ศูนย์วิจัยธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รายงานวิจัยเรื่อง ภาวะการมีงานทำของบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2552

จัดทำโดย ศูนย์วิจัยธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

รายงานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจภาวะการมีงานทำของบัณฑิต โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลจากบัณฑิตในวันฝึกซ้อมย่อยพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 8สิงหาคม 2552 และเก็บเพิ่มเติมอีก 7 ชุดในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม2552 เป็นบัณฑิตหลักสูตรภาคภาษาไทย จำนวน 464 คน และบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ จำนวน 96 คน รวมเป็นกลุ่มตัวอย่าง 560 คน จากบัณฑิตทั้งหมด 561 คน หรือคิดเป็น 99.82% ของบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาทั้งหมด และคิดเป็น 96.05% ของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในรุ่นนี้

ผลจากการศึกษาพบว่า

1. บัณฑิตเริ่มหางานและสมัครงานตั้งแต่ศึกษาอยู่ (68.39%) รองลงมาคือเริ่มหางานและสมัครงานหลังจบการศึกษา (26.61%) และยังไม่เคยหางาน/สมัครงานเลย (5.00%) มีข้อน่าสังเกตว่าบัณฑิตภาควิชาการบัญชีทั้งหลักสูตรภาคภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติเริ่มหางานและสมัครงานตั้งแต่ศึกษาอยู่ถึง 93.81% และ88.57% ตามลำดับ

 

2. บัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ.2552 มีร้อยละของการมีงานทำทั้งสิ้น 80% ศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อในประเทศ 2.86% ศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อต่างประเทศ 4.46% (รวมเป็นกลุ่มที่ศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อทั้งสิ้น 7.32%) สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ทำงานมี 12.68% อย่างไรก็ตาม บัณฑิตภาควิชาการบัญชีทั้งหลักสูตรภาคภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ มีร้อยละของการได้งานทำเกินกว่า 90% (97.94% และ 91.43%) ขณะที่บัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตสาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ และบัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาคภาษาไทย มีร้อยละของการมีงานทำอยู่ระหว่าง 50 – 60% (56.00%, 57.14% และ 59.26%)

 

3. หากคำนวณตาม สมศ. โดยพิจารณาเฉพาะผู้มีงานทำ และผู้ไม่มีงานทำ โดยตัดกลุ่มที่ศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อออก พบว่า บัณฑิตคณะพาณิชย์ฯ มธ. มีร้อยละของการมีงานทำทั้งสิ้น 86.32% โดยบัณฑิตสาขาวิชาบริหารอุตสาหการและปฏิบัติการมีงานทำทุกคน (100.00%) รองลงมาคือภาควิชาการบัญชี หลักสูตรภาคภาษาไทย (98.45%) ภาควิชาการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ (96.97%) และภาควิชาการเงิน หลักสูตรภาคภาษาไทย (90.24%) ตามลำดับ

 

4. ผู้วิจัยได้หาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเกรดที่บัณฑิตได้รับกับการมีงานทำ โดยทดสอบด้วยχ2 − test พบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% เมื่อพิจารณาจากตารางไขว้ พบว่า กลุ่มที่ได้เกรดเฉลี่ยระหว่าง 3.51-4.00 มีร้อยละของการได้งานทำสูงกว่ากลุ่มที่ได้เกรดเฉลี่ยในระดับที่น้อยกว่า จากนั้นผู้วิจัยได้ทดสอบความแตกต่างระหว่างเกรดเฉลี่ยที่บัณฑิตได้รับจริงกับการมีงานทำโดยใช้สถิติ

ศูนย์วิจัยธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ IIOne-Way ANOVA พบว่า บัณฑิตกลุ่มที่ได้ทำงาน กลุ่มศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อ และกลุ่มที่ไม่ได้ทำงาน มีคะแนนเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยจึงได้ทำการเปรียบเทียบเชิงซ้อน พบว่า กลุ่มบัณฑิตที่มีงานทำมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มบัณฑิตที่ศึกษาต่อ/เตรียมตัวศึกษาต่อและกลุ่มบัณฑิตที่ยังไม่ได้ทำงานอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ขณะที่กลุ่มบัณฑิตที่ศึกษาต่อ/เตรียมศึกษาต่อ มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มบัณฑิตที่มีงานทำและสูงกว่ากลุ่มบัณฑิตที่ยังไม่ได้ทำงานอย่างไม่มีนัยสำคัญ

 

5. ในกลุ่มบัณฑิตที่ยังไม่ได้ทำงาน จำนวน 71 คน ได้ระบุเหตุผลที่ยังไม่ได้ทำงาน 81 คำตอบ พบว่ากำลังรอคำตอบจากบริษัท (33.33%) ยังหางานที่เหมาะสมกับความต้องการไม่ได้ (24.69%) ยังไม่ประสงค์จะทำงาน ต้องการพักผ่อน (22.22%) บริษัทตอบปฏิเสธ (4.94%) ได้งานไม่ถนัด (3.70%) ไม่มีตำแหน่งว่างตรงกับสาขาที่เรียน (2.47%) ได้เริ่มทำงานแล้วและออกแล้ว (2.47%) และอื่นๆ (6.17%) ตามลำดับ

 

6. บัณฑิตได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการทำงานในแต่ละหมวดวิชามีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.28–4.34 โดยบัณฑิตได้ใช้ความรู้ในหมวดวิชาเอกในการทำงานปัจจุบันมากที่สุด (Mean = 4.34)ซึ่งบัณฑิตที่ตอบว่าใช้ในระดับมากที่สุดมี 55.80% รองลงมาได้ใช้ความรู้ในหมวดวิชาโท (Mean = 3.52) วิชาเลือกเสรี (Mean = 3.32) และวิชาพื้นฐาน (Mean = 3.28) หากพิจารณาวิชาโดยรวมตลอดระยะเวลาของหลักสูตร พบว่า บัณฑิตได้ใช้ความรู้ที่ได้รับจากวิชาโดยรวมตลอดระยะเวลาของหลักสูตรในการทำงานในระดับ3.88 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน

 

7. ในกลุ่มบัณฑิตที่ได้งานทำ จำนวน 448 คนนั้น บัณฑิตส่วนใหญ่ทำงานตรงกับภาค/สาขาวิชาที่ตนเรียนมา (83.41%) โดยบัณฑิตภาควิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่มีร้อยละของการทำงานตรงกับภาควิชาที่เรียนมาทุกคน (100.00%) รองลงมาคือภาควิชาการบัญชี หลักสูตรภาคภาษาไทย (96.84%) ภาควิชาการบัญชีหลักสูตรนานาชาติ (87.50%) ภาควิชาการเงิน หลักสูตรนานาชาติ (81.82%) และภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาคภาษาไทย (81.25%) ตามลำดับ

 

8. บัณฑิตที่ได้งานทำนั้น พบว่า บัณฑิตได้งานทำก่อนจบการศึกษา 53.48% และได้งานทำหลังจบการศึกษา 46.52% เป็นที่น่าสังเกตว่าบัณฑิตภาควิชาการบัญชีทั้งหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรภาคภาษาไทย ได้งานทำก่อนจบการศึกษาเกินกว่า 80% (87.50% และ 82.63%) ในขณะที่บัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง ได้งานทำหลังจบการศึกษา 86.49% โดยบัณฑิตส่วนใหญ่ไปสมัครด้วยตนเอง (48.72%) รองลงมาสมัครผ่านหน่วยงานที่มารับสมัครที่มหาวิทยาลัย (28.49%) สมัครผ่านผู้แนะนำอื่นๆเช่น ญาติ เพื่อน อาจารย์ เป็นต้น (9.04%) สมัครกับธุรกิจของครอบครัว (5.89%) สมัครผ่าน Internet/Website(4.13%) สมัครผ่านหน่วยแนะแนวของคณะฯ (2.36%) Roadshow (0.79%) และอื่นๆ (0.59%) ตามลำดับ

 

9. บัณฑิตที่ได้งานทำก่อนจบการศึกษา จำนวน 240 คน เมื่อถามว่าได้งานทำก่อนจบการศึกษากี่เดือนมีผู้ไม่ตอบข้อนี้ถึง 44 คน สำหรับผู้ที่ตอบจำนวน 196 คน พบว่า ส่วนใหญ่ได้งานทำก่อนจบการศึกษา 1 เดือน(Mean = 4.01 เดือน, Mode = 1 เดือน, SD = 2.70 เดือน) และบัณฑิตที่ได้งานทำหลังจบการศึกษา จำนวน 208คน นั้น เมื่อถามว่าได้งานทำหลังจบการศึกษากี่เดือน มีผู้ไม่ตอบข้อนี้ถึง 53 คน สำหรับผู้ที่ตอบจำนวน 155คน พบว่า ส่วนใหญ่ได้งานทำหลังจบการศึกษา 2 เดือน (Mean = 2.44 เดือน, Mode = 2 เดือน, SD = 1.84 เดือน)

 

10. งานที่บัณฑิตทำในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ได้เป็นงานแรก (94.64%) สำหรับผู้ที่เปลี่ยนงาน พบว่าส่วนใหญ่เปลี่ยนงานมาสองครั้งแล้ว 54.17% รองลงมาเปลี่ยนงานครั้งแรก 33.33% และเปลี่ยนงานเป็นครั้งที่สาม 12.50% ทั้งนี้เนื่องจากต้องการความมั่นคงในหน้าที่การงาน (24.24%) ต้องการอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าศูนย์วิจัยธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์III (18.18%) ต้องการตำแหน่งงานที่ดีกว่า (18.18%) ต้องการหาประสบการณ์ในการทำงานเพิ่มขึ้น (12.12%) เพื่อให้ตรงกับสาขาวิชาที่ได้ศึกษามา (9.09%) และอื่นๆ (18.18%) ตามลำดับ

 

11. บัณฑิตทำงานองค์กรที่หลากหลายกันไป โดยบัณฑิตภาควิชาการบัญชีทั้งหลักสูตรภาคภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติทำงานสำนักงานสอบบัญชีมากที่สุด บัณฑิตภาควิชาการเงิน หลักสูตรภาคภาษาไทยทำงานธนาคารมากที่สุด บัณฑิตภาควิชาการเงิน หลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาค

 

ภาษาไทย และบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง ทำงานบริษัทเอกชนมากที่สุด บัณฑิตสาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ ทำงานกิจการครอบครัวมากที่สุด บัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ ทำงานบริษัทผู้ผลิตสินค้ามากที่สุด บัณฑิตสาขาวิชาบริหารอุตสาหการและปฏิบัติการ ทำงานราชการและบริษัทเอกชนมากที่สุด บัณฑิตภาควิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ทำงานบริษัทที่ปรึกษามากที่สุด และบัณฑิตสาขาวิชาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด12. เงินเดือนที่บัณฑิตได้รับ พบว่า บัณฑิตหลักสูตรภาคภาษาไทยได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 16,712 บาทส่วนใหญ่ได้รับเงินเดือนประมาณ 18,000 บาท (Mean = 16,711.88 บาท, SD = 4,030.43 บาท, Mode = 18,000บาท) ในขณะที่บัณฑิตหลักสูตรนานาชาติได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 20,121 บาท ส่วนใหญ่ได้รับเงินเดือนประมาณ20,000 บาท (Mean = 20,120.69 บาท, SD = 4,233.65 บาท, Mode = 20,000 บาท) โดยบัณฑิตที่ได้รับเงินเดือนต่ำสุด 7,500 บาท เป็นบัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาคภาษาไทย โดยคัดเลือกผ่านโครงการเรียนดีจากชนบท ทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป อยู่บริษัท โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จำกัด และบัณฑิตที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 50,000 บาท มีจำนวน 1 คน เป็นบัณฑิตภาควิชาการเงิน หลักสูตรภาคภาษาไทย โดยสอบผ่านรับตรงของคณะ ทำงานเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร (กิจการครอบครัว)

 

หากเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2551 แล้ว พบว่า เงินเดือนเฉลี่ยของบัณฑิตรุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2552ต่ำกว่าเงินเดือนเฉลี่ยของบัณฑิตรุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2551 ประมาณ 590.55 บาท ขณะที่เงินเดือนส่วนใหญ่ (Mode) ของบัณฑิตรุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2552 เท่ากับเงินเดือนส่วนใหญ่ของบัณฑิตรุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2551 ดังนี้

เงินเดือน                                2550         2551             2552            เพิ่มขึ้น/ลดลง
เงินเดือนเฉลี่ย (Mean)          17,282.45  17,766.54    17,175.99       -590.55
เงินเดือนส่วนใหญ่ (Mode)     16,000       18,000.00     18,000.00            0.00
เงินเดือนต่ำสุด                    8,600          7,680.00       7,500.00      -180.00
เงินเดือนสูงสุด                   70,000       50,000.00     50,000.00            0.00

หมายเหตุ ในการคำนวณค่าเฉลี่ยเงินเดือนของบัณฑิตรุ่นที่รับปริญญาในปี พ.ศ. 2551 ได้ตัดค่าสูงผิดปกติคือ 125,000บาท (1 คน) ซึ่งเป็นบัณฑิตภาควิชาการเงิน หลักสูตรนานาชาติออก สำหรับปี พ.ศ. 2552 ไม่ได้ตัดค่าผิดปกติออก

 

13. รายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือนที่บัณฑิตได้รับในปัจจุบัน (เงินเดือนประจำ รวมค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ค่าเช่าบ้าน และอื่นๆ) พบว่า บัณฑิตได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 18,404 บาท ส่วนใหญ่ได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 18,000 บาท (Mean = 18,403.80 บาท, SD = 5,194.07 บาท, Mode = 18,000 บาท) หากแยกพิจารณาศูนย์วิจัยธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

IV

ตามหลักสูตร พบว่า บัณฑิตหลักสูตรภาคภาษาไทยได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 17,835 บาท ส่วนใหญ่ได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 18,000 บาท (Mean = 17,835.11 บาท, SD = 4,889.85 บาท, Mode = 18,000 บาท) ในขณะที่บัณฑิตหลักสูตรนานาชาติได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 22,012 บาท ส่วนใหญ่ได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน 20,000 บาท (Mean = 22,012.07 บาท, SD = 5,645.18 บาท, Mode = 20,000 บาท) โดยบัณฑิตที่ได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือนต่ำสุด 7,940 บาท เป็นบัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาคภาษาไทย ซึ่งมีรายได้รวมเฉลี่ยเท่ากับเงินเดือนที่ตนได้รับ และบัณฑิตที่ได้รับรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือนสูงสุดอยู่ที่ 62,800 บาท เป็น

บัณฑิตภาควิชาการตลาด หลักสูตรภาคภาษาไทย (เงินเดือนประจำ 19,000 บาท + ค่าเบี้ยเลี้ยง 1,200 บาท + ค่าน้ำมัน 20,000 บาท + ค่าเช่าบ้าน 16,000 บาท + อื่นๆ 6,600 บาท)

 

14. ปัญหาและอุปสรรคในการสมัครเข้าทำงาน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านตัวบัณฑิตผู้สมัครงานเอง(62.67%) อาทิเช่น ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน (40.61%) ภาษาอังกฤษ/ต่างประเทศไม่ดี (23.82%) ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่จะสมัคร (15.88%) เลือกงาน (11.91%) เป็นต้น รองลงมาคือไม่เป็นที่รู้จักของตลาดแรงงาน (33.63%) สาขาวิชาที่เรียนจบไม่เป็นที่ต้องการ (1.93%) สภาพเศรษฐกิจที่มีการจ้างงานน้อยลง (1.33%)และอื่นๆ (0.44%)

 

15. บัณฑิตประสงค์อยากให้คณะฯ มีส่วนช่วยในการสมัครงานโดยจัดกิจกรรมต่างๆ ให้มากขึ้น เช่นประชาสัมพันธ์และเป็นศูนย์กลางในการรับสมัครงาน (27.40%) ส่งเสริมภาพพจน์ของคณะฯ ในด้านการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจแก่หน่วยงาน (18.82%) จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และความสามารถพิเศษให้นักศึกษา (16.68%) จัดตลาดนัดแรงงานที่คณะฯ/มหาวิทยาลัยให้มากขึ้น (13.22%) เผยแพร่ลักษณะของวิชาที่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในตลาดแรงงานให้นายจ้างทราบโดยทั่วไป (13.15%)มหาวิทยาลัยควรออกใบรับรองให้รวดเร็ว (10.03%) และอื่นๆ (0.69%)

 

Credit   http://www.tbs.tu.ac.th/th/home.rails  และคุณ  Zhenya 
ถาพพี่พี่หมี จาก FourBear