เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก diningwithflynn.com , เฟซบุ๊ก Dining with Flynn

          ตอนเราอายุสัก 14 ปี หากทำข้าวผัดอร่อย ๆ ได้สักจานหนึ่งก็นับว่าหรูแล้ว ทำเองกินเองชมกันเองในครอบครัวเท่านี้ก็ยิ้มจนแก้มปริ แต่ด้วยอายุที่เท่ากันนี้พ่อหนุ่มน้อย ฟลินน์ แมคแกร์รี่ จากซาน เฟอร์นานโด ในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ กลับไปได้ไกลกว่านั้นหลายเท่าตัว เขาไม่ใช่แค่พ่อครัวหัวป่าที่สำแดงเดชเฉพาะให้คนในครอบครัวได้ลิ้มชิมรสชาติเท่านั้น ฝีมือเด็กชายน่าจะเข้าขั้นทัดเทียมเชฟมือโปร เพราะด้วยฝีมือกับอายุเพียงแค่นี้ เขาได้รับเชิญให้ไปเป็นเชฟกิตติมศักดิ์ที่ร้านอาหารในย่านหรูของเบเวอร์ลีฮิลส์ ที่คิดราคาลูกค้าท่านละ  4,800 บาท และตั๋วก็ถูกขายล่วงหน้าหมดเกลี้ยงแล้วด้วย 

          หนุ่มน้อยหน้ามนคนนี้เริ่มทำอาหารเองตั้งแต่อายุ 11 ปี ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าเขาไม่ชอบอาหารที่แม่ตัวเองทำให้กินเอาเสียเลย (อ้าว) โชคดีที่แม่เขาก็เปิดใจกว้างรับฟัง ไม่ได้ลงโทษลูกชายด้วยการจับอดข้าว แต่กลับพาเขาไปร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือทำอาหารมานั่งศึกษาเอง เด็กชายเปิดอ่านตำราทำอาหารเล่มหนาปึ้กพลางคิดในใจว่า ดูแล้วก็ไม่น่าจะยุ่งยากอะไร และเขาสามารถทำมันได้เหมือนกัน เมื่อการค้นคว้าจากหนังสือและอินเทอร์เน็ต ผสมผสานรวมกับความมีหัวคิดสร้างสรรค์ที่เด็กชายมี และการสนับสนุนของครอบครัว ฟลินน์ก็ยิ่งรุดหน้าในทักษะการทำอาหารมากขึ้น จากเริ่มแรกทำกินเอง ก็กระเถิบมาเป็นทำให้คนในครอบครัวกิน

          ต่อมาก็ริเริ่มเปลี่ยนบ้านตัวเองเป็นร้านอาหารขนาดเล็กในชื่อ Eureka (ยูเรก้า) ที่จะเปิดรับแขกเพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อแบ่งปันความอร่อยให้คนอื่น ๆ ได้ลิ้มชิมรสบ้าง รวมทั้งตัวพ่อหนุ่มน้อยเองก็จะได้ทดลองฝึกทักษะและสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ ๆ ด้วย โดยตัวเขาก็ยังคงศึกษาเพิ่มเติมไม่หยุด และได้เรียนคอร์สทำอาหารแบบออนไลน์กับเชฟดัง ๆ อีกต่างหาก และในที่สุดความสามารถก็เข้าตากรรมการ ฟลินน์ถูกร้านอาหารดัง ๆ จีบไปเป็นเชฟรับเชิญอยู่บ่อย ๆ โดยครั้งที่ถือว่าเป็นงานหนักที่สุดของเขา คือการเตรียมอาหารสำหรับ 120 คนเลยทีเดียว 





          นอกจากหน้าที่ในการปรุงอาหาร และตกแต่งอาหารให้น่าเสิร์ฟน่ากินของฟลินน์แล้ว เขาก็ยังทำหน้าที่ของเชฟเก่ง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มตั้งแต่ดีไซน์อาหาร หาเครื่องปรุงส่วนผสมที่ลงตัว และออกไปตระเวนเลือกสรรคัดหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง อย่างล่าสุดที่ได้รับเชิญเป็นเชฟที่ร้านอาหาร BierBeisl ในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ ซึ่งมีจำนวนแขก 40 คน และกำลังจะจัดขึ้นในคืนวันพุธนี้ (30 มกราคม) ฟลินน์ ก็ได้เริ่มทำงานออกสำรวจตลาดหาวัตถุดิบตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมาเลยทีเดียว 

          ทางด้านนางเม็ก แมกแกร์รี่ ผู้เป็นแม่และไม่พิสมัยในการทำอาหารเท่าใดนัก กล่าวว่า เธอภูมิใจที่ลูกชายค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง และทุ่มเทเต็มที่ในสิ่งที่เขาสนใจ ซึ่งเธอและสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวก็ให้การสนับสนุนกับฟลินน์เต็มที่ แม้ว่าสำหรับร้านอาหาร Eureka เธอจะมีหน้าที่เหมือนเป็นแค่ผู้จัดการร้านกับคนล้างจานเท่านั้นก็ตาม 

           ถ้ามีโอกาสได้ลิ้มชิมรสอาหารฝีมือเชฟหนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้บ้างก็จะดียิ่งนัก ว่าแล้วก็ไปฝึกทำกับข้าวบ้างดีกว่า เผื่อจะเก่งอย่างเขาบ้าง :P