมาณว่า ศัพท์บ้าศัพท์บออะไรก็ไม่รู้อ่านแล้วติด ๆ ขัด ๆ
อย่างเราก็ไม่ใช่พวกที่จะใจเย็นพอที่จะเปิดดิกทุกคำ ช่วงแรกก็อ่านรวม ๆ เอาพอรู้เรื่อง คำไหนโผล่มาเยอะก็ค่อยเปิด
พอศัพท์นั้นโผล่มาอีก เราจะรู้สึกเหมือนผู้ชนะ
"แน่!! ตรูรู้แล้วนะว่าเอ็งแปลว่าอะไร"
วิธีอ่านให้สนุกอีกแบบคือ อ่านไปหนึ่งเล่ม
เว้นช่วงซักเดือนนึง
อ่านเพิ่มอีกหนึ่งเล่ม มันจะอ่านรู้เรื่องมากขึ้น นั่นแหละ สุขสุด ๆ TwTb!!
เราเชื่อว่า
หลาย ๆ ๆ ๆ คนคงไม่คิดจะไปนั่งอ่านหนังสือเรียนตอนที่อยู่บ้านแน่ ๆ
(เราคนนึงล่ะที่ไม่แตะ ฮ่า ๆ )
และถ้าหนังสือไม่ใช่แนวตัวเอง ก็คงจะไม่แตะเช่นกัน ใช่มั้ยคะ -__,- อ่านไปก็เอียนเปล่า ๆ
ลองคิดดูว่าตัวเองชอบหนังสือแนวไหน แล้วลองไปหามาอ่านดู
ช่วงที่ยังไม่โปรมันจะหงุดหงิดมากก ประมาณว่า ศัพท์บ้าศัพท์บออะไรก็ไม่รู้อ่านแล้วติด ๆ ขัด ๆ
อย่างเราก็ไม่ใช่พวกที่จะใจเย็นพอที่จะเปิดดิกทุกคำ ช่วงแรกก็อ่านรวม ๆ เอาพอรู้เรื่อง คำไหนโผล่มาเยอะก็ค่อยเปิด
พอศัพท์นั้นโผล่มาอีก เราจะรู้สึกเหมือนผู้ชนะ
"แน่!! ตรูรู้แล้วนะว่าเอ็งแปลว่าอะไร"
วิธีอ่านให้สนุกอีกแบบคือ อ่านไปหนึ่งเล่ม
เว้นช่วงซักเดือนนึง
อ่านเพิ่มอีกหนึ่งเล่ม มันจะอ่านรู้เรื่องมากขึ้น นั่นแหละ สุขสุด ๆ TwTb!!
6. มันไม่พอ~
ชอบอย่างเดียวมันคงไม่พอ ฟังเพลงดูหนังอ่านการ์ตูนมันก็คงไม่พอ
และสืบเนื่องจากการที่เอียนหนังสือเรียน เพราะมันทางการเกินไป
ขอแนะนำให้หาหนังสือสอนภาษามาอ่านค่ะ
แบบที่มันไม่ใช่แนวหนังสือเรียน แต่เป็นอะไรที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เราเชื่อว่าถ้าชอบภาษานั้น มันก็เกิดการอยากรู้อยากใช้ให้ถูกใช้ให้โปรขึ้นเป็นธรรมดา
อย่างเรานี่เวลาไปร้านหนังสือทีไร ต้องแวบไปแถวโซนที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นทุกที (โซนภาษาอังกฤษล่ะ ไม่เคยไป)
เพราะบางสิ่งก็ไม่มีในหนังสือเรียน *3*//
อ่านแล้วลืมบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้อ่าน
ชอบอย่างเดียวมันคงไม่พอ ฟังเพลงดูหนังอ่านการ์ตูนมันก็คงไม่พอ
และสืบเนื่องจากการที่เอียนหนังสือเรียน เพราะมันทางการเกินไป
ขอแนะนำให้หาหนังสือสอนภาษามาอ่านค่ะ
แบบที่มันไม่ใช่แนวหนังสือเรียน แต่เป็นอะไรที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เราเชื่อว่าถ้าชอบภาษานั้น มันก็เกิดการอยากรู้อยากใช้ให้ถูกใช้ให้โปรขึ้นเป็นธรรมดา
อย่างเรานี่เวลาไปร้านหนังสือทีไร ต้องแวบไปแถวโซนที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นทุกที (โซนภาษาอังกฤษล่ะ ไม่เคยไป)
เพราะบางสิ่งก็ไม่มีในหนังสือเรียน *3*//
อ่านแล้วลืมบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้อ่าน
7. พูดกับตัวเอง
ฟังดูฮา
แต่ข้อนี้เป็นอะไรที่เวิร์คจริง ๆ
อย่างเรานี่ เวลาอยู่คนเดียวจะชอบพูดชอบบ่นงึมงำ ๆ บ่อย ๆ orz... แต่มันบ้าค่ะ ภาษาไทยดี ๆ ไม่พูด ชอบพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ตอนแรก ๆ ก็คำง่าย ๆ "ดินสออยู่ไหนน๊า~" <<< พูดไประหว่างหาดินสอ
"อยู่ไหนน๊า~~~~~" <<< แล้วมันก็ยังหาไม่เจอ
"อะ เจอแล้ว"
ดูเป็นคำง่าย ๆ แต่ลองคิดในอีกแง่นึง สมมติว่าไปอยู่ต่างประเทศ
"แก ช่วยหาดินสอที่ตกไปหน่อยสิ"
"ได้ อยู่ไหนน๊า... อะ เจอแล้ว"
จะได้มีสกิลพูดออกมาแบบเป็นธรรมชาติ
ช่วงแรก ๆ ก็ยังพูดอะไรไม่ได้มาก
แต่บางทีที่พูดคนเดียวออกมาได้ดั่งใจมันให้ความรู้สึกว่า "ฉันพัฒนา!!"
กฏหลักคือไม่ใช่ว่าพูดผิดหรือพูดถูก แต่ ได้พูดรึยัง ต่างหากล่ะค่ะ ^_^
--------------------------------------------------
แถมเพิ่ม สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น
(ความจริงแล้วเราก็ยังไม่เก่ง orz...)
เคยคิดมั้ยคะ "คันจิมันจำยังไงวะ"
เราจำตามสเต็ปนี้ เวลาจะสอบค่ะ (แต่น่าแปลกใจที่ว่าตอนสอบเสร็จก็ยังไม่ลืม)
1. เขียน
เขียนคันจิตัวนั้นไปเรื่อย ๆ พร้อมคำอ่าน ใส่กระดาษไม่ใช้แล้วนั่นแหละค่ะ ให้มือมันชิน
2. จำ
เราใช้วิธีจำโดย เขียนตัวคันจิด้วยปากกาส้ม แล้วเขียนคำอ่านด้วยสีเข้ม ๆ
พอจะจำก็เอาพวกกระดาษแก้วสีแดงมาทาบทับ ก็จะเห็นแค่คำอ่าน แล้วก็นั่งเขียนคันจิใส่กระดาษอื่นเอาจากคำอ่านนั่นแหละค่ะ
พอเขียนได้ มันจะอ่านได้ค่ะ
ดีกว่าอ่านออกเขียนไม่ได้นะเออ ;w;
3. ผ่านตาบ่อย ๆ
คันจิ ไม่เห็นซักพักก็จะลืม... เปิดหนังสือบ่อย ๆ ช่วยได้ค่ะ
แถมนิด
ถ้าใช้วิธีจำเพื่อสอบวัดระดับในช่วงเวลาเร่งรีบก็ใช้วิธีสลับกันค่ะ
คือเขียนคันจิเป็นสีเข้ม แล้วเขียนคำอ่านสีส้ม เอากระดาษแก้วสีแดงทาบ
อ่านอย่างเดียว ไม่ต้องเขียน(เขียนแล้วเสียเวลา) ซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ รับรองผ่าน
แต่สอบเสร็จอาจจะลืมนะ ฮ่า ๆ
สุดท้ายนี้... คาถาพิเศษ
"รักคันจิ แล้วคันจิจะรักคุณ *3*//"
---------------------------------------------
ฟังดูฮา
แต่ข้อนี้เป็นอะไรที่เวิร์คจริง ๆ
อย่างเรานี่ เวลาอยู่คนเดียวจะชอบพูดชอบบ่นงึมงำ ๆ บ่อย ๆ orz... แต่มันบ้าค่ะ ภาษาไทยดี ๆ ไม่พูด ชอบพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ตอนแรก ๆ ก็คำง่าย ๆ "ดินสออยู่ไหนน๊า~" <<< พูดไประหว่างหาดินสอ
"อยู่ไหนน๊า~~~~~" <<< แล้วมันก็ยังหาไม่เจอ
"อะ เจอแล้ว"
ดูเป็นคำง่าย ๆ แต่ลองคิดในอีกแง่นึง สมมติว่าไปอยู่ต่างประเทศ
"แก ช่วยหาดินสอที่ตกไปหน่อยสิ"
"ได้ อยู่ไหนน๊า... อะ เจอแล้ว"
จะได้มีสกิลพูดออกมาแบบเป็นธรรมชาติ
ช่วงแรก ๆ ก็ยังพูดอะไรไม่ได้มาก
แต่บางทีที่พูดคนเดียวออกมาได้ดั่งใจมันให้ความรู้สึกว่า "ฉันพัฒนา!!"
กฏหลักคือไม่ใช่ว่าพูดผิดหรือพูดถูก แต่ ได้พูดรึยัง ต่างหากล่ะค่ะ ^_^
--------------------------------------------------
แถมเพิ่ม สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น
(ความจริงแล้วเราก็ยังไม่เก่ง orz...)
เคยคิดมั้ยคะ "คันจิมันจำยังไงวะ"
เราจำตามสเต็ปนี้ เวลาจะสอบค่ะ (แต่น่าแปลกใจที่ว่าตอนสอบเสร็จก็ยังไม่ลืม)
1. เขียน
เขียนคันจิตัวนั้นไปเรื่อย ๆ พร้อมคำอ่าน ใส่กระดาษไม่ใช้แล้วนั่นแหละค่ะ ให้มือมันชิน
2. จำ
เราใช้วิธีจำโดย เขียนตัวคันจิด้วยปากกาส้ม แล้วเขียนคำอ่านด้วยสีเข้ม ๆ
พอจะจำก็เอาพวกกระดาษแก้วสีแดงมาทาบทับ ก็จะเห็นแค่คำอ่าน แล้วก็นั่งเขียนคันจิใส่กระดาษอื่นเอาจากคำอ่านนั่นแหละค่ะ
พอเขียนได้ มันจะอ่านได้ค่ะ
ดีกว่าอ่านออกเขียนไม่ได้นะเออ ;w;
3. ผ่านตาบ่อย ๆ
คันจิ ไม่เห็นซักพักก็จะลืม... เปิดหนังสือบ่อย ๆ ช่วยได้ค่ะ
แถมนิด
ถ้าใช้วิธีจำเพื่อสอบวัดระดับในช่วงเวลาเร่งรีบก็ใช้วิธีสลับกันค่ะ
คือเขียนคันจิเป็นสีเข้ม แล้วเขียนคำอ่านสีส้ม เอากระดาษแก้วสีแดงทาบ
อ่านอย่างเดียว ไม่ต้องเขียน(เขียนแล้วเสียเวลา) ซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ รับรองผ่าน
แต่สอบเสร็จอาจจะลืมนะ ฮ่า ๆ
สุดท้ายนี้... คาถาพิเศษ
"รักคันจิ แล้วคันจิจะรักคุณ *3*//"
---------------------------------------------
บอกเล่าจากประสบการณ์ตัวเอง
เราเคยเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์มาก่อนค่ะ (ฮาร์โรว์)
ยิ่งเรียนยิ่งบ่น "ไม่ชอบ ภาษาอังกฤษ"
เพราะมันยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย ความอยากเรียนก็ไม่มี (ครูก็ไม่ชอบ orz...)
สุดท้ายก็กลายเป็น ไม่ใช้ ไม่พูด ไม่ขวนขวาย เพลงอังกฤษไม่คิดจะฟัง หนังฝรั่งไม่คิดจะดู
ยอมรับว่าภาษาอังกฤษเราก็ไม่ได้ย่ำแย่
แต่
มีความรู้เท่าที่เรียนนั่นแหละ...
มันเลยไม่ดีขึ้น ไม่รุ่ง อยู่แค่ระดับกลาง ๆ เรียนมาหลายปีก็ยังคาอยู่แค่เท่านี้
แต่ในทางกลับกัน
ภาษาญี่ปุ่นที่ไปดั้งด้นหาโรงเรียนสอน (ตอนแรกซื้อแบบเรียนเองมาอ่านด้วยซ้ำ แต่ไม่เวิร์ค ก๊ากก)
เรียนในวิชาก็ไม่ได้เรียน
ชอบมาก ๆ ขนาดเพลงก็ฟัง อนิเมก็ดู (ความชอบส่วนตัว ฮ่า ๆ ) ตอนเห่ย ๆ ก็ยังจะหาการ์ตูนมาแปลอ่านทุกคำ
จากตอนแรกที่แค่อยากเรียน
พอยิ่งเรียนก็ยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งหาอะไรมาอ่านเพิ่ม ไปเร็วกว่าภาษาอังกฤษเยอะ
ยิ่งเรียนยิ่งบ่น "ไม่ชอบ ภาษาอังกฤษ"
เพราะมันยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย ความอยากเรียนก็ไม่มี (ครูก็ไม่ชอบ orz...)
สุดท้ายก็กลายเป็น ไม่ใช้ ไม่พูด ไม่ขวนขวาย เพลงอังกฤษไม่คิดจะฟัง หนังฝรั่งไม่คิดจะดู
ยอมรับว่าภาษาอังกฤษเราก็ไม่ได้ย่ำแย่
แต่
มีความรู้เท่าที่เรียนนั่นแหละ...
มันเลยไม่ดีขึ้น ไม่รุ่ง อยู่แค่ระดับกลาง ๆ เรียนมาหลายปีก็ยังคาอยู่แค่เท่านี้
แต่ในทางกลับกัน
ภาษาญี่ปุ่นที่ไปดั้งด้นหาโรงเรียนสอน (ตอนแรกซื้อแบบเรียนเองมาอ่านด้วยซ้ำ แต่ไม่เวิร์ค ก๊ากก)
เรียนในวิชาก็ไม่ได้เรียน
ชอบมาก ๆ ขนาดเพลงก็ฟัง อนิเมก็ดู (ความชอบส่วนตัว ฮ่า ๆ ) ตอนเห่ย ๆ ก็ยังจะหาการ์ตูนมาแปลอ่านทุกคำ
จากตอนแรกที่แค่อยากเรียน
พอยิ่งเรียนก็ยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งหาอะไรมาอ่านเพิ่ม ไปเร็วกว่าภาษาอังกฤษเยอะ
เราเชื่อว่า คนที่เรียนภาษาได้รุ่งไม่จำเป็นจะต้องแค่คนหัวดีเท่านั้น
ขอแค่"ชอบ" ขอแค่ "อยาก"
ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลว่าทำไม ก็มันแค่อยากจะเรียน
เรามันพวกที่คิดว่า "ถ้าใส่ความตั้งใจ ยังไงผลตอบแทนก็มีแต่ได้กับได้"
เราเข้าใจค่ะ ว่าภาษายิ่งเรียน ยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย
บางทีอาจจะขี้เกียจ บางทีอาจจะท้อ อาจจะแอบคิดว่า "โอ๊ยย ไม่อยากเรียนแล้วว"
ความจริงแล้ว ถ้าเหนื่อยก็พักได้ ขี้เกียจบ้างก็คงไม่แย่
ขอแค่"ชอบ" ขอแค่ "อยาก"
ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลว่าทำไม ก็มันแค่อยากจะเรียน
เรามันพวกที่คิดว่า "ถ้าใส่ความตั้งใจ ยังไงผลตอบแทนก็มีแต่ได้กับได้"
เราเข้าใจค่ะ ว่าภาษายิ่งเรียน ยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย
บางทีอาจจะขี้เกียจ บางทีอาจจะท้อ อาจจะแอบคิดว่า "โอ๊ยย ไม่อยากเรียนแล้วว"
ความจริงแล้ว ถ้าเหนื่อยก็พักได้ ขี้เกียจบ้างก็คงไม่แย่
ไม่มีภาษาไหน ยากเกินกว่าที่จะเรียนได้
ตราบใดที่ยัง "ชอบ" อยู่ เรียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รุ่งค่ะ :)
---------------------------------------------------------------
แต่งโดย leafticket.exteen.com
|
เรียนภาษายังไงให้รุ่ง |
|
|
โพสต์เมื่อ
05/02/2010 19:30
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
05/02/2010 21:28
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
05/02/2010 23:32
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
08/02/2010 11:22
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
02/03/2010 17:19
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
29/03/2010 14:08
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
30/05/2010 20:02
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
03/05/2011 12:53
|
0
|
|


