แชร์+แนะแนว ประสบการณ์ สอบตรง Admissions GAT/PAT 7วิชาสามัญ O-NET

1  MRS LONG SUWA    29/04/2556 - 02:35:40
2  นาย สุดใจ นานอก   29/04/2556 - 02:40:42
3 นายสัฟวัน แปเราะ      29/04/255602:45:18
4 นางสาว จริยาพร จงดี   29/04/2556  02:47:09
5 นาย กชโชค ชเลิศเพ็ชร์ 29/04/2556 - 02:49:09
6 นางสาว พัชริดา บุญพิเศษ 29/04/2556 - 02:50:49
7 น.ส.ภัทรภร ขรรค์เ   29/04/2556 - 02:52:51
8 นาง อนงค์ ทาทิวัน   29/04/2556 - 02:55:48

 


ติดต่อขอรับของรางวัลโดย ส่งเลขที่บัญชี  ชื่อ  UserName + Password  
จะให้ดีขอธนาคารไทยพาณิชย์ นะ  มาที่ mynamekla@hotแมว.com

รางวัล   เงินสด  1000 บาท   1 รางวัล  : คนกด like เยอะสุดจ้า 
ได้แก่  dododo

รางวัล เงินสด 500 บาท  10 รางวัล

1 smildd
2 ta na
3 kwwk  
4 vincentvankok
5 superoam
6 smildx
7 arinaangle
8 infinghtforsi
9 bubblebee
10 safwan_23114
 

 


โดยขอยกตัวอย่างหัวข้อเป็นแนวทาง หรืออาจจะเล่าตามแนวตัวเองก็ได้ครับไม่ได้บังคับ

+ ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน
+ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
+ จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้
+ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สอบตรง หรืออะไรก็เพิ่มเติมมาได้เลยจ้า

ระยะเวลาในการลงบทความ  22 มีนาคม ถึง 22 เมษายน 2556

รางวัล   เงินสด  500 บาท   10 รางวัล  : ตามใจ Admin เลือก
รางวัล   เงินสด  1000 บาท   1 รางวัล  : คนกด like เยอะสุดจ้า
รางวัล  พิเศษ หมากินเหรียญ   2 รางวัล  ตัวแรกแจก 31 มีนาคม , ตัวสอง  7 เมษายน

เข้าไปอ่านแนะแนวจากปีก่อนได้ที่ http://www.unigang.com/Article/10873

ตัวอย่าง บทความที่รุ่นพี่ได้ทำไว้ปีก่อน โหวตอันดับหนึ่ง  44 คะแนน !!


 

โดย ralarulu  
บางครั้งการผิดหวังในชีวิต มันก็ทำให้คนเราแข็งแกร่งได้ว่ามั๊ย ?

เคยมีครูท่านหนึ่งบอกกับนักเรียนของเค้าว่า ถ้าเธอเข้าไปอยู่ในมช.เธอก็จะเห็นว่าดอยสุเทพสูงที่สุดแต่ถ้าเธอออกมาไม่กี่ก้าวเธอก็จะเห็นว่าดอยปุยสูงกว่านั้น ขอบคุณสำหรับคำพูดนี้ที่ทำคนๆหนึ่งเปลี่ยนความคิดของเค้าไปได้ จากที่เคยอยากจะเข้าแต่มช. นั่งร้องไห้สำหรับความผิดหวังที่มันเกิดขึ้น ให้พี่ได้ลุกขึ้นมาสู้และได้เห็น ได้รู้อะไรหลายๆอย่าง  ต้องขอบคุณจริงๆที่ไม่มีโควตาให้คนคนนี้ได้ไปอยู่ ณ ตรง นั้น เพราะมันไม่ได้ทำให้พี่ท้อกลับทำให้พี่อยากเป็นแพทย์ เป็นแพทย์ที่ดีของสังคม อาจไม่ใช่แพทย์ที่เก่งที่สุด แต่ก็จะเป็นแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด   ดราม่ามาก เปลี่ยนอารมณ์ดีกว่า

เริ่มเลย ยยยยย

1.แพทย์ขอนแก่น mdx        แทบจะไม่ได้อ่านไปเลยก็ว่าได้คนสอบ เยอะมากสังคมโหดอ่ะดูรูปไม่ออกมีแนวข้อสอบเป็นหนังสือพ่อซื้อมาให้จากมข.จะพิมพ์ให้ทั้งเล่มมันก็เหนื่อยนะน้อง ฮิ๊ๆ เดี๋ยวทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกันนะ   ตัวตัดกันก็ คณิต อังกฤษ อ่ะ

2.gat pat                              ต้องทำโจทย์เยอะๆ คิดว่าครั้งแรกกับครั้งที่สองยากง่ายพอๆกันแต่พี่ทำครั้งที่สองได้ดีกว่าอาจเป็นเพราะ อ่านมามากกว่า เจ็บมามากกว่า ยังงงง

3.โควตามช.                          หาซื้อได้ตามสุริวงศ์ ดวงกมล ระวังเฉลยผิดเยอะมากอ่ะ ดูดีๆ นะ หนังสือเฉลยฟิสิกส์แนะนำเล่นที่หน้าปกเป็นสีขาวดำอ่ะ เป็นเล่นที่มีแต่เฉลยฟิสิกส์ เล่นนั้น k เลย

4.7วิชาสามัญ                       ง่ายกว่าgatpat นะ รุ่นพี่เปลี่ยนแนวเสียใจกับโควตา ได้คะแนนน้อย เลย ยย (ข้ออ้าง ยังงง)

5.ความถนัดทางแพทย์         จับใจความง่ายเกินคาด ทำให้เราพลาด เอิ่มมมม น้องไม่ต้องไปฝึกทำแบบของอ.กอไก่นำหน้านะมันยากไปอ่ะ พอเข้าสอบจริงง่ายกว่าตั้งเยอะ และพี่ก็ทำโจทย์เกือบทุกเล่มที่มีขายในร้านสุริวงศ์ และ ซีเอ็ด ยกเว้นเล่มสีเขียวอ่อนเล่มเดียว ที่เป็นของทันตะด้วยคะแนนออกมาก็o แต่พอมารวมกับ7 วิชาแล้วแบบเอิ่มมมม

6.onet                                   ไม่ โอ ยังงงงงงงงงง นะน้องใจเย็นๆๆ 

7.วิศวะชีวการแพทย์ ลาดกระบัง        ติดแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย ข้อสอบก็ง่ายนะ จำนวนข้อน้อยไปอ่ะ แต่ก็มีบางข้อเพื่อนบอกว่าศูนย์โอมช.ยังไม่สอนเลย ช็อก มีเกินหลักสูตรข้อหนึ่ง ส่วนข้อสอบพี่จดมาได้หลายข้อแต่ต้องใช่รูปประกอบเพราะส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้า เดี๋ยวพี่ทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกัน

8.เภสัช ศิลปากรรอบสอง    ขอบคุณศัพท์4 หน้า อ.สมศรี ช่วยได้มาก มีเกือบทุกคำ อ่ะเริ่ด ข้อสอบเคมีแอบง่าย แนวข้อสอบก็มีจดแนวมาเหมือนกันเอิ่มพูดผิด ข้อสอบเลยไม่ใช่แนว เหมือนเดิมนะ

9.ทุนแพทย์รัฐบาลรัสเซีย     ลุ้นๆ ยื่นไปแล้วยื่นเกรดอย่างเดี๋ยว +ดวง ยังไม่ค่อยมีใครร็จักทุนนี้นะที่เชียงใหม่อ่ะ  แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นได้ยินกันนานยัง นอกเหนือจากภาคกลางอ่ะ พี่ก็เอาของติดไม้ติดมือไปฝากคนดูแลเอกสารด้วย 555 มีดีก็ตรงนี้ยังงงง
 
สุดท้ายนี้ ยังมี อีกสนามหนึ่งให้พี่ได้ประลองเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริงให้ได้ รังสิต ต้นไม้หลากสี รอฉันก่อนนะ
แนะนำหนังสือ


  • ตะลุยโจทย์แม่อุ๊ (สำหรับ pat อ่านครู กุ๊กเพิ่ม)
  • ชีวะพี่เต็นท์
  • สรุปสังคมพี่บอลเทอร์โบ อาจาร์ยปิง
  • เทอร์โบ ภาษาไทยอาจาร์ยปิง
  • คณิตsyntaxสุดยอด : )

 ตัวอย่างคำขอบคุณจาก น้องรุ่นก่อน ( ก็ ม.6 รุ่นนี้แหละ แหๆ )

  1. ความเห็นยอดนิยม

  2. dododo
    16/04/2556 10:14 | 31
    บทความนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชานะ (คนที่ต้องอ่านหนังสือเอง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง ลองอ่านบทความนี้นี้ดู อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัย) เพราะพี่ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มา พี่ก้ออยากจะเเนะนำให้น้องๆ เพื่อจะให้สอบเข้ามหาลัยที่น้องชอบ

    เข้าเรื่องเรยนะ

     ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน

    สำหรับพี่นะ พี่คิดว่า ข้อสอบก้อไม่ยากจนเกินไป เพราะข้อสอบก้อยังออกเเนวเดิมๆ เหมือนข้อสอบเก่าๆที่ผ่านมา ทำโจทย์ 5 ปี ก้อเอาอยู่เเร้ว ถ้าน้องเตรียมตัวดี น้องก้อน่าจะทำข้อสอบได้เเค่จับจุด ของข้อสอบให้ได้ เเค่นั้นเอง (น้องต้องฝึกบ่อยๆนะ) วันละ5 ข้อก้อได้ ทำขณะที่เรานอนดูทีวี ก้อยังได้เรย (พี่ก้อทำ อิอิ) 
     + ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
    การเตรียมตัวของพี่นะ พี่จะอ่านเนื้อหาทีละเรื่องๆ เเร้วก้อทำโจทย์ทีละเรื่อง เพราะมันจะยังมั่ยยากมาก เเร้วพอทำโจทย์ทีละเรื่องเสร็จ เราก้อลองหัดทำโจทย์จากข้อสอบเข้ามหาลัยต่างๆ ลองดู ซึ่งช่วงเเรกๆ อาจจะยากนิดนึง เเต่ถ้าน้องพยายามพี่ว่าน้อง ทำได้นะ!! การอ่านหนังสือ พี่เเนะนำว่า น้องไม่ต้องเคร่งเครียดมากเกินไป เดี๋ยวมันอาจจะไม่เข้าใจ น้องลองใช้วิธีของพี่ดูได้นะ พี่จะอ่านเวลาดูทีวีไปด้วย อ่านทีละน้อยๆ เเร้วพยายามทำความเข้าใจ จะพยายามไม่จำ เพราะอีกน่อยก้อลืม อ่านเเบบทีละน้อยๆ บ่อยๆ ก้อจบเอง เเร้วก้อจะจบอย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะ 

     + จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้


    ข้อสอบที่พี่เจอถึงกับ ชอค!! เป็นข้อสอบ ศิลปะ 555
    ถามว่า ต้องการปลูกฝังความเป็นไทย ต้องดูละครเรื่องใด
    1 ขุนศึก
    2 สี่เเผ่นดิน
    3 ดอกส้มสีทอง
    4 เเรงเงา
    5 กี่เผ้า
    555+ (น้องตอบข้อไหนกัน พี่ตอบ 2 อิอิ ไม่รู้ถูกไหม เพราะ สทศ มั่ยมีเฉลยให้)
     + เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สอบตรง หรืออะไรก็เพิ่มเติมมาได้เลยจ้า
    การสอบ นะ
    จะมี GAT PAT ONET  7วิชาสามัญ  สอบตรง 
    •  
    • GAT ความถนัดทั่วไป (ภาษาไทย และอังกฤษ) อันนี้น้องทุกคนต้องสอบ ซึ่งน้องน้องพยายามทำ พาท ภาษาไทยหรือเเกทเชื่อมโยงให้ได้เต็ม เเร้วภาษาอังกฤษ ก้อพยายามดูศัพท์ให้มากๆนะ
    • ส่วน PAT น้องต้องไปดูในเกณการรับของคณะที่น้องอยากเข้า เเร้วน้องก้อเน้นวิชานั้นๆ ไปสอบ พี่เเนะนำว่า น้องควรจะสมัครสอบ ในวิชาที่น้องไม่ใช้ด้วย เผื่อ น้องเปลี่ยนใจ ก้อจะดั้ยมีคะเเนนไปยื่นกับเขา
    • PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
    • PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
    • PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
    • PAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
    • PAT6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
    • PAT7 ความถนัดทางภาษา (ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อาหรับ บาลี)
    • ONET น้องทุกคนก้อต้องได้สอบอยู่เเร้ว ซึ่งข้อสอบก้อไม่ยากมาก ถ้าเตรียมตัวมาดีๆ อาจได้เต็มนะ 555
    • 7 วิชามัญ ก้อเป็นการรับตรงทั่วประเทศ  น้องๆ ต้องไปดูในระเบียบการรับตรงแต่ละมหาวิทยาลัย ว่าคณะที่เราจะเข้า เขาได้มากำหนดให้สอบวิชาไหน ส่วนมหาวิทยาลัยไหนไม่กำหนด ก็ไม่ต้องสอบ
    • สอบตรง ก็เป็นการเปิดรับเองของเเต่ละมหาลัย โดยใช้ข้อสอบของเเต่ละมหาลัยเอง ถ้าเป็นไปได้ น้องต้องติดรับตรงให้ได้ จะได้ไม่ต้อง เเอด 555
    ปล.พี่หวังว่าบทความของพี่นี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่ไม่ได้เรียน กวดวิชาดังๆ ซึ่งต้องการอยากเข้ามหาลัยที่ตนเองอยากเรียน อาจจะยากมากนะ เเต่ถ้าน้องพยายาม พี่เชื่อ ว่าน้องต้องทำได้ !!!
    •  
  3. kwwk
    16/04/2556 13:21 | 30
    พี่จะขอแนะนำ ข้อสอบ GAT-PATก้อแร้วกันนะ เพราะจะดั้ยเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ
    GAT ทุกคนต้องสอบ
         รอบแรกยอมรับว่าเตรียมตัวมาไม่ดี เพราะทุ่มเวลาไปติวสอบตรงอย่างเดียว พอมารู้ตัวอีกทีก็อีกอาทิตย์ก็จะสอบแล้ว ก็เลยรีบอ่านอย่างเร็วภายในหนึ่งอาทิตย์ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ เอาข้อสอบเก่าๆมาลองทำดู เพราะยังไงๆข้อสอบมันก็จะไม่ยากไปกว่าเดิมแน่ๆ ในพาร์ทอังกฤษที่มีแต่คนกลัว จริงๆแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าเราเตรียมตัวมาดีนะครับ เท่าที่จับทางได้เนี่ย มันจะมีพวกบทสนทนาเยอะอยู่ ถ้าใครมีเวลาลองไปฝึกเกี่ยวกับพวกสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามซีรี่ย์ดูก็ได้ครับ ดูแบบเป็นซับไทยนะ จะได้รุ้ความหมายมัน ส่วนเรื่องบทความ ถามว่าทำยังไงดี เริ่มจากฝึกอ่านบทความ จับใจความมันโดนใจความมันจะอยู่ที่ชื่อเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ในย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย(ถ้ามี)ก็จะเป็นใจความของมัน ส่วนกลางๆก็จะเป็นเนื้อหาของมันนะ อย่าตอบเกินความจริงที่ไม่ได้เขียนมาในบทความ เลือกตอบข้อที่พอดีๆ เช่น บทความบอกว่า เกือบทุกคน แต่เราไปตอบทุกคน อย่างนี้เราก็ผิดนะ ฉะนั้นดูคำที่เค้าใช้ให้ดี เรื่อง Error Identification ก็ให้เราทวนเรื่องโครงสร้างให้ดี เค้าไม่วัดอะไรมาก แต่เค้าจะมีตัวหลอกล่อเยอะ ฉะนั้นฝึกทำบ่อยๆ เราจะมีดวงตาเห้นธรรมเห็นข้อผิดเอง สุดท้ายเรื่องเรียงประโยค ตรงนี้ให้เราไปดูเรื่องคำเชื่อม  (Conjunction) มาให้ดี จำมาเลยได้ยิ่งดี จำแบบเป็นกลุ่มก็ได้นะ เช่นพวกความหมายคล้ายกันก็จำมันเป็นเพลงไป พวกนี้จะช่วยเราได้ในพาร์ทนี้แหละ
    2. PAT พี่จะขอแนะนำเฉพาะ วิชาที่พี่สอบก้อแร้วกันนะ เพราะบางpat พี่ก้อมั่ยดั้ยสอบ

    -PAT1 คือความถนัดทางคณิตศาสตร์  ขอบอกว่า  ข้อสอบหินมาก
    เป็นวิชาที่หลายๆคนเข้าไปมั่วโดยเฉพาะเลยล่ะ  เพราะอะไรนะหรอ  เพราะว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวไง  ซึ่งพี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น  ฉะนั้น  อยากบอกน้องๆทุกคนว่า  ถ้าใครไม่ทิ้งแพท1 เนี่ย  ได้เปรียบมากๆ  เพราะเท่าที่พี่สอบมา 2 รอบเนี่ย  ข้อสอบมันไม่ได้ไปเอามาจากไหนเลย  เราเรียนมาแล้วทั้งนั้นอ่ะ  คือพอเห็นข้อสอบในห้องสอบพี่เสียดายมากอ่ะที่พี่ไม่ได้อ่านไป  ฉะนั้น  ข้อสอบแพท1 ไม่ยากเกินความสามารถของเราหรอก  ไม่ต้องเอาเต็ม  เอาแค่สุดความสามารถเท่าที่เราจะทำได้พอ  คืออยากย้ำว่า  อ่านไปเถอะนะเลขอ่ะ  ไม่งั้นจะเสียดายเหมือนพี่ 
       -PAT2  คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
                       (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และศักยภาพ)
       ฟิสิกส์  เคมี  ชีวะ  เรียนมายังไง  ก็ออกอย่างนั้น  ฟิสิกส์กับเคมี  ไปหาทำโจทย์เยอะๆเหมือนกับวิชาเลขนะ  ออกนอกหลักสูตรก็มีบ้าง  แต่ 80% อยู่ในหลักสูตร  เพราะฉะนั้น เ ก็บตรงนี้ให้ได้เป๊ะๆก่อน อีก 20% เป็นความรู้ทั่วๆไป  ซึ่งการที่จะทำได้หรือทำไม่ได้นั้น  ขึ้นอยู่กับความรู้ของแต่ละคน  ส่วนชีวะ  บอกได้คำเดียว "BIO-TENT" เล่มเดียว  จบ  จบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวะ PAT2 , 7 วิชา , สอบตรงเภสัชศิลปากร , สัตวแพทย์ มข  เล่มนี้เล่มเดียว "เอาอยู่" จริงๆ
      - PAT3  คือ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 
                      (เลข+ฟิสิกส์+เคมี)
       เลขไม่ยากเท่า PAT1 และฟิสิกส์+เคมีก็ไม่ยากเท่า PAT2 จ้า
    จะบอกว่าให้ไปซื้อหนังสือความถนัดทางวิศวะมาอ่านนะ  ไม่จำเป็นว่าจะต้องเล่มไหน  ใครเเต่ง  เพราะเท่าที่ดูๆมาเเล้ว  คล้ายๆกันหมด  แต่วิชานี้  ถ้าได้เรียนพิเศษก็จะได้เปรียบชาวบ้านหน่อยนึง 55+ (PAT3 N-SERIES)  ใบ้แค่นี้นะ  55+
    -PAT5
         ไม่เคยอ่านเตรียมสอบแพทครูมาก่อน ก็ยังพอทำได้อยู่ เนื้อหาข้อสอบจะออกแนวความรู้รอบตัวทั่วไป รวมถึงมีข้อสอบที่วัดบุคลิกลักษณะความเป็นครูอะไรประมาณนี้ด้วย คำแนะนำก็คืออย่าเครียดน่ะแหละ เพราะจำนวนข้อค่อนข้างเยอะ แล้วโจทย์คำถามก็ค่อนข้างยาว ฉะนั้นมีสมาธิ อย่าลอกแลก จัดการกับเวลาใ้ห้ดี
     
    ปล. ไม่มีอรัยยากเกินความสามารถเราหรอกนะ สู้ๆๆ
     
  4. a123
    22/04/2556 14:41 | 28
    เอาเป็นว่าพี่จะขอเเนะนำกวดวิชา ดีดีให้น้องๆก้อเเร้วกันคับ เพราะจะดั้ยได้เปรียบคนที่ไม่เรียน จิงๆคับ
    1.คณิตศาสตร์
        SUP'K  เรียนฮามากท้องแข็งทุกช่วงโมง  ที่นี้สูตรลัดเยอะสอนละเอียดโจทย์ทุกแบบบนโลก ย้ำทุกแบบจริงๆ
        อ.อรรณพ  แกสอนดีเราไปเรียนอ่ะ แต่เร็วมาชอบลบที่จดเร็วๆ การบ้านดี
       โอพลัส  เราฌฉยๆกับที่นี่อ่ะ พี่โอ๋ก็สอนรู้เรื่องดีอยู่
        เอ-เลเวล เปิดใหม่ของพี่แท็ปออนดีมานดีตรงที่เค้าเป็นจองเวลาเองได้
     
    2.เคมี
       เจ้าเก่าตลอดกาล  "แม่อุ๊"  น่ารักมากแกทำอะไรก็เรียนรอยยิ้มนักเรียนได้><  สอนดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แต่!!! ขอย้ำหากใครจะซื้อหนังสืออาจารย์อุ๊มาอ่านเองเราแนะนำว่าอย่า(คหสต.)เพราะแกมีเนื้อหาน้อยสรุปๆรวมแกจะอธิบายในห้องให้เด็กทำโจทย์เลย  หากซื้อมาอ่านอาจจะงงๆได้
     
    3.ชีวะ
       หมอบีม  ฮา 55555555555555555555555  สอนดีใครจะเป็นหมอแนะให้เรียนเลย
       อ.เอกฤทธิ์ ยูเรก้า ละเอียดดดดดดดดดดดดดดดดยิบ แต่! จดเองหมดจ้า มือเทียบพังT^T
     
    4.ฟิสิกส์
        แอพพลาย  พวกเทพ เรียนไปเลย
        ออนดีมาน เราชอบอันนี้นะ สอนช้าฟังไม่ทัน ย้อนได้ เรียนกับคอมส่วนตัว
        ไอเดียล  เจ้าแห่งความฮา พี่มักแกสุดยอดตลกมาก
         นีโอ  อันนี้ใครเป็นพวก ที่อดทนมากๆๆๆๆไม่หลับเราแนะให้ไปเลยสอบละเอียดทฤษฤีครบแต่ง่วง z z Z
     
    5. อังกฤษ
        ครูสมศรี  สวย  ผอม  เซ็กซี่ 5555  เราว่าแกสุดๆเลยสอนดีมากๆ ชอบแนวการสอนไม่มีทางเบื่อ
        พี่แนน  อาซิ้มของหนู>< ครูพี่แนนเทคนิคดี แกรมม่าเป๊ะมาก ใจดีสุดๆ
     
    6.สังคม-ไทย
       ดา-ว๊อง  อ.ปิงที่รักหนูรักอ.ค่ะ  เป็นครูสังคมที่สอนดีมากเสียใจที่เรียนแค่คอร์สเดียวT^T 
       ครูป๊อป  สอนแต่สังคมแต่คนนี้เนื้อหาแน่นทีเดียว

    ปล. เรียนกวดวิชาชื่อดังขนาดไหน ถ้ามั่ยทบทวนก้อ เท่าเดิม!!
  5. ta na
    16/04/2556 09:08 | 26


    (บทความนี้อาจไม่เหมือน บทความความอื่นๆๆนะ  เเต่พี่ต้องการที่จะให้ความรู้น้องในเรื่องการสอบต่างๆ เพราะน้องๆหลายคนอาจยังไม่รู้เรื่องการสอบ ต่างๆ พี่เลยจะขอ เเนะนำน้องเลยนะ 555 อาจจะไม่ตรงกับหัวข้อที่เวปไซต์กำหนด เเต่พี่ก้อไม่ได้ต้องการรางวัลหรอกนะ (ถ้าได้ก้อดีไป) เเต่อยากจะเเนะเเนวน้อง อิอิ)
    ความใฝ่ฝันของน้องๆ ม.ปลาย ทุกคน ก็คือการได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบ ในคณะที่ใฝ่ฝัน แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มันมีทางเข้ามหาวิทยาลัยได้กี่ทาง วันนี้พี่จะมาแนะนำน้องๆทุกคนนะ โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ อ้างอิงจากระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีล่าสุด (2555)

    โควต้าเรียกได้ว่า มีทุกมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ ส่วนมหาวิทยาลัยไหนมีโควต้าแบบไหนต้องติดตามตาม เว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยนะครับน้องๆ โควต้าที่มีเป็นปกติของทุกมหาวิทยาลัยก็เช่น โควต้าสำหรับน้องๆต่างจังหวัดที่มีผลการเรียนดี โควต้าสำหรับน้องๆโครงการโอลิมปิกวิชาการ โควต้าสำหรับน้องๆที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เช่น ภาษา ศิลปะ กีฬา เป็นต้น
    ส่วนใหญ่โควต้าจะมีหลายรอบนะ แต่หลักๆก็ก่อนสอบทุกอย่าง เรียกได้ว่าน้องมีมหาวิทยาลัยเรียน ตั้งแต่ยังไม่ได้สอบเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับโควต้าบางที่ มีการสอบที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง อันนี้น้องต้องติดตามข่าวสาร ระเบียบการตามเว็บไซด์มหาวิทยาลัยนะครับ

    รับตรงก็มีทุกมหาวิทยาลัยอีกเหมือนกัน บางที่จะใช้ข้อสอบวัดระดับของมหาวิทยาลัยเอง บางที่จะใช้ข้อสอบวัดระดับจากส่วนกลาง น้องจะต้องติดตามข่าวสารจากมหาวิทยาลัยว่า เกณฑ์คะแนนที่ใช้ ใช้คะแนนอะไร อย่างละกี่เปอร์เซนต์ เช่น

    คณะ / มหาวิทยาลัย เกณฑ์
    (จากปี 2555)
    คะแนนขั้นต่ำ
    วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย GAT 20%
    PAT1 20%
    PAT3 60%
    ไม่มีคะแนนขั้นต่ำ
    วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ PAT1 40%
    PAT3 40%
    สอบสัมภาษณ์ 20%
    จะต้องมีคะแนนมากกว่า 30% ของคะแนนเต็ม
    (หรือมากกว่า 90 คะแนน)

    แค่นี้ก็เป็นตัวอย่างให้น้องเห็นได้แล้วว่า เกณฑ์แต่ละมหาวิทยาลัยจะไม่เหมือนกันเลย
    ในส่วนรับตรงน้องจะสมัครกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ แต่ละมหาวิทยาลัยจะไม่ตัดสิทธิ์น้องๆที่ติดรับตรงของมหาวิทยาลัยอื่นนะครับ

    เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับน้องๆที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐ สำหรับ Admission นี้ แต่ละมหาวิทยาลัย ในคณะเดียวกัน จะใช้เกณฑ์เดียวกันในการตัดสิน โดยน้องๆจะต้องติดตามข่าวสารจาก สอท. http://www.cuas.or.th ว่าแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย จะรับน้องๆเข้าเรียนทั้งหมดกี่คน และแต่ละคณะจะใช้เกณฑ์อะไรบ้าง น้องๆสามารถดูสัดส่วนคะแนนได้จาก http://www.cuas.or.th/document/brochouradm56.pdf
    แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกอันดับคณะที่อยากเข้าก็ต้องใช้ข้อมูลทางสถิติ (คะแนนสูงต่ำ) น้องสามารถดูตัวอย่างได้จากhttp://admission.cuas.or.th/adm55mxmnbyaupt/index.html จาก Admission 2555 แต่สำหรับปีอื่นๆ สามารถดูได้จากหนังสือระเบียบการ Admission ซึ่งคะแนนในแต่ละปี จะมีการขึ้น-ลง ที่ต่างกัน เช่น คะแนนของน้อง อาจจะ Admission ปี 2552 ติด แต่ Admission ปี 2553 ไม่ติด ก็ได้ ดังนั้น ข้อมูลทางสถิติที่ทาง สอท. ประกาศออกมา เป็นแค่ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น อย่าเชื่อใจ 100% นะครับ

    น้องที่ไม่เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ ก็มีมหาวิทยาลัยเอกชนอีกหลายที่ที่รองรับน้องๆอยู่ แต่แน่นอน ค่าเทอมก็จะสูงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐแน่นอน วิธีการรับเข้า จะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย ว่าจะใช้เกณฑ์ใดในการรับน้องๆเข้าศึกษา อันนี้น้องต้องติดตามข่าวสารจากเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยนะครับ

    การเรียนอินเตอร์เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และแนวโน้มของนักเรียนอินเตอร์จะมีโอกาสการเข้าทำงานในบริษัทต่างๆที่สูงขึ้น เพราะในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้น คนเก่งอย่างเดียวนั้นไม่พอ น้องจะต้องมีความรู้ทางภาษาด้วย ซึ่งการเรียนอินเตอร์เป็นตัวการันตีระดับทางภาษาของน้องๆได้ แต่พี่ไม่ได้หมายความว่าน้องจะต้องเรียนอินเตอร์นะครับ ถ้าน้องเรียนภาคไทย จะต้องไม่ทิ้งวิชาภาษาอังกฤษนะ
    สำหรับเกณฑ์การสอบเข้าภาคอินเตอร์ ก็จะใช้สัดส่วนของคะแนนต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยการสอบนี้จะเป็นการสอบวัดระดับของนานาชาติ หรือข้อสอบภาษาอังกฤษ เช่น TOFEL, IELTS, SAT, CU TEP, CU AAT, CU ATS เป็นต้น


    1. GAT/PAT – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จากhttp://www.niets.or.th/ โดยตามปกติแล้ว จะมีการจัดสอบในช่วงเดือน ตุลาคม และมีนาคม ของทุกปี สำหรับน้องๆระดับชั้น ม.6 ขึ้นไป โดยแบ่งเป็น

    • GAT ความถนัดทั่วไป (ภาษาไทย และอังกฤษ)
    • PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
    • PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
    • PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
    • PAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
    • PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
    • PAT6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
    • PAT7 ความถนัดทางภาษา (ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อาหรับ บาลี)

    ทั้งนี้ น้องจะเลือกสมัครวิชาใด น้องจะต้องรู้ว่าตัวน้องอยากเข้าคณะใด และใช้เกณฑ์เป็นคะแนนจากวิชาไหน น้องจะได้ไม่ต้องสอบแบบหว่านแหไปหมด ที่สำคัญ การสมัครสอบ GAT PAT น้องจะต้องเป็นคนสมัครด้วยตัวเอง และเลือกสนามสอบใดก็ได้
    2. สอบวิชาสามัญ 7 วิชา – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จาก http://www.niets.or.th/ โดยตามปกติแล้ว จะมีการจัดสอบในช่วงเดือนมกราคม การสอบนี้เป็นระบบใหม่ที่เริ่มใช้ใน Admission 2555 โดยวิชาที่สอบมีดังนี้คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา โดยการสอบนี้น้องจะต้องสมัครด้วยตัวเองเช่นกัน
    3. สอบ O-NET – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จาก http://www.niets.or.th/ หรือที่โรงเรียนน้องๆเอง เพราะว่าน้องต้องสอบทุกคน และโรงเรียนเป็นผู้สมัครให้ น้องไม่ต้องสมัครเอง การสอบนี้จะสอบเฉพาะวิชาพื้นฐานทั้งหมด 8 กลุ่มสาระ คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

    1. Clearing House คืออะไร ต้องสอบไหม?

    • Clearing House เรียกว่าเป็นระบบที่รับตรงร่วมกันทุกมหาวิทยาลัย โดยแต่ก่อนน้องๆเมื่อ สอบติดโดยวิธีรับตรงแล้ว น้องจะต้องไปลงทะเบียนเป็น นิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ แต่เมื่อระบบนี้เกิดขึ้น น้องจะยังไม่ต้องลงทะเบียนในมหาวิทยาลัย แต่ สอท. จะรวบรวมรายชื่อคนที่ผ่านการคัดเลือกทุกมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม เอาไว้ และให้น้องเข้าไปกดยืนยันสิทธิ์ ว่าน้องจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยใด ทำให้มหาวิทยาลัยได้จำนวนนิสิต นักศึกษาที่แน่นอน และทำให้จำนวนคนที่ต้องรับเข้าในระบบ Admission ถูกต้องมากยิ่งขึ้น และน้องๆจะไม่มีชื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยมากกว่า 1 ที่ ซึ่งแต่เดิม ถ้าน้องมีชื่ออยู่มากกว่า 1 ที่จะต้องทำเรื่องขอลาออกจากมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องการเรียนด้วย

    2. Clearing House นี่จะต้องเข้าไปยืนยันสิทธิ์ทุกคนหรือเปล่า?

    • น้องต้องเข้าไปยืนยันสิทธิ์ทุกคนที่ติดในระบบ รับตรง และโควต้า ถ้าไม่เข้าไปยืนยันสิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์การเข้าศึกษาทั้งหมดนะครับ

    3. การเข้ามหาวิทยาลัยโดยวิธีรับตรง ใช้คะแนน GAT PAT รอบไหน?

    • ใช้คะแนนรอบ ตุลาคม ปีล่าสุด เท่านั้นครับ แต่สำหรับ Admission น้องสามารถเลือกคะแนนครั้งไหนก็ได้
  6. pan12
    22/04/2556 15:43 | 26
     เอาเป็นว่าพี่จะขอเล่าความรู้สึกของพี่ช่วงที่ประกาศผลคะเเนนก้อเเร้วกันนะ เพราะคงยังจะมั่ยมีคัยเเนะเเนวไว้ เพราะน้องจะดั้ยมั่ยเครียมตอนประกาดผล อิอิ

    ความรู้สึกพี่สอบตอนนั้นพี่ก็ว่ามันยากมากกกก คงรู้สึกเหมือนน้องๆ ม.6 ตอนนี้ !! โดยเฉพาะ PAT1 ( ในความรู้สึกของพี่นะ ) พี่อยากจะแชร์คะแนนอย่างภาคภูมิใจของพี่ รอบแรกรู้ป่าวพี่ี่ได้เท่าไหร่ 55555 .. พี่ได้ PAT 1 = 61 เอง เต็ม 300 นะครับ ( พี่เข้าใจ และภูมิใจที่มันเกิน 50 มาได้ เพราะพี่ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์เลย เรียนในห้อง เจอตัวเลข แต่ในข้อสอบออกแต่ตัวแปร 5555 กลายเป็นแปลไม่ออก T^T เพื่อนพี่ที่เก่งๆคณิตที่ติดค่ายโอลิมปิกวิชาการ บางคนยังทำ PAT1 บางข้อไม่ได้เลย มันบอกว่าโอลิมปิกง่ายกว่าเยอะ PAT1 หินมากกก ! ) วิชานี้พี่เลยปลง ..
         ส่วนวิชา GAT พี่จำได้ว่าได้ประมาณไม่เกิน 230 นะ ได้ประมาณ 220 กว่าๆนี่แหล่ะ ( เพราะพี่ก็ไม่ได้ใช้เยอะอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ) . บทความไม่ยากมาก คำตอบรู้สึกจะเป็น 20 กับ 18 คำตอบมั่ง ส่วนพาทอิ้งค์ ก็ถูๆไถ่ๆไป 555
         มาถึงวิชา PAT2 อันนี้พี่สุดเศร้าทรวงใน ตั้งไว้ 150 พี่ก็ได้ไม่ถึง 120 เลย ครับ ประมาณ 110 กว่าๆ เพราะข้อสอบมันยากกว่าที่คิดไว้เยอะ เคมีโจทย์มา 2 หน้ากระดาษบ้าง ออกเกินหลักสูตรบ้าง พี่ก็ไม่คิดล่ะ เหนื่อยอ่านโจทย์ 555 ** น้องๆอย่าเอาอย่างนะครับ !! ฟิสิกส์พี่พอทำได้นะ ได้แต่ข้อคำนวณส่วนใหญ่ ตกทฤษฎีอีก ส่วนชีวะ เปลี่ยนแนวเป็นวิเคราะห์หมดเลยยยย มีการทดลองนู้นนี่ ข้อสอบที่จะออกตรงๆตามที่เรียนมันน้อยมาก ไม่เเหมือนปี 53-54 ปีพี่ยากกว่าเยอะ. และคะแนนที่ออกมาก็น้อยตามกันไป
         ส่วนข้อสอบ PAT5 คาดหวังไว้ 200 พี่ได้คะแนนมาประมาณ 190 มั่งนะ ! ก็ถือว่าไม่ถึงเกณฑ์ แต่ก็ไม่เครียดเท่า PAT2

    *** หลังสอบเสร็จ พี่กลับบ้านมาสลบไป 1 วันเต็มๆเลยครับ สิ้นสุดสักที 5555 แต่พอตื่นขึ้นมาก็อ่านหนังสือเตรียมสอบ 7 วิชาสามัญต่อ พี่รู้สึกเปลี่ยนไปเยอะเลยในช่วงที่จะสอบหรือใกล้สอบ ไม่รู้ว่าทำไม พี่คิดว่าคงเป็นเพราะความกดดันหลายๆอย่าง ทั้งจากการสอบ จากเพื่อนๆที่เค้ามีที่เรียนกันหมดแล้ว จากพ่อกับแม่ที่คอยถามพี่ตลอดเวลาว่าอยากเรียนอะไร อยากทำงานสายไหน แต่พ่อกับแม่พี่ไม่เคยบังคับเลยนะว่าจะเรียนอะไร พี่ก็เลยไม่เครียดครับ เพราะท่านค่อยให้แต่กำลังใจ ซึ่งถึงตอนนี้ ถึงตาน้องๆที่ต้องเลือกบ้าง พี่แนะนำว่า ชอบอะไร อยากเรียนอะไรก็ทำตามที่ใจตัวเองต้องการเลยนะ คนที่มีปัญหากับพ่อแม่ ลองอธิบายให้ท่านเข้าใจดู ใช้คำพูด ห้ามใส่อารมณ์นะครับ + เลห์กลนิดหน่อย + เหตุผลที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าเราชอบจริงๆ บอกท่านไปเลยครับ น้องๆจะได้ไม่ต้องมาซิ่วทีหลัง ไม่ใช่ว่าเด็กซิ่วไม่ดีนะครับ แต่เป็นเพราะว่า  เราแค่รู้สึกว่าเราชอบ แต่ไม่ได้ชอบจริงๆ ( เพื่อนพี่เล่าให้ฟังหลายคนนะ ) เราคิดว่าเราชอบ คิดว่ามันใช่ แต่เรียนแล้วมันไม่ใช่ มันก็เรียนไม่ได้ อย่าคิดไปเองนะครับน้อง เพื่อนพี่ก็ซิ่วหลายคนเหมือนกัน ปัญหาก็มีทั้งจากเพื่อนบ้าง วิชาที่เรียนบ้าง เรื่องการเดินทางบ้าง เรื่องสถาบันบ้าง หลากหลายเหตุผลเของแต่ละคน *** 

          พี่อยากฝากน้องๆรุ่นนี้นะครับ รุ่นปี 57 ทุกๆคน รวมถึงน้องๆรุ่นต่อไปด้วยที่อ่านมาถึงตรงนี้ ( พี่บ่นให้น้องฟังมาเยอะเลย 55 )  อยากขอให้น้องๆตั้งใจอ่านหนังสือ สนามแรกผ่านไปแล้วเนาะ คงจะได้ประสบการณ์มาบ้าง อะไรที่พลาดก็กลับไปทบทวนใหม่นะครับ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ลองพยายามดู จากที่พี่เราประสบการณ์มาทั้งหมด อะไรที่มันไม่ดีที่พี่เคย น้องๆก็ไม่ต้องทำตามนะครับ 5555 มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป พี่จะตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ ให้ความสำคัญกับทุกวิชามากกว่านี้ จริงอยู่ที่การเรียนไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่การที่จะก้าวข้ามไปบนเส้นทางข้างหน้า ไปในทางที่เราต้องการ มันก็ต้องแลกมาด้วยความลำบาก ต้องเหนื่อยบ้าง เหนื่อยมากก็พัก หายเหนื่อยแล้วก็ลุยต่อ ซึ่งกว่าจะได้ในสิ่งที่หวังไว้ ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ หรือมหาลัยในฝัน .ซึ่งถ้าพี่ไม่สู้ ไม่อดทน ไม่พยายาม พี่ก็คงไม่ได้มานั่งพิมบอกน้องๆแบบนี้ พี่ผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว ซึ่งน้องๆของพี่ทุกคนก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เหมือนกันนะครับ -- ท้ายสุดจริงๆ ขอให้น้องๆทุกคน สู้ๆนะครับ ไว้พี่จะมาเล่าให้ฟังอีก 5555 ( ไม่รู้จะอยากฟังไหม แต่พี่อยากเล่า 5555 ) .... โชคดีทุกคนนะครับ

    ปล. ถ้าอยากได้คะเเนนดีๆๆ ก้อต้องกล้าที่จะทุ่มเทให้เวลา กับการอ่านหนังสือ 

39301

เข้าชม

35

ตอบกลับ

แชร์+แนะแนว ประสบการณ์ สอบตรง Admissions GAT/PAT 7วิชาสามัญ O-NET

โพสต์เมื่อ 22/03/2556 20:11 | 5
สิ่งแรกที่จะเป็น การเริ่มต้นที่ดีที่สุดของน้องๆ ไม่ว่าจะอยู่ในระดับชั้นใดเลย น่าจะเป็นการหาตัวเองให้เจอไวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามจากรุ่นพี่ การไปเข้าค่าย การศึกษาจากบอร์ดต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อน้องๆรู้แล้วว่า น้องๆต้องการจะเป็นอะไร สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ศึกษา ไม่ว่าจะเป็น มหาลัยที่เปิดรับว่ามีมหาลัยอะไรบ้าง วิชาที่เรียน วุฒิที่ได้รับ ค่าเทอมที่ต้องเสีย จบมาแล้วทำงานอะไรได้บ้าง โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ ในส่วนของตรงนี้ อยากจะให้น้องๆได้ ถามตัวเองหลายๆครั้ง ว่า มันใช่จริงหรือเปล่า เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเติมโตของน้อง ทำให้ความคิดเปลี่ยนไป ผู้ปกครอง สถานการณ์ในปัจจุบัน น้องจึงต้องคอยถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ฝากไว้นะครับเมื่อถึงเวลาแล้ว จะได้มีคำตอบที่แท้จริงสำหรับทางเดินที่จะเดิน

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
พี่เป็น นักเรียนคนหนึ่งที่ถามตัวเองตั้งแต่ ม.4 ว่าอยากเป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก ก็พอจะจับทางมาได้ 1 ทางจากค่ายที่รร.ของพี่จัดขึ้น นั่นก็คือ "จิตวิทยา" จากนั้นมาเป็นเวลา เกือบ 3 ปีที่พี่อยู่กับคำๆนี้ เมื่อพี่ขึ้นม.6 พี่ก็ได้ทำงานกับฝ่ายแนะแนว ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเรียนต่อ เป็นเหตุจำเป็นให้พี่ต้องศึกษาเกี่ยวกับคณะ เกี่ยวกับมหาลัยเพื่อที่จะได้ช่วยเพื่อนๆได้ พี่ก็เริ่มมาดูว่า จิตวิทยานั้น เปิดที่ไหนบ้าง และใช้เกณฑ์ อะไรบ้าง พี่ก็รู้ละ ว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่เปิดนั้นมีหลายมหาวิทยาลัย และเกณฑ์ ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกันทำให้พี่เริ่มตระหนักว่า พี่สมควรจะเพิ่มตรงนี้ ทำตรงนี้ให้ดีขึ้น จากนั้นพี่จึงเริ่มเสริมในส่วนที่ตัวเองขาด ไม่ว่าจะเป็น การเรียนพิเศษ การเข้าค่ายติวต่างๆ ตามทางที่พี่เลือกเดิน 

สำหรับการสอบ GAT/PAT ในการสอบครั้งที่ 1 
พี่เลือกที่จะสอบ GAT,PAT1,2,5

- แกทนั้น ถ้าทำ แกทเชื่อมโยงเต็มจะดีมากๆ 55+ ส่วนแกทอังกฤษ สำหรับพี่ พี่ใช้การทำโจทย์เยอะๆ จับแนวทางของข้อสอบที่ออกมาให้ได้
- แพท1 ก็ให้ดูเรื่องที่มันจะออก แล้วเลือกว่าเราทำเรื่องอะไรได้บ้าง ก็กดเรื่องนั้นไปเลย เรื่องที่ทำไม่ได้ไม่ต้องไปสนใจ
- แพท2 อันนี้คนถนัดอะไรก็ให้เน้นเรื่องนั้น แล้ว ก็ลดหลั่นการอ่านมาตามลำดับความถนัดจะเก็บคะแนนได้ดีกว่า อย่างที่พี่ทำคือ เน้นชีวะกับวิทย์โลก เคมีกับฟิสิกส์ไปมั่วเอา ^^
- แพท5 อันนี้ก็ แก้โจทย์มิติสัมพันธ์ เยอะๆละกัน เพราะจะทำไม่ทันกันก็ในช่วงท้ายๆนี่แหละ ส่วนต้นๆมันจะเป็นคำถามเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป อ่านรอบโลกอ่ะ น้องๆถึงจะทำได้

***ข้อคิดจากการสอบ แกทแพท รอบแรก พี่ไม่ได้สอบ แพท3 ทำให้พี่แทบจะไม่มีโอกาสยื่นคะแนนในคณะที่เกี่ยวกับ วิศวะเลย (แอบเจ็บใจเบาๆ) เพราะงั้น พี่อยากบอกน้องๆว่า มีคะแนน ถึงแม้มันจะน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีคะแนนนะครับ ^^ เพราะงั้นสมัครไปเถอะ จะน้อยยังไงก็ยังยื่นได้

ต่อมาก็สอบ 7 วิชาสามัญเนอะ
ในการสอบ 7 วิชาสามัญนั้น สนามสอบไม่ได้เปิดทุกจังหวัด ทำให้น้องๆบางคนอาจจะต้องเดินทางข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว พี่ก็เหมือนกัน ช่วงนั้นน้องๆอาจจะเพลียเกี่ยวกับการเดินทางเพราะฉะนั้น รักษาสุขภาพดีๆนะครับ และ การสอบจะเป็นการสอบวิชาละ 2 ชม. พัก 1 ชั่วโมงครึ่ง อยากให้น้องๆจัดการกับเวลาดีๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การพักกลางวัน การรับประทานอาหาร เพราะจะไม่ทันเอา ^^
ในการสอบ ก็แยกออกเป็น 7 วิชา ไทย คณิต อังกฤษ สังคม ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

- ภาษาไทย ในส่วนนี้จะเป็นการ วิเคราะห์เกือบจะ 100 % กันเลยทีเดียว หลักภาษาแทบจะไม่มี ถ้าจะอ่านก็อ่านพอให้เข้าใจ แล้วไปวิเคราะห์ข้อสอบกันเลย ^^
- คณิต พี่ก็ทำไม่ได้อีกนั่นแหละ 555+ แนะนำเหมือนเดิม อ่านเรื่องที่ตัวเองถนัด จะได้เก็บคะแนนได้
- สังคม อันนี้ก็อยู่กับน้องๆ ว่าเลือกที่จะติว หรือ จะอ่านหนังสือเอง เพราะออกมาค่อนข้างจะตรง (มันออกครอบจักรวาลอ่านยังไงก็มีออก)
- ภาษาอังกฤษ ข้อความยาวมาก 555 ถ้าพอมีพื้นฐานพอจะทำได้ ก็มีข้อแนะนำข้อเดียว คือ ทำให้ทัน >.,<b เท่านั้นจริงๆ
- วิทย์ ขอรวมเลยละกัน 55+ เพราะพี่แนะนำได้แค่ ชีวะ สำหรับชีวะ ข้อสอบเยอะมาก ออกมาถึงกับทรุดเลยทีเดียว ข้อสอบออกค่อนข้างจะลึกพอสมควร ข้อไหนทำได้ทำเลย ข้อไหนไม่ได้ ก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวจะทำไม่ทัน ส่วน ฟิสิกส์ กับ เคมี สู้ๆนะน้อง พี่ทำไม่ได้จริงๆ 555+

ต่อมาก็โอเน็ต
แต่ละวิชา ออกไม่ยาก (ถ้าข้อสอบไม่ผิดพลาดนะ #ฮา) อ่านไปดีๆทำได้หมดเลยจริงๆ ^^
- คณิต อ่านพื้นฐานไปก็พอจะทำได้จนหมดเวลาอ่ะครับ เพราะมันจะมีข้อที่เราทำได้แน่ๆ และข้อที่พอทำได้ ก็ทำไปจนหมดเวลา ไม่ถึงกับทำไม่ได้จนเราต้องหมอบ 555+
- วิทย์ อันนี้ก็จะแยกเรื่อง ออกไม่ยากเท่าไร พี่ไม่ถนัดฟิสิกส์ กับ เคมียังพอทำได้เลย อ่านโจทย์ดีๆมันจะมีคีย์เวิร์ด พอให้เรามั่วได้ ชีวะออกครอบคลุมนะ อ่านไปดีๆ ทำได้ครบเลย ^^
- ภาษาไทย ก็ออกวิเคราะห์แหละ 55+ อ่านเป็นพื้นไป แล้วไปนั่งวิเคราะห์ข้อสอบเอา ไม่งั้นมันจะเสียเวลา
- อังกฤษ อันนี้ในพาร์ทที่ยากหน่อยก็คงจะเป็น ERROR 55+ เพราะ เราต้องหาจุดผิด แล้วก็แก้ให้มันถูก ส่วนเรื่องความยากของส่วนอื่นไม่เท่าไรนะครับ คำศัพท์ ยากปานกลาง เตรียมตัวดีก็ทำได้อยู่แล้ว
- สังคม ก็ออกครอบจักรวาลเหมือนเดิม #ฮา อยู่ที่น้องๆจะเลือกวิธีเตรียมตัวครับ ใช้ได้เหมือนกัน ^^
- สุขศึกษา,ศิลปะ,การงานฯ อันนี้พี่พยายามแล้ว พยายามหาแล้วว่าจะอ่านจากที่ไหน แต่พี่หาไม่เจอจริงๆ (ไม่รู้ว่ามันไม่มี หรือ พี่หาไม่ดีนะ 55) ก็ถ้าประสบปัญหาเหมือนพี่ น้องไม่ต้องอ่านครับ 55+ ใช้ความรู้ที่มี และที่เคยเจอในชีวิตประจำวัน ไปแก้โจทย์เอาในข้อสอบเลย 555+

***ข้อคิดจากโอเน็ต อันนี้น้องๆต้องสอบทุกคน และ พยายามทำคะแนนให้ดีๆนะครับ เพราะว่าน้องๆจะมีสิทธิสอบได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น พลาดแล้วพลาดเลยไม่สามารถกลับมาสอบได้ และที่สำคัญในการ แอดมิชชั่นยังมีคะแนนถึง 30% เยอะไปไหน TwT ทำโอเน็ตดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ เชื่อพี่ #ฮา

และอันสุดท้าย แกทแพทรอบ 2
ความยากง่ายไม่ค่อยต่างจากการสอบรอบแรกสักเท่าไร ถ้าทำครั้งแรกดีๆ ครั้งที่ 2 ก็ไม่ค่อยกดดันครับ :))

*** สุดท้าย ฝากอะไรเล็กๆน้อยๆ
ถ้าน้องๆฝันอยากจะเป็นอะไร พี่อยากให้น้องๆตั้งความฝันนั้นให้สูงๆ อย่าไปกลัวว่าเราจะไปไม่ถึง ในการสอบแต่ละครั้ง ในแต่ละการก้าวเดิน น้องอาจจะมีอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นทำคะแนนไม่ดี สอบตรงไม่ติด ยื่นคะแนนไม่ผ่าน ตกสัมภาษณ์ พี่ขอให้น้องอย่าท้อ เพราะถ้าน้องท้อปุ๊บ มันจะเฟล ไปเลย พี่อยากให้เอาเวลาที่น้องจะท้อนั้น มาเตรียมตัวสำหรับการสอบครั้งต่อไปมากกว่า เชื่อพี่ เวลาช่วงม.หก ผ่านไปเร็วมากๆ สอบไปสอบมา อ่าว ถึงเวลายื่นแอดมิชชั่นแล้ว ถ้าน้องท้อไปจนทำให้ทำข้อสอบไม่ดี น้องแย่แน่ครับ เพราะงั้น สู้ๆ จำไว้ ตั้งเป้าหมายให้สูง และ อย่าย่อท้อ ไฟต์ติ้งครับ เด็กแอด 57 (ยาวไปจะมีใครอ่านไหม 555+)
โพสต์เมื่อ 22/03/2556 20:16 | 3
ทุกอย่างมันพลิกได้ด้วยมือเรา (อันนี้ขอเล่านะค่ะ เพราะหัวข้อไม่ตรง อิอิ แต่อยากได้หมากินเหรียญ 5555) มาเล่าประสบการณ์จริงขอเด็กม.6ที่ไม่เหมือนใคร เป็นเด็กที่ต้องเข้ามหาลัยปีนี้เหมือนกับคนอื่นๆ และมีความฝันเล็กๆว่าอยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปญี่ปุ่น แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเป็นเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษไม่เก่งเคยได้ไข่ฟองหนึ่งมาแล้วตอนม.ปลาย 555 แต่มีความพยายามเพื่อความฝัน :) ตอนม.5ไปสอบทุนเลือกประเทศได้สามอันดับก็เขียนไปอย่างเดียวว่าญี่ปุ่น พอประกาศผลก็ได้แต่เจอสึนามิเข้าเลยเป็นอันยกเลิก ร้องไห้เลยแบบได้แล้วก็โดนฉกกลับไป ผู้ใหญ่ก็บอกให้ไปป.โท แต่อยากไปแบบใช้ชีวิตในโรงเรียนญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไร ซึมเลยหลังจากนั้น ทำอะไรก็ไม่ค่อยจะกระตือรือร้น แต่ก็ไม่ยอมไปสอบอีกรอบทั้งเพื่อนและครูก็งงสิ หล่อนจะเอ็นปีนี้แล้วน่ะ!! ตอนนั่นยังไม่เข้าช่วงรับตรงก็ไม่สนเพราะอยากไปให้ได้ สอบเสร็จก็รอประกาศก็ไปสอบรับตรงครุอาร์ต จุฬาฯ เพราะเป็นคนสนใจระบบการเรียนการสอนและเรียนเอกศิลป์-ศิลป์ แนวข้อสอบจะวิเคราะห์และความรู้ทั่วไปเยอะ พอประกาศผลผ่านเกณท์แต่ไม่ผ่านเป็นผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ขาอไปอีก0.5ก็ได้แล้ว(มีเพื่อนต่างโรงเรียนผ่าน)ตอนนั้นแอบเสียดายแต่ไม่หนักเท่าตอนครั้งนั้น เริ่มตระหนักได้ว่า เราเอ็นปีนี้จะไปเมืองนอกดีแล้วหรอก็คิดใหญ่ เลยถามความคิดเห็นคนอื่นแต่ก็ไม่แน่ชัดหรือโดนใจซักคนจนมีครูท่านหนึ่งบอกว่าดูใจตัวเองสิว่าต้องการอะไร สิ่งที่คิดมาคำแรก เท่านั้นแหละ อยากไปญี่ปุ่นค่ะ!! พอประกาศก็ได้ญี่ปุ่นแต่ก็อยู่ในช่วงสอบgat pat ได้สอบแค่รอบเดียวมันยากกว่าคนอื่นเค้าที่มีสองรอบ เลยต้องยอมรับคะแนนที่เห็นและมีมศว.มา แต่มศว.ตัดสินใจผิดไปหน่อยโดนไซโคเยอะจนเปลียนคณะไปสองรอบแถมไม่ไปเพราะรู้ตัวว่าไม่ใช่(ไม่ได้เลือกทัศนศิลป์ศึกษา) และขอทางโรงเรียนจบเร็วกว่าเพื่อนเพราะอยากจบไปพร้อมกันโรงเรียนก็ยอมครั้งนี้งานและสอบก็เยอะและเร็วกว่าเพื่อนแต่ไม่ยอมแพ้ แต่ปัญหามาอยู่ตรงที่ว่าonetช่วงเวลาตอนนั้นก็อยู่ที่นู้จะขอเลื่อนอีกก็ไม่ได้(ไปเดือนธันวาค่ะ)จึงต้องขอโครงการว่าบินกลับมาไทยมาสอบทางนั้นก็โอเค อยูู่นู้นก็อ่านเรียนจากเว็บเอาเลิกเรียนแล้วก็มาติวสลับวิชาที่ชอบไม่ชอบสลับกันติวจะได้ไม่เบื่อ ไม่ใครช่วยเหลือต้องช่วยด้วยตัวเอง มีมือ สมองและสติเป็นตัวช่วยในการติว บินกลับมาสอบวิชาที่ทรมานสุดก็คณิต รองลงมาก็วิทย์ บางเรื่องไม่เข้าใจก็งง แต่คิดว่าทำให้ดีที่สุดเพราะมีสอบรอบเดียวในชีวิตและต้องแอดอีก (ลุ้นที่ญี่ปุ่นกันเลยที่เดียว ทั้งคะแนนทั้งมหาลัย) มาญี่ปุ่นก็ได้เห็นระบบการเรียนการสอนแบบเข้มงวด(เอกชน) มีเรียนทุกวันเสาร์ อาจารย์มีวันหยุดน้อยมากมาวันอาทิตย์ก็ด้วย เด็กก็หมกตัวอยู่ในห้องสมุดถึงทุ่มหนึ่ง ม.ต้นก็เริ่มเตรียมปูทางดูคณะกันแล้ว มานี้จดแนวการสอนเยอะมากสงสัยอะไรถามหมด เพราะอาจาทะเลทรายโรงเรียนก็สนใจระบบ ตอนนี้สนใจอีกอย่างหนึ่งคือศิลปะบำบัดแต่ป.ตรีที่ไทยไม่มี (ฮา) สุดท้ายอยากบอกน้องๆว่าให้มีเป้าหมายเร็วๆยิ่งดีต่อตัวน้อง ถ้ายังไม่รู้ให้ดูสิ่งที่ถนัดหรือสนใจ วางแผนว่าจะทำอะไรล่วงหน้าเสมอจัดลำดับให้ถูก บางคนติวมาเยอะแต่ความรู้ไม่เข้าอาจเป็นเพราะแนวการสอนไม่เหมาะกับเรา บางคนเหมาะแบบติวตัวต่อตัว ติวเป็นกลุ่ม หรือติวตัวเองก็ได้ ลองหลายๆแบบดูค่ะ และสิ่งที่เราหวังไว้อาจไม่เหมือนที่คิดก็ได้ อย่างพี่มาแลกเปลี่ยนก็เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเหมือนกันแต่ไม่เสียใจที่ได้มา และคนที่เป็นกำลังใจที่ดีคือพ่อแม่และคนรอบข้าง ช่วยกันสนับสนุนสิ่งที่เด็กชอบเพราะมันจะเป็นสิ่งที่ติดตัวกับเด็กไป แต่น้องๆก็ต้องศึกษาดีๆด้วยนะค่ะว่ามันใช่รึเปล่าจะได้ไม่เจ็บหนักภายหลัง สู้ๆนะค่ะ พี่เองตอนนี้ก็สู้อยู่เหมือนกัน :)

ความคิดเห็น

mirumiru 22/03/2556 20:32

พิมพ์ผิดหรืตกหล่นก็ขออภัย ณ ที่นี้ พิมพ์ในไอพอดค่ะ ตาเริ่มไปแล้ว ฮ่าๆ

P.Kla 22/03/2556 20:53

กล้าขอ กล้าให้ ส่งที่อยู่ ชื่อจริง มาเลย 55555 mynamekla@hotmail.com

mirumiru 22/03/2556 21:08

หลังไมค์เลยค่ะ 555555
โพสต์เมื่อ 22/03/2556 21:15 | 2
ผมเป็นเพียงเด็กต่างจังหวัด ที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางโรงเรียนกวดวิชาดังๆมากมายแต่เพื่อนๆของผมหลายๆก็เลือกที่จะวิ่งเข้าไปหาโรงเรียนกวดวิชาดังๆในกรุงเทพเพื่อเสริมสร้างทักษะ เพื่อเตรียมความพร้อมกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่สำหรับผม ผมไม่เคยเข้าไปกวดวิชาที่ดังๆในกรุงเทพเลยแม้แต่ครังเดียว ผมคิดว่าการที่เราถูกบังคับเข้าไปนั่งเรียนตั้งแต่เช้าจรดเย็น คงจะไม่มีความสุข สู้ผมนั่งอ่านเองอยู่ที่บ้าน ตามใจ ตามสบาย เหนื่อยนักก็พักซักหน่อยดีกว่า ผมไม่ได้เตรียมตัวเร็วไปกว่าใครมากมาย ผมเริ่มที่จะเตรียมตัวตอนปิดเทอม ม.5 ขึ้น ม.6 มาเรื่อยๆ จนมาถึงเวลาที่ลงสนามจริง ผมพลาดทุกสนาม อันได้แก่ ทันตะ จุฬา หมอขอนแก่น กสพท แต่ยังดีที่ผมยื่นวิศวะติดทุกที่เลย และสุดท้ายวันนี้ ผมก็ประสบความสำเร็จกับ วิศวะ คอม จุฬาฯ ซึ่งผมรู้สึกดีใจ และภูมิใจอย่างมาก
ผมอยากจะบอกน้องๆว่า เราแต่ละคนนั้นมีแนวทางในการเตรียมตัวสอบเป็นของตัวเอง หลายๆคนเลือกที่จะให้คนอื่นป้อนให้เราซึ่งมันก็ดี ที่เราจะได้ในสิ่งที่ตรงเป๊ะ แต่สำหรับผม ผมชอบที่จะป้อนให้กับตัวเอง มากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ผมมีเรียนพิเศษทบทวนกับครูแถวบ้านบ้างบางวิชา และเรียนฟรีผ่านอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น เคมี ครูกุ๊ก ที่ผมคิดว่า ดีมาก! และยังมีคลิปในยูทูปอีก ได้แก่ คลิปติว pat3 ของพี่โหน่ง ออนดีมาล ซึ่งผมอยากจะขอบคุณพี่โหน่งอย่างสุดใจเพราะคลิปของพี่นั้น ทำให้ผมทำคะแนน pat3 ได้สูงพอสมควร 
นอกจากนี้แล้วผมก็อ่านหนังสือทบทวนเองทั้งหมด ในความคิดของผมเองนั้นผมว่าผมอ่านหนังสือไม่หนักนะ ผมอ่านแค่วันละสามชั่วโมง เช้าหนึ่ง เย็นสอง แต่ช่วงใกล้สอบ gatpat ผมอ่านมากขึ้น เพราะเปนช่วงปิดเทอมพอดี หนังสือที่ผมอยากจะแนะนำคือ
- bio by Tent หนังสือเล่มนี้ผมคิดว่าเนื้อหายังไม่ละเอียดพอ แต่เหมาะมากสำหรับการใช้ทบทวน
-100จุดเน้นชีววิทยา ของ Hi-ed  เนื้อหาครบท้วนดี
- จบกันที ฟิสิกส์ pat2 เล่มนี้ผมคิดว่าดีมากเลย สรุปหลัก ฟิสิกส์ได้ครอบคลุมและเข้าใจง่าย
- 25 พศ คณิตศาสตร์ของพี่ณัฐ  ข้อสอบเยอะดี อธิบายดี
- AX25 ของพี่แนะ เอนคอนเซบ  ข้อสอบเยอะ อธิบายเข้าใจดีมาก
-15 พศ ของวิชาต่างๆ แล้วแต่สนใจ ใช้สำรวจความรู้ตัวเอง
-เคมี ครูกุ๊ก ดีทุกเล่ม
- หนังสืออื่นๆแล้วแต่สนใจ
- สมุดว่างๆซักเล่มไม่ต้องใหญ่มาก เอาไว้จดในสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดไป หรือทำพลาดในข้อสอบเก่าๆที่ฝึกทำ เอาไว้อ่านก่อนสอบ เพื่อเตือนใจไม่ให้ผิดอีก เพราะอย่างน้อย การไม่ผิดของเก่าซ้ำ ก็ทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นได้ (เครดิต ครูกุ๊ก ครับ)
แต่น้องๆครับ ทุกคนไม่ใช่ว่าจะมีแนวทางเหมือนกันนะ นี่เปนเพียงข้อเสนอแนะของผมเท่านั้น มันก็เหมือนน้องจะเดินทางจากเมือง A ไป B น้องอาจจะไปทางรถยนต์ เรือหรือเครื่องบิน สุดท้ายแล้วมันก็ถึงปลายทางเหมือนกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากบอกว่า "โชคจะเข้าข้างคนที่มีความพยายามเสมอนะครับ" ........ 
โพสต์เมื่อ 22/03/2556 21:53 | 6
แบบรุ่นที่แล้วทำบอกจริงๆว่าได้อ่านทุกความเห็นเลย ขอบคุณประสบการณ์ดีๆจากรุ่นพี่มากๆ และปีนี้มีโอกาสตัวเองอยู่ม.6บ้างก็เลยอยากจะทำสิ่งดีๆแบบนี้ให้น้อง รุ่นต่อๆไปเหมือนกัน :)
จะพูดถึงรับตรงที่ไปสอบมาทั้งหมดแล้วกันนะคะ แล้วจะต่อด้วยgatpat และonet smile

= mdxของม.ขอนแก่น --> เป็นสนามแรกของคนที่อยากเป็นหมอทุกคนนะ มันเร็วมาก สมัครเดือนกรกฎา สอบสิงหา ก็อารมณ์ขึ้นม.6มาใหม่ พี่ไม่ติดนะ เพราะว่าไม่ได้เตรียมตัวเลย แต่พอสอบmdxเสร็จบอกเลยรู้ตัวเองมากๆว่าต้องเติมอะไรเพื่อให้สอบติด [mdxสอบได้ทุกภาค md02เฉพาะภาคอีสาน ข้อสอบเหมือนกัน mdxเกรด3.5 md02เกรด3] 

= สอบเภสัชศิลปากรรอบแรก ---> สอบ5วิชา ถ้าใครเตรียมตัวไปดีๆคงไม่พลาดแน่ๆ //เคมีเน้นกรดเบส ไฟฟ้าเคมี อัตตรา สมดุล ไม่ยากมาก// ฟิสิกส์ออกเน้นไฟฟ้านะทั้งไฟฟ้ากระแส และไฟฟ้าสถิต //ชีวะ 100 เยอะมากๆออกเกือยทุกเรื่องเลย ทำแทบไม่ทันแหนะ //คณิต เน้นสถิติโจทย์ยาวมากๆ อนุกรม เซตก็มีเยอะนะ //อังกฤษ สบายไม่ต้องคิดมาก ออกรีดดิ้ง สปีคกิ้ง เออเร่อ โวแค๊บ ทำโจทย์ไปเยอะๆ ไม่ยากแน่นอน

= สอบวิศวะเครื่องกล ภาคพิเศษ ศิลปากร --->ข้อสอบง่าย ง่ายมากๆ ไม่ต้องคำนวณอะไรเลยใช้เซ้นตอบได้ชัวร์ คือไม่ติดสนามนี้ควรพิจารณาตัวเองได้ว่าอ่านหนังสือยังไม่พอนะ เพราะมันง่ายจริงๆ ข้อสอบ30ข้อ มีของไหล ไฟฟ้า เวกเตอร์ เครื่องมือวิศวะนิดๆหน่อยๆ ทำได้18ข้อติดแน่นอน

= สอบโครงการสัญจร ข. ศิลปากร สาขาธุรกิจวิศวะ ---> ข้อสอบมี3วิชาเย็บมารวมกัน พื้นฐานวิทย์ ก็จะมีเรื่องบทนำการวัดที่มีจิกะ เมกะ ไรงี้ไม่ยากเลย น้ำมันเลขออกเทน ซีเทน //คณิต จะพวกคิดเปอร์เซ็นที่เรียนตอนม.3รึเปล่าไม่แน่ใจ เชาว์ง่ายๆ// อังกฤษ เป็นอังกฤษที่ไม่ยากมากเหมือนกันนะ speakingก็จะมีตัวที่บอกtense มาอยู่แล้ว reading ไม่ยาว (ข้อสอบแอบง่ายจริงๆนะ พี่ไม่ได้โกหกเลย)

= มศว. ก็สมัครประมาณเดือนมิถุนา เชื่อว่าทุกคนส่วนใหญ่ต้องเคยไปสอบมาแน่ๆ ปีนี้คนสมัครครู 5000กว่าคน พยาบาลเกือบ4000นะถ้าจำไม่ผิดเยอะมากๆ แต่ว่าพี่ลงคณะวิศวชีวการแพทย์ ซึ้งตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรwhat 55555 แต่ก็ไปสอบ ...ความถนัดตั้งแต่เชาว์ พับกล่อง ภาพ3มิติ และส่วนวิชาการจะสอบเคมี ฟิสิกส์ คณิตเย็บมารวมกัน อังกฤษ (จำแนวไม่ค่อยได้เลยนานมากๆ)

...จบการไปสอบตรงมาทั้งหมด ...  ต่อไปแกทแพท และโอเน็ต
แกทรอบแรก vs รอบสอง  --->โดยส่วนตัวคือพาร์ทเชื่อมโยงรอบแรกง่ายกว่ารอบสองมากๆเพราะได้เต็มรอบแรกแต่รอบสองทำด้วยความไม่มั่นใจ //พาร์ทอังกฤษคิดว่ารอบสองง่ายกว่ารอบแรกรึป่าวไม่แน่ใจ แต่ฝึกทำโจทย์ไปเยอะๆทั้งสองพาร์ทได้ดีแน่นอนรับประกัน ^^

แพท1แรก vs รอบสอง --->โดยส่วยตัว รอบไหนก็เหมือนกัน เพราะทำไม่ได้ 5555 นี้คือความจริง พี่อ่อนคณิตแต่ไม่ได้อ่อนมาก แต่ความรู้ระกับพี่ได้คณิตถึงแปดสิบก็ดีใจละ 5555

แพท2 รอบแรก vs รอบสอง --->รอบ2โอเคกว่ามากมั้งเพราะรอบแรกไม่ได้อ่านไปเต็มที่ แนะนำให้เก็บชีวะกับฟิสิกส์ เพราะเคมีทำ15พศ.ทุกพศ. ก็ทำไม่ได้หรอก 55 แนวมันไม่ตรงเอามากๆแต่ทำไว้ก็อุ่นใจดี แล้วมีดาราศาสตร์อีกต่างหาก - -; ปลงเถอะเก็บชีวะกับฟิสิกส์ได้ก็โอมากๆอยู่แลวนะ

แพท3 รอบแรก vs รอบสอง --->ง่ายทั้งสองรอบแต่รอบสองง่ายกว่ารอบแรกอีก ถ้าน้องคนไหนติดตามแพท3ปีนี้นะ ก็ต้องรู้แน่ๆว่าคะพุ่งสุดๆ 55555 ทำโจทย์เยอะๆ ช่วยได้มากจริงๆ

...สำหรับแกทแพทน้องไม่ต้องว่าพี่คะรอบไหนโอเคกว่า แต่น้องทุกคนควรตั้งใจทั้งสองรอบให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ตั้งใจมากๆนะ สู้ๆๆๆ 55

โอเน็ต ---> ข้อสอบโอเน็ตคือข้อสอบที่วัดแค่วิชาพื้นฐานไม่มีวิชาเพิ่มเติมเลยนะ คงจะเป็นการสอบที่โอเคที่สุดที่สอบมามากๆ สำหรับหวังติดกสพท.ต้องทำส่วนนี้ได้ถึง60% สำหรับทุกวิชา แล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นที่ใช้แอดมิดชั่นถึง 9000คะแนน ควรให้ความสำคัญกับมันมากๆหน่อยนะน้องๆ ;______;

แล้วก็มีส่วนกสพท. ที่ว่าที่คุณหมอทุกคนหวังรวมพี่ด้วยคน :)
- ความถนัดเฉพาะแพทย์ รับสมัครเดือนสิงหา ซื้อของ THEBOOK ที่เป็นรูปหมอใส่ผ้าปิดมากมาทำแล้วกัน ก็ดีมากๆนะ ถ้าเรียนพิเศษแนะนำทีมหมอแผนแล้วก็ จริยธรรมก็ดีมากๆ แต่พาร์ทเชื่อมไม่ค่อยเท่าไหร่นะ 

-7วิชาสามัญ วิชาละชมครึ่ง ข้อสอบระดับยากเเหมือนกัน โดยส่วนตัวคิดว่าง่ายกว่าแกทแพทเยอะ 555 เตรียมตัวดีๆ ฝึกเยอะๆ
--------------------------------------------------------------------------------------
จบสอบตรงที่สอบมาทั้งหมด รับตรงที่ติดพี่ตัดสิทธิ์ใจจนวันสุดท้ายที่ลงเครียริ่งเฮ้าท์ T________T พี่เลือกที่จะแอดมิดชั่นนะ ตอนนี้รอผลอยู่ เป็นกำลังใจให้ที 555 คิดว่าปีหน้าจะสอบกสพท.ให้ติดให้ได้
สู้ๆนะทุกคน สู้ไปเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน ^^ 
--------------------------------------------------------------------------------------
แนะนำหนังสือ
1. ชีวะ : ไบโอพี่เต๊นท์ (ปลื้มพี่เต็นท์มากๆ พี่เต็นท์จบหมอฬเกีรตินิยมอันดับ 1 เก่งมากๆ ขยันมากๆ มีพี่เค้าเป็นไอดอลเลยนะ^^) และก็มีเล่มปูอีกเล่มหนึ่งนะ ที่ปกจะเป็นรูปปูอะ เล่มสีส้มๆ
2. ฟิสิกส์ : แนะนำเล่มที่ชอบ อ่านเฉลยเล่มไหนเข้าใจเลือกเล่มนั้นเลย โดยส่วนตัวเป็นแฟนคลับAbsoluteของScience Center 555
3. เคมี :เรียนครอสเอ็นท์อ.อุ๊นะ แล้วก็ทำ15 พศ.
4. คณิต : Syntax และ 20 พศ. พี่ณัฐ  (ตอนนี้เป็น25พศ.มั้ง) โอเน็ตพี่ณัฐก็ดีมากๆเหมือนกันอ่านสอบโอเน็ตสรุปดีมากๆ
5. อังกฤษ ทำ AX25 ก็โอเคมากๆนะ
6. ไทยสังคม เทอโบ อ.ปิง จบ :) /หนังสืออ่านเสริมก็มีอ.ชัย พี่บอล
เว็บติวฟรี http://www.edu-deo.com/
              http://www.clickforclever.com/
              http://www.clipvidva.com/

"อนาคตเรา อยากได้แบบไหนทำเอา สู้ๆ อึดๆ ทึกๆ อนาคตทั้งชีวิต"
whatreadingborringsleepyhappyreadingcongratulation

โพสต์เมื่อ 25/03/2556 10:45 | 3
1.ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน
- gat/pat ยากมาก  gatเชื่อมโยง นี่ก้ฝึกทำทุกข้อสอบที่เคยออกมาอ่ะ 
    gat อังกิด ของพี่นี่ทำเเต่ตรง conver ได้อะ conver ไปดูข้อสอบเก่าๆ มันคล้ายๆเดิมบ้างนะ ส่วนตรง
grammar ก้ฝึกทำerror ไป ลองทำที่มันยากๆๆหน่อยนะ 
reading ทำโจทย์บ่อยๆ อ่านให้เรวๆ
pat1  ต้องทำโจทย์อย่างเดียวเท่านั้นที่ช่วยได้
pat2  ชีวะอ่านให้ละเอียดๆหน่อยนะ เพราะมันออกลึกอะ 
         เคมีเเมร่งออกเกินหลักสูตรเยอะอะ เซงมาก อ่านไปก้ทำไม่เปนอะ รุ้สึกเสียเวลา นิดๆ 55 5+ 
          ฟิสิกส์  พลิกเเพลงบ้างอะไรบ้าง ก้เน้นโจทย์ไปนะ

- o-net  คณิต ไม่ยากเท่าไหร่นะ อ่านไห้จบเปนพอ
 อังกิด ยากมาก คิดว่ายากสุดในบรรดาที่สอบมาอะ5 5 
วิทย์  อ่านให้จบทุกวิชา เเล้วก้อย่าอ่านข้ามๆๆนะ
สังคม/ไทย ก้อ่านดาว้องไป ตรง เหมือนกัน

-7 วิชา ออกลึกมากๆ ทุกวิชาเลย
    ชีวะ ง่ายเเต่ว่าทำไม่ทัน  น้องอ่่านละเอียดๆเลย ไม่วิเคราะห์ไรมาก อ่านไห้จบละกัน
   เคมี ทำไม่ค่อยทันอะ มันข้อสอบเยอะเวลาน้อย
   ฟิสิกส์ พี่ไม่ได้อ่านไปเลยอะ 5 5 5 
 สังคม บอกตรงๆๆ ไม่ต้องอ่าน มันกว้างมากจน อ่านไปก้เท่านั้นอะ ไปอ่านเเค่ตรงพระพุด
ไทย mini thai book ตรงเป๊ะๆ


2.ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
ปิดเทอมนี้ควรอ่านหนังสือให้จบทุกวิชาเเล้วนะ ถ้าเปนไปได้อะ
ตอนเปิดเทอมก้ทวนๆไปเรื่อยๆจนกว่าจะสอบ note สั้นๆ ไว้เปนของตัวเองตอนสอบจะได้ไม่เคว้ง
ของพี่ชอบอ่านตอน เที่ยงคืนถึงตี2อะ มันเเลโปร่งสุดละ เเต่ก้เเล้วเเต่คนอะ ลองๆๆดูนะ 

3.จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้
คงเปนข้อสอบ pat2 รอบ1  ข้อที่ถามว่่าเปนต้อ มันเกิดจากอะไร คืออ่านของ พี่เต๊นท์มา บอกว่าตอบกระจกตา เเ่ต่ว่าในหนังสือสสวท.บอกว่าตอบเลนส์ เซงเลย T_T  คงจะประทับใจอันนี้สุดละ 

4.เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สอบตรง หรืออะไรก็เพิ่มเติมมาได้เลยจ้า
ไปก่อนเวลาสอบสักครึ้งชม. อย่างเเรกไปหาห้อง+ที่นั่ง พอเจอน้องต้องไปหาห้องน้ำนะ อันนี้เรื่องจิง ตอนนั้นสอบ 7วิชา ปวดอึมากก  สอบไม่รุ้เรื่องเลยอะ พอหมดเวลาก้รีบไปห้องน้ำเลย 555 ถ้าไม่หาก่อนนี่ อาจอึราดใส่กกน.ได้นะนี่ 5 55 

อันนี้แนะนำหนังสือนะน้อง
ชีวะ ; ก้คงพี่เต๊นท์ เเล้วก้ไปตะลุยโจทย์ของหมอบีม
เคมี : อ.อุ๊+ โจทย์ข้างหลังอะ เเล้วก้ 15 พ.ศ. อันนี้ทำไป3 พ.ศ.เอง 
ฟิสิกส์ : อันนี้เรื่องจิงผ่านจอ ไม่เคยอ่าน อ่านเเต่ตอนสอบของ o-net นิดเดวเองอะ 5 5 5
คณิต : ตะลุยโจทย์ 15 พ.ศ. เเล้วก้ ของโอเน็ตตะลุยโจทย์ 5 พ.ศ. จ้า
ไทย : ดาว๊อง  ก้ mini thai book
สังคม : ดาว๊อง  เเล้วก้ ของพี่บอล ศิวพล 
อังกิด : อ่านของที่ติวกับอ.สมศรี เเล้วก้อ่านพวกgrammar ของครูพี่แนน

ก้สู้ๆทุกคนนะ อย่าเพิ่งท้อ ทำให้เต็มที่ คะแนนมันออกมาเท่าไหร่เราก็ไม่ต้องไปเสียใจถือว่าเราทำเต็มที่ที่สุึดเเล้ว เเต่ต้องทำให้เต็มที่ที่สุดก่อนนะ
เราจะได้ไม่ไปเสียใจภายหลังว่าเรายังไม่เต็มที่เลย 
โพสต์เมื่อ 22/03/2556 23:19 | 4
พี่ขอออกตัวก่อนเลยว่า พี่เป็นคนที่ไปสอบไม่เยอะเท่าไหร่ สิ่งที่น้องต้องมีอย่างแรกเลยคือ "เวลา" น้องต้องแบ่งเวลาให้ตัวเองเยอะมากๆ อย่างน้อยก่อนไปสอบสิ่งที่น้องคาดหวังจริงๆ อย่างน้อยน้องต้องมีเวลาอ่านหนังสือ 1 เดือน
และสิ่งที่ต้อง
ห้าม!!! อินเตอร์เน็ต 
1. ห้ามเปิด 
2. ทำไม่ได้ลองร่วมมือกับคุณพ่อคุณแม่ดูให้ท่านเก็บคอมหรืออะไรต่างๆที่ต่อเน็ตได้ซ่อนมือถือด้วยนะถ้าอยู่ในบ้าน(แผนนี้ได้ผลที่สุด > < )

สนามแรกที่พี่ไปสอบคือ แพทย์  MDX

ยากไหม 
- สำหรับบางคนที่แค่ไปลองข้อสอบ มันยากมาก
วิชาที่ต้องเตรียมดังนี้
คณิต - น้องต้องได้แทบทุกบท และ ข้อที่ออกเยอะคือข้อที่มีหลายสมการมาให้แล้วถามว่าถูกกี่ข้อ(เยอะมาก) ตัดทิ้งก่อนเลย หนีไปทำข้อที่มีโจทย์เดี่ยวๆก่อน เพราะจะง่ายมาก และ ให้ทำจากหลังมาหน้านะ ข้างหลังจะง่ายเสมอ ^ ^ และ 90% ของผู้ที่ทำข้อสอบจะไม่ทัน น้องไม่ต้องกังวล เพราะ 50 สิบข้อเวลาชั่วโมงครึ่ง(ทุกวิชา)

วิทย์ - ฟิสิกส์นั้นจะออกคล้ายคณิตที่สุดคือเยอะและยาก 
เคมีจะออกของมอหก เยอะเรื่องสารชีวะ กับ ไฮโดรคาร์บอน
ชีววิทยาจะเน้นในส่วนของอาณาจักร และจะออกรูปภาพสัตว์ส่วนใหญ่
(สอบแยกนะ ไม่ได้สอบพร้อมกัน ^ ^)

ไทย - ออกไม่ยากแต่ยาว - -''
สังคม - ตามหนังสือทั่วไปได้เลย
อังกฤษ - ออกยากมากถึงยากที่สุด น้องต้องเก่งแบบขั้นเทพจริงๆ โดยส่วนของรีดดิ้ง กับ แอเรอร์ จะยากมากแกทถือว่าหมูๆเลย


สนามต่อมา GAT PAT รอบแรก
GAT ไทย - ให้น้องๆลองหาหนังสือโจทย์มาดู เพราะมันไม่ยากเลย แต่บางทีโจทย์อาจสับสน ถ้าน้องได้คะแนนในรอบแกทสูง โอกาสคะแนน กสพท น้องก็จะสูงตามด้วย หนังสือของอะไรก็ได้ ถ้ามีโจทย์เยอะๆ ยาวๆหยิบมาเลย บางหนังสือขายแพงไป

GAT Eng - น้องๆต้องฝึกคำศัพย์มากๆ หาหยังสือคำศัพท์แกทมาเก็บไว้จะช่วยน้องได้เยอะเลย พาร์ทที่ง่ายจะเป็นคอนเวอร์ กับรีดดิ้ง(แต่ยาว ไม่แนะนำให้อ่าน ให้ดูคำถามแล้วหาคำที่ซ้ำกับคำถามในตัวพารากราป)

PAT1 - ให้น้องเลือกทำโจทย์ที่ง่ายไว้ก่อน ไม่ต้องคิดว่าเป็นเติมคำหรือกากบาท ให้ทำอันที่เราคิดว่าง่ายไปเลย เพราะโจทย์จะกินเวลามาก หนังสือที่แนะนำได้คือ หนังสือโจทย์ยากๆโดยเฉพาะ หนังสือที่มีข้อสอบระดับเบสิกเอาไม่อยู่แน่ๆ

PAT2 - อ่านให้เยอะที่สุด ถ้าน้องไม่เก่งเคมี ไม่ต้องอ่านเลย แนะนำให้เอาเวลาไปอ่านชีวะเพิ่ม และฟิสิกส์เพิ่มจะดีมากๆ ส่วนในส่วนดาราศาสตร์ อาจต้องใช้ดวงช่วย(- -'' พี่พูดจริงๆนะ ข้อสอบมหาคัมภีร์ไอสไตน์มากเลย)


โควต้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สำหรับน้องๆภาคเหนือนะ ^ ^
คณิต - เป็นวิชาเก็บแต้มเลย เพราะจะออกปานกลาง น้องจะมีเวลาเหลือเยอะเลยล่ะ ให้น้องฝึกทำโจทย์เยอะๆ และจำสูตรให้แม่นๆ เพราะข้อสอบ มช จะชอบออกสูตรตรงตัว ไม่มีการพลิกแพลงสูตร

วิทย์ - ชีวะถ้าน้องอ่านมาดีจะดึงคะแนนน้องได้เยอะเลย แนะนำให้อ่านของพี่เต็นท์นะ เวลาอ่านให้ย้ำคิดย้ำอ่านจนจำได้เลย
ฟิสิกส์ ให้น้องจำสูตรและทฤษฎีให้เป๊ะเลย เพราะส่วนมากจะออกตรงตัวสุดๆ
เคมี ส่วนมากจะออกทฤษฎีธาตุ ใครเก่งเรื่องสมบัติธาตุ คะแนนสูงแน่
แอบมีดาราศาสตร์มาปนบ้างไม่ยากจนเกินไป
(สอบรวมสามวิชาพร้อมกัน 300 คะแนนเลยนะ ^ ^)

สังคม - พี่แนะนำเลยนะ อ่านกับอ่านเลย พี่อ่านของพี่บอลช่วยได้เยอะเลย และสังคมเป็นวิชาที่ออกซ้ำบ่อยมากๆ ^ ^ น้องอาจจะได้คะแนนลอยมาถึง 20 คะแนนเลย พี่แนะนำให้ไปซื้อข้อสอบเก่า บางเจ้าก็เฉลยไม่เหมือนกัน ถ้าน้องมีเพื่อนที่มีหนังสือคนละเจ้าก็แบ่งๆกันดูได้เลย
(ศาสนาจะเน้นออกพระพุทธนะ และยากมากๆเลย > <'')
 
ไทย - วิชาที่น้องต้องได้เรื่องหลักภาษา ต้องได้พวกคำสมาสสนธิ บุพบท ประสม เยอะนิดหน่อย และก็จะมีส่วนวิเคราะห์ประโยค พรรณนา อธิบาย โวหารต่างๆในช่วงที่สอง ถือว่าไม่ยาก แต่ส่วนยากที่สุดคือกลอนตอนท้าย จะเป็นกลอนมาให้เลย ยากสุดๆ TT^TT 
ก่อนจะยากก็ต้องมีของฟรัตบท้าย ^ ^ เพราะจะมีข้อที่เป็นข้อกินบอมคือ ข้อที่จะสลับปีถาม ศิลปินแห่งชาติ(ส่วนมากสาขาวรรณกรรม) กับนักเขียนซีไรต์ประจำปี ตลอด ^ ^

อังกฤษ - มช จะเน้นทดสอบในเรื่องแกรมมา และไวยากรณ์และคำศัพท์จะออกยากเป็นพิเศษซึ่งคำศัพท์จะเป็นแบบให้บทความความมามีช่องว่างเยอะๆ แล้วให้เติมคำศัพท์ไปเหมือนข้อสอบเอน สมัยก่อน ให้น้องกินบอมในส่วนที่เป็นรีดดิ้งกับสนทนา เพราะมช จะออกง่ายมากๆให้น้องๆ ประมาณ 50-60 เลยเพราะฉะนั้นแกรมมาเป๊ะคะแนนลอยมาเลย


กสพท. ความถนัดทางแพทย์
พี่จะแบ่งเป็นสามพาร์ทนะ
พาร์ทแรกตรรกะและคำนวณ - เป็นโจทย์ปัญหาเชาว์ที่ไม่ยากจนเกินไป แต่บางข้อยากมากๆ ให้น้องๆลองซื้อหนังสือเก่ามา อาจจะมีเทคนิคนับเส้น(ออกทุกปีเลย) หรือ วิธีแก้โจทย์ต่างๆ

พาร์ทจริยธรรม -  พาร์ทที่หลายๆคนตกกัน เพราะข้อสอบตามใจผู้ออกมาก น้องต้องลองหาข้อสอบเก่ามาทำเพราะส่วนมาก จะออกแบบเดิม และรูปแบบจะต้องสอดคล้องกับความถูกต้องทางจิตใจและทางกฏหมายมาเกี่ยวข้อง ^ ^

พาร์ทเชื่อมโยง - ข้อสอบจะเป็นแบเดียวดับแกทไทยเลย ง่ายกว่าด้วย ถ้าน้องลองฝึกโจทย์ต่อๆไป เต็ม 100 ไม่ยากอย่างที่คิด สู้ๆ ^ ^


สุดท้าย ONET ที่รักจาก สทศ. 

คณิต+วิทย์ - เนื่องจากวิชาโอเน็ตนั้นเป็นสาระพื้นฐานให้น้องลองยืมหนังสือพื้นฐานจากห้องสมุดอ่าน และห้ามไปอ่านสาระเพิ่มเติม เพราะมันจะทำให้เราไปจำในส่วนอื่นน้อยลง ให้จำในส่วนพื้นฐานเป๊ะๆคะแนนจะลอยมาเลย

สังคม - น้องๆต้องจำมาให้เป๊ะที่สุดๆเลย ออกไม่ยากมาก สู้ๆ^ ^

ไทย - เน้นการอ่านวิเคราะห์ตีความให้เหตุผล และ หลักภาษา ไม่ค่อยมีคำกลอน อ่านหลักภาษามาเยอะๆ พวกคำต่างๆ และก็การแสดงทรรศนะ และก็โวหารเท่านี้คะแนนเยอะชัวร์ ^ ^

สุขศึกษา - วิชาโปรดของน้องๆ จะไม่ยากมาก แต่บางโจทย์ก็คลุมเครือมากจนเดาใจคนออกไม่ถูกเลย ไม่ยากมากเป็นเรื่องการใช้ชีวิตและโจทย์สุขะศึกษา ถามเรื่องวิธีดูแลสุขภาพ ทั่วไป BMI ออกทุกปีนะ > <

ศิลปะ - ยากมาก น้องต้องใช้ชีทที่ รร แจกมาให้อ่าน ส่วนมากจะออกเกิน สู้ๆ ^ ^

การงาน - เป็นวิชาที่ถามถึงความรู้ทั่วไป และพื้นฐานคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบและผังโฟลชาร์ต ถือว่าไม่ยากไป ง่ายกว่าสุขะด้วยนะ ^ ^ 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พี่อาจจะช่วยไม่ได้เยอะแต่ถ้าน้องๆทุกคนตั้งใจ จะสำเร็จแน่นอน สู้ๆ ^ ^

โพสต์เมื่อ 23/03/2556 12:42 | 3
     สวัสดีครับน้องๆทุกคน ก่อนเลยต้องขอขอบคุณมากนะครับที่เสียสละเวลาของตนเองมาอ่านประสบการณ์ของผม(คนไม่เอาไหน) บอกตามตรงเลยนะครับว่าชีวิต ม.ปลายของผมไม่ได้มีการเตรียมตัวอะไรเลยแม้แต่น้อย อ่านหนังสือก็เล็กน้อย ติวก็มีบ้างนิดหน่อย วันๆไม่ทำอะไรนอกจากออนเฟส เฟส และเฟส แต่เชื่อผมไหมถึงจะเป็นแบบนี้แต่ก็ติดมาหลายที่เลยนะ (ขี่โม้สุดๆๆๆ) อะฮึ่มอะฮึ่ม นอกเรื่องเยอะแล้วกลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สิ่งที่ผมอยากจะบอกก่อนเลยก็ คือ อยากให้น้องๆนะมีเป้าหมายที่ชัดเจน และอย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆนานา(ล้มได้ ก็ลุกขึ้นมาได้ สู้ๆๆๆ) อีกเรื่อง คือ อยากจะบอกน้องๆไว้เลยนะครับว่าอย่าได้ทำตามเสียทั้งหมด แต่ขอให้ใช้วิจารณญาณในการนำไปใช้ แต่ถ้าพร้อมแล้วก็ขอเชิญชมได้เลยครับ ^^

การวางแผนชีวิต(เพื่อเข้ามหาลัย)
มาหัวข้อแรกกันก่อนเลย อาจจะดูแล้วทำยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถของเราแน่ครับ (สู้ๆๆๆ)

1.ก่อนอื่นผมขอแนะนำว่าเราต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังให้ดี เช่น งานกิจกรรมที่โรงเรียนมีอะไรบ้าง จัดวันที่เท่าไร สอบตรงของ ม. นั้น วันที่เท่าไร สมัคร GAT-PAT ตอนไหน เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ถ้าหากเราจัดการมันให้ดีก็เท่ากับว่าเรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ ^^

2.จัดลำดับการอ่านหนังสือให้ดี ว่าวิชาไหนเราควรเน้น วิชาไหนเราด้อยอยู่ เป็นต้น และอีกอย่างสำหรับคนที่ติว ต้องจัดลำดับเวลาทบทวนเนื้อหาด้วยไม่อย่างนั้นเนื้อหาที่เราได้มาตอนเรียนติวก็จะเท่ากับศูนย์โดยปริยายนะจะบอกให้อ้อที่สำคัญเวลาอ่านหนังสือ อย่าลืมจด Short Note เอาไว้ด้วยนะครับเผื่อลืมจะได้ทวนง่ายครับ

3.ขอเป็นเทคนิคที่ผมใช้อยู่นะครับ คือ ผมจะมีกระดาษเล็กๆติดตัวอยู่เสมอมันเป็นกระดาษที่ผมจดวันที่ของเดือนนั้นๆ แล้วมีรายละเอียดต่างๆใส่เอาไว้ เหมือนเป็นกระดาษจดกำหนดการอะครับ ทำให้ผมจำได้ตลอดว่าวันพรุ่งนี้จะมีอะไร สัปดาห์หน้าจะมีอะไรครับ แต่ข้อควรระวัง คือ อย่าได้ลืมไว้ในกระเป๋าเสื้อนะครับ ไม่งั้นมีหวังได้ทำใหม่แน่ ซึ่งขอผมเองก็ทำใหม่อยู่หลายครั้งเหมือนกันครับ (เฮ่ๆๆๆ)แนะนำให้ทำเผื่อไว้หลายเดือนเลยครับจะได้จดกำหนดการได้เพิ่มตลอดเวลาเลย

4.ควรศึกษาคณะที่เราตั้งเป้าหมายไว้ก่อนล้วงหน้าเลยนะครับ เช่น สัดส่วนคะแนนที่ต้องใช้ในตอนรับตรง/แอดมิสชันต้องมีอะไรบ้าง(ดูของรุ่นก่อนหน้าปีหนึ่งก็ได้ครับ เพราะอาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม) คณะนั้น/สาขานั้นเรียนเกี่ยวกับอะไรมีวิชาเรียนอะไรบ้าง ถูกใจหรือป่าว เพราะบ้างที่แค่ชื่อคณะ/สาขาอาจจะไม่เหมือนกับที่เราตั้งความหวังไว้ก็ได้นะครับ ยกตัวอย่างเคสขอรุ่นพี่ผม เข้าได้เข้าเรียน คณะที่คิดว่าน่าจะใช้กับสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่แล้วพอได้ลงเรียนจริงได้ปี 1 เขาบอกได้เลยว่าสิ่งที่เขาตั้งความหวังเอาไว้มันไม่ใช้สิ่งเขาต้องการ เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ได้เลยนะครับ
 
เป็นยังไงบ้างละครับสำหรับการเตรียมตัวเพื่อเข้ามหาลัยที่หวังเอาไว้หวังว่าจะทำตามได้ไม่ยากนะครับเรื่องต่อไปจะเป็นประสบการณ์การสอบตรง/สัมภาษณ์/GAT-PAT/O-Net ของผมนะครับบบบบ

1.สอบ GAT-PAT ตุลา 55 – ถือเป็นการสอบครั้งแรกของผมเลยนะครับ บอกตามตรงไม่พร้อมเลยยยย T_T ไปสอบแบบทุลักทุแลมาก วิชาที่สอบมี GAT PAT 1 PAT 2สามวิชาเองครับ ส่วนคะแนนที่ได้ก็ไม่เยอะครับแทบที่จะเรียกได้ว่าเน่ามากๆๆๆเลยล่ะ

2.สอบสัมภาษณ์ ม.วลัยลักษณ์ – บอกได้เลยว่าเป็นการสอบสัมภาษณ์ครั้งแรกเลยนะครับ ก็เลยได้โอกาสในการซ้อมสอบสัมภาษณ์พอควร สาขาที่ติดสอบสัมภาษณ์คือ วิศวะซอฟแวร์ สาเหตุที่เลือกเพราะว่าอยากลองดูเฉยๆครับไม่ได้หวังอะไรมากเลย แต่ผลปรากฏว่าสอบติด ก็โทรกลับไปบอกที่บ้านเลยครับว่าเราสอบติดแล้วนะ แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ผมไม่เอาครับ ขอสละสิทธ์ไป หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงสละสิทธ์เพราะถ้าหากผมยืนยันเลยก็เท่ากับว่าในรอบแอดมิสชั่นผมก็ไม่มีโอกาสลงสิครับ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกที่จะไม่เอา

3.ยืนคะแนน ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในรอบรับตรง – ผลปรากฏว่าไม่ติดครับ สาขาที่ยืนไปมี เทคโนโลยีสารสนเทศ กับ วิทย์-คอม ประยุกต์ เพราะอะไรถึงไม่ติดเพราะว่าคะแนน GAT-PAT ของผมมันน้อยสู้กับของคนอื่นไม่ได้เลยครับ สาเหตุที่คะแนนน้อยเพราะอะไรเพราะผมเองนี่แหละที่ไม่ยอมเตรียมตัวให้มันดีกว่านี่พอมารู้อีกทีก็สายไปซะแล้ว พูดแล้วมันน่าเจ็บใจตัวเองจริงๆเลยครับ

4.สอบสัมภาษณ์ ม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต – สาขาที่ผมติดสอบสัมภาษณ์ คือ วิศวะคอมพิวเตอร์ ผลที่ได้ก็เหมือนกับตอนที่ไปสอบสัมภาษณ์ ที่ ม.วลัยลักษณ์ คือ ติด แต่ไม่เอา ยอมสละสิทธ์อีกครั้งครับ

5.สอบตรงของ ม.สงขลานครินทร์– อันนี้ถือเป็นสนามสอบหนึ่งที่ยากพอควรครับ มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นที่สอบกัน สาเหตุที่ผมไปสอบด้วยก็แค่ตามๆๆๆกระแสเขาไปอะครับ พอคะแนนออกมาก็ได้ไม่มาครับพอยื่นได้คณะที่คะแนนไม่เยอะสัดส่วนคะแนนของ ม.สงขลานครินทร์จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นคะแนน สอบตรงเอง 700 คะแนน ซึ่งคะแนนส่วนนี้ผมได้ 248 คะแนนเองครับ น้อยน่าดู ส่วนที่สองจะเป็นคะแนน GAT เชื่องโยงครับ คิดเป็น 100 คะแนน รวมทั้งสองส่วนเท่ากับ 800 คะแนนครับ ซึ่งผมได้ทั้งหมดแค่ 314 คะแนนเองครับยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ่ำ แต่หลังจากที่ได้ทราบคะแนนแล้วก็ยื่นคณะ/สาขาไป ผลปรากฏว่า ติด ครับ ติด วิศวะซอฟแวร์ มอ.ภูเก็ต (อีกแล้ว) ครับแต่พอได้รู้ผลก็ถึงกับเสียใจเล็กน้อยครับเพราะไม่ได้คณะที่เราหวังไว้ เลยไม่ไปสอบสัมภาษณ์ทำให้เสียโอกาสอีกครั้งครับ T_T

6.สอบตรง ส.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – ในรอบนี้ผมได้มีโอกาสไปสอบถึงที่ สถาบันกันเลยที่เดียวครับ(ผมเป็นคนใต้ครับ เลยต้องไปสอบถึงที่นู้น) ซึ่งสาขาที่ผมสอบก็คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อสอบโดยรวมที่สอบจะเป็นข้อสอบด้านคอมพิวเตอร์บวกกับคณิตศาสตร์ครับ โดยรวมแล้วก็ถือว่ายากใช่ได้เลย ผลออกมาทำให้ผมน้ำตาเล็ดเป็นสัปดาห์เลยครับ เพราะผมไม่ติดสอบสัมภาษณ์ บอกตามตรงเลยนะครับการสอบครั้งนี้ผมถือว่าเป็นการสอบที่ผมจริงจังที่สุดเท่าที่สอบผ่านมา แต่จะทำยังไงได้ล่ะอดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วงั้นขอลุ้ยอีกยกหว่ะๆๆๆสู้ๆๆๆ(รอบแอดมิสชั่น)

7.ยืนคะแนน ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในรอบเคลียริ่งเฮ้าส์– ผลปรากฏว่าไม่ติดครับ สาขาที่ยืนไปมี เทคโนโลยีสารสนเทศ สาเหตุก็เหมือนกับครั้งแรกครับ

8.สอบ O-Net – เป็นการสอบที่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเตรียมตัวมาดีและพร้อมที่จะทำข้อสอบแล้ว สำหรับวิชาแรกวิชาสังคม บอกได้เลยว่ามีความมั่นใจมากครับว่าน่าจะได้เกินครึ่ง(แต่ก็ต้องรอผลออกมาก่อน) วิชาต่อมาวิชาคณิตพูดได้เลยว่าโ-ค-ต-รเจ็บใจตัวเองมากที่ข้อสอบไม่น่าจะยากแต่เราดันไม่ยอมกลับไปทวนทำให้พลาดไปหลายข้อเลยที่เดียวครับ ช่วงบ่ายเป็นวิชาอังกฤษก็เล่นเอาผมซะ ERROR ตามข้อสอบเลยครับ วันต่อมาวิชาแรกวิชาภาษาไทย อารมณ์ตอนทำข้อสอบ คือ ทำไปเรื่อยๆเลยครับอาจมีติดขัดนิดหน่อยแต่ไม่เคือง วิชาต่อมาเป็นวิชาวิทย์ ซึ่งสนามสอบของผมมีข้อสอบปัญหา คือ ชุด 200 มีข้อหายบ้างละ ซ้ำบ้างละเป็นต้อนแต่ดีที่ผมได้ชุด 100 และสามวิชาสุดท้าย คือ ศิลปะ การงาน สุข บอกได้เลยว่าวิชาพวกนี้ผมไม่ได้เตรียมเลยแม้แต่น้อยครับ เลยทำไปแบบถูๆๆๆไถๆๆๆไป

9.สอบGAT-PAT มีนา 56 – การสอบรอบนี้ถือเป็นตัวชี้วัดขอผมเลยครับว่าจะได้เรียนในคณะที่หวังไว้หรือไม่ รอบนี้ผมพยายามเท่าที่ทำได้ แต่ก็ต้องรอดูผลคะแนนอีกครั้งครับว่าจะได้ตามที่วางเอาไว้หรือเปล่าครับ

10.สอบ O-Net ใหม่ – แฮมๆๆๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมผมจึงสอบใหม่เพราะเจ้าข้อสอบวิทย์ชุด 200 นั้นแหละครับที่ทำให้ผมต้องมาสอบใหม่เพราะผมไม่พอใจกับการตรวจสอบคะแนนแค่นั้นเน่ขอโอกาสเขา(สทศ.)สอบใหม่เขาเลยให้สิทธ์สอบใหม่ได้ครับ เท่าที่เปรียบเทียบดูจากรอบแรกผมว่ารอบนี้ดูจะง่ายกว่ารอบแรกครับ(หมายถึง สอบครั้งแรกตามกำหนดการเดิมครับ)

เป็นยังไงบ้างครับหมดสิ้นกันเสียทีสำหรับการสอบต่างๆๆๆนานาของผมตอนนี้เหลือแค่รอสมัครแอดมิสชั่นในรอบสุดท้ายแล้วครับยังไงก็ขอกำลังใจให้ด้วยนะครับ ^^ ต่อไปผมจะขอแนะนำหนังสือหรือชีทติวเอาไว้อ่านกันนะครับโดยจากแยกเป็นรายวิชาเลย

1.GAT เชื่อมโยง – ผมแนะนำให้ไปอ่านวิธีคิดของมันก่อนครับ ก่อนที่เราจะมานั่งทำโจทย์ที่หลัง ซึ่งสามารถศึกษาได้จากนี่ http://blog.eduzones.com/socialdome/99311 เลยครับจะเป็นสรุปขอ อ.ขลุ่ย และหลังจากทำความเข้าใจกับมันแล้วสามารถทำข้อสอบย้อนหลังได้จากนี่ครับ  https://www.dropbox.com/sh/wj828tazpivlas1/1AkIJaam0Vอันนี้จะเป็นข้อสอบจริงที่ อ.ขลุ่ย เขาได้รวบรวมเอาไว้ครับ

2.GAT Eng – ผมแนะนำหนังสือเล่มนี้ครับ แนวข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ   ดร. ศุภวัฒน์ พุกเจริญ http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9789748349923&CategoryId=212 อ่านแล้วก็เข้าใจดีเหมือนกันครับแต่ที่ผมทำไม่ได้เพราะว่าอ่อนมากๆๆๆจริงๆๆๆครับ

3.PAT 1 – หากพูดตามตรงวิชานี้ผมแทบจะไม่ได้อ่านเลยครับ แต่ก็มีหนังสืออยู่บ้าง คือ หัวใจคณิตศาสตร์ pat1 ของณัฐ อุดมพาณิชย์ http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?CategoryId=212&No=9789744014030

4.PAT 2 – ผมพึ่งหลายเล่มเลยครับ วิชาเคมี สรุปเคมี ม.ปลาย ของ ติวเตอร์พอยท์ http://www.tutorpoint.net/pat2-book/book1.php วิชาชีวะ Biology For High School Students โดย จิรัสย์ เจนพาณิชย์ http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?CategoryId=237&No=9789742351328 ส่วนวิชาฟิสิกส์ผมปล่อยวางครับ(อย่าได้ทำตามเชียว ควรเก็บให้ได้ทุกวิชาเลยนะครับ)ส่วนโลก ดาราศาสตร์ ก็พึ่งโจทย์เก่าๆ กับหนังสือเรียนของ สสวท. ครับ

5.O-Net สังคม – ผมอ่านเล่นนี้ครับ สรุปสังคม ม.ปลาย (SOCIAL STUDIES) โดย ศิวพล ชมภูพันธุ์ (พี่บอล) ยืมของรุ่นน้องมาอ่านครับ http://www.se-ed.com/eShop/Products/Detail.aspx?CategoryId=237&No=9789748258409

6.O-Net คณิต – ผมอ่านสองเล่มนี้ครับ O-NET สนทนาของ คณิต มงคลพิทักษ์สุข http://math.kanuay.com/index-order.phpแต่ต้องสั่งเขาเท่านั้นนะครับไม่มีขายตามร้านทั่วไป

7.O-Net ENG – พึ่งข้อสอบเก่าๆเอาครับหาโหลดในอินเตอร์เน็ตดูครับหนังสือไม่ได้อ่านครับ

8.O-Netไทย – วิชานี้ผมทวนแค่เล็กน้อยเองครับ ให้เพื่อนๆติวให้ด้วยส่วนหนึ่ง ข้อสอบจะออกเชิงวิเคราะห์ซะมากกว่าแต่ก็มีวรรณกรรมด้วยถ้าใครอยากจะทวนก็เชิญเลยครับ

9.O-Netวิทย์ – พึ่งข้อสอบเก่าๆทำครับ ไม่ค่อยได้อ่านซักเท่าไร อีกอย่าง รร. ผมเข้าก็จัดติวให้ด้วยครับวิชานี้

10.O-Netสุข – แนะนำนะครับว่าวิชานี้ไม่ต้องเตรียมตัวไปก็ได้ครับเพราะข้อสอบแต่ละปีมีแนวโน้มจะแปลกขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ถ้าอยากอ่านแนะนำให้ไปศึกษาเรื่องระบบโครงสร้างต่างๆภายในร่างกายครับเรื่องนี้จะออกเยอะพอควร

11.O-Netศิลปะ –  วิชานี้อาจจะโชคดีหน่อยครับถ้า รร. ใครมีการสอนอยู่เพราะเนื้อหาก็จะออกตามหลักสูตรนั้นแหละครับ แต่ก็อาจจะมีหลุดๆมาบ้างครับ

12.O-Netการงาน – ในวิชานี้จะแบ่งออกเป็นรายวิชาย่อยๆอีกครับได้แก่ วิชาคอม วิชางานบ้าน วิชาเกษตร อะไรเทือกๆนี้ครับ สำหรับการเตรียมตัววิชานี้ผมไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยครับ หวังเอาความรู้เก่าล้วนๆเลยครับ ^^

     เป็นยังไงบ้างครับสำหรับสิ่งที่ผมได้ถ่ายทอดออกมาหวังว่าจะเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับน้องๆได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สุดท้ายนี้อยากฝากเอาไว้นะครับว่า คนเราเมื่อล้มได้ ก็ต้องลุกขึ้นมาได้ครับ สู้ๆๆๆ เพื่อความหวังของเรา การติดมหาลัยมันไม่ใช้จุดจบนะครับ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของเราตั้งหากครับ สุดท้ายของสุกท้ายทุกสิ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการกระทำของน้องนะครับ ดังนั้นถ้าหากน้องๆหวังจะเข้ามหาลัยดีๆตัวเราเองก็ต้องเตรียมตัวให้ดีๆด้วยนะครับ
โพสต์เมื่อ 23/03/2556 20:12 | 6
===================DOCTOR=================

หมอ!หมอ!หมอ! >> โคตรอยากเป็นอ่ะ อิอิ

>>เทคนิคการอ่านหนังสือเยอะแล้ว พี่ขอเล่าประสบการณ์เสริมความฮึดดีกว่า<<

..สวัสดีครับ วันนี้พี่ขอมาเล่าประสบการณ์หมอๆหน่อยละกันครับ
แน่นอน "แพทยศาสตร์" เป็นคณะในดวงใจใครหลายๆคน รวมถึงตัวพี่เองด้วย พี่เริ่มคิดจริงๆจังๆว่าอยากเป็นหมอ ตอน ม.5 ปลายๆ เริ่มบอกพ่อแม่พี่น้องแล้ว ว่าเราอยากเป็นหมอนะ มีทั้งคนให้กำลังใจ คนเตือน คนดูถูก เขาคนนั้นบอกกับพี่ว่า "แค่สอบเข้า รร.รัฐ ยังไม่ติด คิดจะสอบหมอ ถุย!"

..อยากจะร้องไห้เลยครับ มันคือเรื่องจริง ที่พี่สอบเข้า รร.รัฐไม่ติด(สอบเข้า ม.4) เนื่องมาจาก ม.ต้นไม่ค่อยขยัน ติดเกม(นิดๆ) โกรธเขาก็ไม่ได้เพราะมันเป็นความจริง แล้วโรงเรียนเอกชนที่พี่อยู่นั้น ไม่เคยมีประวัติการสอบติดแพทย์เลย!! T_T

..บอกตรงๆเลยครับ ท้อนะ มีความคิดเข้ามาในหัวว่า เราจะทำได้ไหม เราควรจะเรียนอย่างอื่นที่มันสอบเข้าง่ายกว่านี้ดีหรือเปล่า หลายอย่างเข้ามาในสมอง แต่ก็เอาวะ ลองกับมันสักตั้ง พี่อ่านหนังสืออย่างหนัก(ตอน ม.6) กลับมาจากโรงเรียนก็ทำธุระส่วนตัวเข้าห้องอ่านหนังสือ

..พออ่านไปเยอะๆ มีความรู้สึกแวบเข้ามาในหัว .... เราทำอะไรอยู่!! ในขณะที่คนอื่นเล่นคอมพ์ เล่นโทรศัพท์สบายใจ เราต้องมานั่ง(นอน)อ่านหนังสือ แล้วถ้าเราไม่ติดล่ะ มันจะคุ้มกับที่เราทุ่มเทไหม 

..ต้องขอบคุณจริงๆ ที่พี่ได้รู้จักเพลงๆหนึ่ง เพลง "ชัยชนะ - ป็อด โมเดิร์นด็อก" ซึ่งเนื้อหาดีมากๆ อยากให้น้องๆทุกคนได้ฟังจริงๆ มันทำให้พี่คิดได้ว่า "แม้เส้นทางนี้มันไม่ได้ง่าย แม้มันจะต้องเจอปัญหามากมาย แต่ถ้าเราถึงจุดหมายนั้น มันจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด"

..พี่หลับตา นึกถึงวันที่เราสอบติด มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ วันนั้นเราคงจะดีใจมาก พ่อแม่คงจะมีความสุขมากๆ นึกเสร็จพี่ก็ลงมืออ่านหนังสือต่อ ปกติพี่อ่านชีวะเป็นหลัก จนรู้เกือบทุกอย่างของชีวะ ม.ปลายแล้ว วิชาอื่นก็อ่านหมดเรียบ เท่าที่จะอ่านไหว ทำโจทย์บ้าง

..บางทีพี่ก็เปิดคอมพ์เช็คเฟสบ้าง (ลืมบอกไป พี่ไม่ได้เลิกเล่น Facebook เกมต่างๆนะครับ แต่เล่นน้อยลงจนถึงน้อยมากๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับหนังสือมากกว่า) มาเช็คข่าวสารรับตรงต่างๆบ้าง โดยพี่เปิดเว็บ Unigang.com เป็นหลักเลย ซึ่งสมัครไปหลายที่เหมือนกัน แพทย์ล้วนๆ ไม่เผื่อคณะอื่นเลย พี่คิดไว้แล้วว่าถ้าไม่ติดแพทย์ก็รอแอดอย่างเดียว ที่สมัครไปมี โครงการแพทย์ทหารอากาศของจุฬา , กสพท และ โควต้าแพทย์ชนบท ม.มหิดล(แพทย์พระบรมราชนก PI นั่นเอง)

..พี่หวังแพทย์ PI มากที่สุด เพราะแข่งขันเฉพาะในจังหวัด (ซึ่งทุกๆปี โรงเรียนรัฐบาลกวาดเรียบ) ไปสอบที่ ม.มหิดลครับ 7 วิชาใน 1 วัน(รายละเอียดพี่จะเพิ่มอีกทีนะครับ) สอบวันที่ 24 พ.ย.55 ครับ(จำได้แม่น) และจะประกาศผลในวันที่ 13 ธ.ค.55 (โคตรไว)

..เวลาล่วงเลยมา เช้าวันที่ 13 ธ.ค.55 วันนี้ประกาศผล!!!! พี่เปิดเว็บไซต์ของมหิดลดู(ในโทรศัพท์ขณะนั่งบนรถประจำ) เขาบอกว่าจะประกาศตอน 9 โมง พอ 9 โมงพี่ก็เปิดอีก เปิดอยู่หลายรอบ ลุ้นมากๆ เราจะติดไหมๆ และแล้วก็โผล่ขึ้นมา!! เลื่อนไปประกาศตอนบ่ายโมงครึง = =

..พักเที่ยง พี่ขึ้นมาบนห้องเรียน เปิดโทรศัพท์เข้าเว็บมหิดล ประกาศแล้วววววววว!!!!!!! พี่รีบโหลดไฟล์ PDF มาเปิดดู เพื่อนๆที่อยู่ในห้องก็มามุงดูด้วย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว T_T เปิดมาหน้าแรก .... ไม่มีชื่อเรา (มีแค่ 2 หน้า) เริ่มหวั่นแล้ว ไล่รายชื่อดูไปเรื่อยๆ ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!! ชื่อสุดท้ายพอดี ติดแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆ ตะโกนบอกเพื่อนทั่วห้องให้ได้ยินด้วยความดีใจ ก่อนที่จะโทรไปบอกแม่เป็นคนแรก น้ำเสียงแม่มีความสุขมาก วันนั้นพี่ดีใจที่สุด เพราะสิ่งที่ทุ่มเทมันได้เกิดผล แม้มันจะยาก แต่มันก็เป็นไปได้นะครับ

ขอบคุณน้องๆที่ติดตามอ่านนะครับ พี่จะนำเท็คนิคการอ่านหนังสือ + แนวข้อสอบมาฝากทีหลังนะครับ ^^!
โพสต์เมื่อ 23/03/2556 20:23 | 2
มาถึงวิธีการเรียนรู้ของพี่ในแต่ละวิชาละครับ
แนะนำอีกทีนะครับ พี่ติดโควต้าแพทย์ชนบท ม.มหิดล เรียกเต็มๆว่า แพทย์ศาสตร์พระบรมราชชนก หรือ แพทย์ PI ครับ

ชีววิทยา
-เน้นการจำเป็นหลักครับ เป็นวิชาที่ต้องจำกับจำ สำหรับพี่วิชานี้เป็นวิชาที่พี่ถนัดที่สุด เวลาว่างจะอ่านชีวะเป็นปกติเกือบทุกวัน อ่านจบทั้งหมด 23 บท 3-4 รอบเลย(บางบทก็อ่านผ่านๆ) การอ่านหลายๆรอบซ้ำๆและทำความเข้าใจกับมันหลายๆครั้ง จะทำให้เราจำได้แม่นมากๆครับ
เคมี
-เป็นวิชากึ่งๆความจำและคำนวณครับ(แต่เวลาข้อสอบออกจะมีคำนวณเป็นส่วนใหญ่) เทคนิคของวิชานี้ควรจะทำความเข้าใจกับเนื้อหาทั้งหมด แล้วทำโจทย์บ่อยๆครับ เพราะจะทำโจทย์เคมีได้มากน้อยเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเนื้อหาบางอย่างไม่มีในตำราแต่มีในโจทย์ครับ
ฟิสิกส์
-เป็นวิชาที่หลายๆคนส่ายหัวเลยก็ว่าได้ เทคนิคของวิชานี้คือการทำโจทย์เช่นกันครับ แต่สูตรอาจจะเยอะสักหน่อย ถ้าไม่ไหวจริงๆให้จำสูตรแบบศัพท์อังกฤษเลยครับแล้วลองทำโจทย์ดูเรื่อยๆ จะรู้วิธีใช้สูตรเองครับ
คณิตศาสตร์
-วิชาที่เด็ก ม.ปลาย หลายๆคนส่ายหัวอีกเหมือนกัน วิชานี้ต้องแม่นนิยาม แม่นสูตร แม่นเทคนิค แต่ความแม่นต่างๆจะได้มาจากการทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอครับ ทางที่ดีควรทำความเข้าใจแต่ละบทก่อนไปเรียนในห้อง จะทำให้เรียนวิชานี้ได้ง่ายขึ้นครับ
ภาษาอังกฤษ
-วิชานี้คงจะอ่านอะไรไม่ได้เยอะ ต้องอาศัยความรู้ภาษาอังกฤษที่เรียนมาตั้งแต่เด็กครับ เพราะในข้อสอบจะมีgrammar ออกสอบน้อยมาก การท่องศัพท์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
ภาษาไทย/สังคม
-สองวิชานี้ไม่มีอะไรมากครับ ตั้งใจเรียนในห้องอ่านทบทวนสม่ำเสมอก็พอแล้ว
โพสต์เมื่อ 23/03/2556 21:06 | 2
สำหรับแนวข้อสอบโควต้าแพทย์ชนบท ม.มหิดล ปี56นะครับ
ก่อนจะดูแนว โปรดทราบไว้ก่อนว่า ข้อสอบของมหิดล น้องต้องทำคะแนนในแต่ละวิชาให้ได้เกิน 40% (ยกเว้น สังคม ภาษาไทย) แล้วคะแนนรวมก็ต้อง 40% ขึ้นด้วย (สำหรับ กสพท. กำหนด 7 วิชาสามัญเกิน 30% เท่านั้น) ซึ่งพี่จะเปรียบความยากง่ายของแต่ละวิชาเทียบกับข้อสอบอื่นๆด้วยครับ

ข้อสอบชุดที่ 1 ฟิสิกส์ + เคมี เวลา 2 ชม.
ฟิสิกส์
ออกคำนวนปนกับทฤษฎีครับ ออกครบทุกเรื่อง ปีของพี่เน้นการเคลื่อนที่แบบวงกลมครับ ออกหลายข้อมาก ข้อสอบวิชานี้ยากที่สุดแล้วสำหรับพี่
ความง่ายมากไปน้อย
PAT3>7วิชาสามัญ>โควต้ามหิดล>PAT2(ยากที่สุด)

เคมี
ออกครบทุกบทอีกเหมือนกันครับ ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ แต่เราจะจำไม่ได้ซะมากกว่า ต้องทำโจทย์มาพอสมควรด้วยครับ มีทฤษฎีบทแรกๆมีให้หาเลขอ็อกซิเดชั่น มีไตเตรตกรดเบส ดุลสมการRedoxก็มีนะครับ ฯลฯ
ความง่ายมากไปน้อย
โควต้ามหิดล>PAT2>7วิชาสามัญ(ยากที่สุด)

ข้อสอบชุดที่ 2 คณิตศาสตร์ เวลา 1 ชม.(20 ข้อ)
คณิตศาสตร์
เห็นชื่อแล้วหลายคนสะดุ้งโหยง 555 แต่คณิตศาสตร์ของมหิดลง่ายกว่า PAT1 หลายเท่า ไม่ค่อยซับซ้อน แต่ต้องเข้าใจจริงๆถึงจะทำโจทย์ได้ คนเก่งคณิตทำได้หมดทุกข้อแน่นอน (พี่ทำได้เกือบหมดเหมือนกัน) ออกทุกบทครับเฉลี่ยๆกันไป
ความง่ายมากไปน้อย
O-Net>โควต้ามหิดล>7วิชา>PAT1(ยากมากกก)

ข้อสอบชุดที่ 3 อังกฤษ+สังคม+ภาษาไทย เวลา 2 ชม.
อังกฤษ
คล้ายๆ GAT เลยครับ แต่บทความจะยากกว่า มี Error 10 ข้อ ยากมากๆ ต้องเตรียมตัวมาดีจริงๆ พี่แนะนำให้ท่องศัพท์มาเยอะๆครับ ปีพี่เป็นบทความเกี่ยวกับสุขภาพครับ และคิดว่าน่าจะคล้ายๆกันทุกปี(ก็ข้อสอบหมอนิ)แต่บทความบางตัวก็ไม่เกี่ยวกับสุขภาพก็มีนะครับ(บทความมีหลายบทความมากๆ อ่านกันปวดหัวเลย)
ความง่ายมากไปน้อย
GAT>โควต้ามหิดล(เจอข้อสอบมหิดล GATจะหมูไปเลย)

สังคม
เป็นวิชาที่ง่ายมากๆ ง่ายกว่าO-net อีก เพราะถามตรงๆถามไม่ลึก แต่ต้องรู้เนื้อหาจริงๆ สำหรับพี่คิดว่า ที่เราเรียนมาพอแล้ว ถ้าไม่มีเวลาจริงๆไม่จำเป็นต้องอ่าน ทิ้งไปได้เลย เวลาสอบต้องมีสตินะครับมีข้อสอบหลอกอยู่เหมือนกันถามว่า
0.ข้อใดไม่ได้เป็นการทำผิดกฏหมาย
1.)นาย ก ไม่ปฏิบัติตามกฏจราจร
2.)นาย ข นำเหล้าเข้าไปดื่มในวัด
3.)นาย ค ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถยนต์
4.)นาย ง สูบบุหรี่ในโรงพยาบาล
........
ตอบข้อไหนกัน พี่ไม่เฉลยนะ ลองอ่านดีๆ อิอิ

ภาษาไทย
ส่วนใหญ่เป็นหลักภาษา คำราชาศัพท์ คำบาลี-สันสกฤต คำที่มักสะกดผิด ฯลฯ ไม่ยากมากครับ

ข้อสอบชุดที่ 4 (สุดท้าย) ชีววิทยา เวลา 1 ชม.
ชีววิทยา
ออกครบทุกเรื่องอีกเหมือนกันครับ ครบถ้วนมากๆ แบบว่า ถ้าอ่านมาผ่านๆทำไม่ได้แน่นอน ข้อสอบไม่ยากครับ แต่ถามค่อนข้างลึกและหลากหลาย แต่ที่พี่เจ็บใจสุดๆ ก็คืออนุกรมวิธาน เพราะมีรุ่นพี่(ในเน็ต)เคยบอกไว้ว่า มันไม่ค่อยออก หรือออกไม่ค่อยลึก แต่ข้อสอบมหิดลออกหลายข้อและลึกพอสมควรครับ คือทุกบทมีความสำคัญ ห้ามทิ้งเด็ดขาด
ความยากง่ายเทียบกับข้อสอบอื่นแล้วพอๆกันครับ แต่ออกหลากหลายกว่า

คะแนน GAT PAT รอบแรกของพี่นะครับ เผื่อน้องๆจะนำไปใช้เปรียบเทียบ
GAT 227.5 PAT1 108 PAT2 150 PAT3 194
ปล.หลังจากที่สอบ GAT/PAT พี่อ่านหนังสือเยอะพอสมควรครับ

สำหรับน้องๆที่เตรียมจะสอบโควต้าแพทย์ชนบท พี่ก็ขอให้ตั้งใจนะครับ แล้วตามมาเป็นรุ่นน้องพี่ด้วย พี่เป็นนักศึกษาแพทย์ PI รุ่นที่ 17 ครับ ^^
โพสต์เมื่อ 23/03/2556 21:50 | 2

เริ่มจากไหนดี? 
#(โควตาภาคเนือ)มฟล.  สนามนี้ถือเป็นสนามแรกและค่อนข้างแปลกกว่าที่อื่น เพราะว่าสอบวันนี้ เย็นประกาศผล พรุ่งนี้ก็สัมภาษณ์เลย เป็นภาษาอังกฤษหมดเลย แต่ตัวเองพูดไม่ค่อยได้ ดันไปสอบบ ผลก็คือผ่านข้อเขียนอันดับ1 แต่หลุดสัมภาษณ์ได้มาเป็นอันดับสองแทน ..จะเข้าที่นี่ควรจะได้ eng  เพราะว่าเค้าเน้นจริงๆ :)

#GAT-PAT. เป็นข้อสอบที่ทำเอามึนเลยทีเดียว แกทเชื่อมโยงต้องฝึกเยอะๆ ต้องหาแนว ห้ามคิดมากและก็ห้ามคิดไปเอง แกทeng ถ้าเป็นบทสนทนาก็จะเป็นสำนวนซะส่วนใหญ่ เน้นท่องศัพท์เยอะๆ ละก็หลักไวยากรณ์ reading อ่านไม่ทันจริงๆ ..ถ้ามีเวลาก็ลองจับเวลาด้วยก็ดีจ้า ส่วนของPAT1 หรือคณิตศาสตร์ ก็ออกทั่วๆไป ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเดิมๆ ลองหาข้อสอบปีเก่าๆมาทำ PAT2 หรือวิทยาศาสตร์ ข้อสอบค่อนข้างยาก+กว้าง ไม่รู้ว่าเผื่อเด็กซิ่วหรือยังไง คือมีไม่กี่ข้อที่แบบเคยเรียนมา ต้องเป๊ะจริง แม่นจริง

*ถ้าถนัดด้านคำนวณอยู่แล้ว จะสามารถเก็บคะแนนได้ง่ายขึ้น
เพราะว่าถ้าได้คณิต จะทำให้ได้ฟิสิกส์กับเคมีไปด้วยส่วนหนึ่ง ไม่อยากให้ทิ้งจริงๆ วิชานี้

#กสพท. ช่วงนั้นไม่มีเวลาอ่านเลย เพราะถัดจากเดือนที่สอบกสพท. จะเป็นสอบโควต้า มช. เลยได้อ่านแค่ไม่กี่วันก่อนสอบ เป็นสนามสอบที่ไม่ให้เอาอะไรเข้าไปจริงๆ แม้กระทั่งเหรียญหรือธนบัตร -0- ทุกอย่างค่อนข้างจะเป๊ะ เพราะเป็นระดับประเทศ การสอบค่อนข้างกดดันมาก อย่างข้อสอบจริยธรรมจำนวนข้อเยอะมากก เมื่อเทียบกับเวลานะ ต้องแบบกาแบบไม่คิดมาก ไม่งั้นไม่ทัน ละก็จะมีข้อสอบแบบคล้ายๆแกทเชื่อมโยงด้วย แต่ว่าไม่เน้นหนาให้ เราต้องหาเอง แค่นั้นTT ส่วนที่เป็นคำนวณเป็นรูปภาพ หาโจทย์มาทำเยอะๆ ก็เพียงพอละ

*เพราะว่าข้อสอบส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ออกมาตามที่เราเรียน จะเป็นวิเคราะห์หรือประยุกต์ยังไงก็แล้วแต่ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี 
แต่การอ่านหนังสือที่ดีไม่ใช่อ่านให้เยอะ แต่ต้องอ่านให้เข้าใจนะจ๊ะ !!

#โควต้า มช. เนื่องจากยื่นโควต้าของ มน. ไป แล้วก็ติดเป็นคณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก เป็นคณะที่น่าสนใจดี มีแค่ที่เดียวก็เลยเลือกไป ส่วน มช. เลือกพยาบาลไว้ แต่ไม่อยากเป็น (แต่ก็ไม่รู้จะเลือกอะไร) ก็เลยไปสอบ มช. วันเดียว เพราะตรงกับวันสัมภาษณ์ วันแรกจะเป็นไทย สังคม วิทย์ ข้อสอบง่ายกว่าแกทแพทเยอะะ แต่ต้องแน่นและเป๊ะจริงๆ ไม่งั้นก็ผิดเอาได้ง่ายๆ ไทยปีนี้มีออกรางวัลซีไรต์กับบรรณานุกรมหนังสือ # แบบว่าเรียงยังไงๆ

*การเลือกคณะควรจะเลือกที่เราชอบไปเลย ไม่ใช่จะเลือกคณะที่ควรจะติดนะ ไม่งั้นจะเสียใจแล้วมานั่งสอบละก็แอดใหม่
ปีนี้คะแนนพยาบาลกับธรณีเพิ่มจากปีก่อนนะ ส่วนแพทย์กับสัตว์แพทย์รู้สึกว่าจะลง 
*ถ้ากำลังเพิ่งขึ้นม.ปลาย แล้วอ่านเจอ
อยากจะให้น้องๆ ตั้งใจเรียนให้ห้องนะ พี่ว่าสำคัญที่สุดเลยยล่ะ 
*ถ้าโครงการไหนใช้ GAT-PAT อยากจะให้เก็บ GAT ให้ได้เยอะที่สุดนะ เพราะเป็นตัวที่ได้มาง่ายกว่าตัวอื่นละ
*ตั้งใจเรียนในห้อง เก็บเกรดในห้องด้วยจ้า อย่ามัวแต่อ่านหนังสืออย่างเดียว แบ่งเวลาให้ถูก ค้นหาตัวเอง ดูหลักสูตรคณะว่าไหวไหม โอเคป่าว

หนังสือ#
พวกคำนวณ -คณิตฟิสิกส์- ใช้ของ15พ.ศ. เพราะเน้นทำ ละก็อ่านเฉลยเลย ไม่เก่งๆ 555
ไทย จะเป็นเล่มสีแดงๆ อ่านที่ห้องสมุด master อะไรสักอย่าง จำไม่ได้ TT
สังคม พี่บอลเล่มสีฟ้าๆ แต่ถ้าเป็นของ มช. แนะนำเลอกูรู ตรงประเด็นกว่า
ชีวะพี่เต้นท์ เคมีติวเตอร์พอยท์ เพราะว่าฐานไม่แน่น เรียนออนไลน์ใหม่หมดเลย ก็โอเคนะ
อังกฤษเรียนเอา แต่ของครูสมศรีก็ดีนะ ตอนไปติวแบรนด์มาอ่ะ ศัพท์เยอะเลย

ยังไงก็ตั้งใจทำทุกวันให้เต็มที่นะ เหนื่อยช่วงนี้แปปเดียวหรือจะเหนื่อยไปตลอดก็แล้วแต่เลยนะ เป็นกำลังใจให้จ้า ถึงแม้ว่าพี่จะสอบน้อยและก็แนะนำหนังสือและประสบการณ์ต่างๆ ให้ได้แค่นี้ โชคดีจ้า ว่าที่นิสิตนักศึกษาทุกคน :D

โพสต์เมื่อ 23/03/2556 22:41 | 2
พี่เป็นักเรียนอยู่ต่างจังหวัดค่ะ และโรงเรียนอำเภอ เกรดได้ไม่มากนัก แต่ 3 ขึ้น น้องๆๆ ไม่ต้องไปเครียดกับเกรดมากน่ะค่ะ เพราะยังไงถ้าคะแนน gat และ pat สิ่งนี้แหละที่ทำให้น้องๆ เข้าคณะที่ชอบได่ ไม่พูดมากันแล้ว
พี่ก็เป็ฯคนสอบหลายสนามเหมือนกันค่ะ

สนามแรกที่ลง คือ แกทและ แพท  

ตัวแรก แกทไทย รอบแรก  ของพี่ พี่ไม่ได้เน้นมาก รู้สึกว่าง่ายเลยไม่ได้อ่านแต่ที่ไหนได้ รอบแรก กำกวมมาก เป็นเพราะเราไม่ได้ฝึกฝนอยู่ประจำ คิดว่าง่ายเลยทิ้งเป็นสิ่งที่น่าเสียมาก เพื่อนพี่ที่สอบได้ติดกัน บางคนได้เพราะคะแนน แกท ภาษาไทย

แกทไทยรอบสอง  เป็นครั้งที่ต้องคิดหนักมากเลยทีเดียวเพราะคะแนนไม่ดีในรอบแรก พี่ไปเรียนพิเศษมาค่ะ เลยตั้งใจเพราะความเสียดายเงินที่พ่อแม่ส่งเสียให้เรียน จึงเกิดความตั้งใจมากยิ่ง และพี่มั่นใจในแกทรอบนี้มาก บอกน้องทุกคนว่า การทำแกทภาษาไทย (อ่านทุกตัวเลยน่ะค่ะ มันเป็นคาถา ) 


ส่วน pat 1  ครั้งที่ 1และ 2  พี่เป็นคนที่ทำคณิตไม่ค่อยเก่ง
แต่เพราะคคณะที่จะเข้าไม่ได้ใช้ เลยไม่ได้ สนใจเท่า พี่ได้เพียง 68 คะแนน เองค่ะในรอบแรก น้องๆที่จะใช้ มันอยู่ในคณะแพทย์  วิทยาศาตร์ก็ตั้งใจทำให้ได้ดีๆนะค่ะ

ส่วน pat2 ครั้งที่ 1 และ 2 มันเป็นวิชาปราบเซียนมากเลยค่ะ มันรวมทุกวิชาและออกทุกรายละเอียดมากๆ น้องๆคนไหนที่คิดว่าถนัดวิชาไหนในวิททยาศาตร์ก็ขอให้ทุ่มไปเลยนะค่ะ และเคมีของรุ่นพี่นี้ มันยากมากๆ แต่พี่จะเน้นชีวะ ที่ทำคะแนน ให้พี่ได้หน่อย ค่ะ ควาเจ็บหรือผิดหวังมันเป็นแรงบันดาลใจให้พี่มากๆเลยค่ะ จึงกระตุ้นให้พี่สอบรอบแอด ทำให้ดีที่สุด  


## ถ้าน้องคนไหนอ่านบทความของพี่แล้ว ก็เริ่มตอนนี้ซะนะค่ะ ถ้าไม่อยากผิดหวังในคณะที่น้องเลือกค่ะ เหมือนพี่ที่ต้องสอบเหนื่อยรอบสอง มัน ท้อมากไม่อยากทำอะไรเลยน่ะค่ะ แต่พี่มีแม่ ที่คอยกระตุ้นให้ได้มีกำลังใจอย่าง กำลังใจนี่แหละค่ะสิ่งสำคัญ## 





โพสต์เมื่อ 24/03/2556 20:06 | 2
วิทยา (ทุกสาขา) จุฬาฯ
การสอบเข้าวิทยาสำหรับเด้กกทม จุฬาฯ มี 2 แบบ(ไม่นับรวมโควต้า)
 1.สอบตรง มีให้ ยื่นคะแนน 2 แบบ
    -ยื่นคะแนน CU-SCI 

    -ยื่นคะแนน 7 วิชา และ GAT
     CU-SCI คือ ข้อสอบที่จัดสอบโดยคณะวิทย์ จุฬาฯเอง มี4วิชาคือ
     คณิต ฟิสิกส เคมี ชีวะ 
ค่าสอบวิชาละ 400 บาท 
     
ข้อดีของ CU-Sci คือข้อสอบง่ายกว่า มีคนสอบน้อยกว่า มีโอกาส
             ติดมากกว่ายื่น 7 วิชา และ สอบได้ตั้งแต่ม.5 
       
ข้อเสีย คือ ค่าสอบแพงมากๆๆ อย่างน้อยๆน้องต้องเสีย 1600บ.frown 
   
 2.แอดมิชชั่น โดยใช้ o-net30% 
gpax 20% gat10% pat1 10% pat2 30% 
วิทยา เคมี มศว 

เปนสนามสอบแรกของชีวิตเด็กม.6 เชียวละ
บรรยากาศสนามสอบจะเป็นฮอล์(เอ๊ะ เขียนยังไง)ใหญ่มากกกก มีนักเรียนสอบเยอะมากด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนึงที่พี่อยากเตือน
น้องๆที่ไปสอบมศว คือ ตั้งสติดีๆนะ พกยาดม ยาลม ยาหม่องไปด้วย คนจะเยอะแค่ไหน อย่าตื่นตกใจไป และมศวเป็นม.แรกๆที่เป้นสนามสอบ เด็กๆบางคนที่คิดว่า ตัวเองยังไม่พร้อม ยังอาจเนื้อหาไม่ครบ >>> นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะพี่เองนี่ละ อ่านหนังสือยังไม่จบ แต่ก็สอบติดนะ

GAT PAT
GAT 
   เชื่อมโยง เป็นพาร์ทที่เก็บคะแนนง่าย ถ้าเตรียมตัวมาดี แต่พอพี่ลอง
       มาสอบของปีนี้ พี่ว่ามันยากกว่าปีที่แล้วมากกก พี่ก็ไม่รู้จะพูดยัง
       ไงดีกะ มาตรฐานข้อสอบของ สทศ. เอาเป็นว่า พวกเรารู้กันดี - -
   ENG
     -ในบทสนทนาจะมีให้เลือกตอบสำนวน น้องต้องหาข้อสอบเก่ามาทำเยอะๆ เพราะสำนวนบางทีก็ออกเหมือนเดิม อย่างเช่น keep fingers crossed = โชคดีนะ อันนี้น้องต้องรู้
     -อย่างพาร์ท odd one out พี่แนะนำให้ไปหา
memolody ของพี่แนนมาร้องด่วนเลย เพราะมันตรงมากกกกกกก
      -พาร์ทที่ให้เรียงประโยค มันจะมีคำๆหนึ่งในประโยคที่บ่งบอกลำดับอย่างเช่น ถ้ามีคำว่า However มันก้คงเป้นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ประโยคนี้จะเป้นประโยคแรก  Shortly แปลว่าโดยสรุป ดังนั้นมันน่าจะเป็นประโยคสุดท้าย เป็นต้น 
PAT1 วิชานีโหดดดดมากกก ทำเด็กอยากเข้าวิศวะเสียน้ำตามาแล้วหลายคน คือข้อสอบมันยากมากก็จริง แต่พี่แนะนำเด็กๆให้ทำทุกข้อ เพราะมันจะ
มีข้อง่ายๆที่เราพอทำได้ แอบอยู่ ส่วนเรื่องเวลา ถ้าคนที่ทำทุกข้อจริงๆ เวลา3ชม.นี่ถือว่าพอดี ไม่ขาด ไม่เกินนะ
PAT2  
 
ฟิสิกส์  ขนาดพี่เป็นเด็กกลัวฟิสิกส์นะ แต่พูดได้เลยว่าเป็นพาร์ทที่ง่ายที่สุดแล้วละ   เท่าที่ผ่านมาจะออกเน้นทฤษฎี แทบไม่มีคำนวน แต่ปีต่อๆไป สทศ เขาอาจะเปลี่ยนแนวก้ได้นะ อย่านิ่งนอนใจไป
  เคมี พาร์ทที่อ่านมาทำไมก้ไม่รู้ ข้อสอบ 1 ข้อ โจทย์ก้ปาเข้าไป 1หน้าแล้ว แต่ก็เหมือนกับเลขนะ จะมีข้อง่ายๆแอบอยู่ และก้เรื่องปริมาณสาร ต้องระวังอย่าให้เขาหลอก อย่าลืมดุลสมการ 
  ชีวะ  ไม่ง่ายไม่ยาก  ที่ผ่านมาเหมือนเขาไม่เน้นเรื่องไฟลัมนะ บางข้อที่ยากๆก้เป็นเนื้อหาของเด็กปี1 นี่แหละ 
 
ดาราศาสตร์ ออกตามหนังสือของกระทรวง+ตั้งใจเรียนในห้อง ส่วนข้อที่ไม่ตรง พี่ว่าคนอื่นเขาก้ต้องเดาเหมือนเรานั่นแหละ ฮิฮิ
PAT3
  ทำเพื่อนพี่ร้องไห้ไปหลายคน เพราะเพื่อนที่อยากเข้าวิดวะ เขาก้จะไปหาหนังสือความถนัดวิดวะ มาอ่าน แต่ปรากฎว่า ข้อสอบรอบแรกมันไม่ออกตามแนวเดิมอ่ะ ความถนัดวิดวะ แต่ไปออกเน้น เคมี ทำให้เด้กที่ได้คะแนนดีคือเด้กที่ถนัดเคมีไปซะงั้น บทเรียนจากเรื่องนี้ก้คือ เป็นนักเรียนไทย ต้องอดทน พร้อมรับทุกสถานการณ์ 
flightเพราะ สทศ อาจเปลี่ยนแนวข้อสอบได้ตลอดเวลา  แต่ยังดีหน่อยที่รอบสอง ไม่เปลี่ยนแนวไปมากนัก 
   
เภสัช ศิลปากร
  พี่ไม่ได้ไปสอบรอบแรกอ่ะ แต่พี่ไปสอบรอบสองนะ
รอบแรก รับ40 คน แต่ตอนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิืสัมภาษณ์นี่มาเป้นร้อยๆ ชื่อ - - ประมาณว่าเขาคงคัดออกตอนสัมภาษณ์อีกที 
เพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีคนนึงที่เขาติดเภสัช ศิลปากรรอบแรก แต่ถ้าให้เขาไปแอดมิชชั่นอีกทีอ่ะ เขาไม่ติดนะ เพราะฉะนั้น
ใครที่อยากเข้าเภสัช ศิลปากร ทำข้อสอบของรอบแรกให้ดีๆนะ ไปแอดมิชชั่นอีกทีมันยากขึ้นเน้อ 
เล่าคนที่สอบรอบสองบ้างดีกว่า รอบสองรับ 20 คน แต่ตอนประกาศรายชื่อก้นั่นแหละ ประกาศเป้นร้อยๆคน แต่ก่อนที่พี่จะไปสัมภาษณ์นะ จำได้ว่า คะแนนแอดกลางออกมาพอดี พี่ติดแอดกลางไปก่อนละ hot เลยไม่ได้ไปสัมภาษณ์ 

ตอนนี้ เรียนอยู่ เภสัช ม.แถวๆมาบุญครอง อิอิ 

สู้ๆนะ เด้กแอดทุกคน hi

พี่ขอเป็นกำลังใจให้ bye

โพสต์เมื่อ 26/03/2556 11:12 | 2
สวัสดีค่ะ พี่เป็นเด็กศิลป์ภาษาฝรั่งเศสนะคะ เป้าหมายคณะในดวงใจก็คือ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ^^ เป็นคณะในฝันของใครหลายๆ คนนั่นเอง

พี่อยากเล่าประสบการณ์ให้น้องๆ ฟัง จะบอกว่าน้องๆ ก็เก่งได้ถ้ามีความพยายาม ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกค่ะ ^^ ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ติดรับตรงคณะที่พี่หวัง แต่เมื่อคะแนน o-net ประกาศพี่ก็พอใจกับคะแนนตัวนี้พอสมควรเพราะว่าบางวิชาก็เกินกว่าที่คิดไว้ ยังไงก็ตามพี่ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆที่กำลังทำตามความฝัน ถ้าใครๆ ที่ยังหาไม่เจอ ขอให้เริ่มนับตั้งแต่ตอนนี้ หาสิ่งที่ใช่กับตัวเอง แล้วลงมือวางแผน จัดระเบียบตัวเอง แล้วลงมือทำ

ส่วนตัวแล้วพี่ว่าน้องๆที่เพิ่งขึ้น ม.6 ถ้าเริ่มอ่านตอนนี้พี่ว่าก็ยังทันนะคะ (เหมือนพี่ค่ะ 555) อย่าชักช้า เพราะเวลาไม่เคยรอใครจริงๆ แล้วผลของความสำเร็จมันจะทำให้หายเหนื่อยไปเลยย สมกับที่อ่านหนังสือหนึ่งปีนี้มาจริงๆ :)

เมื่อก่อนพี่ก็เรียนไม่ค่อยเก่งนะคะ ตอน ม.ต้น พี่ได้เกรดมา 2นิดเดียว ห่วยมากกกกกอ่ะน้องๆ T__T แต่พอม.ปลายพี่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฟังที่ครูสอน จดเลคเชอร์ ทบทวนบทเรียนตลอด ตั้งใจเรียนขึ้นกว่าเดิม จนคว้าเกรด3กว่าๆมาได้ พี่ว่าพอเราตั้งใจจะทำอะไรจริงๆ มันก็ไม่ยากเกินไปหรอกค่ะ ^^


สนามสอบแรก GAT-PAT : ความหวัง 25%
การเตรียมตัวของพี่คือคว้า PAT มาได้เยอะๆๆ GAT พี่ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่เพราะรับตรงอักษรฯ ไม่ได้นับ GAT ด้วยค่ะ แต่พี่เตรียมตัวอ่านภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ปิดเทอม เลยสบายหน่อย ^^
เป้าหมายของพี่คือ คะแนน PAT7 200+ ค่ะ เอาจริงๆพี่เรียนฝรั่งเศสห่วยมาก พื้นฐานไม่ค่อยแข็งด้วย พี่เตรียมตัวอ่านมาเกือบ 3 เดือนนะ แต่คะแนนที่ีพี่ได้คือ... 16X ค่ะ เสียใจมาก ตั้งใจไว้อย่างมากว่าจะมาแก้ตัวกับ 7 วิชาต่อ สู้ต่อไป!! T____T
ส่วนคะแนน GAT อันนี้พี่ไปทำชิวๆ แต่ได้คะแนนมา 26X ค่ะ


สนามสอบต่อไปก็คือ 7 วิ(ชา)สามัญฆาตกรรมค่ะ : สนามสอบที่ทำให้ใครหลายคนเสียน้ำตา :(

สามวิชานี้พี่เตรียมตัวมานานมากก ตั้งแต่ปิดเทอม ลงเรียนพิเศษ DAVANCE, ENCONCEPT คอร์ส 7 วิชาฯ แล้วก็อ่านหนังสือเองด้วย   เยอะมาก เป็นสิบสิบเล่ม T__T คือพี่ตั้งใจมากๆๆๆๆๆๆ พอพี่เห็นข้อสอบที โอ้โห จะเป็นลม!!

ไทย - ข้อสอบออกแนววิเคราะห์ล้วนๆๆ ค่ะ จะมีหลักภาษาบ้าง ต้องฟิตทำข้อสอบอ่านวิเคราะห์มาเยอะๆ

สังคม - วิชานี้พี่คงแนะนำอะำไรให้ไม่ได้ เพราะมันออกกว้างมากจริงๆ ค่ะ แต่ลองหาพวกหนังสือสังคม พว. อะไรทำนองนี้มาอ่านดู เพราะได้ยินว่าีปีนี้เอามาออกเยอะ คำถามเกี่ยวกับอาเซียนมีออกด้วย ลองไปศึกษาดูนะคะ อย่างปีพี่มีถามว่า ยางและสิ่งทอ เป็นการผลิตของประเทศใดในอาเซียน (ที่เค้าจัดแบ่งประเภทกันน่ะค่ะ)

ภาษาอังกฤษ - วิชานี้ต้องจัดการตารางเวลาให้ดีมากๆๆๆ เพราะทำไม่ทันจริงๆ ทั้งบทความที่ยาวเฟื้อย เน้นการอ่านวิเคราะห์ล้วนๆๆ!! แกรมม่าไม่แม่นก็คะแนนเยอะได้ ถ้าอ่านแล้วเข้าใจค่ะ ลองไปฝึกทำข้อสอบ+จับเวลาดู

พอผลประกาศออกมา พี่แบบแทบล้มทั้งนั่ง(ดูคะแนนค่ะ 555) คะแนนพี่ห่วยบัดซบมากจริงๆ พี่ท้อมากหลังจากประกาศผล T____T

คะแนนที่ได้
ไทย : 6X
สังคม : 4X
อังกฤษ : 6X

แล้วยิ่งคำนวณกับคะแนน PAT7 อีก ถือว่าฝันนี้หายไปเลยค่ะ หลุดแล้ว...อักษร จุฬา ความฝันของชั้นนนน ฮือออ ตอนแรกพี่ฟิตวิชาสังคมมากเลยนะ เพราะพี่ชอบสังคม อ่านเยอะมาก ทำข้อสอบไปหลาย พ.ศ. แต่คะแนนห่วยมากเลย =_="
พี่ท้อมาก ท้อไป 3-4 วัน คือก่อนหน้านั้นที่ยังไม่ประกาศคะแนนพี่ก็ทำใจไว้อยู่แล้ว พี่คิดเผื่อว่าถ้าไม่ติดจะทำยังไงดีว้าาา...ถ้าก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดเผื่อเลยพี่ว่าพี่คงเสียใจมา่กอ่ะ ณ จุดนี้ต้องเผื่อใจไว้เลยนะ เลยคิดหาทางต่อ สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกว่าจะฟิตรอบแอดมิชชันค่ะ ^^


สนามสุดท้าย O-NET : ท้อได้แต่อย่าถอย!!
พี่ทุ่มเทให้กับสนามสุดท้ายเพราะมันเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพี่แล้วจริงๆ เวลาหลังจากสอบ GAT PAT ของพี่เหลือ ประมาณ 3 เดือนได้ พี่จัดตารางอ่านหนังสือเป็นวิชาๆๆ ทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือมากกก แต่ก็ต้องจัดตารางกับสอบปลายภาคของโรงเรียนด้วย จัดตารางอ่านให้ดีๆ นะน้อง ส่วนใหญ่พี่จะอ่านวิชาหลัก ไทย สังคม อังกฤษ พี่ไม่อยากบอกเลยว่าพี่ดิ่งเลขกะวิทย์ เพราะเป็นวิชาที่พี่ไม่ถนัดจริงๆ พี่ฟิตมาแค่ไทยสังคมอิ้ง เท่านั้น 555 (อย่าเลียนแบบนะคะ!!)

ส่วนใหญ่แล้วข้อสอบจะง่ายกว่ารอบอื่นๆ แนวๆ เดียวกันกับข้อสอบปีก่อนๆ เลยค่ะ ยกเว้นสังคมที่ปีนี้ออกความรู้รอบตัวเยอะจริงๆ เช่นถามว่าคุณอังคาร กัลยาณพงศ์ คือใคร ฯลฯ บางข้อพี่ลืมไปแล้ววว การสอบ O-NET นี้เป็นการสอบครั้งแรก ครั้งเดียว ในชีวิตของเรา อ่านหนังสือมาให้ดีๆ นะน้อง ^^

ถึงแม้ว่าการสอบ 7 วิชา พี่จะคะแนนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่คะแนนรอบนี้ถือว่าพี่พอใจเลย เพราะดีกว่าที่พี่คาดไว้เล็กน้อย
ไทยพี่ได้ 8X สังคม 6X อิ้ง 7X คณิต 3X วิทย์ 4X คณิต กับ วิทย์เกินคาดพี่จริงๆๆ เพราะพี่หวังไว้ว่าได้ 20 ก็บุญแล้ว ส่วนอีกสามวิชาใบเถาพี่เน่าสนิทจ้าา 5555

รวมทั้ง GAT และคะแนน O-NET ทำให้พี่ได้ +จากคะแนนขั้นต่ำของคณะที่พี่หวังไว้เยอะพอสมควร ถึงจะไม่ใช่อักษร จุฬาก็ตาม แต่เท่านี้ก็ถือว่าพี่ทำดีที่สุดแล้ว ^^


======================================================================


พี่ขอแนะนำหนังสือเป็นรายวิชาๆ ไปนะคะ

ภาษาไทย - พี่อ่าน mini book davance อ.ปิง , นอกนั้นก็ตามทำข้อสอบเก่าๆๆ o-net แต่ละ พ.ศ. ค่ะ แนวไม่แตกต่างกันมาก พี่ทำหนังสือของ อ.ปิง กับ ent ไทยให้เต็มร้อย ของ อ.จงชัย เจนหัตถการกิจ ค่ะ ทำเยอะๆๆ ผลดีแน่นอน

ภาษาอังกฤษ - พี่แนะนำหนังสือ ของ พ.ศ.พัฒนา หรือ hi-ed ค่ะ เจ๋งจริงๆ หรืออังกฤษ 15 พ.ศ. ก็เวิร์กค่ะ ลองไปหาทำดูนะ พี่แนะนำว่าให้ทำโจทย์อ่ะจ๊ะ วิชานี้เน้นความเข้าใจมากกว่า+grammar อีกหน่อย
อีกอย่างเลยพี่ขอแนะนำ ให้น้องๆ ท่องศัพท์ เยอะๆ เข้าไว้ **ชีทคำศัพท์ของ ครูสมศรี** มีประโยชน์มากกกกกกกกถึงมากที่สุดค่ะ ช่วยชีวิตพี่ได้เยอะมาก แนะนำเลยนะคะ

สังคมศึกษา -
1.สรุปสังคม ม.ปลาย - ครูพี่บอล เล่มเขียวๆ ค่ะ เจ๋งมาก จำให้ได้ทุกบรรทัดนะ มันออกทุกเม็ดจริงๆ
2.หนังสือครูพี่ป๊อบค่ะ คัมภีร์พิชิตสังคม อะไรสักอย่าง พี่อ่านเล่มฟ้าๆ หนาๆ
3.ทำข้อสอบเก่าจ้า ลองหาพวก พ.ศ.พัฒนา หรือหนังสือของพี่ป๊อบก็โอเคจ้า พี่จำชื่อไม่ได้แล้ว หนาๆ เล่มฟ้าๆ เหมือนกัน แต่มีแต่โจทย์นะ รวมทุก พ.ศ. เลยโอเคมาก ที่สำคัญคือทำโจทย์เยอะๆๆ หมั่นติดตามข่าวสารข้อมูลต่างๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางทีอาจเอามาออกได้ค่ะ ^^

พี่อ่านแค่สามวิชานี้แหละค่ะอย่างที่บอก 555 ที่เหลือก็ตั้งใจเรียนในห้องเอานะ ส่วนเลขกับวิืทย์บางข้อพอทำได้ก็ใช้ความรู้เก่าอ่ะจ้า แต่ส่วนใหญ่พี่ดิ่งจ้า =_=(ไม่แนะนำๆ) แต่ข้อสอบ o-net จะง่ายกว่าพวก 7วิชา หรือรับตรงอะไรพวกนี้

เอาจริงๆ นะ พี่ว่ากวดวิชาบางทีก็อาจจะไม่ช่วยอะไรเลย ถ้าเราไม่ขยันอ่านหนังสือ หมั่นทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง เงินค่าเรียนพิเศษก็เหมือนสูญเปล่าอ่ะ พี่เห็นบางคนนะ แทบไม่เรียนพิเศษ แต่คะแนนดีกว่าคนที่เรียนอีก มันอยู่ที่ตัวล้วนๆ นะ การอ่านหนังสือคนเดียวมันก็เป็นการทำความเข้าใจกับตัวเองด้วย หมั่นหาเทคนิคการจำ มันจะจำได้ดี อยากให้นึกถึงหน้าพ่อแม่ นึกถึงยามที่พวกท่านต้องเหนื่อยทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงเรา ส่งเสียเราเรียน ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้ที่ที่ดีที่สุด แต่ขอให้ น้องได้ "ทำ" ดีที่สุดก็พอ ^_______^ 

อย่างพี่อ่ะ สอบรับตรง มศว ก็ไม่ติด รับตรงจุฬาก็ไม่ติด เพราะฉะนั้น...ก็ขอพึ่งบุญ admission ละกัน! ท้อได้แต่อย่าถอยนะ!!!

สุดท้ายแล้วพี่ก็ขอฝากข้อคิดหน่อยนะคะ^^ แม้ว่าครั้งแรกน้องอาจจะล้ม แต่สุดท้ายน้องอาจจะกลับมายืนขึ้นในรอบสุดท้ายก็ได้...ตราบใดที่ยังมีความพยายาม ยังมีความหวัง เผลอๆ น้องอาจจะเจอสิ่งที่ใช่กว่าก็ได้นะ อิอิ หาตัวเองให้เจอแล้วก็เดินหน้าเต็มกำลัง สู้ตายย!
 

เป็นกำลังใจให้กับน้องๆ แอดมิชชันรุ่นต่อไปนะคะ ^_______^
โพสต์เมื่อ 27/03/2556 13:54 | 2
ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าพี่อาจไม่มีค่อยแนวทางเรื่องหนังสือ กวดวิชาซักเท่าไรนะครับ แต่ก็อยากจะแชร์ประสบการณ์และเป็นกำลังใจให้น้องๆนะครับ
พี่เองก็เป็นหนึ่งในเด็กมอปลายหลายพันหลายหมื่นคนที่อยากเป็น แพทย์....
มันเป็นความฝันที่เราอยากเป็นมากๆๆๆ และเป็นไปได้ยากสำหรับเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เข้าเรื่องเลยดีกว่านะ
พี่เริ่มเตรียมตัวอ่านหนังสือตั้งแต่ปิดเทอมมอห้าขึ้น มอหก พี่อ่านหนักมากครับแทบไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย แต่พอเปิดเทอมมอหกมามันก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือเลย(ตรงนี้ขอเตือนด้วยใจจริงนะครับ) และก็เป็นธรรมดาครับพอไม่ได้อ่านมันก็หลงลืมไป จนสนามแรกของพี่มาถึง mdx ครับ พี่สมัครไปทั้งๆที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ และก็ odod ครับ มันดันสอบวันเดีจวกันซะได้ สุดท้ายพี่ก็ต้องเลือกแหละครับ พี่เลือกodod ครับ เลยไ ม่ได้สอบmdx เสียดายเหมือนกัน ด้วยความที่ไม่ได้อ่านหนังสือก็เลยทำข้อสอบไม่ค่อยได้ครับ แต่ก็พอถูๆไถให้ติดในอันดับที่สามารถเลือกodod ได้ครับ(คัดรอบแรกครับ รอบจริงต้องใช้คะแนนโควตา มช ครับ ของภาคเหนือครับ)และอันดับที่ติดนี่สิท้ายตารางเลยครับ พี่ซึมๆไปพักหนึ่งเลยครับเพราะจังหวัดพี่รับแค่สี่คนแต่พอคิดไปคิดมาอย่างน้อยเราก็ยังพอมีโอกาสจากนั้นพี่ก็เริ่มอ่านแบบจริงจรังมากครับแบบว่านอนแค่วันละสามสี่ชั่วโมงตลอดเลย(รวมๆกว่าจะสอบโควต้าก็เกือบสี่ห้าเดือนเลย) แต่พอสนามแรกพี่สอบ มศว ครับ ศึกษาชีวะ พี่ไม่ติดครับ เสียใจมากถึงแม้จะไม่หวังเลยก็เหอะแต่มันก็อดคิดไม่ได้ว่าสอบศึกษายังไม่ติดแล้วจะไปสอบแพทย์เหรอว่ะแต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดครับ จากที่ไม่ติดในครั้งนี้ทำให้พี่อ่านหนังสือหนักมากกว่าเดิมอีกครับเข้าขั้นว่าอ่านจนอ้วกเลยครับยิ่งช่วงใกล้สอบโควตานี่ อ้อลืมบอกไปว่าพี่ยื่นแพทย์มอพะเยาด้วยครับ(ใช้ GAT PAT ครับแต่คะแนนพี่ก็เน่าอยู่ดีโดยเฉพาะแพท1 ไม่ถึงสามสิบเปอร์เลยครับ ) พอก่อนวันสอบประมาณอาทิตย์หนึ่งพี่แตะหนังสือไม่ได้เลยครับเพราะมันเบลอ อยากอ้วกบวกกับความเครียดด้วยพี่เลยหยุดครับพักเลยคิดว่าเท่าไรก็เท่านั้นแหละ(พักช่วยได้จริงๆนะครับ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เตรียมใจเตรียมสมาธิมากขึ้น)พอถึงวันสอบพี่ไม่เอาหนังสือติดตัวไปเลยซักเล่มครับและก็ทำข้อสอบแบบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลยครับ(จดจ่อมาก ห้าๆ) แต่พอสอบเสร็จนี่สิครับ อารมณ์เดิมกลับมาเลยมันกลัวไปหมดใจหนึ่งก็อยากให้ถึงวันประกาศผลแต่อีกใจก็ไม่...จนมอพะเยาประกาศครับ ประกาศก่อนโควตามอชอ2วันครับ ผลก็คือพี่ไม่ติดครับ หัวใจพี่หล่นวูบเลยเลยครับ เงียบทำอะไรแทบไม่ได้ร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เพื่อนพี่มันก็บอกพี่ว่าเอาน่ามะรืนอาจเป็นข่าวดีก็ได้ และวันประกาศผลก็มาถึงพี่เรียนไม่รู้เรื่องเลยครับ แปดโมง.....ยัง
เก้าโมง....ยังจนเกือบจะสิบโมง ครูวิ่งมาที่ห้องครับ ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เรียนแพทย์อยู่เค้าโทรมาบอก.....ว่า ผมติดแล้ว วินาทีนั้นแหละครับพี่ปล่อยโฮออกมาเลย น้ำตามันมาจากไหนก็ไม่รู้ โล่งไปหมดเลยครับ(ตอนพิมพ์อยู่นี่ยังจะไหลเลยอ่ะ ^^) ความพยายามตลอดมาสำเร็จแล้วววววววว
อยากให้น้องได้เจอความรู้สึกแบบที่พี่เคยเจอนะครับเวลาที่บอกว่า เราติดแล้ว เราทำได้แล้ว ดังนั้นพยายามเข้านะ
เฮ้ออออ เว่ินเว้อมานานเข้าเรื่องสอบซะที 555
สำหรับพี่นะที่คิดว่าได้เปรียบคนอื่นก็ตรงที่ พี่อ่านเร็วมาก คิดเร็ว(ไม่ใช่คิดเลขนะครับ คิดเลขพี่ห่วยมาก แต่คิดประมาณว่าประมวลผลมั้ง ห้าๆ) ทำให้ได้เปรียบคนอื่นที่พี่มีเวลาเหลือมากมาย ประมาณว่าข้อสอบสังคม ชีวะ ไทย 100 ข้อนี่ พี่ทำเสร็จได้ในชั่งโมงเดียวหรือต่ำกว่านั้น ส่วนตัวคิดว่าเป็นผลจากการอ่านตอนมอต้นครับ แบบอ่านนิยายเยอะมาก ห้าๆๆ แต่ถ้าเป็นน้องๆมอห้าจะฝึกให้อ่านเร็วก็คงไม่ทันล่ะ เตรียมเนื้อหาดีกว่าครับ
ชีวะ
พ่่ชอบมากเพราะมันอยู่ใกล้ตัว วิชานี้พี่ถนัดเรียนแบบคิดภาพครับ (ส่วนตัวคิดว่านะ)
สังคม
พี่เน้นทำข้อสอบเก่าครับ ฉบับหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่าห้ารอบแหละ แต่เราก็ต้องอัพเดตตามเหตุการณ์ปัจจุบันด้วยนะ
ส่วนพวกคำนวณพี่เน้นทำข้อสอบครับ
อังกฤษพี่ไม่ได้แกรมม่าครับเลยต้องเน้นคำศัพท์กับบทความ
ยังไงก็สู้นะครับ พยายามให้มากๆ แล้วเมื่อวันนั้นมาถึงแล้วมีชื่อน้องสอบติด น้องจะู้สึกดีมากๆๆๆๆๆๆๆ
จำไว้นะ
ไม่มีฝันที่เป็นไปไม่ได้ มีแต่ฝันที่ได้ทำ หรือไม่ได้ลงมือทำแค่นั้นแหละ
สู้ๆครับ
Dream & Do 
โพสต์เมื่อ 28/03/2556 00:23 | 2

พี่ขอบอกเลยนะว่าประสบการณ์ชีวิตของพี่
จะมาเตือนน้องๆที่คิดประมาทแบบพี่

พี่ศึกษาเรื่องคณะรับตรง ระเบียบการณ์
มาตั้งแต่ม.3 แต่พอขึ้นม.4สายวิทย์
พี่ก็เจอปัญหาว่า พี่ไม่เข้าใจเนื้อหา 
ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พี่เคยสงสัยว่า อะตอมเป็นยังไง
แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอด เป็นไง
ซึ่งตอนนั้นพี่ก็ไม่เข้าใจ (แต่พี่ก็ท่องตารางธาตุได้แล้ว
ก่อนขึ้นม.4และเป็นเรื่องเดียวในเคมีที่พี่ทำได้)
พี่ก็ติดคิดแบบนี้มาเรื่อยๆ
สุดท้ายพี่ก็ไม่ชอบเรียนเคมีเลย
พอมาเจอฟิสิกส์ พี่ก็ได้แค่เรื่อง แนวตรง กับแนวดิ่ง
พี่ก็พยายามเรียนในเน็ตบ้าง ให้รุ่นพี่สอนบ้าง
พี่ก็ได้แค่นั้น แต่เรื่องอื่นๆพี่ก็ไม่มีใจอยากเรียน
ตอนนั้นทุกคนที่บ้านบอกว่า ม.4แล้วนะ
อ่านหนังสือเตรียมเอ็นท์ได้แล้ว ที่ก็รับฟังนะ
แต่พี่ก็ยังไม่อ่าน แค่รักษาเกรดให้มันดีๆไว้
ตอนนั้นพี่ก็มีอ่านนิยายบ้าง เล่นเกมบ้าง
แต่ก็ไม่บ่อย ชีวิตพี่ก็ดำเนินอย่างงี้มาเรื่อยๆจนถึง
ม.5 เทอมสอง พี่ถึงเริ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบ
วันนึงพี่อ่านหนังสือจนถึงตีหนึ่งตีสองจนถึงช่วงเปิดเทอม

แล้วพี่ก็ไม่ได้ทบทวนมันเลยเปิดเทอมมาทั้งการบ้านทั้งงาน
พี่ก็ไม่ได้อ่านหนังสือ(นี่คือข้ออ้างของพี่ ถ้าพี่จะอ่านพี่ก็ทำได้ไง) จนพี่ไปสอบสนามแรกคือ สนามจุฬาชนบท ตอนนั้นถามพี่ว่าพร้อมไหมพี่บอกได้เลยว่าไม่พร้อม เพราะพี่ไม่ได้ทบทวนสิ่งที่อ่านมาตอนปิดเทอม สิ่งที่อ่านมาทั้งหมดก็สูญเปล่า สนามนี้เป็นสนามที่พี่เสียดายมากกกกกกกกก มันเพราะความประมาทของพี่เอง
ทั้งๆที่รู้ว่าข้อสอบง่าย ติดง่าย เรียนฟรี เพียงเพราะว่า ขี้เกียจคำเดียว ทำให้พี่ไม่ติดจุฬา ข้อสอบสนามนี้ออกประมาณโอเน็ต ยกเว้นภาษาไทย แค่น้องเป็นคนไทยก็ทำได้แล้ว สนามที่สองคือ หมอ มข สนามนี้ข้อสอบยากนะ แต่พี่ก็ทำตัวเหมือนเดิม คือ สิ่งเก่าไม่ทบทวน สิ่งใหม่ไม่รับเข้า คะแนนออกมาก็ดูไม่ได้ คือตอนนั้นคิดไว้ว่าสนามหน้าฉันจะติดให้ได้ แต่เปล่าเลย สนามที่สาม หมอ PI พี่ก็ยังเอื่อยเฉื่อยเหมือนเดิม พอเหลือหนึ่งเดือนก่อนสอบพี่ก็ยังไม่อ่านหนังสือ บอกตัวเองว่า รออีกสองอาทิตย์ก่อนค่อยอ่าน สรุปพี่ก็มาอ่านสองวันสุดท้ายก่อนสอบ สนามนี้ข้อสอบก็ง่าย คือน้องไม่ได้แข่งกับเกณฑ์อะ น้องต้องแข่งกับคนที่เค้าเก่งๆ ถ้าน้องเตรียมตัวดีๆ ยังไงน้องก็ติด
ข้อสอบก็ออกประมาณโอเน็ต แต่น้องต้องได้70เปอร์ขึ้นไปถึงจะติด

พี่ก็ทำตัวงี้มาเรื่อยๆจนถึงโอเน็ต เพราะโอเน็ตง่าย พี่ก็ไม่อ่านอีก อ่านแต่ไทย สังคม ฝึกข้อสอบเก่าแต่ไทยสังคม คะแนนโอเน็ตไทยสังคม ทำให้พี่ผิดหวังมากกก พี่ยอมรับนะว่าหวังกับสองวิชานี้ไว้เยอะ
สุดท้ายพี่ก็ยังไม่มีที่เรียนหรืออาจจะได้เรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ 
พี่เลยอยากเตือนน้องไว้ว่า
อย่าทำแบบพี่ เพราะจะไม่มีที่เรียนเหมือนพี่
 

โพสต์เมื่อ 28/03/2556 00:41 | 2
เอิ่มก็ไม่มีอะไรมากหรอกน่ะครับ ก็เป็นแค่ประสบการณ์ของผมเฉยๆ ไม่หวังอะไร

ผมเป็นเด็กอีสานคนหนึ่งครับ ไม่ใช่เด็กในเมืองด้วย ในชีวิต มอ 6 ของผมเป็นช่วงที่เรียกได้ว่า ล่องลอยมากที่สุด ผมยังไม่ทันได้ฉุกคิดเลยว่าต้องการหรือที่อยากเรียนอะไรที่ไหนเลยwhat โดยเพื่อนๆของผมส่วนมาก เสาร์ อาทิตย์ จะพาเข้ากันไปติวในเมืองsleeping
ถามว่าการไปติวมันดีมั้ย? ผมขอเล่าก่อนว่าแต่ก่อนผมเชื่อว่าไปติวกะไม่ไปติวมันไม่ต่างอะไรกันหรอกอ่านอยู่บ้านก็ได้ แต่จริงๆ แล้วคนที่ไปติวแล้วตั้งใจเขาได้อะไรมากกว่าคนที่เอาแต่อ่านเฉยๆ เนื่องจากเห็นเพื่อนเขาไปติวกันเยอะแยะผมก็รู้สึกฮึดอยากได้อยากดีกะเขามั้งก็พยายามขอพ่อ อ้อนแม่ เท่าที่จะขอได้ ผมก็พอได้ที่ติวที่โรงเรียนครับ ซึ่งก็คืออาจารย์ที่สอน ผมนั่นเอง ซึ่งผมก็ได้เรียนแค่วิชาเดียว วิชาเดียวเท่านั้นคือ คณิตศาสตร์ ผมก็พยายามทำความเข้าใจในเนื้อหา พูดได้ว่าช่วงมอ 6 ก็ดิ้นเต็มที่กับการเรียนครับ 

โครงการแรกที่ผมสมัคร(ทั้งๆที่ไม่ได้ศึกษาหรือมีข้อมูลเลยแค่ลงๆตามเพื่อน) โควต้า ม อุบล surprise

ผมได้เลือก คณะ เกษตร ไว้อันดับ1 และ สาธารณสุขอันดับ 2surprise ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขามีคะแนนมากกว่าน้อยกว่ายังไงแต่ก็อย่างว่าก็ลงไว้เดาๆไปงั้นเองครับเพราะผมยังไม่ได้มีแผนอะไรเลย ผลที่ได้ก็ เกษตร นั่นหล่ะครับ


โควต้า ต่อมา เป็น ของ มอ สารคาม ผมก็ลงไว้เดาตามสเต็ปผมเหมือนเดิมหล่ะรับแต่ก็ไม่ติดsurprise
ก็ล่องลอยไปเรื่อย จนกะทั่ง เพื่อนคนหนึ่งย้ายมา เพื่อนคนนี้เป็นคนเก่ง มีข้อมูลในการเลือกสาขามาก ผมก็พยายามเข้าไปตีสนิทกะมัน ก็ได้ข้อมูลที่ดีมา อีกทั้งยังได้แนวทางในการเรียนมา (ปกติแล้วผมเป็นคนขี้เกียจครับมากด้วยหล่ะ) นั่นก็คือ เภสัช ซึ่งเป็นก็กลายเป็นสาขาที่ผมต้องการเรียนในขณะนั้น อยากเรียนมากๆ ด้วย เพราะ เห็นว่างานง่ายๆสบายๆ (หรือป่าว??smile) และถูกกับความชอบของตนเอง(ชอบเล่นสารเคมีในห้องแล็บประจำ ฮ่าๆๆ) ผมพยายาม หา มหาวิทยาลัย ที่เหมาะกับตนเอง ดูไปดูมา ที่นี่หล่ะ หมดภาค อีสานคนกล่าวถึงบ่อย มอ ขอนแก่น โอ้วววว ฝันสูงมาก
GAT PAT (PAT 200 ขึ้นโอแล้วหล่ะ) (PAT 2 ย่ำแย่ไม่ถึง 100)

***********************************************************************

ตัดไปตอนใกล้สอบโอเน็ตเลยหล่ะกัน(ชีวิตผมไม่มีอะไรมากมีแต่เล่นกะอ่านหนังสือเพื่อไม่เป็นการซีเรียสเกินไปเลยเป็นกิจวัตรซ้ำๆ)
ถึงกะนี้พึ่งมารู้ตนเองว่าอ่อนวิทย์มากๆ(ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) ทั้งๆที่ชอบเล่นสารเคมี ก็อย่างว่าแค่ชอบเล่นแต่ไม่ได้ชอบเรียน ฮ่าๆๆๆ 3วันสุดท้ายก็อ่านแบบสุดๆ reading อ่านจนน้ำตาไหลsad เพราะคิดว่าเรามาอ่านทำไมมันจะไม่ทันอยู่แล้วเอาเวลาไปทำสมองให้ว่างไม่ดีกว่าหรอ? แต่ผมก็ทำไปก็เพราะความเชื่อผมเชื่อว่าขอแค่อ่านไม่ได้มากก็ได้น้อยเพื่อเอาไปต่อ ยอด
 
และก็มาถึงช่วง อันตราย

Admission

ซึ่งคำนวนแล้วคะแนนผมก็พอๆทำใจได้แต่ก็ไม่ถึงคณะในฝันแม้แต่ มอ เดียว

ผมได้ลงคณะ  
                      1 เทคนิคการแพทย์  กายภาพบำบัด มข (โอเค มอในฝันก็โอแล้วว)
                      วิศวะ มข ไว้อันดับ 2 (โอเค มอในฝันก็โอแล้วว)

                      3      วิทย์ทะเล จุฬา (ถ้าจำชื่อไม่ผิด)

                       แล้วก็   นิติศาสตร์ มข อันดับ 4

ซึ่งผลประกาศ ก็ทำให้เป็นที่ลุ้นมาก เพราะ คณะที่ได้คือ วิศวะ มข (อย่างน้อยก็ฝันตอนเด็ก ฝันอยากสร้าง) 

จากวันที่ไปสำภาษณ์ อาจารย์ที่คณะก็ได้ถามว่าคิดดีแล้วหรอที่จะมาเรียน วิศวะ แล้วถามว่าใจจริงแล้วอยากเรียนอะไร ผมก็ตอบไปว่า เภสัช ครับบบ 

อาจารย์ท่านก็บอกว่า งั้นก็ขอให้เธอโชคดีปีหน้าหล่ะกัน ท่านก็ขอเป็นกำลังใจให้ 

ผลประกาศ ก็ติดแล้วก็ได้รับน้องอยู่ใน มอ เป็นเวลาพอสมควร ได้เห็นอะไรมากมาย เห็นชีวิตที่แปลกใหม่ อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมมาก พ่อแม่ที่คอยปลุกเราในตอนเช้าก็ไม่มี บ้านที่เคยอยู่ก็ต้องห่างมาพูดแล้วก็เศร้า  T^T แล้วสิ่งที่ผลักดันทำให้ผมอยากเรียนเภสัชอย่างจริงจังนั้นก็คือ 

เสื้อกราว โอ้ววว ช่างสวยสง่าอะไรเช่นนี้ ขาว สวย สง่า มีราศี ซึ่งทำให้ผมศรัทธา และ ชอบในสายวิทย์สุขภาพและ อยากเป็นเภสัชมากยิ่งขึ้น 

ครับนี่ก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตผมในมหาลัยนั่นเองซึ่งปัจจุบันผมก็พยายามทำในสิ่งที่ผมเป็นไปไม่ได้ในตอนนั้น อาจท้อบ้าง อาจจะเขวบ้าง แต่ผมก็พยายามเข้ามาในเส้นทางที่ตนเองต้องการ ผมหวังว่าบทความของผมอาจจะเป็นแรงบัลดาลใจให้หลายๆคนน่ะครับ ขอให้ทุกคนโชคดี สมหวังในคณะและมหาลัยที่ตนเองชอบflight

ความคิดเห็น

Kritsada22 28/03/2556 00:43

ตอนนี้ผมไม่เรียนแล้วครับ
โพสต์เมื่อ 28/03/2556 21:00 | 2
วิทยา (ทุกสาขา) จุฬาฯ
การสอบเข้าวิทยาสำหรับเด้กกทม
จุฬาฯ มี 2 แบบ(ไม่นับรวมโควต้า)
1.สอบตรง มีให้ ยื่นคะแนน 2 แบบ
  -ยื่นคะแนน CU-SCI -ยื่นคะแนน 7 วิชา และ GAT
   CU-SCI คือ ข้อสอบที่จัดสอบโดยคณะวิทย์ จุฬาฯเอง มี4วิชาคือ คณิต ฟิสิกส เคมี ชีวะ ค่าสอบวิชาละ 400 บาท
    ข้อดีของ CU-Sci คือข้อสอบง่ายกว่า มีคนสอบน้อยกว่า มีโอกาส ติดมากกว่ายื่น 7 วิชา และ สอบได้ตั้งแต่ม.5
    ข้อเสีย คือ ค่าสอบแพงมากๆๆ อย่างน้อยๆน้องต้องเสีย 1600บ.frown
2.แอดมิชชั่น โดยใช้ o-net30% gpax 20% gat10% pat1 10% pat2 30%

วิทยา เคมี มศว เปนสนามสอบแรกของชีวิตเด็กม.6 เชียวละ บรรยากาศสนามสอบจะเป็นฮอล์(เอ๊ะ เขียนยังไง)ใหญ่มากกกก มีนักเรียนสอบเยอะมากด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนึงที่พี่อยากเตือนน้องๆที่ไปสอบมศว คือ ตั้งสติดีๆนะ พกยาดม ยาลม ยาหม่องไปด้วย คนจะเยอะแค่ไหน อย่าตื่นตกใจไป และมศวเป็นม.แรกๆที่เป้นสนามสอบ เด็กๆบางคนที่คิดว่า ตัวเองยังไม่พร้อม ยังอาจเนื้อหาไม่ครบ >>> นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะพี่เองนี่ละ อ่านหนังสือยังไม่จบ แต่ก็สอบติดนะ GAT PAT
GAT เชื่อมโยง เป็นพาร์ทที่เก็บคะแนนง่าย ถ้าเตรียมตัวมาดี
แต่พอพี่ลอง มาสอบของปีนี้ พี่ว่ามันยากกว่าปีที่แล้วมากกก พี่ก็ไม่รู้จะพูดยัง ไงดีกะ มาตรฐานข้อสอบของ สทศ. เอาเป็นว่า พวกเรารู้กันดี - -
ENG
-ในบทสนทนาจะมีให้เลือกตอบสำนวน น้องต้องหาข้อสอบเก่ามาทำเยอะๆ เพราะสำนวนบางทีก็ออกเหมือนเดิม อย่างเช่น keep fingers crossed = โชคดีนะ อันนี้น้องต้องรู้
-อย่างพาร์ท odd one out พี่แนะนำให้ไปหาmemolody ของพี่แนนมาร้องด่วนเลย เพราะมันตรงมากกกกกกก
-พาร์ทที่ให้เรียงประโยค มันจะมีคำๆหนึ่งในประโยคที่บ่งบอกลำดับอย่างเช่น ถ้ามีคำว่า However มันก้คงเป้นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ประโยคนี้จะเป้นประโยคแรก Shortly แปลว่าโดยสรุป ดังนั้นมันน่าจะเป็นประโยคสุดท้าย เป็นต้น
PAT1 วิชานีโหดดดดมากกก ทำเด็กอยากเข้าวิศวะเสียน้ำตามาแล้วหลายคน คือข้อสอบมันยากมากก็จริง แต่พี่แนะนำเด็กๆให้ทำทุกข้อ เพราะมันจะมีข้อง่ายๆที่เราพอทำได้ แอบอยู่ ส่วนเรื่องเวลา ถ้าคนที่ทำทุกข้อจริงๆ เวลา3ชม.นี่ถือว่าพอดี ไม่ขาด ไม่เกินนะ
PAT2
ฟิสิกส์ ขนาดพี่เป็นเด็กกลัวฟิสิกส์นะ แต่พูดได้เลยว่าเป็นพาร์ทที่ง่ายที่สุดแล้วละ เท่าที่ผ่านมาจะออกเน้นทฤษฎี แทบไม่มีคำนวน แต่ปีต่อๆไป สทศ เขาอาจะเปลี่ยนแนวก้ได้นะ อย่านิ่งนอนใจไป
เคมี พาร์ทที่อ่านมาทำไมก้ไม่รู้ ข้อสอบ 1 ข้อ โจทย์ก้ปาเข้าไป 1หน้าแล้ว แต่ก็เหมือนกับเลขนะ จะมีข้อง่ายๆแอบอยู่ และก้เรื่องปริมาณสาร ต้องระวังอย่าโดนเขาหลอก อย่าลืมดุลสมการ
ชีวะ ไม่ง่ายไม่ยาก ที่ผ่านมาเหมือนเขาไม่เน้นเรื่องไฟลัมนะ บางข้อที่ยากๆก้เป็นเนื้อหาของเด็กปี1 นี่แหละ
ดาราศาสตร์ ออกตามหนังสือของกระทรวง+ตั้งใจเรียนในห้อง ส่วนข้อที่ไม่ตรง พี่ว่าคนอื่นเขาก้ต้องเดาเหมือนเรานั่นแหละ 
PAT3 ทำเพื่อนพี่ร้องไห้ไปหลายคน เพราะเพื่อนที่อยากเข้าวิดวะ เขาก้จะไปหาหนังสือความถนัดวิดวะ มาอ่าน แต่ปรากฎว่า ข้อสอบรอบแรกมันไม่ออกตามแนวเดิมอ่ะ ความถนัดวิดวะ แต่ไปออกเน้น เคมี ทำให้เด้กที่ได้คะแนนดีคือเด้กที่ถนัดเคมีไปซะงั้น บทเรียนจากเรื่องนี้ก้คือ เป็นนักเรียนไทย ต้องอดทน พร้อมรับทุกสถานการณ์ เพราะ สทศ อาจเปลี่ยนแนวข้อสอบได้ตลอดเวลา แต่ยังดีหน่อยที่รอบสอง ไม่เปลี่ยนแนวไปมากนัก

เภสัช ศิลปากร พี่ไม่ได้ไปสอบรอบแรกอ่ะ แต่พี่ไปสอบรอบสองนะ รอบแรก รับ40 คน แต่ตอนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิืสัมภาษณ์นี่มาเป้นร้อยๆ ชื่อ - - ประมาณว่าเขาคงคัดออกตอนสัมภาษณ์อีกที เพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีคนนึงที่เขาติดเภสัช ศิลปากรรอบแรก แต่ถ้าให้เขาไปแอดมิชชั่นอีกทีอ่ะ เขาไม่ติดนะ เพราะฉะนั้น ใครที่อยากเข้าเภสัช ศิลปากร ทำข้อสอบของรอบแรกให้ดีๆนะ ไปแอดมิชชั่นอีกทีมันยากขึ้นเน้อ เล่าคนที่สอบรอบสองบ้างดีกว่า รอบสองรับ 20 คน แต่ตอนประกาศรายชื่อก้นั่นแหละ ประกาศเป้นร้อยๆคน แต่ก่อนที่พี่จะไปสัมภาษณ์นะ จำได้ว่า คะแนนแอดกลางออกมาพอดี พี่ติดแอดกลางไปก่อนละ เลยไม่ได้ไปสัมภาษณ์

ตอนนี้ เรียนอยู่ เภสัช แถวๆมาบุญครอง

หนังสือแนะนำ
Memolody - Enconcept
กระดาษคำศัพท์ ครูสมศรี
หนังสือชีวะ ของพี่เต๊นท์
หนังสือตะลุยโจทย์เคมี อ.อุ๊


สู้ๆนะ เด้กแอดทุกคนreading

พี่ขอเป็นกำลังใจให้hi
โพสต์เมื่อ 28/03/2556 14:33 | 2
ฝากก่อนนนะคะ อย่าใช้คำว่าโช เพราะคนจริงไม่ใช้คำว่าโชค เค้าใช้ความสามารถและความพยายามอย่างหนัก จึงได้สิ่งนั้นมา โชคเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆเท่านั้น
เรามาเริ่มกันเลยนะคะ จะเล่าประสบการณ์สอบตรงก่อนนะคะ
1.รับตรงพิเศษคณะเศรษฐศาสตร์ นักเรียนไทย 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ข้อสอบเดียวกับจุฬาชนบทค่ะ)
สอบรับตรงนี้ประมาณช่วงเดือนสิงหาคม โดยเราจะสอบสี่ชิวชาค่ะคือ
         -ภาษาไทย ข้อสอบชุดนี้ต้องขอมชมคนออกข้อสอบจริงๆๆเพราะไม่ไ้ดวัดว่าใครจำหลักภาษาได้ก็เอาคะแนนไป ข้อสอบชุดนี้เป็นการคิด  วิเคราะห์ล้วนๆๆ ทั้งหาคำผิด สำนวนต่างๆที่เข้ากับเรื่อง จับจุดที่ผิด หาย่อหน้าที่หายไป นับว่าเป็นข้อสอบที่ดีวัดการวิเคราะห์และสังเคราะห์ของผู้ทำ
       -คณิตศาสตร์ ไม่อยากเท่า pat1 คนละแบบกันเลย สำหรับคณิตจุฬาจะเน้นการวิเคราหืมากกว่าความยากของตัวเลขและวิธีซับซ้อน โจทย์จะไม่ให้อะไรเยอะมาก แต่ใน 1 ข้อจะใช้หลายสูตรหลายเรื่องมารวมกัน เราต้องวิเคราะห์ทีละจุด สำัคัญมากคือสมาธิ สติ อย่าหลับอย่าหลุดเด็ดขาด 
       -อังกฤษ     ยากมากยากที่สุดแล้ว ยากกว่าgat,onet คำศัพท์ยาก แกรมม่าerror จับจุดยากกว่า gat อีก แถมทั้ง raeding และ error จุดหลอกมากมาย
        -สังคม       กว้างมากเลย ออกกว้างจนครอบโลก จำตำรามาอย่่างเดียวไม่ได้แน่นอนค่ะ ต้องจำได้  ใช้เป็น อ่านข่าวเยอะๆๆ จะได้เปรียบมากเลย
  ผลนะคะ เราติดค่ะ แต่ไม่ผ่านสัมภากษณ์(เหตุผลที่ไม่ผ่าน มันเยอะจริงๆ ไม่ขอกล่าวนะคะ เพราะไม่น่าจะเป้นประโยชน์สักเท่าไร) ตอนนั้นเราเสียใจมาก หลากความรู้สึกรวมกัน จนเหมือนเรารับไม่ได้เลย เราไม่สื่อสารกับเพื่อน เพือนถามคำตอบคำ จนแม่เป็นห่วงมาก หลังจากนั้น 3 วันเราก็ทำใจได้ แต่ยังคิดว่า ต้องแอดแน่ๆๆ และกลัวไม่มีที่เรียนจึงสมัครรับตรงมั่วมาก (ตรงนี้เป็นคติเตือนใจเลยว่าอย่าสมัครมั่วนะคะ อย่าใช้อารมณืชั่ววูบตัดสิน เลือกสมัครที่อากเรียนจริงๆ อย่ากลัวไม่มีที่เรียน และวันนี้เสียใจได้ เสียใจให้เสร็จ รีบๆลุกจากความเสียใจ เำพราะยังมีวันอื่นและไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่เอาแต่เสียใจ)
 ต่อมานะคะ Gatpatรอบแรก
     -GAT ไทย
เชื่อมโยง จำได้ว่าเป็นป่าพรุครวญเครงกับ ASEANนะ 
จับใจความไม่ยากมาก พอทำเสร็จรอบนึงอย่าลืมเอาคำตอบที่เชื่อมโยงได้มาอ่านใหม่และทวนในดจทย์ เอาให้ชัวรน์ อย่าพลาดเลย แล้วอย่าทำหลายรอบ เราสังเกตหลายคนแล้ว ยิ่งทำหลายรอบยิ่งมั่ว จนได้คะแนนน้อย พอฝนในกระดาษคำตอบลองอ่านที่ฝนดุนะ ว่าตรงมั้ยบางทีตาลายอาจฝนมั่ว
   -GAT ENG แบบใหม่เลย error 10 ข้อ reading passage สั้นหลายๆๆ passeage รวมกัน ไม่มี odd one out แล้วนะ meaning in con ก็ไม่มี จะเป็นหาคำเหมือนแทน ง่ายกว่าเดิม นะ คำเตือนอย่าหลับ    เริ่มทำจาก reading ก่อนนะ แล้วทำอย่าอื่นตาม เรียงจากทำได้หาทำไม่ได้นะ
   -pat 1 ยากมาก ยากเกินไป ทำไม่ได้เลย ไม่เก่งจริง ทำไม่ได้เลย คนที่ปานกลางกับทำไม่ได้ จะได้ระดับเดียวกัน ดีไม่ดี เดาแล้วได้เยอะกว่าที่ทำบางข้ออีก อีกอย่างเราไม่สบายด้วย เลยหลับแทนทำ
   -pat 2   ทำชีวะกันก่อนนะทฤษฎีไม่อะไรมาก เพราะคำนวนจะเสียเวลา อ่านแม่นๆๆ ทำข้อสอยเยอะๆ ก็ทำได้แล้ว เคมียากเกิน คำนวนวุ่นวายมาก และ ทฤษฎีประยุกต์เหลือเกิน ทำสุดท้ายนนะ ฟิสิกส์ฝึกดจทย์เยอะๆๆ กะเวลาก็ทำได้ละ
  รับตรงมอ.14 จังหวัดภาคใต้
ภาพรวมนะ ข้อสอบยากมากยากกว่า gatpat หลายอย่างเลย ต้องเตรียมตัวให้ดีนะ อันนี้เราเตรียมตัวไม่ไดีเพราะ สอบหลังประกาดผลgatpat กับรับจรงพิเศษ ฬ ของเราไม่นานเลยเตรียมไม่ค่อยทัน เตรียมได้ประมาน 60% อาศัยความรู้เก่าจากสอบครั้งก่อนเยอะ
   -ไทย  ทั้งหลักภาษา ทั้งวรรณคดี ทั้งคิดวิเคราหะ์รวมกัน หลักภาษาละเอียดยิบ ออกแทบทุกบทเลย
  -คณิต ง่ายและยากปะปนกันไป ออกทุกเรื่องเลย ดดยเฉพาะตรีโกณ
  -สังคม ครอบโลก ครอบครุมทุกอย่าง เหนือกว่าขอสอบสังคมจุฬาอีก ไม่กำกวมเลยข้อสอบ แต่เนื้อหาเราไม่รู้ ประมาน 40%ข้อสอบ ไม่พบในตำรา
   -อังกฤษ  ด้วยรักและปราถนาดี ทำให้ทันน ข้อสอบเยอะมากเวลาน้อยจำไม่ผิด 80 กว่าข้อ ชั่ววโมงครึ่งมั้ง ยากกว่า gat reading passage ยาวมากกกกกกกกกก conver idiom แม่นๆๆนะ
  -วิทย์  ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สัดส่วนคะแนนเท่ากันหมด ชีวะละเอียดมาก ทั้งทฤษฎีทั้งแปลผลการทดลอง เคมีเน้นคำนวนอีกอ่ะ
บอกตรง ข้อสอบ มอ.ยากมาก คะแนนก็ไม่ได้ง่ายๆๆๆๆๆ ถ้าไ่พร้อมจริงอย่ามัครเลยนะ แต่ถ้าอยากลองข้อสอบแนะนำเลย สนามนี้
ONET
   ไทย ปีนี้ดีมากเลย แทบจะไม่ออกหลักภาษคิดวิเคราหะ์ล้วนๆๆคะแนนเลยพุ่ง อย่าหลับนะ บทความอาจยาวบ้างสั้นบ้างมีกลอนบ้างใช้สติค่อยๆตีความให้ดี พยายามกำจัดวงของโจทย์ให้
   คณิต คณิตพื้นฐาน ไม่ยากมาก ไม่ซับซ้อน เน้นกินเวลาเด็ก ทำข้อสอบเก่ามาก่อนแล้วจะได้เปรียบ อย่าทำเรียงข้อ ไม่ทันแน่ ทเรียงเรื่องจากเรื่องที่ถนัดไปก่อน ข้อไหนยากเกิน คิดไม่ออกข้ามไปเลย ไม่งั้นไม่ทัน อย่าลืมุกข้อคะแนนเท่ากันนะ
  สังคม กวนมาก ข้อสอบกำกวม เล่นภาษาเหลือเกิน แถมยังผิดแผกแผกข้อสอบเก่าสอบเก่าอีก แต่ยังไงทำข้อสอบเก่ามาเหอะ จะได้เปรียบนิดหน่อย จักคำดีๆนะ ข้อสอบชอบเล่นคำแบบไทยเลย ใช้สติทุกครั้งที่อ่านโจทย์เลยนะ
  อังกฤษ ไม่ยากเท่าไรนะปีนี้ คำศัพท์ไม่ลึกซึ้งอะไรมาก อย่าลืมerror ตอบ 1 คำตอบ ไม่ใช่ 4 นะ เชื่อข้อสอบ อย่าเชื่อกรรมการคุมสอบนะ  error จับจุดง่ายกว่าเดิม แต่ตอนแก้ ตอนแม่นจริงจึงแก้ได้
 สุขศึกษา ศิลปะ การงาน no comment
 วิทย์  ของเราไม่ผิดพลาด ไม่ยากมาก เราเตรียมตัวมาแค่ 7 วันยังทำได้เลยนะ แนะนำชีสแบรนด์กับหนังสือกระทรวงโรงเรียนนะ
 ภาพรวมนะ แย่หน่อย สอบตรงกับตรุษจีน จพะว่าเขาก็ไม่ได้เรื่องจุดประทัดเนอะ  ของเราแย่กว่า ด้านล่างอาคารสอบก่องสร้างทำงานส่งเสียงดังมาก ภาพรวมข้อสอบ ยาก ง่าย ปนกัน เหมาะสมดีกับโอเน็ต สำหรับคนจะแอด ถึงแค่ 30%แต่มันติดเราตลอดชีวิต ไม่ว่าซิ่วกี่ครั้งฉะนั้นทำให้ดี พวกติดรับตรงด้วยนะ ทำให้ดี ใครจะรู้ตัวมั้ยว่าจะซิ่ว 
เราติดโครงการนักเรียนเรียนดีจากชนบทของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์(ยืนยันสิทธิ์นะ)นะ โดยใช้คะแนน Gat 60% pat1 20% สัมภากษร์ 20% ตอนสัมภากษณ์ ไม่น่ากลัวเลย อ.ใจดีมาก ยิ้มแย้มตลอด พยายามตอบตามความจริง ใช้คำสุภาพนะ เสียงไม่ดังไม่เบาเกิน ยิ้มทุกครั้งที่ตอบ  สบตากรรมการที่สัมภากษณ์ด้วยนะ เตรีมมแฟ้มสะสมผลงานไปด้วย อย่าน้องให้กรรมการรู้ว่าเรา
พร้อมแล้ว 
คณะทีติดแต่ไม่ยืนยันสิะิและไม่ไปสัมภากษณ์นะ
-มอ.หาดใหญ่ คณวิศวะสาขาวิศวะการผลิต เสียใจอยากได้กายภาพคะแนนไม่ถึง แถมคณิตไม่ถึง 30 คะแนน ยื่นเสัชไม่ได้อีก สัมภากษณ์ มอ.สบายมาก อ.ใจดีน่ารัก ยิ้มแย้มตลอดเลย
-คณะวิทยาศาสตร สาขา จุลชีววิทยา มจธ.นะ ไม่ไปสัมภากเพราะว่า ไม่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮ้าส์ แต่ตัดสิทธิเลย อีกอย่างเราไม่แน่ใจตัวเองด้วย ว่าอยากได้จริงมั้ย
-คณะเกษตร สาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร มก. ไม่ไปสัมภากษณืเพราะว่าติดสอบปลายภาคที่โรงเรียน
สรุปนะ
เตรียมตัวให้ดีและให้พร้อม โอกาศเป็นของคนที่พร้อมเท่านั้น อย่าพ่งโชค ชีวิตเรา เรากำหนดด้วยตัวเอง
 

  ยาวหน่อยพยายามอ่านให้จบนะ 
โพสต์เมื่อ 30/03/2556 00:09 | 3
นี่คือประสบการณ์ที่พี่่ไม่สมหวังกับคณะที่ใฝ่ฝัน แต่ก็มีความสุขนะเอ้อออ
           สิ่งที่พี่อยากแนะนำก่อนจะเริ่มต้นการเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยก็คือ การค้นหาตัวเองให้เจอ ตัวพี่เองรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรก็ตอน ม.3 ยิ่งเร็วเท่าไรก็ดียิ่ง เพราะน้องจะมีเวลาศึกษาเกี่ยวกับคณะนั้นๆ หรือการเตรียมตัวมากกว่าที่จะรอตอน ม.6 อันนี้พี่คอนเฟิร์มเลย ยิ่งมีเวลามาก น้องก็จะยิ่งเข้าใจเกี่ยวกับพวกการสอบตรงการแอดมิดชั่นมากขึ้น พอน้องอยู่ ม.6 น้องก็จะไม่เสียเวลาว่าต้องมาศึกษาก่อนจะตัดสินใจ อะไรแบบนี้อ่ะ อีกอยากถ้าเกิดว่าเรารู้ตัวว่าตรงนี้มันไม่ใช่ เราก็จะได้เปลี่ยนแปลงทันนะ เช่น อยากเรียนคณะนี้ พอมาศึกษาดูเรื่องการทำงาน เรื่องเรียน แล้วมันไม่ใช่อ่ะ เราก็จะได้เปลี่ยนจุดมุ่งหมายของเรา เริ่มต้นหาสิ่งที่ใช่สำหรับเราใหม่ กว่าจะถึงเวลาที่เราต้องเลือกจริงๆ จะได้เลือกถูก ไม่มาเสียใจทีหลัง
              ตอนแรกพี่อยากเรียนเภสัช พี่ก็เริ่มเลยดูว่าเป็นอาชีพเกี่ยวกับอะไร ทำงานอะไร เรียนยังไง ที่ไหนเปิดสอนบ้าง เริ่มวางแผนการเรียน ตรงนี้พี่ทำตั้งแต่อยู่ ม.3 มันทำให้รู้ว่าถ้าเราจะเข้าเรียนคณะนี้ คือเราต้องเก่งอะไรบ้าง อ่อนวิชาไหนบ้างแล้วต้องตั้งใจเรียนให้มากๆ พี่วางแผนการเรียนซัมเมอร์ ตั้งแต่ ม.3 ถึง ม.6 ปีนี้เรียนนี้นะ ปีต่อไปเรียนตัวนี้ต่อ ปีนี้ทำโจทย์นะ
               สิ่งที่พี่ผิดพลาดมากตอน ม.ปลาย คือ เรื่องการแบ่งเวลา เรื่องกิจกรรม แล้วก็ความขี้เกียจของตัวเอง พี่เป็นคนแบ่งเวลาไม่ค่อยถูก ทำกิจกรรมเยอะจนเหนื่อย ถึงจะทำตารางอ่านหนังสือไว้พี่ก็ไม่ได้มีวินัยกับมันเลย พอมันเลยมา ม.6 มันก็เลยรู้ว่าตัวเองอ่านไม่ทันอ่ะ พอมาเก็บตอน ม.6 หลายๆ เรื่อง หลายๆ วิชามันเลยเหนื่อยมากๆ จนบางครั้งก็หยุดพักไปหลายที จนพี่พลาดอ่ะ คะแนนพี่ไม่ถึงกับเลวนะ คือออกมาดีแต่มันไม่ถึงเภสัช พี่รู้ว่าถ้าจะเรียนวิชานี้มันต้องขยันมากๆ เก่งมากๆ พี่ทำสุดๆ แล้วมันไม่สำเร็จ พี่ก็เลยเบี่ยงไปหาจุดหมายอีกทางที่พี่วางแผนไว้ คือ เรียนครู มันดูว่าเป็นคนละสายนะ แต่พี่ดูแล้วก็คือถ้าเรียนแล้วเราก็มีความสุขนะ มันก็โอเคนะ พี่เป็นคนที่วางจุดหมายไว้หลายทางเหมือนกัน ที่ทำได้ก็เพราะพี่เตรียมตัวไว พี่ก็เลยลองสู้กับการสอบตรงดู สรุปว่าติด ปัจจุบันพี่เรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยนเรศวร ค่ะ มีความสุขดี เพราะได้เรียนในสาขาวิชาที่ชอบ ถึงจะไม่ใช่คณะที่ใฝ่ฝันก็ตาม
                 มาพูดถึงเรื่องการสอบนะ พี่เป็นคนที่สอบน้อยมาก เพราะพี่จะเรียนแค่มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ ที่พี่ดูๆ ไว้ก็มี ม.นเรศวร ม.แม่ฟ้าหลวง แล้วก็ ม.เชียงใหม่ ตอนวางแผนพี่ตั้งใจเลือกแค่นี้จริงๆ จากนั้นพี่ก็ศึกษาดูว่าแต่ละที่เขารับยังไง ใช้อะไรบ้าง มีสอบตอนไหน
สนามแรก : ทุน พสวท ม.เชียงใหม่
             พี่ใฝ่สูงมากอ่ะ พี่รู้ตัวว่ามันไม่ถึงหรอก พี่แค่อยากมาลองข้อสอบดู ซึ่งสรุปว่า ยากมาก - - คือมันเป็นข้อสอบประยุกต์หมดเลย ประยุกต์วิชาเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ คณิต ไม่มีช้อย มีแต่แสดงวิธีทำ อันตัวพี่อ่อนฟิสิกส์ ก็ทิ้งมันไป ได้แค่เคมีกับชีวะก็ไม่รู้ถูกรึเปล่า ก็สู้ทำไป จำนวนข้อสอบน้อยแต่เวลาเยอะ มันทำให้พี่รู้ว่าข้อสอบต้องยากมากกกกกกก สรุป ไม่ติด ก็สมควร ฮ่าๆ
สนามที่ 2 : gat pat
            หลายคนคง งง เพราะสนามที่ 2 น่าจะเป็นของ ม.แม่ฟ้าหลวง เพราะเขาเปิดสอบตรงก่อนสอบ gat pat คือแม่พี่ไม่ให้เรียน เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน แม่อยากให้เรียนที่ ม.นเรศวร มากกว่า ก็โอเค ไม่ซีเรียสเพราะที่แม่ฟ้ามันไม่มีคณะที่อยากเรียน แค่เป็นคณะที่สนใจ      
             Gat = พี่ลุยทำข้อสอบทุกปีของ สทศ เลย ยิ่งน้องเคยทำมาเยอะเท่าไร น้องก็จะจับแนวทางมันได้ว่ามันออกแบบไหนบ้างนะ แกทภาษาไทย พี่ทำเยอะเลยเข้าใจว่ามันต้องทำให้ซับซ้อนจนเรางงแน่ๆ ฉะนั้นต้องมีวิธีการทำของตัวเอง รอบนี้พี่ได้เทคนิคมาจากครูสมศรี ตอนเรียนซัมเมอร์ มันเข้าใจนะ เกือบได้เต็ม ส่วนแกทอังกฤษพี่เก็บศัพท์และแกรมม่าจากครูสมศรีเอา ได้เยอะพอสมควรเพราะพี่วางแผนเรียนตั้งแต่ ม.3 ศัพท์ แกรมม่า จะเป็นตัวเก็บคะแนนดีนะ ส่วนบทสนทนากับบทอ่านนี่พี่เข้าถ้ำอ่ะ คือตรงบทสนทนาพี่ทำแบบไม่ถูกเลย สงสัยสำนวนเรากับเขาไม่เข้ากัน บทความพี่อ่านแล้ว งง เอง ฮ่าๆ พอเก็บได้แต่ไม่ชัวร์ หาที่ชัวร์ๆ เก็บคะแนนดีกว่านะ
              Pat1 คณิตศาสตร์ : พี่เป็นคนอ่อนคณิตมากกก วิธีก็คือเลือกทำข้อที่ง่ายๆ ที่เราได้ก่อน ถึงจะเป็นกากบาทก็ต้องคว้าไว้ ท่องไว้ลูกว่าเป็นคะแนน พี่เป็นคนไม่ชอบคณิตเลยไม่ค่อยได้อ่าน ที่นี่จะแนะนำคือ ให้ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่รู้จะแนะนำยังไง เพราะพี่เองยังไม่อยากอ่านเลย TOT
             Pat2 วิทยาศาสตร์ : เหมือนเดิม เก็บข้อที่เราทำได้และมั่นใจก่อน ค่อยวนมาดูข้อที่ไม่มั่นใจและทำไม่ได้ มันจะเป็นการเซฟเวลาทำข้อสอบได้เยอะเลย อย่ามัวไปงมกับข้อที่ไม่ได้ เสียเวลามาก ถ้าน้องมั่นใจวิชาไหน เอาวิชานั้นให้ชัวร์ มันจะช่วยเก็บคะแนนได้เยอะกว่าการอ่านมั่วซั่วอ่ะ เช่น น้องเก่งเคมีน้องอ่านเคมีให้ชัวร์ๆ เลย แล้วเก็บเคมีให้ได้มากที่สุด ส่วนวิชาที่เหลือก็ต้องอ่านนะ อ่านให้พอเข้าใจทำได้ ชัวร์ไม่ชัวร์ค่อยมาลุ้นตอนทำข้อสอบ
              Pat5 ความถนัดครู : แพทนี้พี่ลองทำในข้อสอบปีก่อนๆ เอา เพื่อหาแนวข้อสอบมัน มันทำให้รู้ว่าอ่านไปก็ไม่ตรง เพราะแต่ละปีมันคนละแนวเลยย ต้องใช้จิตวิญญาณความเป็นครูเอามั้ง ฮ่าๆ
สนาม 3 : โควตา มช
            พี่มั่นใจว่าพี่เตรียมตัวไม่ดี เพราะพี่ไปเอาเวลาไปลุย gat pat หมด ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวมาทุกวิชา พี่จำไม่ค่อยได้นะ สงสัยตอนนั้นพี่มึนด้วย แต่พี่ก็เตรียมตัวไปนะ ก็คือพี่มีหนังสือพรีโควตามช พี่เอามาทำโจทย์ มันเป็นรวมแนวข้อสอบมาอ่ะ ก็ทำๆ ไป จำได้ว่า
           คณิต = ทำโจทย์เยอะ ถึงเป็นกากบาทก็ต้องคิดเป็นหน้าอ่ะ ทำไมไม่ให้ทำเป็นวิธีทำเลยก็ไม่รู้ - - มีทั้งกากบาทและเขียนพี่ฝึกทำโจทย์จากหนังสือโควต้า มช วิชาคณิตอ่ะ มันมีนักศึกษาเขาทำหนังสือขาย เขาจะบอกมาเลยว่าแต่ละปีๆ ออกเรื่องไรบ้าง แล้วแยกเป็นบทๆ ให้อ่านเลยมาเลย ชื่อไรไม่รู้จำไม่ได้ เล่มใหญ่ๆ (กว่าเอสี่อีก) ม่วงๆ ดำๆ
            ไทย = พี่ใช้บุญเก่าที่เก็บมาตั้งแต่ม.4 เลย พี่ไม่ค่อยอ่านไทย พี่จะตั้งใจเรียนในห้องเอา แล้วเก็บใส่หัวมา จำได้ว่ามีกลอนด้วย เหมือนจะเป็นวรรณคดีสักเรื่อง ยากกกกกกมาอ่านเพิ่มของครูลิลลี่ที่ยืมของเพื่อนมา โหยย จำได้เยอะ
           สังคม = พี่อ่านของดาว้องอ่ะ ได้เยอะเหมือนกัน ต้องจำอย่างเดียว
           วิทย์ = เขาแยกเป็นวิชานะ ไม่ได้มั่วมาให้ ก็เลือกที่ตัวเองถนัดก่อนเลย ตามที่พี่ว่าถนัดอันไหนเก็บอันนั้นก่อนเก็บจาก อ.อุ๊ หมอบีม และอ่านเอง
           อังกฤษ = เหมือน gat อังกฤษเลย เก็บศัพท์กับแกรมม่า คอนเวอกับริดดิ้งมึนตึ้บ TTอ่านของครูสมศรีจ้า
สนามที่ 4 gat pat รอบ 2
            พี่มาสอบเล่นระหว่างรอผลโควตา มน สอบเหมือนเดิมแต่ได้เทคนิค gat มาใหม่ เทคนิคการทำของพี่พี่ได้มาจากพี่อาร์ต นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ม.นเรศวร ที่มาเป็นติวเตอร์สอบอยู่สถาบันกวดวิชาวิคเตอร์ ตอนนั้นสถาบันเขามาติวให้ พี่เก็บแบบบ้าคลั่งอ่ะ จนได้เลือกเทคนิคที่ตัวเองเขาใจ รอบนี้ gat พี่ได้เยอะ ส่วนที่เหลือก็ไม่แตกต่างจากรอบแรกเท่าไร
สนามที่ 5 โอเน็ต
            พี่ไม่ได้อ่านเลย พี่ยอมรับ ตอนนั้นพี่ได้โควตา ม.นเรศวร แล้ว พี่ก็เลยไม่กระตือรือร้นเท่าไร ใช้ความรู้เก่าๆ ที่เราเก็บมาตั้งแต่แรก แต่พี่ตั้งใจทำนะ พี่ไม่ทิ้งเด็ดขาด เพราะเราสอบได้แค่ครั้งเดียว อีกอย่างใครจะไปรู้อนาคต ถ้าเกิดพี่อยากซิ่วขึ้นมา แล้วจะยื่นแอดมิดชั่น โอเน็ตเหลวเป๋ว จบกัน ทำให้ดีที่สุด ห้ามทิ้งเด็ดขาดดดดดดด
-------------------------------------------------------------
            สุดท้ายนะ ถึงพี่ไปไม่ถึงฝันพี่ แต่พี่ก็มีความสุขนะ พี่ยึดคติว่า 'อะไรที่ได้มาด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท มันมีค่าเสมอ'พี่ทำมันเต็มที่แล้ว พี่ไม่รู้สึกเสียดาย พี่รู้สึกว่ามันมีค่านะที่เราตั้งใจทำมันขนาดนั้น ถึงพี่ไม่ติดเภสัช พี่ก็ได้เรียนครูที่พี่คิดว่าตอนนี้ใช่ที่สุดสำหรับพี่ละ และพี่ก็ตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดด้วยด้วย จำไว้ว่า ถ้าตั้งใจจะทำอะไรก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ทำให้เต็มที่ ถึงมันจะไม่สำเร็จ แต่เราก็ภูมิใจที่ได้ทำมัน ทุกคนย่อมมีทางออกที่ดีให้ตัวเองเสมอ สอบไม่ติด แอดไม่ติด อย่าเพิ่งย่อท้อนะ มันต้องมีทางออกที่ดีที่สุดให้เราได้เดินไปอยู่แล้ว สู้ๆ ทุกคน
โพสต์เมื่อ 30/03/2556 21:39 | 1
เอาเป็นว่า ต้องอ่านหนังสือทุกวันไม่จำเป็นต้องมากถ้าเตรียมตัวไวก็จะได้เปรียบไม่ต้องเหนื่อย แล้วเรื่องข้อสอบ บอกไว้เลยว่า ทำย้อนหลังทำได้ แต่ไม่ต้องเยอะเพราะมันไม่ออกแบบเก่าหรอกทำแบบให้รู้แนวก็เป็นพอ
ให้อ่านจับใจความส่วนพวก คณิต ฟิสิกส์ เคมี ให้ฟึกทำโจทย์เยอะๆ
พี่เป็นคนนึงที่่ทำข้อสอบเก่าเยอะแต่พอไปสอบกลับทำไม่ได้พวกวิชาจำๆนะ เพราะมันไม่ได้ออกคำถามเหมือนเดิม แต่ก็จะแนวเดิม นั่นแหละ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องมี สติ สติสำคัญที่สุดในเวลาสอบ จำไว้..
โพสต์เมื่อ 31/03/2556 21:18 | 6
สวัสดีค่ะน้องทุกคนพี่จะมาเล่าประสบการณ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะในฝันนะค่ะก่อนอื่นพี่ขอบอกว่าคณะที่พี่อยากเข้าคือ

คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

พี่ขอเล่าชีวิตม.ปลายให้ฟังคราวๆนะค่ะ
ม.4

ชีวิตไร้สาระเรียนๆเล่นๆ =_=  ไม่สนใจเรื่องเข้ามหาวิยาลัยเท่าไรเรียนพิเศษบ้างแต่ก็ไม่ใส่ใจ   เกรดออกได้เท่าไรช่วงมันขอแค่ไม่ตกเป็นพอ (น้องๆอย่าเรียนแบบไร้จุดหมายแบบนี้นะมันไม่ดีต่อชีวิต ม.6มากๆ)

ม.5
จุดเปลี่ยนชีวิตเลยค่ะเพราะมีโอกาสไปเข้า"ค่ายเยาวชนสู่รั้วมหาวิทยาลัย"ของมหาวิทยาลัยมหิดล  พบรุ่นพี่พี่ๆน่ารักมาก ฟังประสบการณ์จากพี่ที่เป็นหมอคนนึงเค้าเล่าเรื่องราวชีวิตของนิสิตแพทย์ให้ฟัง การได้ทำงานเป็นแพทย์รู้สึกว่าเราอยากเข้าไปทำงานตรงนั้นจริงๆดู พี่เลยตั้งใจเรียนวางแผนเรียนพิเศษทำตารางอ่านหนังสือ (เดี๋ยวการเรียนพิเศษการอ่านหนังสือจะกล่าวในหัวข้อต่อไปนะค่ะ^^)

ปิดเทอม ม.5ขึ้นม.6
วันเวลาที่ทรมานที่สุดในชีวิตเลยพี่เรียนพิเศษ 07.30-21.15 แบบไม่ได้พักเลยค่ะ ไม่ได้กินข้าวเที่ยง(กินขนมปัง) ไม่เห็นหน้าพ่อแม่เกือบ 2 เดือนทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันY_Y (ขอร้องน้องอย่าทำตามนะค่ะ ช่วงแรกๆน้องอาจไม่เหนื่อยแต่พอซักอาทิตย์น้องจะรู้ว่ามันเหนื่อยมาก) 

ม.6แล้วจ้าาา
เปิดเทอมม.6 แล้วตอนนั้นพี่รูว่าตัวเองไม่พร้อมเลยซักอย่างเดียวแบบที่เรียนมันโล่งอ่ะ คณิตศาสตร์ที่เรียนมาคิดไม่ค่อยออก ภาษาอังกิดไม่มีในหัว=_=  เพื่อนในห้องฟิตมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กดดันสุดๆทุกคนมีหนังสืออยู่ในมือตลอดเวลาแบบว่างปุ๊บอ่านหนังสือปั๊บ-*- มันทำให้พี่กดดันมากเลยน้อง แต่เพื่อนพี่ดีอย่างหนึ่งคือช่วยกันเรียน><  แบบพี่ก็ไม่ค่อนรู้เรื่องการสมัคร GAT-PAT   7 วิชาสามัญอะไรมากนัก   เพื่อนพี่ก็ช่วยให้คำปรึกษาตอนสมัครทุกอย่างขอบคุณพวกแกนะที่ไม่ทิ้งชั้นT^T

ชีวิตม.6 สนุกจริงๆค่ะแบบเราได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ  มีเพื่อนที่น่ารักเฮฮา ทำงานโรงเรียนด้วยกัน ไปไหนไปกันอยากให้น้องๆทุกคนเก็บความสุขจากชีวิต ม.6 เก็บความทรงจำดีๆเอาไว้นานๆนะค่ะ><


ประสบการณ์สอบสนามต่าง

1.สอบตรงแพทย์ มข.  จำได้ว่า สอบมข.เป็นสนามสอบแรกบอกตรงๆพี่ไม่ได้เตรียมตัวเลย=_=  อ่านลวกๆไปมั่นใจวิชาเดียวคือชีววิทยา(เจ๊บีมสอนมาดี><)  แต่พี่ก็ไม่มั่นใจขนาดว่าจะติดหรอก
ผลออกมาตามคาดค่ะคือ  พี่สอบไม่ติด-*-happy
ตอนนั้นไม่ได้เสียใจอะไรมากเพราะรู้ตัวเองไม่เตรียมตัวไปสอบ แต่เสียดายเงินค่ารถค่าสมัครมาก เสียดายเวลาที่พ่อพามาสอบด้วย
คำแนะนำสอบตรงแพทย์มข.  คนเยอะรถคิดมากค่ะวันสอบ    น้องๆควรไปแต่เช้าไปดูห้องสอบ ให้เรียบร้อยนะค่ะ เรื่องจองโรงเเรมควรจองให้ใกล้ที่สอบจะดีที่สุดจองข้ามเดือนเลยเชื่อพี่ ส่วนข้อสอบมข.พี่จำไม่ค่อยได้แล้วออกอะไรบ้าง(พี่ขอโทษY_Y) แต่รู้ว่าทำการบ้านเจ๊บีมครบทุกข้อทำชีวะได้แน่นอน55555555555+

2.สอบตรงมศว. สนามที่สองของพี่นะค่ะสอบสตรงเข้ามศว. ไม่มีอะไรเด่นมากค่ะ ผลคือสอบไม่ได้อย่างเดิม

ถึงตอนนั้นพี่เรื่มรู้อนาคตตัวเองลางๆแล้วว่าแพทย์ศิริราชมันไกลเกินตัวพี่มากๆ  แต่พี่ยังยืนยันว่าพี่ต้องเข้าศิริราชให้ได้!!!!!!!!!!

แล้วพี่ก็เริ่มวางแผนใหม่คือ
ไม่ไปสอบเยอะทุกสนามแต่เน้นคุณภาพและสอบเฉพาะที่อยากเข้าจริงๆ  พี่อ่านหนังสือดึกมากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไม่รู้ว่าจะเหนื่อยรึเปล่า อ่านแบบลืมเหนื่อยไปเลยอ่ะ เพื่ออนาคต เพื่อพ่อ เพื่อแม่ เพื่อยาย
 
3.GAT/PAT 1  พี่ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อ มันมากค่ะแล้วผลก็ดีกว้่าที่คาด ตอนแรกไม่มันใจเลยว่าคะแนนจะออกมายังไงเพราะออกมาตรวจทำตอบกับเพื่อนพี่ยังหาข้อที่ตอบเหมือนเพื่อนไม่เจอเลย=_=
ตอนเห็นคะแนนดีใจมาก(ถึงจะไม่เยอะโอเวอร์ก็ตาม แต่ก็ดีกว่าที่คาดค่ะ)

4.สอบความถนัดแพทย์ กสพท. มาแล้ววววววววววสำหรับคะแนน 30เปอร์เซ็นต์ของการรับเข้าแพทย์พี่หวังกับการสอบครั้งนี้มากค่ะ เพราะรู้ว่าตัวเองเรียนไม่เก่งมาก(แต่อ่านหนังสือทึกควายมาก)  อยากได้ความถนัดเยอะๆ เพื่อช่วยดึง7วิชาสามัญ  วันสอบเพื่อพาร์ทเชื่อมโยง ถึงกับอ้วกเลยอยากมาก อยากกว่า GAT เชื่อมโยง 6 แสนล้านเท่าT^T 

5.สอบ 7 วิชาสามัญ ข้อสอบยากบ้านหมุนเลยน้องอังกิด reading ยาวเวอร์ๆๆสังคมถามไรไม่รู้เรื่องY_Y  วิชาอื่นพอถูไถไปได้บ้างค่ะ แต่ออกมาจากห้องสอบก็หวังเล็กๆว่าติดเหอะ คะแนนคนสุดท้ายก็ยังดี

6.O-net สุดยอดเลยสำหรับการสอบครั้งนี้เพราะ ม.3 พี่เคยตก O-net ศิลปะมา  แต่ทุกอย่างก็ราบลื่นดีค่ะถึงข้อสอบจะแปลกบางข้อก็เถอะ "ใครเป็นผู้วิจารณ์อย่างสุนทรีย์~~~~~~=_="


ที่เรียนพิเศษสำหรับน้องงง   cheeky
1.เลข
-อ.อรรณพ สุดยอดเลยพี่รักแกมากกก แกสอนให้เด็กโง่เลกสุดอย่างพี่สอบติดได้  แต่แกไม่น่าเสียเลยT^T
-ซุปเค พี่ซุปเรียนฮา ไม่เครียด โจทย์เยอะ เทคนิคลัดเยอะมาก
(เพื่อนพี่บอกพี่ต้อมยูเรก้า สอนดีมากแต่พี่ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรนะค่ะเพราะพี่ไม่เคยเรียนกับพี่ต้อม น้องลองถามเพื่อนที่เรียนดูนะ)  เลขพี่เรียน 2 ที่ชอบมากทั้งคู่รักอาจารย์ทั้ง 2 มากขอบพระคุณที่ทำให้หนูรักเลขค่ะ

2.อังกิด
-ครูสมศรีคนสวย><  พี่ชอบมาก  เรียนกับครูทั้งวันไม่เบื่อเลย   ศัทพ์ที่ครูสอนข้อสอบ GAT ออกเยอะมากกกกกกก
-พี่แนน แกรมม่าพี่แนนเทพมาก(พี่เรียนพี่แนนแค่คอร์สแกรมม่า) การเรียนเป็นระบบจองเวลาเองได้ พี่แนนทุ่มเท รักนักเรียนสุดๆ

3.เคมี
-อาจารย์คุณแม่อุ๊  คนเดียว only อ.สอนดีน่ารัก สอนมองโจทย์ สอนการคิด การแก้ปัญหาโจทย์ดีมาก

4.ชีวะ
- เจ๊บีม Biobeam สอนดี ชีทสีทั้งเล่มฮามากขำท้องแข็งแนะนำๆๆๆๆๆ
-อ.เอกฤทธิ์ ยูเรก้า
-พี่วิเวียนออนดีมาน

5.ฟิสิกส์
-พี่โหน่งออนดีมาน สอนดีมากพี่ชอบที่นี้
-แอพพลาย น้องต้องหัวไวพอสมควร
-นีโอ อ.สอนละเอียดมากถึงมากที่สุดค่ะใครชอบทฤษฎีละเอียดๆเรียนที่นี้ได้

6.ไทย-สังคม
-อ.ปิง พี่ไม่ได้เรียนไทยสังคมแต่เพื่อนพี่เรียนทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่า ดีมากกกก  อ.ปิงสอนคลุมทุกเรื่อง อ.น่ารักเวอร์ๆ


หนังสืออ่านเตรียมสอบ
1.เลข พี่อ่านดังนี้นะค่ะ
-คอร์ส Ent .5เล่มอาจารย์อรรณพ
-ตะลุยโจทย์พี่ซุปเค
-25พ.ศ. ณัฐ  อุดมพาณิชย์


- สุดยอดข้อสอบดีๆที่ควรทำ(พี่จำชื่อไม่ค่อยได้ดูรูปเอานะ)


2.อังกิด
-พี่อ่านครูสมศรีกับครูพี่แนนอ่ะค่ะ
-แล้วก็ทำข้อสอบจากหนังสือเล่ม 25 พ.ศ 



3.พี่อ่านเจ๊บีม คอร์ส ent. 7 เล่มอ่ะครบมากๆ


-พี่เต๊น


4.เคมี อ่านหนังสือ อ.อุ๊ 5 เล่มครบมากกก






-สำหรับน้องที่อยากอ่านเอง ของครูกุ๊กมีบรรยายกับเล่มคำนวณ




5.ฟิสิกส์

-พี่อ่านของพี่โหน่งออนดีมาน



-ตะลุยโจทย์




6.ไทย-สังคม
-พี่อ่านดาว๊องค่ะ ยืมเพื่อนถ่ายเอกสาร



7.GAT เชื่อมโยง


8.ความถนัดแพทย์ อ่านของออนดีมานค่ะ



--------------------------------------------------------------------------------------
สุดท้ายอยากให้กำลังใจน้อง ม.5 ขึ้นม.6  สู้ยอมเหนื่อยปีเดียวเพื่ออาชีพที่น้องรักนะค่ะ พี่ผ่านมาแล้ว น้องต้องทำได้อย่ายอมให้ความฝันเราเป็นแค่ความฝันนะค่ะ^^b




kisssmilereadinghiwinkinjectcongratulation

โพสต์เมื่อ 10/04/2556 10:29 | 2
สำหรับพี่ อาจจะแตกต่างกับคนอื่นมากๆ
เพราะพี่ไม่ได้เรียนพิเศษ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้เจอการเก็งข้อสอบดีๆนั้นมีน้อยมาก
ข้อสอบต้องเก็งเองทั้งหมด
วิธีอ่านหนังสือก็คือเลือกอ่านในส่วนที่ออกข้อสอบเยอะ ไม่อ่านทั้งหมด มันเยอะมาก (เพราะมาอ่านเดือนสุดท้ายก่อนสอบแล้ว)
และทำข้อสอบย้อนหลังหลายๆปี ซักสิบปีน่าจะเอาอยู่ (แต่ตอนพี่อ่านอ่านแค่สี่ห้าปีนะ ไม่ทัน)
ส่วนประสบการณ์ในการสอบ
MD ของขอนแก่น ข้อสอบไม่ยากมาก ขึ้นอยู่กับน้องจะเตียมตัวไปดีมั้ย หลายๆคน(รวมทั้งพี่)พอเห็นข้อสอบจะรู้สึกว่า น่าจะอ่านมา ไม่งั้นคงทำได้ คนไปสอบก้เยอะพอสมควร อัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ถ้าเราพยายามก็ย่อมทำได้
เภสัช มศว อันนี้ไม่ยากเลย ข้อสอบค่อนข้างง่าย แต่คนสมัครเยอะมาก เราแค่ต้องทำคะแนนให้สูงกว่าคนอื่น ที่สำคัญ การสอบไม่ประกาศคะแนน อาจทำให้เราสงสัยเล็กน้อย ว่าคะแนนต่ำสุดสูงสุด และคะแนนของเราได้เท่าไหร่  (อันนี้คนสละสิทธิ์เยอะนะ)
Gat Pat อันนี้พี่ว่ายากสุดในทุกการสอบ เพราะว่าข้อสอบค่อนข้างซับซ้อน Gat อาจจะไม่ยาก แต่ Pat ยากมากถึงมากที่สุด ต้องเตรียมตัวไปดีมาก เราอาจจะสอบมาหลายที่แล้วรู้สึกว่า วิทย์คณิต จะต้องเกิน 50% อย่างแน่นอน แต่พอเจอคะแนนอาจจะช็อกได้ กว่าจะเกิน 50% นี่หืดขึ้นคอ (ส่วนตัวของพี่คณิตศาสตร์นี่ยังไม่ถึง 120 คะแนนเลย)
กสพท ถ้าเป็นวิชาเฉพาะจะยากตรงคุณธรรมนะ เราไม่รู้ว่าตอบแบบไหนจะได้คะแนน มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ส่วนที่เป็นคณิตผสมด้วยอ่ะท (จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร) ถ้าทำข้อสอบมาเยอะๆรับรองว่าทำได้แน่นอน แค่จะทำทันหรือไม่ ส่วนเชื่อโยงง่ายกว่าแกทมาก ได้เต็มเยอะ
สำหรับ 7 วิชา ก็มียากง่ายปะปนกัน แต่คณิตนี่ชิลกว่า pat เยอะ
onet  สำหรับตัวพี่ พี่มองว่า อันนี้ง่ายและสบายสุด เพราะออกพื้นฐานมากๆ ข้อสอบก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ โอกาสคว้าคะแนนเยอะๆอยู่ตรงนี้  พี่มีปัญหาด้านอังกฤษก็เลยได้ภาษาอังกฤษค่อนข้างน้อย แค่ 40 กว่าๆ แต่สำหรับวิชาอื่นๆเป็นวิชาที่ให้กำลังใจมากๆ  มันค่อนข้างตรงแนวกับข้อสอบเก่าๆ ถ้าน้องทำมาเยอะๆรับรอง เป๊ะ!!!
 
ขอให้น้องๆโชคดีกับการสอบนะครับทุกคน
ใครสนใจการเรียนในคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สามารถคุยกับพี่ได้นะครับ พี่ยินดีให้คำปรึกษา แม้จะไม่เก่งมากแต่พอบอกแนวทางได้ครับ
โพสต์เมื่อ 11/04/2556 21:18 | 5
สวัสดีค่ะ   สำหรับน้องๆในปีถัดไปที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองต้องการ  ขอเริ่มที่คำแนะนำในการเตรียมตัว  หนังสือที่พี่ใช้สำหรับตอนสอบ   แล้วสุดท้ายคือ เรื่องราวของข้อสอบ

คำแนะนำที่พี่จะแนะนำคือ

สำหรับน้องๆ ม4 ม5  
1.พี่แนะนำให้น้องเรียนในวิชาในระดับตัวเองให้แน่น และแม่น!!  ทำเกรดให้ดีไว้ก่อน   ถ้าแม่นแล้วให้เริ่มไปเรียนล่วงหน้าได้เลย  ลองทำโจทย์วันละนิดวันละหน่อย  พยายามทำโจทย์ในเรื่องที่ตัวเองเรียนให้มากที่สุด เพื่อให้วิธีทำ และความคิดในการแก้ปัญหาได้หลากหลาย  และทำให้รู้จักโจทย์ในหลายๆแบบ
2. หาเป้าหมายของตัวเอง ยึดความชอบของตัวเอง อย่าสนใจคนรอบข้างว่าเขาจะบอกว่าเราควรไปทางไหน ควรเป็นอะไร  ยึดตัวเองไว้ อย่าตามเพือน  เป้าหมายที่น้องเลือกบางทีอาจจะไม่เป็นอย่างเดิมตลอดไป อาจเปลี่ยนได้ ไม่เสียหาย แต่ควรหาเป้าหมายเพื่อตัวเองจะได้เตรียมตัว  สำหรับคนที่ไม่รู้พี่แนะนำให้เลือกที่สูงที่สุดไว้ก่อน  เพราะหากน้องเลือกสูงๆ มันจะทำให้น้องต้องเตรียมตัวเยอะ เพราะอยางน้อย เตรียมไว้เกินดีกว่าขาด อย่างเช่น ตอนแรกพี่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเข้าอะไร พ่อพี่แนะนำให้พี่คิดว่าจะเข้าหมอไว้ก่อน เพราะมันจะทำให้พี่ต้องเตรียมตัวทุกวิชา ทำโจทย์เยอะๆ  ทุกวิชาต้องแม่น 
3. เริ่มท่องศัพท์ ไปหาจากหนังสือที่เขารวบรวมคำศัพท์  สำหรับพี่ พี่ไม่ได้เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ  จึงต้องหาหนังสอเอง  พี่คิดว่าเล่มนี้โอนะ
Book

สำหรับน้อง ม6 
มีคนบอกพี่ว่าเราอ่านเขาอ่าน เราหลับ เขาก็อ่าน   ดังนั้นการสอบเพื่อเรียนต่อใครพร้อมกว่าจะได้ไป ดังเตรียมตัวเร็วกว่าโอกาสจะสูงกว่า    
พี่ขอใช้การเตรียมตัวของตัวเองมาแนะนำละกัน
   1.ตั้งเป้าหมายของตัวเองให้แน่  แต่อย่ามุ่งไปเพียงอย่างเดียว ให้เราสำรองไว้ซัก2-3 อย่าง  แต่อย่าสับสน เลือกที่เราต้องการจริงๆ อย่าตามเพื่อน เพราะมันคือสิ่งที่จะอยู่กับเราไปเกือบทั้งชีวิต  ต้องรู้จุดยืนของตัวเอง  แล้วใช้มันเป็นแรงบันดาลใจให้ช่วยผลักดันเราให้ไปให้ถึงจุดนั้น

   2. ให้น้องอดทน และยอมเหนื่อยตั้งแต่เริ่มต้น   ทุ่มไปเลยตั้งแต่แรก แล้วผลที่ตามมามันจะดี  เชื่อพี่เถอะว่าน้องเหนื่อยตั้งแต่ตอนนี้  ยังดีกว่าเมื่อผลสอบรอบแรกออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่หวังแล้วน้องเพิ่งมาคิดได้   ยิ่งปีถัดมา gat pat รอบแรกอาจจะเลื่อนเป็นเดือนธันวาคม ตารางสอบใหญ่อาจเป็นอย่างนี้

-ธันวาคม สอบ gat patครั้งที่ 1
- มกราคม สอบ7วิชาสามัญ
-กุมภาพันธ์ สอบONET
-มีนาคม สอบ Gat PAt 2

ถ้าน้องเตรียมตัวไว้น้อย ไม่ยอมอดทนอ่านหนังสือ  ถ้ารอบแรกออกมาไม่ดี น้องจะแทบไม่เหลือเวลาแก้ไข เพราะการสอบใหญ่อื่นๆจะตามมาติด แล้วสอบย่อยๆตามมหาวิทยาลัยอีก  น้องจะไม่มีเวลามาปรับปรุงอะไรทั้งนั้น และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่รับตรงจะใช้ผล GAT PATรอบแรก  ถ้าน้องทำได้ไม่ดี นอกจากรับตรงช่วงแรกน้องจะ ชวด!!!  แล้วถ้าแก้ตัวไม่ทัน ในการสอบGAT PATรอบ2 น้องยังต้องอ่านหนังสือในขณะที่เพื่อนคนอื่นไปเที่ยวแล้ว  พี่ว่ามันเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าทำให้จิตใจดีเลย มันจะกดดันมาก  บางทีอาจจะรอถึงแอดซึ่งพี่ขอบอกว่าพี่เห็นเพื่อนที่รอแอดแล้ว เหนื่อยแทน
       - พี่เป็นคนที่พอเริ่มขึ้น ม6 พี่อ่านหนังสือจริงจัง  จากที่อ่านนิยายทุกคืนจนถึงเที่ยงคืน พี่เปลี่ยนมาจับชีวะ และวิชาอื่นๆแทน  แน่นอนว่าในตอนแรกทำได้ยากมาก แต่ต้องอดทน  ในช่วงซัมเมอร์ พี่พยายามเรียน เนื้อหาของ ม6 ทุกรายวิชาให้จบ  เริ่มท่องศัพท์พวก synonym  ก่อนสอบ GAT Pat รอบแรก  ทุกวิชาน้องควรจบ ม6  ตอนช่วงที่มีรับตรงออกมามากขึ้น โดยเฉพาะที่ใกล้สอบ GAT PAT  พี่ไม่ไปเที่ยวเลย  ไม่เปิดดูทีวี ไม่ดูหนัง ไม่อ่านการ์ตูน  ตื่นเช้ามากินข้าวอาบน้ำแล้วก็อ่านหนังสือทำทุกวันจนถึงวันที่ประกาศผลสอบแล้วผลคือพี่สอบติดในที่ที่พี่ต้องการ   เชื่อพี่เถอะว่าเหนื่อยตั้งแต่ตอนแรกอะ คุ้ม!!!

   3.คอยเชคข่าวตลอด นอกจากเว็บ unigangแล้ว คอยเชคกับเว็บ Eduzoneและเว็บของมหาวิทยาลัยเอง  
ห้าม!!ลืมจ่ายตัง
 ห้าม!!ลืมส่งเอกสาร  
 ห้าม!!ลืมนัดหมายต่างๆของทางมหาวิทยาลัย

รุ่นพี่มีนะ คนที่ลืมจ่ายตังทำให้ไม่ได้สอบแกทแพทรอบแรก  ทำให้เสียโอกาสไปเยอะมาก  บางคนลืมไปสัมภาษณ์  ถ้าติดแต่ไม่จ่ายตัง ไม่สัมภาษณ์ ก็จบ
4.ทำโจทย์ให้มากๆ โดยเฉพาะข้อสอบย้อนหลัง 15พ.ศ.    ข้อสอบ gat pat 7วิชาสามัญปีก่อน  เอามาทำให้หมด
แต่!! อย่าทำส่งๆ  อย่าทำเพียงเพื่อรู้คะแนน ทุกครั้งที่ทำต้องวิเคราะห์   มองถึงแนวการออกข้อสอบ  มองว่าเรื่องไหน บทไหนออกเยอะ ออกแนวไหน  แนวโจทย์เป็นยังไง  Conceptของข้อนี้คืออะไร  ถ้าทำถูกก็ลองดูเฉลยว่าConceptตรงรึเปล่า  มีวิธีที่สั้นกว่านี้มั้ย  ถ้าทำไม่ได้ อย่าอายตัวเองเปิดไปดูเฉลย มองConcept วิธีทำให้เข้าใจแล้วลองปิดคำตอบแล้วทำด้วยตัวเอง  ทำผิดก็ไปดูว่าเราผิดตรงไหน อย่างไรแล้วตอกย้ำตัวเองว่าห้ามผิดอย่างนี้อีก 
และทุกครั้งที่ทำโจทย์ อย่าลืมจับเวลา


   5.
หลังจากทำโจทย์ให้ลองสรุปข้อผิดพลาด ข้อระวังต่างๆว่า  ควรระวังตรงไหน เช่น หน่วย   การคิดเลข(ทุกครั้งที่คิดเลขเน้นถูก อย่าเน้นเร็ว เพราะถ้าเร็วไปจะทำให้คิดเลขผิด)   ตัวเลขที่ใช้       
เช่น ฟิสิกส์  -หน่วย SIสำคัญมาก  
                   -ค่าคงที่ต่างๆ  บางเรื่องที่ตรงกับเคมีระวังสับสนหน่วย  
                   -ค่าg(อันนี้โดนหลอกบ่อย)
                   -หน่วยค่าคงที่ที่โจทย์ให้ ต้องเปลี่ยนเป็นSIมั้ย
                   -โจทย์ถามอะไร  อ่านดีๆว่าโจทย์ต้องการอะไร หน่วยอะไร เช่น น้ำหนักหรือมวล
   ในตอนที่เตรียมตัวสอบ  เกือบทุกวิชา(ยกเว้น อังกฤษ ไทย สังคม)พี่ทำโจทย์ 15 พ.ศ. ทุก พ.ศ. ทุกข้อ  โจทย์โควตาต่างๆ  โจทย์GAT PAT ย้อนหลัง

   6.ถ้าวิธีลัดทำแล้วงงก็ไม่ต้องใช้  ใช้วิธีที่เราเข้าใจ และทำได้

   7.ในอาทิตย์ที่สอบ ปรับตัวเองให้นอนเร็ว  ตื่นเช้า  เพราะไม่งั้นวันสอบจริงจะนอนไม่หลับ ตื่นมาแล้วเบลอ ทำอะไรไม่ถูก คิดไม่ออก แล้วสิ่งที่พยายามมาจะสูญเปล่า  เมื่อเข้าห้องสอบ ตั้งสมาธิก่อนแล้วทำ  ข้อที่ไม่ได้ข้ามไป ข้อที่ได้ทำให้จบ

   8.  เวลาอ่านหนังสือถ้าง่วงอย่าฝืน ให้นอน แต่ถ้าต้องการอ่านจริงๆ    นอนซัก10-15นาทีแล้วตื่นมาจำทำให้สดชื่นเล็กน้อย  หรือไม่ก็อาบน้ำ  กินของหวาน(เขาบอกช่วยได้) และรักษาสุขภาพให้ดี อย่าฝืน

   9.หาเวลาที่ตัวเองอ่านหนังสือแล้วเข้าหัวที่สุด  คนเราไม่เหมือนกันบางคนอ่านดึก บางคนอ่านเช้า  ดังนั้นหาเวลาของตัวเอง   
            
    10.ถ้าผลประกาศมาแล้ว แล้วไม่ใช่อย่างที่ต้องการ น้องเสียใจได้ ท้อได้ แต่!!ห้ามล้ม ห้ามหมดหวัง  ให้น้องลุกขึ้นสู้ต่อ อนุญาตให้เสียใจได้ 1 ชั่วโมง แล้วรีบปาดน้ำตาทิ้ง กลับมามองตัวเองว่าผิดพลาดตรงไหน มีรอยรั้วตรงไหน แล้วรีบจัดการอุดรอยรั่วให้ได้มากที่สุด เสริมจุดแข็ง กำจัดจุดอ่อน  ทำทุกอย่างให้มากขึ้น  

    11. ถ้าไม่เข้าใจตรงไหน ลองทำความเข้าใจด้วยตัวเองเพราะถ้าเราเข้าใจเองมันจะติดอยู่ในหัว  ลองจับกลุ่มติวกับเพื่อนเพื่อเสริมจุดด้อยต่างๆของกันและกันให้ดีขึ้น

     12 อย่าสมัครสอบมั่วๆ อย่าลืมว่าตัวเองต้องการอะไร  บางคนพอที่แรกไม่ติด สติจะเริ่มไปแล้วลงมั่วไปหมด ทำให้บางทีกั๊กที่คนอื่น และบางทีสุดท้ายได้คณะที่ตัวเองไม่ต้องการ  

      13  อย่ารอเฉพาะที่ที่เราต้องการเท่านั้น  ให้ลองไปสอบบางที่บ้างเพื่อเป็นแนว และให้รู้ว่าตัวเองขาดอะไร

    14 ใกล้สอบเรื่องไหนไม่ได้ ทิ้งไปเลย เสริมเรื่องที่ได้ให้เม่นที่สุด( ปล เรื่งที่ทิ้งต้องไม่ใช่เรื่องที่ออกเยอะนะ เช่น ฟิสิกส์ ทิ้งกลศาสตร์ อันนี้ไม่ได้นะ)  พอมีช่วงเวลามากพอค่อยแก้ไขเรื่องที่ไม่ได้
 
     15  ทุกครั้งที่สอบทำให้เต็มที่ ได้ไม่ได้ทำให้เต็มที่จะได้ไม่เสียใจทีหลัง เพราะเราทำเต็มกำลังแล้ว  พี่บอกเพื่อนเสมอว่าถ้าเราพยายามจริง ผลมันจะออกมาให้เห็นเอง

สำหรับหนังสือ ทุกวิชาต้องทำ15 พ.ศ. กับย้อนหลัง GAT PAT

-วิชาคณิตศาสตร์: สำหรับเล่มแรกเหมาะกับคนที่พื้นฐานดี  ถ้าไม่แนะนำพวกคัมภีร์คณิตศาสตร์เล่มหนาๆ  ส่วนเล่มหลัง ทำให้มากที่สุดแล้วอย่างลืมดูเฉลยเพราะแนววิธีทำของผู้แต่งพี่คิดว่าโอเคเลย


-ฟิสิกส์ : พยายามหาเล่มที่เป็น15 พศ แล้วแยกเป็นเรื่องๆ  ตอนนั้นพี่ใช้ของออนดีมานด์  พี่ทำโจทย์ทุกข้อในส่วนของ15 พศ และทำในบางข้อของโจทย์ระคน(พวกข้อสอบโควตา ข้อสอบโอลิมปิก)

-เคมี : ใช้ของครูกุ๊ก  อาจารย์อุ๊ และ15 พ.ศ.
-ชีวะ : อ่านสองเล่มนี้ประกอบกัน  อย่างลืมดูภาพไว้ด้วยนะ และ โจทย์ 15 พ.ศ.

ไทยกับสังคม: พี่อ่าน อ  ปิง   ทำโจทย์ๆ
ภาษาอังกฤษ:  ทำโจทย์เก่าเยอะๆ  ท่องศัพท์มากๆ  แกรมม่าแน่นๆ
BookBookBook


เรื่องเล่าของข้อสอบ
1. ข้อสอบแพทย์ขอนแก่น
-  ฟิสิกส์ใครที่เรียนออนดีมานด์ทำโจทย์ระคนด้านหลังที่เขียนหลังข้อว่า โควตา มข ไว้ด้วย เพราะแนวมันคล้ายๆกัน   
-  อังกฤษ  จะยากศัพท์ท่องไปเยอะๆ ฝึกเออเรอร์เยอะ
- ชีวะ  พวกรูปภาพในบทtaxonomy ให้จำไว้เยอะ ในเล่มessential biology จะมีภาพในบทนี้เยอะให้มองไว้  มข จะถามค่อนข้างลึกพอสมควร
- เคมี ไม่ยากแต่จะทำไม่ทัน
- คณิต  ไม่ยากแต่ทำไม่ทัน จะมีถามว่าถูกกี่ข้อผิดกี่ข้อเยอะ และบางข้อดูดีๆ  ตรวจคำตอบก็อาจจะออกเลย
- ไทย  พี่จำไม่ค่อยได้  แต่ไม่ยาก วิชานี้ทุกคนหลับเร็ว
- สังคม  ออกแผนที่ซึ่งดูยากมากกกกกกก  แล้วถามว่ามีวัดกี่แห่ง  แผนที่ในข้อสอบดำมาก  ตาติดแผนที่ยังหาวัดไม่เจอเลย  ตอนรุ่นพี่จะมีแนวแบบ  ข้อใดพูดถึงเครื่องมือวัดสภาพอากาศ  ก.abdfg  โดยในโจทย์จะให้เครื่องมือมาเยอะๆ  แนวนี้จะมีเยอะ

ผลของ มข ของพี่คือ ไม่ติด!! เสียใจนิดนึงแต่พี่ก็รีบกลับมาปรับปรุงตัว เสริมทุกอย่างให้แน่นขึ้น อ่านหนังสือให้มากขึ้น ทำโจทย์เยอะขึ้น  อุดรอยรั่วของตัวเองให้มากที่สุด

2.ข้อสอบสอบตรงของมหาวิทยาลัย :  จะไม่ค่อยพ้น 15 พศ  บางทีเอาข้อสอบเก่ามาออกด้วยซ้ำ   ทำ15พศ ไว้เยอะก็น่าจะพอ  ส่วนใหญ่ภาษาอังกฤษreadingจะเยอะ  เคยไปสอบแพทย์บูรพากับรังสิต readingเยอะมาก ปวดหัวเลยทีเดียว

3.GAT PAT อยากบอกว่ายากมากๆๆๆๆ

 - GAT ไทย      เน้นทำข้อสอบเก่า อยากบอกว่าหนังสือที่เขาแต่เองไม่ค่อยช่วยอะไร ทำให้สับสนด้วยซ้ำ ให้เอาข้อสอบเก่ามาทำก็พอแล้ว  และ  เวลาคิดต้องอ้างอิงโจทย์ อย่าอ้างอิงจากความคิดส่วนตัวโดยเด็ดขาด

-GAT อังกฤษ     อันนี้ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแนวมั้ย เพราะรุ่น55 เปลี่ยนแนวเล็กน้อยตรงsynonym  แกทนี้จะไม่ค่อยยาก  ท่องศัพท์เยอะก็โอ  reading คำตอบส่วนใหญ่หาได้จากโจทย์  readingสอบตรงจะยากกว่า 

-PAT1               ยากกว่าสอบตรงมากกกกกก  พยายามทำโจทย์ให้เยอะ  ในเรื่องของตรีโกณจำพวกมุม 54 72 18 36 ไว้ด้วย   สถิติกับความน่าจะเป็นจะเป็นเรื่องที่ทำคะแนนได้   โจทย์บางข้อจะเอาตรรกศาสตร์พวกคำว่า หรือ ถ้าแล้ว และ ไปรวมด้วย ระวังให้ดี

-PAT2              เคมี ทำใจได้เลย ยากมากๆๆ อย่าหวังคะแนนจากเคมี
                        ฟิสิกส์  ตอนปีพี่คำตอบเขาให้มาเป็นช่วง (2,5) และเริ่มเอาแนวเก่าๆมาออก เรื่องบางเรื่องที่ไม่ได้ออกมานานเริ่มเอามาออกเช่น เรื่องดรอปเปอร์ในบทคลื่น
                         ชีวะ   ต้องแม่น
                         ดาราศาสตร์    บอกได้อย่างเดียวว่าตอนพี่ทำข้อสอบ คิดอย่างเดียวคือ ฉันไม่ได้จะไปเข้านาซ่านะ
                         ศักยภาพ    อ่านโจทย์ดีๆบางทีโจทย์ยาวแค่หลอกเรา คีย์เวิร์ดอาจอยู่ที่ไหนซักที่เจอปุ๊ปได้คำตอบ 

3.  7วิชาสามาัญ  อันนี้พี่ไม่ได้ไปสอบ ขอโทษด้วย แต่เพื่อนบอกสังคมยากที่สุด  คณิตเท่าที่ฟังมาจะง่ายกว่าแพท1   ชีวะเน้นความเร็วและแม่น

4.โอเนท   อันนี้สำหรับสายวิทย์ค่อนข้างชิล  ส่วนใหญ่จะพลาดที่ทฤษฎี  ถ้าน้องผ่านสอบตรงมา และทำโจทย์มาเยอะสบายหายห่วง
ยกเว้น!! พวกศิลปะ ดนตรี สุข บอกได้แค่ว่า ปลง!!

และสำหรับน้องที่ติดคณะที่ตัวเองต้องการ  อย่าลืมนัดหมายของมหาวิทยาลัย  อย่าทอกทิ้งเพื่อน  และอย่าไปกั๊กที่คนอื่นเพียงเพราะอยากติดเยอะๆ

อยากบอกส่งท้ายว่าตอนนี้พี่ติดคณะแพทย์ศาสตร์ของรามา(โควตาของมหาวิทยาลัย) จากผลGAT PATรอบ1  พี่คิดได้อย่างเดียวคือ .
"คุ้มจริงๆที่ยอมเหนื่อยตั้งแต่เริ่มต้น ผลที่ได้มันคุ้มค่ากับความเหนื่อย" 
หลังจากติดพี่อ่านนิยาย เที่ยว ดูการ์ตูน  ขณะที่เพื่อนพี่ยังคงต้องอ่านหนังสือ เครียดต่อ

พี่ไปสอบแกทแพทรอบ2แค่ต้องการรู้ข้อสอบ  บางคนต้องสอบเพราะมันคือความหวังเดียวในการรับตรง(ที่มีน้อยกว่าช่วงแกทแพทรอบแรกเยอะมาก) และยื่นแอด

พี่เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย  เพื่อนพี่นั่งรอผลแอด

มันคือผลจากความพยายาม ความทุ่มเท ตั้งแต่ต้น

ดังนั้นพี่ถึงบอกว่าเหนื่อยตอนเริ่มต้น มันจะคุ้มจริงๆ  น้องอยากเหนื่อนตอนนี้แล้วสบายทีหลัง หรือสบายตอนนี้แล้วเครียดทีหลัง แล้วมาบอกว่าตัวเองสายไป รู้งี้รีบเตรียมตัวดีกว่า  มันไม่มีประโยชน์หรอกนะถ้าจะมารู้สึกตัวทีหลัง มาเสียใจทีหลัง เพราะเวลาไม่ย้อนกลับมาหรอกนะคะ ถ้าต้องเป็นแบบนั้นสู้น้องพูดในตอนหลังว่า คุ้มจริงๆที่เหนื่อย  ดีที่ยอมลำบากตั้งแต่ต้น  น้องคิดว่าแบบหลังไม่ดีกว่าหรือ??
โพสต์เมื่อ 12/04/2556 17:34 | 1

ม.6 เป็นปีที่เหนื่อยมากปีนึง เพราะเราต้องทุ่มเทเพื่ออนาคตของเรา ให้คิดว่าเหนื่อยแค่ปีเดียวเอง แต่ก็คุ้มถ้าเราได้ในสิ่งที่เราหวัง จริงไหม? แต่หากไม่ได้เราอย่าไปมัวเสียใจ ให้รีบหาตัวเองให้เจอ แล้วมุ่งไปยังจุดหมายของเรา อาจารย์โรงเรียนพี่ท่านนึงได้พูดไว้ในงานปัจฉิมว่า "ปริญญาตรีเป็นแค่จุดเริ่มต้นของชีวิต ไม่ว่าจะเรียนคณะใด ก็พอๆกันหมด แต่ขอให้เป็นคนดี ประกอบอาชีพสุจริตก็เพียงพอแล้ว".

เริ่มแรกอยากจะให้น้องๆทุกคนตั้งใจ ทุ่มเท และรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น พี่เป็นคนนึงที่ไม่ได้ขาดเรียนเลยช่วงม.6 เพราะพี่คิดว่าหากเราหลุดสอบตรงไปแอดมิชชั่นเราก็ต้องใช้เกรดอยู่ แต่เราต้องรู้จักใช้เวลาว่างช่วงพักให้เป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องอ่านหนังสือตลอดนะ ต้องมีการผ่อนคลายตัวเองบ้างนะ:-)

การอ่านหนังสือ ของพี่ ช่วงแรกๆก็เหมือนเด็กทั่วไปที่เรียนกวดวิชา พี่เรียนคอร์สเอนท์ 2 วิชา คือ เคมี อ.อุ๊ กับ คณิตศาสตร์ พี่ต้อมยูเรก้า ตอนเย็นกลับมาบ้านก็ต้องทบทวนตลอด ส่วนวิชาอื่นพี่จะให้ความสนใจ กับชอตโน๊ตในห้องเรียนที่พี่จดในคาบมากกว่า เพราะพี่มั่นใจว่า อาจารย์ที่โรงเรียนสอนไม่ได้แตกต่างจากการเรียนพิเศษมากเท่าไหร่ เพียงแค่ไม่ค่อยได้ฝึกเราข้อสอบย้อนหลังเท่านั้นเอง พี่จะเริ่มจากการอ่านย้อนทั้งหมดตั้งแต่ม.4 ให้จบภายใน 1 เดือน แล้วพี่นำหนังสือ 15 พ.ศ. วิชาต่างๆมาทำ หากข้อไหนส่วนไหนไม่ได้ ให้ค้นคว้าทันที มันจะช่วยให้เราจำได้แม่นมากๆ แม่พี่เป็นคนแนะนำให้ฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะจะช่วยให้เรารู้จักแนวข้อสอบ สามารถประยุกต์ใช้ได้และช่วยจำได้ดีกว่าอ่านเฉยๆ

แนวข้อสอบต่างๆ แนะนำให้น้องๆซื้อหนังสือมาทำ หรือไม่ก็พิมพ์จากเว็ปไซต์ สทศ ฝึกทำให้ได้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์ต่อตัวน้องๆเอง แต่ละปีแนวจะคล้ายๆกัน แตกต่างแค่บางส่วนเท่านั้นเอง

มาเข้าเรื่องประสบการณ์สอบตรง พี่สอบตรงเยอะมาก เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองเท่าไหร่ว่าจะสอบติด555555

1.มศว สนามสอบแรกของพี่เลย ไปแบบชิวมาก ยังอ่านหนังสือไม่เต็มที่เลย แถมช่วงสอบเป็นช่วงสอบกลางภาคของโรงเรียนอีกด้วย
  - คณะเศรษฐศาสตร์ : มีสอบความถนัดต่างๆ แล้วก็วิชาคณิตพื้นฐาน สังคม ภาษาไทย(ถ้าจำไม่ผิดนะ) << ไม่ติด แต่หวังมากก
  - คณะสหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด : มีสอบความถนัดต่างๆ คณิตเพิ่มเติม เคมี ชีวะ(ถ้าจำไม่ผิดนะ) << ติด แบบงงๆ เพราะคนสอบเยอะมากเลยไม่คาดหวัง

2.GAT PAT ช่วงนั้นพี่ก็ยังเบลอๆอยู่ ยังอ่านหนังสือได้ไม่มากเท่าไหร่ พี่เลยใช้วิธีทำข้อสอบย้อนหลังทุกปีที่มี
 - GAT เชือมโยง : ค่อนข้างต้องใช้การวิเคราะห์และรอบคอบอย่างมาก ส่วนนี้พี่ได้เต็มซึ่งดีใจมาก
 - GAT ภาษาอังกฤษ : พี่ค่อนข้างเสียคะแนนไปกับพาร์ท Error มากเพราะพี่ไม่ค่อยเก่งไวยากรณ์ แต่จะได้ในส่วน Vocab Conversation Reading คะแนนค่อนข้างพอใจ
 - PAT 1 : รู้สึกว่ายากมาก ออกเรื่องตรีโกณเยอะมาก อยากจะร้องไห้ ทำไม่ค่อยได้เลย คะแนนเป็นไปตามคาด คือห่วยมาก
 - PAT 2 : คล้ายๆกับแนวข้อสอบเก่า มีบางข้อเหมือนมาก คะแนนเกินคาดไว้เยอะมาก
 - PAT 5 : อันนีไปสอบเผื่อๆไว้เพราะเห็นว่าออกพวกมิติสัมพันธ์เยอะ แต่ปีพี่เปลี่ยนแนว มีบวกเลขด้วย บางข้องงๆแต่คะแนนค่อนข้างพอใจ

3.เภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร พี่ได้สนามสอบค่อนข้างไกลบ้านมาก และโรงเรียนร้อนมาก แถมใช้เวลาสอบถึง 2 วัน สอบคณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาอังกฤษ ซึ่งข้อสอบค่อนข้างง่ายกว่า GAT PAT คล้ายๆข้อสอบกลางภาค ปลายภาคของโรงเรียน แต่พี่ไม่ได้อ่านฟิสิกส์มา สนามนี้เลยไม่ติดจ้า

4.แพทย์ชนบท ม.บูรพา สนามนี้ต้องขับรถไปถึงบางแสนเลยทีเดียว สอบตั้งแต่เช้า ถึงเย็น ห้องสอบเย็นมาก ข้อสอบพอๆกับเภสัช ศิลปากร แต่จะง่ายกว่าในวิชาฟิสิกส์ และยากกว่ามากในวิชาภาษาอังกฤษ เพราะมีศัพท์ทางการแพทย์เยอะมากในส่วน reading และให้เวลาค่อนข้างน้อย สนามนี้หวังมาก แต่ก็ไม่ติดจ้า

5.ความถนัดแพทย์ หลังจากสอบ GAT PAT พี่ก็เตรียมตัวกับการสอบนี้มาก เพราะความฝันของพี่ตั้งแต่เด็กคือคณะทันตแพทยศาสตร์ พี่ไม่ได้เรียนพิเศษ ใช้การทำหนังสือประมาณ 4 เล่ม 
 - เชื่อมโยง : คล้ายๆกับ GAT แต่จะยุ่งเหยิงกว่าแกทและไม่มีเน้นตัวดำให้ ต้องหาเอง ค่อนข้างสับสนมาก
 - IQ : คล้ายๆมิติสัมพันธ์ แต่จะค่อนข้างยาก ต้องใช้การฝึกฝนมากๆ
 - จริยธรรม : เป็นข้อสอบคล้ายๆเดาใจคนออกข้อสอบ อย่าตอบแสนดีเกินไป แต่อย่าร้ายเกินไป

6.เศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ข้อสอบจะมีวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคม ค่อนข้างยากในวิชาภาษาอังกฤษ มี reading ประมาณ 4-6 passage พี่ลืมอ่านสังคมไป สนามนี้เลยไม่ติด อีกแล้ว!!

7.วิศวกรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีอาหาร ม.ศิลปากร คณะนี้ใช้ยื่น GAT PAT แล้วก็ต้องไปสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเทคโนโลยีอาหาร ซึ่งแนวข้อสอบหาไม่ได้จากที่ไหนเลย พี่เลยใช้การอ่านตามเว็ปไซต์ พวกสัญลักษณ์ต่างๆ GMP ISO บลาๆ ข้อสอบก็แนวที่อ่านมาเลยโชคดีมากๆ แถมมีผสมวิชาเคมีเล็กน้อยด้วย สนามนี้ต้องไปสอบถึงจังหวัดนครปฐมเลย แต่ผลก็คือ ติด ค่อยคุ้มค่าน้ำมันหน่อย:-D

8.นิติศาสตร์ ม.บูรพา อันนี้ใช้ยื่น เกรด GAT PAT ติด สบายๆ

9.วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น สอบทั้งวัน วิชาเลข ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ ข้อสอบข้างพอๆกับแพทย์ชนบท ม.บูรพา แต่เป็นวิศวะสาขาที่เราชอบมากเลยอ่านหนังสือไปค่อนข้างหนักในวิชาฟิสิกส์(พี่ทิ้งไปตั้งแต่ม.5ต้องรื้อฟื้นยาวมาก) สนามนี้เกินคาดเพราะไม่คาดหวัง ติดจ้า เย้!

10.วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวัสดุนาโน ลาดกระบัง ใช้ GAT PAT สาขานี้จะแปลกที่ใช้ PAT2 แต่ก็ไม่ติด

11.เทคโนโลยีอาหาร บางมด ใช้ GAT PAT ไม่ติด

12.การแพทย์แผนไทย สถาบันพระบรมราชชนก เป็นโควต้าจังหวัด รับแค่ 3 คน เลยลองดู ใช้ GAT PAT ติดตัวจริงอันดับ1 ดีใจกันยกบ้าน5555555 :D

13.แพทย์ชนบท จุฬาฯ ใช้ GAT PAT พี่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ PAT1 เลยอดไปเลย

14. 7 วิชาสามัญ ตอนนี้พี่รู้สึกว่าตัวเองอ่านหนังสือเต็มที่มาก พร้อมมากๆในการสอบ เป็นการสอบที่พี่รู้สึกว่าสำคัญมาก555
 - คณิตศาสตร์ : ออกคล้ายแนวข้อสอบเดิม ง่ายกว่า PAT1 แต่พี่โดนหลอกเยอะมาก คะแนนจึงไม่ผ่านเกณฑ์ กสพท T___T
 - ฟิสิกส์ : ยากกว่าข้อสอบเดิม ต้องใช้หน่วย SI Unit พอๆกับเภสัช ศิลปากร
 - เคมี : ออกคำนวนเยอะมากช่วงหน้าแรกๆ หน้าหลังๆค่อนข้างง่ายเห็นแล้วกาได้เลย ส่วนมากทำไม่ทันกัน
 - ชีววิทยา : ค่อนข้างง่าย ทำสบายๆ
 - ภาษาไทย : คล้ายๆกับโอเน็ต ค่อนข้างง่าย
 - สังคม : ต้องใช้ความจำและความรู้รอบตัวอย่างมาก จำนวนข้อน้อย เวลาเยอะเกินไป หลับกันได้สบายๆ
 - ภาษาอังกฤษ : แนวเดียวกับ GAT พอๆกัน

15.ครุศาสตร์ จุฬาฯ ใช้ GAT PAT 7วิชาสามัญ ยื่น คะแนนน้อยไป 20 เลยไม่ติด

16.วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ อินเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีหลายอย่างเลยให้ยื่น แต่เราใช้ GAT PAT สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษและให้ทำโจทย์คณิต ฟิสิกส์ มิติสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ค่อนข้างยาก เพราะเราเรียนภาคไทยมา แต่ก็ติด แบบงงๆ

17.ทุนวิศวกรรมศาสตร์ อินเตอร์(TEPE) ม.ธรรมศาสตร์ สอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด วิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี ค่อนข้างยากมาก

น้องจะเห็นได้ว่าพี่สอบเยอะมาก พี่ยังจำความรู้สึกช่วงนั้นได้มันเหนื่อยมาก ตอนที่ประกาศคะแนน 7 วิชาพี่เสียมากที่ไม่ผ่านคณิตศาสตร์ แต่เสียใจไม่นานเพราะพี่ทำเต็มที่แล้ว พี่รีบหาตัวเองให้เจอว่ายังมีสอบตรงอะไรอีกบ้างที่เป็นคณะที่ใช่ มหาวิทยาลัยที่ชอบ พี่จะคิดเสมอว่า'ท้อได้แต่อย่าถอย มหาวิทยาลัยดีๆ รอเราอยู่' จนพี่ได้เจอตัวเอง เจอในสิ่งที่ชอบ ตอนนี้รู้สึกสบายมาก มีความสุข อยากให้น้องทุกคนที่เข้ามาอ่าน คิดถึงวันที่คุณพ่อคุณแม่ดีใจกับเรา คิดถึงวันที่เรามีความสุขถึงแม้ช่วงแรกๆเราจะเหนื่อยมาก

ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่เก่งเลิศแต่อยากให้น้องๆที่อ่านประสบการณ์ของพี่แล้วเริ่มมีกำลังใจอ่านหนังสือ หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ก่อนที่น้องจะสายไป เวลาเสียไปแล้วเอากลับมาไม่ได้นะจ๊ะ สุดท้ายนี้พี่ก็ขอให้น้องๆทุกคนประสบความสำเร็จ ติดคณะที่หวังทุกคนน้า<3

โพสต์เมื่อ 16/04/2556 09:08 | 26


(บทความนี้อาจไม่เหมือน บทความความอื่นๆๆนะ  เเต่พี่ต้องการที่จะให้ความรู้น้องในเรื่องการสอบต่างๆ เพราะน้องๆหลายคนอาจยังไม่รู้เรื่องการสอบ ต่างๆ พี่เลยจะขอ เเนะนำน้องเลยนะ 555 อาจจะไม่ตรงกับหัวข้อที่เวปไซต์กำหนด เเต่พี่ก้อไม่ได้ต้องการรางวัลหรอกนะ (ถ้าได้ก้อดีไป) เเต่อยากจะเเนะเเนวน้อง อิอิ)
ความใฝ่ฝันของน้องๆ ม.ปลาย ทุกคน ก็คือการได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบ ในคณะที่ใฝ่ฝัน แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มันมีทางเข้ามหาวิทยาลัยได้กี่ทาง วันนี้พี่จะมาแนะนำน้องๆทุกคนนะ โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ อ้างอิงจากระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีล่าสุด (2555)

โควต้าเรียกได้ว่า มีทุกมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ ส่วนมหาวิทยาลัยไหนมีโควต้าแบบไหนต้องติดตามตาม เว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยนะครับน้องๆ โควต้าที่มีเป็นปกติของทุกมหาวิทยาลัยก็เช่น โควต้าสำหรับน้องๆต่างจังหวัดที่มีผลการเรียนดี โควต้าสำหรับน้องๆโครงการโอลิมปิกวิชาการ โควต้าสำหรับน้องๆที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เช่น ภาษา ศิลปะ กีฬา เป็นต้น
ส่วนใหญ่โควต้าจะมีหลายรอบนะ แต่หลักๆก็ก่อนสอบทุกอย่าง เรียกได้ว่าน้องมีมหาวิทยาลัยเรียน ตั้งแต่ยังไม่ได้สอบเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับโควต้าบางที่ มีการสอบที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเอง อันนี้น้องต้องติดตามข่าวสาร ระเบียบการตามเว็บไซด์มหาวิทยาลัยนะครับ

รับตรงก็มีทุกมหาวิทยาลัยอีกเหมือนกัน บางที่จะใช้ข้อสอบวัดระดับของมหาวิทยาลัยเอง บางที่จะใช้ข้อสอบวัดระดับจากส่วนกลาง น้องจะต้องติดตามข่าวสารจากมหาวิทยาลัยว่า เกณฑ์คะแนนที่ใช้ ใช้คะแนนอะไร อย่างละกี่เปอร์เซนต์ เช่น

คณะ / มหาวิทยาลัย เกณฑ์
(จากปี 2555)
คะแนนขั้นต่ำ
วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย GAT 20%
PAT1 20%
PAT3 60%
ไม่มีคะแนนขั้นต่ำ
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ PAT1 40%
PAT3 40%
สอบสัมภาษณ์ 20%
จะต้องมีคะแนนมากกว่า 30% ของคะแนนเต็ม
(หรือมากกว่า 90 คะแนน)

แค่นี้ก็เป็นตัวอย่างให้น้องเห็นได้แล้วว่า เกณฑ์แต่ละมหาวิทยาลัยจะไม่เหมือนกันเลย
ในส่วนรับตรงน้องจะสมัครกี่มหาวิทยาลัยก็ได้ แต่ละมหาวิทยาลัยจะไม่ตัดสิทธิ์น้องๆที่ติดรับตรงของมหาวิทยาลัยอื่นนะครับ

เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับน้องๆที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐ สำหรับ Admission นี้ แต่ละมหาวิทยาลัย ในคณะเดียวกัน จะใช้เกณฑ์เดียวกันในการตัดสิน โดยน้องๆจะต้องติดตามข่าวสารจาก สอท. http://www.cuas.or.th ว่าแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย จะรับน้องๆเข้าเรียนทั้งหมดกี่คน และแต่ละคณะจะใช้เกณฑ์อะไรบ้าง น้องๆสามารถดูสัดส่วนคะแนนได้จาก http://www.cuas.or.th/document/brochouradm56.pdf
แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกอันดับคณะที่อยากเข้าก็ต้องใช้ข้อมูลทางสถิติ (คะแนนสูงต่ำ) น้องสามารถดูตัวอย่างได้จากhttp://admission.cuas.or.th/adm55mxmnbyaupt/index.html จาก Admission 2555 แต่สำหรับปีอื่นๆ สามารถดูได้จากหนังสือระเบียบการ Admission ซึ่งคะแนนในแต่ละปี จะมีการขึ้น-ลง ที่ต่างกัน เช่น คะแนนของน้อง อาจจะ Admission ปี 2552 ติด แต่ Admission ปี 2553 ไม่ติด ก็ได้ ดังนั้น ข้อมูลทางสถิติที่ทาง สอท. ประกาศออกมา เป็นแค่ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น อย่าเชื่อใจ 100% นะครับ

น้องที่ไม่เข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ ก็มีมหาวิทยาลัยเอกชนอีกหลายที่ที่รองรับน้องๆอยู่ แต่แน่นอน ค่าเทอมก็จะสูงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐแน่นอน วิธีการรับเข้า จะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย ว่าจะใช้เกณฑ์ใดในการรับน้องๆเข้าศึกษา อันนี้น้องต้องติดตามข่าวสารจากเว็บไซด์ของมหาวิทยาลัยนะครับ

การเรียนอินเตอร์เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และแนวโน้มของนักเรียนอินเตอร์จะมีโอกาสการเข้าทำงานในบริษัทต่างๆที่สูงขึ้น เพราะในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้น คนเก่งอย่างเดียวนั้นไม่พอ น้องจะต้องมีความรู้ทางภาษาด้วย ซึ่งการเรียนอินเตอร์เป็นตัวการันตีระดับทางภาษาของน้องๆได้ แต่พี่ไม่ได้หมายความว่าน้องจะต้องเรียนอินเตอร์นะครับ ถ้าน้องเรียนภาคไทย จะต้องไม่ทิ้งวิชาภาษาอังกฤษนะ
สำหรับเกณฑ์การสอบเข้าภาคอินเตอร์ ก็จะใช้สัดส่วนของคะแนนต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยการสอบนี้จะเป็นการสอบวัดระดับของนานาชาติ หรือข้อสอบภาษาอังกฤษ เช่น TOFEL, IELTS, SAT, CU TEP, CU AAT, CU ATS เป็นต้น


1. GAT/PAT – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จากhttp://www.niets.or.th/ โดยตามปกติแล้ว จะมีการจัดสอบในช่วงเดือน ตุลาคม และมีนาคม ของทุกปี สำหรับน้องๆระดับชั้น ม.6 ขึ้นไป โดยแบ่งเป็น

  • GAT ความถนัดทั่วไป (ภาษาไทย และอังกฤษ)
  • PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
  • PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  • PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
  • PAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
  • PAT6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  • PAT7 ความถนัดทางภาษา (ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อาหรับ บาลี)

ทั้งนี้ น้องจะเลือกสมัครวิชาใด น้องจะต้องรู้ว่าตัวน้องอยากเข้าคณะใด และใช้เกณฑ์เป็นคะแนนจากวิชาไหน น้องจะได้ไม่ต้องสอบแบบหว่านแหไปหมด ที่สำคัญ การสมัครสอบ GAT PAT น้องจะต้องเป็นคนสมัครด้วยตัวเอง และเลือกสนามสอบใดก็ได้
2. สอบวิชาสามัญ 7 วิชา – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จาก http://www.niets.or.th/ โดยตามปกติแล้ว จะมีการจัดสอบในช่วงเดือนมกราคม การสอบนี้เป็นระบบใหม่ที่เริ่มใช้ใน Admission 2555 โดยวิชาที่สอบมีดังนี้คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา โดยการสอบนี้น้องจะต้องสมัครด้วยตัวเองเช่นกัน
3. สอบ O-NET – น้องสามารถติดตามข่าวสารได้จาก http://www.niets.or.th/ หรือที่โรงเรียนน้องๆเอง เพราะว่าน้องต้องสอบทุกคน และโรงเรียนเป็นผู้สมัครให้ น้องไม่ต้องสมัครเอง การสอบนี้จะสอบเฉพาะวิชาพื้นฐานทั้งหมด 8 กลุ่มสาระ คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

1. Clearing House คืออะไร ต้องสอบไหม?

  • Clearing House เรียกว่าเป็นระบบที่รับตรงร่วมกันทุกมหาวิทยาลัย โดยแต่ก่อนน้องๆเมื่อ สอบติดโดยวิธีรับตรงแล้ว น้องจะต้องไปลงทะเบียนเป็น นิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ แต่เมื่อระบบนี้เกิดขึ้น น้องจะยังไม่ต้องลงทะเบียนในมหาวิทยาลัย แต่ สอท. จะรวบรวมรายชื่อคนที่ผ่านการคัดเลือกทุกมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม เอาไว้ และให้น้องเข้าไปกดยืนยันสิทธิ์ ว่าน้องจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยใด ทำให้มหาวิทยาลัยได้จำนวนนิสิต นักศึกษาที่แน่นอน และทำให้จำนวนคนที่ต้องรับเข้าในระบบ Admission ถูกต้องมากยิ่งขึ้น และน้องๆจะไม่มีชื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยมากกว่า 1 ที่ ซึ่งแต่เดิม ถ้าน้องมีชื่ออยู่มากกว่า 1 ที่จะต้องทำเรื่องขอลาออกจากมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องการเรียนด้วย

2. Clearing House นี่จะต้องเข้าไปยืนยันสิทธิ์ทุกคนหรือเปล่า?

  • น้องต้องเข้าไปยืนยันสิทธิ์ทุกคนที่ติดในระบบ รับตรง และโควต้า ถ้าไม่เข้าไปยืนยันสิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์การเข้าศึกษาทั้งหมดนะครับ

3. การเข้ามหาวิทยาลัยโดยวิธีรับตรง ใช้คะแนน GAT PAT รอบไหน?

  • ใช้คะแนนรอบ ตุลาคม ปีล่าสุด เท่านั้นครับ แต่สำหรับ Admission น้องสามารถเลือกคะแนนครั้งไหนก็ได้
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 10:14 | 31
บทความนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชานะ (คนที่ต้องอ่านหนังสือเอง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง ลองอ่านบทความนี้นี้ดู อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัย) เพราะพี่ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มา พี่ก้ออยากจะเเนะนำให้น้องๆ เพื่อจะให้สอบเข้ามหาลัยที่น้องชอบ

เข้าเรื่องเรยนะ

 ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน

สำหรับพี่นะ พี่คิดว่า ข้อสอบก้อไม่ยากจนเกินไป เพราะข้อสอบก้อยังออกเเนวเดิมๆ เหมือนข้อสอบเก่าๆที่ผ่านมา ทำโจทย์ 5 ปี ก้อเอาอยู่เเร้ว ถ้าน้องเตรียมตัวดี น้องก้อน่าจะทำข้อสอบได้เเค่จับจุด ของข้อสอบให้ได้ เเค่นั้นเอง (น้องต้องฝึกบ่อยๆนะ) วันละ5 ข้อก้อได้ ทำขณะที่เรานอนดูทีวี ก้อยังได้เรย (พี่ก้อทำ อิอิ) 
 + ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
การเตรียมตัวของพี่นะ พี่จะอ่านเนื้อหาทีละเรื่องๆ เเร้วก้อทำโจทย์ทีละเรื่อง เพราะมันจะยังมั่ยยากมาก เเร้วพอทำโจทย์ทีละเรื่องเสร็จ เราก้อลองหัดทำโจทย์จากข้อสอบเข้ามหาลัยต่างๆ ลองดู ซึ่งช่วงเเรกๆ อาจจะยากนิดนึง เเต่ถ้าน้องพยายามพี่ว่าน้อง ทำได้นะ!! การอ่านหนังสือ พี่เเนะนำว่า น้องไม่ต้องเคร่งเครียดมากเกินไป เดี๋ยวมันอาจจะไม่เข้าใจ น้องลองใช้วิธีของพี่ดูได้นะ พี่จะอ่านเวลาดูทีวีไปด้วย อ่านทีละน้อยๆ เเร้วพยายามทำความเข้าใจ จะพยายามไม่จำ เพราะอีกน่อยก้อลืม อ่านเเบบทีละน้อยๆ บ่อยๆ ก้อจบเอง เเร้วก้อจะจบอย่างมีประสิทธิภาพด้วยนะ 

 + จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้


ข้อสอบที่พี่เจอถึงกับ ชอค!! เป็นข้อสอบ ศิลปะ 555
ถามว่า ต้องการปลูกฝังความเป็นไทย ต้องดูละครเรื่องใด
1 ขุนศึก
2 สี่เเผ่นดิน
3 ดอกส้มสีทอง
4 เเรงเงา
5 กี่เผ้า
555+ (น้องตอบข้อไหนกัน พี่ตอบ 2 อิอิ ไม่รู้ถูกไหม เพราะ สทศ มั่ยมีเฉลยให้)
 + เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สอบตรง หรืออะไรก็เพิ่มเติมมาได้เลยจ้า
การสอบ นะ
จะมี GAT PAT ONET  7วิชาสามัญ  สอบตรง 
  •  
  • GAT ความถนัดทั่วไป (ภาษาไทย และอังกฤษ) อันนี้น้องทุกคนต้องสอบ ซึ่งน้องน้องพยายามทำ พาท ภาษาไทยหรือเเกทเชื่อมโยงให้ได้เต็ม เเร้วภาษาอังกฤษ ก้อพยายามดูศัพท์ให้มากๆนะ
  • ส่วน PAT น้องต้องไปดูในเกณการรับของคณะที่น้องอยากเข้า เเร้วน้องก้อเน้นวิชานั้นๆ ไปสอบ พี่เเนะนำว่า น้องควรจะสมัครสอบ ในวิชาที่น้องไม่ใช้ด้วย เผื่อ น้องเปลี่ยนใจ ก้อจะดั้ยมีคะเเนนไปยื่นกับเขา
  • PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
  • PAT2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
  • PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
  • PAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
  • PAT6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  • PAT7 ความถนัดทางภาษา (ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อาหรับ บาลี)
  • ONET น้องทุกคนก้อต้องได้สอบอยู่เเร้ว ซึ่งข้อสอบก้อไม่ยากมาก ถ้าเตรียมตัวมาดีๆ อาจได้เต็มนะ 555
  • 7 วิชามัญ ก้อเป็นการรับตรงทั่วประเทศ  น้องๆ ต้องไปดูในระเบียบการรับตรงแต่ละมหาวิทยาลัย ว่าคณะที่เราจะเข้า เขาได้มากำหนดให้สอบวิชาไหน ส่วนมหาวิทยาลัยไหนไม่กำหนด ก็ไม่ต้องสอบ
  • สอบตรง ก็เป็นการเปิดรับเองของเเต่ละมหาลัย โดยใช้ข้อสอบของเเต่ละมหาลัยเอง ถ้าเป็นไปได้ น้องต้องติดรับตรงให้ได้ จะได้ไม่ต้อง เเอด 555
ปล.พี่หวังว่าบทความของพี่นี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่ไม่ได้เรียน กวดวิชาดังๆ ซึ่งต้องการอยากเข้ามหาลัยที่ตนเองอยากเรียน อาจจะยากมากนะ เเต่ถ้าน้องพยายาม พี่เชื่อ ว่าน้องต้องทำได้ !!!
  •  

ความคิดเห็น

ratee 16/04/2556 10:59

ขอบคุณมากๆค่ะ เพราะหนูก้อไม่มีโอกาศได้ไปเรียนกวดวิชา ดังๆ หนูจะลองใช้วิธีของพี่ดูนะค่ะ

suny 16/04/2556 11:16

ขอบคุนคร้าา หนูจะพยายามนะคะ พอดีหนูก้อไม่ได้เรียนกวดวิชาเหมือนกันค่ะ
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 13:07 | 22
สอบตรง สอบตามคณะที่ชอบที่ใส่ฝัน การเตรียมตัวควรเตรียมและสะสมความรู้จาก ม.4-5มาพอสมควร (อย่าได้คิดว่าเรามีความรู้พออยู่แล้ว)เนื้อหา ม.4-5สำคัญมาก ส่วนที่จะสอบคณะไหนนั้นก็ต้องไปศึกษาเอาว่าคณะนั้นออกสอบเรื่องอะไร บทความใน Unigang ก็มีครับ

GAT PAT ถามว่ายากไหม.... ไม่ยากมากนะครับ ถ้าเราเตรียมความพร้อมมาดี  หมั่นทำโจทย์มากมาก มาก ย้ำเลยนะครับ  เพราะว่าจะได้คุ้นเคยกันมัน เวลาสอบจะได้ไม่ตื่นเต้น  แกต ความยากแล้วแต่ปี แต่ก็อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละคนอยู่ดีอะครับ GAT อังกฤษ เตรียมตัวโดย หาโจทย์ปีก่อนๆ มาฝึกฝนบ่อยๆ  อ่านโจทย์ให้ดี พี่โดนหลอกมาแล้วครับ ลืมอ่านโจทย์ คือเห็นแนวเหมือนที่เคยทำตอนฝึก ก็เลยไม่ได้อ่าน เวลาทำก็อ่านให้ครบด้วยนะครับ GAT ไทย  ทำความเข้าใจไว้ตั้งแต่แรกๆๆเลยก้ได้ครับ ไม่ยากหรอกแต่ กว่าจะสอบนั่นสิ มันก็นานอยู่ พอเวลาใกล้สอบ อย่านึกว่าเราเคยทำได้ ยังไงเราก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่นะครับ ก่อนสอบ ประมาณ 2อาทิต เอามาทวนอีก ให้แน่นๆ  จะได้ไม่พลาด

ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถเราหรอกนะ  ทน!!ไม่กี่วัน เพื่อแลก   กับอนาคตเรา (ตลอดชีวิต)
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 13:21 | 30
พี่จะขอแนะนำ ข้อสอบ GAT-PATก้อแร้วกันนะ เพราะจะดั้ยเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ
GAT ทุกคนต้องสอบ
     รอบแรกยอมรับว่าเตรียมตัวมาไม่ดี เพราะทุ่มเวลาไปติวสอบตรงอย่างเดียว พอมารู้ตัวอีกทีก็อีกอาทิตย์ก็จะสอบแล้ว ก็เลยรีบอ่านอย่างเร็วภายในหนึ่งอาทิตย์ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ เอาข้อสอบเก่าๆมาลองทำดู เพราะยังไงๆข้อสอบมันก็จะไม่ยากไปกว่าเดิมแน่ๆ ในพาร์ทอังกฤษที่มีแต่คนกลัว จริงๆแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าเราเตรียมตัวมาดีนะครับ เท่าที่จับทางได้เนี่ย มันจะมีพวกบทสนทนาเยอะอยู่ ถ้าใครมีเวลาลองไปฝึกเกี่ยวกับพวกสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามซีรี่ย์ดูก็ได้ครับ ดูแบบเป็นซับไทยนะ จะได้รุ้ความหมายมัน ส่วนเรื่องบทความ ถามว่าทำยังไงดี เริ่มจากฝึกอ่านบทความ จับใจความมันโดนใจความมันจะอยู่ที่ชื่อเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ในย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย(ถ้ามี)ก็จะเป็นใจความของมัน ส่วนกลางๆก็จะเป็นเนื้อหาของมันนะ อย่าตอบเกินความจริงที่ไม่ได้เขียนมาในบทความ เลือกตอบข้อที่พอดีๆ เช่น บทความบอกว่า เกือบทุกคน แต่เราไปตอบทุกคน อย่างนี้เราก็ผิดนะ ฉะนั้นดูคำที่เค้าใช้ให้ดี เรื่อง Error Identification ก็ให้เราทวนเรื่องโครงสร้างให้ดี เค้าไม่วัดอะไรมาก แต่เค้าจะมีตัวหลอกล่อเยอะ ฉะนั้นฝึกทำบ่อยๆ เราจะมีดวงตาเห้นธรรมเห็นข้อผิดเอง สุดท้ายเรื่องเรียงประโยค ตรงนี้ให้เราไปดูเรื่องคำเชื่อม  (Conjunction) มาให้ดี จำมาเลยได้ยิ่งดี จำแบบเป็นกลุ่มก็ได้นะ เช่นพวกความหมายคล้ายกันก็จำมันเป็นเพลงไป พวกนี้จะช่วยเราได้ในพาร์ทนี้แหละ
2. PAT พี่จะขอแนะนำเฉพาะ วิชาที่พี่สอบก้อแร้วกันนะ เพราะบางpat พี่ก้อมั่ยดั้ยสอบ

-PAT1 คือความถนัดทางคณิตศาสตร์  ขอบอกว่า  ข้อสอบหินมาก
เป็นวิชาที่หลายๆคนเข้าไปมั่วโดยเฉพาะเลยล่ะ  เพราะอะไรนะหรอ  เพราะว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวไง  ซึ่งพี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น  ฉะนั้น  อยากบอกน้องๆทุกคนว่า  ถ้าใครไม่ทิ้งแพท1 เนี่ย  ได้เปรียบมากๆ  เพราะเท่าที่พี่สอบมา 2 รอบเนี่ย  ข้อสอบมันไม่ได้ไปเอามาจากไหนเลย  เราเรียนมาแล้วทั้งนั้นอ่ะ  คือพอเห็นข้อสอบในห้องสอบพี่เสียดายมากอ่ะที่พี่ไม่ได้อ่านไป  ฉะนั้น  ข้อสอบแพท1 ไม่ยากเกินความสามารถของเราหรอก  ไม่ต้องเอาเต็ม  เอาแค่สุดความสามารถเท่าที่เราจะทำได้พอ  คืออยากย้ำว่า  อ่านไปเถอะนะเลขอ่ะ  ไม่งั้นจะเสียดายเหมือนพี่ 
   -PAT2  คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
                   (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และศักยภาพ)
   ฟิสิกส์  เคมี  ชีวะ  เรียนมายังไง  ก็ออกอย่างนั้น  ฟิสิกส์กับเคมี  ไปหาทำโจทย์เยอะๆเหมือนกับวิชาเลขนะ  ออกนอกหลักสูตรก็มีบ้าง  แต่ 80% อยู่ในหลักสูตร  เพราะฉะนั้น เ ก็บตรงนี้ให้ได้เป๊ะๆก่อน อีก 20% เป็นความรู้ทั่วๆไป  ซึ่งการที่จะทำได้หรือทำไม่ได้นั้น  ขึ้นอยู่กับความรู้ของแต่ละคน  ส่วนชีวะ  บอกได้คำเดียว "BIO-TENT" เล่มเดียว  จบ  จบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวะ PAT2 , 7 วิชา , สอบตรงเภสัชศิลปากร , สัตวแพทย์ มข  เล่มนี้เล่มเดียว "เอาอยู่" จริงๆ
  - PAT3  คือ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 
                  (เลข+ฟิสิกส์+เคมี)
   เลขไม่ยากเท่า PAT1 และฟิสิกส์+เคมีก็ไม่ยากเท่า PAT2 จ้า
จะบอกว่าให้ไปซื้อหนังสือความถนัดทางวิศวะมาอ่านนะ  ไม่จำเป็นว่าจะต้องเล่มไหน  ใครเเต่ง  เพราะเท่าที่ดูๆมาเเล้ว  คล้ายๆกันหมด  แต่วิชานี้  ถ้าได้เรียนพิเศษก็จะได้เปรียบชาวบ้านหน่อยนึง 55+ (PAT3 N-SERIES)  ใบ้แค่นี้นะ  55+
-PAT5
     ไม่เคยอ่านเตรียมสอบแพทครูมาก่อน ก็ยังพอทำได้อยู่ เนื้อหาข้อสอบจะออกแนวความรู้รอบตัวทั่วไป รวมถึงมีข้อสอบที่วัดบุคลิกลักษณะความเป็นครูอะไรประมาณนี้ด้วย คำแนะนำก็คืออย่าเครียดน่ะแหละ เพราะจำนวนข้อค่อนข้างเยอะ แล้วโจทย์คำถามก็ค่อนข้างยาว ฉะนั้นมีสมาธิ อย่าลอกแลก จัดการกับเวลาใ้ห้ดี
 
ปล. ไม่มีอรัยยากเกินความสามารถเราหรอกนะ สู้ๆๆ
 
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 20:09 | 23
พี่จะขอแนะนำหนังสือเตรียมสอบก้อแรวกันนะ เพราะพี่เชื่อว่า น้องๆหลายคนกำลังหาหนังสือมาอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบ เข้ามหาลัย ซึ่งพี่คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับน้อง ที่อ่านบทความของพี่ มากมายเลยทีเดียว
Math
-        Hispeed Math 1-2 : คณิต มงคลพิทักษ์
-        Syntax : ณัฐ อุดมพาณิชย์
-        หัวใจคณิตศาสตร์ PAT1 : ณัฐ อุดมพาณิชย์
-        เฉลยข้อสอบสมาคมคณิตศาสตร์ : Hied
-        แบบทดสอบคณิตศาสตร์ : อ.กานดา
Chemistry
-        คัมภีร์เคมี อ.สำราญ พฤกษ์สุนทร
-        ตะลุยโจทย์เคมี 3900ข้อ : อ.สำราญ พฤกษ์สุนทร(พ.ศ.พัฒนา)
-        คู่มือพิชิตข้อสอบชิงทุนต่างประเทศ เคมี : อ.สุทัศน์ ไตรสถิตวร
-        เฉลยข้อสอบเคมี 15พ.ศ.  : อ.สุทัศน์ ไตรสถิตวร(Hied)
Physics
-        ตะลุยโจทย์ ฟิสิกส์ ม.4-5-6 entrance PAT2 : นิรันดร์ สุวรัตน์
-        คัมภีร์ฟิสิกส์ :  อ.นิรันดร์ สุวรัตน์
-        ข้อสอบ 15พ.ศ. อ.นิรันดร์ สุวรัตน์  (พ.ศ.พัฒนา)
Biology
-        Biology for High School : จิรัสย์ เจนพาณิชย์
-        100จุดเน้นชีววิทยา : รศ.สมาน แก้วไวยุทธ (Hied)
-        เฉลยข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย วิชาชีววิทยา - สมาน แก้วไวยุทธ
English
-        Ax 25 : พี่แนน Enconcept
-        หนังสือพวกเตรียมสอบสอบ CU-TEP
-        ศัพท์4หน้าครูสมศรี
Social
-        คัมภีร์พิชิตEntrance ของ ครูป๊อบ
-        15 พ.ศ. พศ.พัฒนา
Thai
-หนังสือสรุปของ ครูลิลลี่
-รวมข้อสอบ ของอ.ปิง ดาว้อง

ปล. หนังสือจะแต่งดีแค่ไหน ถ้าไม่อ่านก็เป็นแค่!!!กระดาษทั่วไป

ความคิดเห็น

solent 16/04/2556 20:11

ขอบคุนมากๆค้าบบ ผมก้อกำลังหาหนังสือดีๆ มาอ่านเพื่อเตรียมตัวเข้า มหาลัยอยู่พอดีค้าบบ
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 22:25 | 1
มาช้าไปดีกว่าไม่มา อิอิ

สิ่งแรกที่น้องๆ จะต้องทำ คือ ต้องรู้ว่าต้องการจะทำอาชีพอะไร แล้วหนทางจะค่อยๆ ออกมาว่ามีคณะอะไรที่เราไปเรียนแล้วจะไปทำได้

เหมือนกับว่าน้องๆ รู้จุดปลายทางแล้วเลือกถนน แต่ถ้าน้องเลือก คณะ ก่อน ก็คล้ายๆ กับว่าน้องเลือกถนน แล้วค่อยมาคิดว่าจะไปไหนดี และ เด็กไทยส่วนใหญ่ ก็จะเป็นอย่างหลังมากกว่า

การศึกษาไทยยึดแผนการเรียนแบบ หมู่ คือ เลือกถนนไปก่อน ตัวเด็กไม่รู้ว่าเรียนแล้วเอาไปใช้อย่างไร

แต่ที่อเมริกา เค้าเป็นแผนการเรียนรายบุคคล คือ อยากทำอาชีพอะไร ให้ไปเรียนวิชานี้ๆๆ ใน High School แต่จะมีวิชาพื้นฐานอยู่ 3 วิชา คือ อังกฤษ คณิต และ พละ ทำให้เด็กรู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร ต่อไปในหมาวิทยาลัย และใช้กับชีวิต


แต่เราอยู่ไทย เราต้องทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่กำหนดมา เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้ครับ

เราต้องรู้ก่อนเสมอว่าปลายทางเราคืออะไร เราถึงจะเริ่มต้นทำมันถูก ถ้ารู้แล้วก็มาเลือกคณะ เลือกคณะแล้วค่อยเลือกมหาวิทยาลัย อย่าเลือกที่มหาวิทยาลัยก่อนเป็นอันขาด จุฬา ได้ชื่อว่าเป็นที่ 1 ของประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้เก่งไปทุกคณะ ยอมรับว่าคะแนนแอดมิดชั่นสูง แต่ มาทำงานสุู้กับตัวจริงของคณะนั้นๆ มหาวิทยาลัยอื่นได้ไหม มี conditions เยอะไหม ทำให้เค้ารับทำงานอีกไหม  มันมีหลายๆปัจจัย

เลือกคณะได้ หาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นๆ ก่อน ว่าเราชอบจริงๆ หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ ตั้งเป้าเอาที่ไหน หาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบทั้งรับตรง โควต้า และแอดมิชชั่น หรือเราจะสอบแบบ หว่าน ก็ได้ แต่ต้องเป็นคณะนี้เท่านั้น

อ่านหนังสือแค่วิชาที่จะสอบ (PAT สำคัญมาก) ดูแนวข้อสอบเก่า ทำโจทย์ เยอะๆ ไม่ใช่ไปสอบดะ เปลืองตังค์และอ่านหนังสือไม่ทันด้วย

มาเข้าประเด็นเรื่องข้อสอบ
คือ ข้อสอบทุกที่จะออกแนวเดิมทุกปี ยกเว้น ข้อสอบความรู้ทั่วไป ของ SMART-1 ของธรรมศาสตร์ ที่เดียว

ข้อสอบ ในเมื่อมีคนเต็ม ก็แสดงว่มันไม่ยากเกินความสามารถคน คนที่เต็มคือคน และเราคือคน เราก็ต้องพยายาม ชนะความขี้เกียจ ยังไงมันก็ไม่ยากเกินไป

ข้อสำคัญคือ อย่าตื่นสนามสอบ เห็นคนเยอะแยะ ประหม่า ทำข้อสอบไม่ได้ ต้องมีสมาธิ งดการกินที่อาจจะทำให้ท้องเสียก่อนวันสอบ

ข้อสอบที่คนไทยสอบกันอยู่ มันอยู่ที่ความพร้อมของคนมาสอบมากกว่ามันสมองจริงๆ ครับ เชื่อเถอะว่า เข้ามหาวิทยาลัยได้ ทุกคนก็เริ่มที่ 0 เหมือนกันหมด อาจจะไม่เท่ากัน บางคนอาจจะได้แล้ว แต่ทุนเดิมที่มีอยู่มันจะไม่งอกเงยถ้าไม่ ขยัน อ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน ทำแบบฝึกหัด

ถ้าน้องเตรียมตัวดี มันก็จะดี นั่งยิ้ม นอนยิ้มกับคะแนนที่ได้ ม.6 เป็นปีที่เวลาเดินเร็วที่สุด และมีกิจจกรรมทำมากที่สุด

จั้งใจนะครับ โชคดี
โพสต์เมื่อ 17/04/2556 12:50 | 24
ก่อนอื่นน้องเรียนอยู่สายอะไรล่ะ? แล้วตั้งใจว่าจะสอบเข้าคณะอะไร? เมื่อรู้แล้วก็ไปค้นคว้ามาว่าคณะที่น้องจะเข้ามันต้องใช้ความรู้วิชาอะไรสอบเข้าไปบ้าง? แล้วมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนคณะที่น้องจะเข้าบ้าง?
(ถามจาก อ.แนะแนว หรือเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่รู้จัก และไม่หวงวิชา) 

จากนั้นก็อ่านหนังสือวิชาเหล่านั้นให้มาก ๆ อ่านทั้งวันทั้งคืน แล้วไม่ใช่อ่านแต่หนังสือเรียนในโรงเรียนอย่างเดียวนะ ต้องอ่านหนังสือวิชานั้น ๆ จากที่อื่นเข้าเสริมด้วย เช่น หนังสือรวมข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยวิชา.......ย้อนหลัง 10 ปี ลองไปหาดูตามร้านหนังสือ หรือสวนจตุจักร (ถ้าเป็นที่สวนจตุจักรจะมีทั้งหนังสือเก่าและหนังสือใหม่ หาซื้อได้ตามใจชอบ ยกเว้นวิชาสังคมไม่ควรซื้อหนังสือเก่า เพราะเนื้อหาวิชาสังคมจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี

นอกจากอ่านหนังสือแล้วก็ควรเรียนพิเศษ เพราะสมัยนี้เรียนแต่ในห้องเรียนมันไม่พอหรอก ลองไปถามเด็กที่สอบเข้ามหา'ลัยของรัฐแต่ละคนได้เลยว่าเรียนพิเศษที่ไหนกันมาบ้าง รับรองคำตอบที่ได้มักเหมือน ๆ กัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นโรงเรียนกวดวิชาแถวสยาม แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนกวดวิชาที่อื่นไม่ดีนะ เพราะแต่ละสถาบันมักจะมีชื่อเสียงเฉพาะวิชา เช่น เคมี ต้องเรียนของ อ.อุ๊ ฝรั่งเศสต้องเรียน AP บ้านอาจารย์ ดาวองซ์ อะไรพวกเนี้ยะ ลองถามเพื่อน ๆ ที่เป็นเด็กเรียนดู ได้คำตอบแน่

ประการต่อไปก็คือลด ละ เลิกกิจกรรมเพื่อความบันเทิงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ละคร หรือกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อทุ่มเทเวลาในกับการอ่านหนังสือ จำไว้เสมอว่า "ในขณะที่เราหยุดพักอ่านหนังสือเพื่อผ่อนคลายความเครียดเพียงไม่นานนั้น อาจมีหลายคนอ่านหนังสือแซงเราไปแล้ว" ฉะนั้นอ่านเข้าไป อย่าท้อถอย แต่ถ้ารู้สึกล้าจริง ๆ ก็หยุดพักได้ แต่อย่านาน จำไว้ในขณะที่เราหยุด คนอื่นอาจอ่านนำเรา 

ทั้งนี้ต้องค้นหาเทคนิควิธีการอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับตัวเราด้วย บางคนอาจอ่านไปจดโน้ตไป อ่านแล้วจับเอาเนื้อหาสำคัญมาแต่งเป็นกลอน เป็นเพลงเพื่อให้จำได้ง่ายขึ้นฯลฯ ให้สังเกตด้วยว่าสภาพการอ่านอย่างไรที่ทำให้มีสมาธิ จำได้มากกว่ากัน เช่น อ่านคนเดียว ติวกับเพื่อน อ่านกลางวันหรืออ่านกลางคืนจะดีกว่ากัน สำหรับเทคนิคการอ่านนี้ไม่ต้องไปเชื่อใครหรอก เชื่อตัวเองดีที่สุดเพราะว่าแต่ละคนจะมีสมาธิ วิธีการจำต่างกัน เราแค่ค้นหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราเท่านั้นแล้วก็อ่านมันต่อไป

กำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มีแรงฮึดอ่านอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกำลังใจจากใครก็ได้ แต่ที่ดีที่สุดคือกำลังใจจากคนใกล้ตัวและคนในบ้าน และคนในบ้านยังต้องเป็นทัพหลังที่ดีโดยการเอื้ออำนวยสภาพแวดล้อมในการอ่านให้เป็นไปตามที่เราถนัด เช่น ชอบอ่านคนเดียวจนถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง คนที่บ้านก็ควรสนับสนุนโดยจัดสถานที่ให้เราได้อ่านตามลำพัง ทำหรือหาอาหารยามดึกไว้ให้ด้วย เพราะถ้าอ่านหนังสือมาทั้งวัน แต่ไม่ได้กินอาหารดี ๆ อร่อย ๆ มันก็จะพาลหมดแรงอ่านเอาได้ง่าย ๆ เหมือนกัน

ประการต่อไป ย้อนกลับไปดูสถิติคะแนนต่ำสุดของคณะที่เราหมายตาไว้ ว่าคนที่ติดคณะนี้เมื่อปีที่แล้ว ทำคะแนนต่ำสุดเอาไว้กี่คะแนน ให้บวกเพิ่มเผื่อไปอีก 10 คะแนน แล้วประเมินผลจากแบบฝึกหัดที่ทำผ่านมาว่าเราพอจะเข้าคณะนี้ได้มั๊ย ? จะได้หรือไม่ได้ก็อ่านต่อไป เพื่อความไม่ประมาท

อีกอย่างหนึ่งก็คือติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการสอบเข้ามหา'ลัย เพราะเมื่อถึงปีที่เราจะสอบเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่าง ๆ ในการสอบเข้าได้ ดูซิว่าคณะที่เราสนใจมีการสอบตรงมั๊ย? มีมหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนบ้าง และมหาวิทยาลัยไหนมีงาน Open house บ้าง ถ้ามี ถ้ารู้ ถ้าสะดวกไปเลย จะไปคนเดียวหรือไปเป็นกลุ่มกับเพื่อน ๆ ก็ได้ ไปศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเอง พี่ ๆ ในมหา'ลัยเค้ายินดีให้คำตอบอยู่แล้ว

อย่างสุดท้าย (เท่าที่นึกออกตอนนี้) ที่ไหนมีติวฟรีไปลองให้หมด อย่าดูถูกของฟรีว่าไม่ดี ไม่จริง สถาบันต่าง ๆ ถ้าเค้าเปิดให้ทดลองเข้าติวฟรี 1 วัน

ปล.อย่าปล่อยให้ความฝันของเราเป็นเเค่ ความฝัน เราต้องทำความฝันของเราให้เป็นจริง!!!
โพสต์เมื่อ 22/04/2556 14:30 | 1
รัฐศาสตร์ มธ. ติดได้ ไม่ต้องง้อกวดวิชา!!

ข้อมูลการสอบตรงรัฐศาสตร์ มธ.

รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (สิงห์แดง) ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ
   1. สาขาบริหารรัฐกิจ
   2. สาขาการเมืองการปกครอง
   3. สาขาการระหว่างประเทศ (แต่นิยมเรียกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

คุณสมบัติต่างๆ น้องต้องไปดูในระเบียบการให้ดีนะ เช่น เกรดเฉลี่ย (ในปีพี่) ต้องไม่น้อยกว่า 2.75 เป็นต้น ในบางปีมีคนสอบติด แต่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง แบบนี้คุณสมบัติไม่ผ่าน ถึงจะสอบติดไปก็ไร้ประโยชน์

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท คือ
   1. ปรนัย (ช้อยส์) 60 ข้อ 4 ตัวเลือก เวลาทำ 1 ชั่วโมง ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนแรกของแต่ละสาขา จะได้รับการตรวจเรียงความ
   2. เรียงความ (จริงๆ คือข้อสอบอัตนัย ไม่จำเป็นต้องตอบในรูปแบบของเรียงความ เพียงแค่ตอบให้ตรงประเด็นกับที่โจทย์ถาม แค่นี้ก็พอแล้ว) เวลาทำ 1 ชั่วโมง

ในแต่ละปี ระเบียบการจะออกมาว่ารับสาขาละ 45 คน แต่จำนวนที่รับจริงๆ คือประมาณ 50 คน (รับเกิน เผื่อคนที่สอบติด ไม่ไปสัมภาษณ์หรือสละสิทธิ์)

เอาล่ะ มาดูวิธีการเตรียมตัวสอบของพี่
พี่ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า พี่ได้ลงเรียนคอร์สบุกถ้ำสิงห์ 1 วันจบของครูป๊อป พญาไท แต่พี่จำวันเรียนผิด จึงได้แค่ชีทติวที่เต็มไปด้วยหัวข้อ แต่ไร้เนื้อหา!! มันทำให้พี่รู้สึกเฟลมากๆ ว่าจะสอบติดได้อย่างไร แค่วันติวพี่ก็จำไม่ได้ มันบ่งบอกถึงความใส่ใจของพี่ในตอนนั้นเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามความผิดพลาดนี้นี่เอง มันกลายเป็นแรงผลักดันให้พี่ฮึดขึ้นสู้และหันมาเอาจริงเอาจัง เพื่อสอบเข้ารัฐศาสตร์ มธ. ให้สำเร็จให้จงได้!! ขณะนั้นพี่เหลือเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 1 สัปดาห์ก่อนสอบ พี่เริ่มต้นด้วยการหาคำตอบหัวข้อต่างๆ ในชีทของครูป๊อป จากนั้นพี่ก็เอาข้อสอบย้อนหลัง (จากหนังสือเคล็ดลับสอบตรง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่มสันสีส้ม และจากในเน็ต) มาวิเคราะห์ ว่าแต่ละปีข้อสอบออกเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งสามารถจำแนกเนื้อหาที่มธ. นำมาออก ได้ดังนี้

1. ความรู้การระหว่างประเทศ
1.1 พื้นฐานของการระหว่างประเทศ
  - ภูมิศาสตร์โลก ได้แก่ แม่น้ำหรือเทือกเขาสำคัญๆ, หมู่เกาะที่เกิดข้อพิพาท (เช่น ฟอล์กแลนด์, พาราเซล, สแปตรลีย์), เมืองหลวงประเทศต่าง (ที่มีข่าวบ่อยๆ ในช่วงที่เราจะสอบ)
  - ประวัติศาสตร์โลก ได้แก่
     1. สงคราม เช่น สงครามครูเสด, สงคราม 30 ปี,สงคราม 100 ปี, สงครามเพโลพอนเนเชียน
     2. ลัทธิ เช่น มนุษยนิยม,เสรีนิยม,สังคมนิยม,ดาร์วิน,จักรวรรดินิยม
     3. ปรัชญาคนสำคัญ เช่น Aristotle,Plato,Montesquieu, Marx, Sigmund Freud
     4. การปฏิวัติครั้งสำคัญ เช่น ปฏิวัติอันรุ่งโรจน์, ปฏิวัติอเมริกา,ปฏิวัติฝรั่งเศส,ปฏิวัติรัสเซีย, ปฏิวัติจีน, ปฏิวัติอิสลาม,ปฏิวัติสีส้ม, ปฏิวัติสยาม
     5. สนธิสัญญาสำคัญ เช่น สนธิสัญญามาสทริชท์, ข้อตกลงเชงเก้น,สนธิสัญญานานกิง, สนธิสัญญาคานากาวะ,สนธิสัญญาเวสต์ฟาเลีย

  - รัฐและองค์ประกอบของรัฐ
     1. ความแตกต่างระหว่างรัฐ vs. ชาติ vs. ประเทศ
     2. ความแตกต่างระหว่างรัฐชาติ vs. รัฐสมัยใหม่ vs.รัฐสมัยโบราณ
     3. จุดกำเนิดของรัฐชาติ และรัฐสมัยใหม่ ทั้งในไทยและในโลก
     4. องค์ประกอบของรัฐ: ประชาชน /ดินแดน (บนบก +ทะเล) / รัฐบาล / อำนาจอธิปไตย
     5. รูปแบบรัฐ: รัฐเดี่ยว vs. รัฐรวม vs.ไม่ใช่รัฐ
     6. รูปแบบการปกครอง: ประชาธิปไตย, คอมมิวนิสต์, สมบูรณาญาสิทธิราชย์
     7. ประเด็นที่ท้าทายรัฐ เช่น Globalization, ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (เช่น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ, องค์กรระหว่างประเทศ, กลุ่มก่อการร้าย,บริษัทข้ามชาติ), Non-Traditional Threat


1.2 สถานการณ์โลก (ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน)
  - การเมืองโลก เช่น ปีนี้มีการเลือกตั้งที่ใด พรรคใดชนะ, ผู้นำประเทศสำคัญๆ,ผู้นำหญิง,Arab Spring
  - เศรษฐกิจโลก เช่น วิกฤตการณ์เศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The great depression/ต้มยำกุ้ง/แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ ,กลุ่มประเทศ PIIGS
  - ตัวแสดงหลักของโลก เช่น อเมริกา (เน้นจำประธานาธิบดีคนสำคัญๆ),จีน,ตะวันออกกลาง
  - ความขัดแย้งโลก เช่น สงครามโลก 1-2,สงครามเย็น,สงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามยูโกสลาเวีย
  - การแก้ไขความขัดแย้ง เช่น ทางการทูต เปิดโต๊ะเจรจา, ทางกฎหมาย ฟ้องศาล,บีบบังคับ คว่ำบาตร
  - องค์กรของโลก เช่น UN, EU,WTO,UNESCO,OPEC, OIC
  - การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ 5 STEP คือ เขตการค้าเสรี, สหภาพศุลกากร, ตลาดร่วม, สหภาพเศรษฐกิจ, สหภาพเหนือชาติ มีองค์กรใดบ้าง แล้วในองค์กรนั้นประเทศใดไม่ได้เป็นสมาชิก ออกทุกปี เช่นปีพี่ออก องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO)

  - ความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค เช่น ACMECS, GMS, BIMSTEC
  - ความร่วมมือโลก เช่น กีฬาโอลิมปิก/ซีเกมส์, รางวัลโนเบล/แมกไซไซ,ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม
  - อาเซียน เช่น พัฒนาการ (ASA/AFTA/ASEAN/AC),3 เสาหลัก,การประชุมอาเซียนครั้งสำคัญๆ
  - สิทธิมนุษยชน เช่น กฎหมายสิทธิมนุษยชน, องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน
  - เป้าหมายแห่งสหัสวรรษ /ทฤษฎีความได้เปรียบในการแข่งขัน (Comparative Advantage)

2. ความรู้การเมืองการปกครอง
2.1 การเมืองประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบัน
  - ลักษณะของประชาธิปไตย
     1. หลักประชาธิปไตย เช่น หลักเหตุผล, สิทธิเสรีภาพ,Majority Rule & Minority Right
     2. สภาวะความเป็นประชาธิปไตย, First Among Equals
   - กิจกรรมในระบอบประชาธิปไตย
     1. พรรคการเมือง เช่น การตั้งพรรคฯ,พรรคฯ สำคัญๆ ใครตั้งขึ้น,พรรคฯ แรกโดยนิตินัย-พฤตินัย
     2. การมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น เสนอพ.ร.บ.,ถอดถอดนักการเมือง,แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม
     3. การเลือกตั้งทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น
     4. การยุบสภา / การลงมติไม่ไว้วางใจ
     5. ประชาธิปไตยทางตรง vs. ประชาธิปไตยทางอ้อม

   - สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ฉบับที่ 18)
     1. หมวดสำคัญๆ เช่น หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย,หมวด 11 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
     2. มาตราสำคัญๆ (ที่เป็นข่าวบ่อยๆ) เช่น ปัญหามาบตาพุดเกี่ยวข้องกับมาตราใด
     3. มาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม
     4. องค์กรตามรัฐธรรมนูญ & องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
     5. ตัวเลขสำคัญๆ เช่น ส.ส. มีกี่คน อยู่กี่ปี, ศาลรัฐธรรมนูญมีกี่คน อยู่กี่ปี
   - ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ เช่น คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน,ประธานศาลรัฐธรรมนูญ


2.2 พัฒนาการการเมืองการปกครองไทยในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์
   - การปฏิรูปการปกครองสมัยต่างๆ เช่น สมัยพระบรมไตรโลกนาถ,สมัยรัชกาลที่ 5
   - พระราชกรณียกิจสำคัญของ King สมัยรัตนโกสินทร์ (โอกาสออกน้อยมาก)
   - สนธิสัญญาเบอร์นี, สนธิสัญญาเบาว์ริง (โอกาสออกน้อยมาก)
   - การเรียกร้องประชาธิปไตย เช่น คำกราบบังคมทูล ร.ศ. 103, กบฏ ร.ศ. 130, เทียนวรรณ

2.3 พัฒนาการประชาธิปไตยไทย
   - เหตุการณ์สำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยไทย
      1. เปลี่ยนแปลงการปกครอง เช่น สาเหตุฯ, แกนนำคณะราษฎร,อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
      2. รัฐประหารครั้งสำคัญ เช่น ปี 2490, ปี 2500, ปี 2534,ปี 2549
      3. กบฏสำคัญๆ เช่น กบฏบวรเดช,กบฎวังหลวง, กบฏแมนฮัตตัน
      4. การลุกฮือของประชาชน เช่น 14ตุลา 16,6ตุลา 19, พฤษภาทมิฬ,พฤษภาเลือด 53 (อันนี้ไม่น่าออก 555)

   - สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1-17 เช่น รธน.ที่กำหนดการประชามติครั้งแรก,รธน.ฉบับใต้ตุ่ม, รธน.ที่มีมาตรามากที่สุด-น้อยที่สุด, รธน.ที่มีความเป็นประชาธิปไตยย,รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ส.ส. จบป.ตรี
   - นายกรัฐมนตรีไทย เช่น ผลงานสำคัญ,ฉายาสำคัญ,นายกที่อยู่นานที่สุด,เรียงลำดับนายก
   - ธรรมศาสตร์และคณะรัฐศาสตร์ เช่น มธ./คณะรัฐศาสตร์ ตั้งเมื่อไร,คำคมสำคัญๆ ใครคิด

3. ความรู้บริหารรัฐกิจ
3.1 การบริหารทั่วไปของรัฐ
   - หลัก 4M / หลัก POSDCORB
   - หลักธรรมาภิบาล เช่น ประกอบด้วยอะไรบ้าง,คนแรกที่ใช้ในโลก / ในไทย

   - New Public Management (NPM) เช่น เน้นเรื่องใด,ใครคิด,ใช้ที่ประเทศใดเป็นที่แรก
   - การบริหารการคลัง
     1. นโยบายการคลัง เช่น การแก้ปัญหาเงินเฟ้อ-ฝืด
     2. GDP, GNP และ GHP
     3. รายรับของรัฐบาล / ทุนสำรองระหว่างประเทศ
     4. ปีงบประมาณแผ่นดิน
   - การบริหารพัฒนาประเทศ
     1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ เช่น เกิดขึ้นเมื่อใด,สาระสำคัญแต่ละฉบับ,ฉบับปัจจุบันฉบับที่เท่าใด
     2. ISO 26000 (มาตรฐานแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม), CSR (ความรับผิดชอบต่อสังคม)
   - การบริหารด้านสิ่งแวดล้อม
     1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
     2. ISO 14000, EIA, HIA
   - ระบบราชการ / ระบบอุปถัมภ์ /การบริหารรัฐกิจเกิดขึ้นเมื่อใด ใครคือบิดา
   - ภูมิศาสตร์ประเทศไทย
      1. จังหวัด เช่น จังหวัดใหม่, จังหวัดที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน,จังหวัดที่ติดแม่น้ำโขง,จังหวัดที่ไม่ติดทะเล
      2. ดาวเทียมของไทย เช่น ไทยคม,THEOS เกี่ยวกับอะไร ได้รับความร่วมมือจากใคร
      3. เขตอุตสาหกรรม / โครงการ Eastern Seaboard เช่น มาบตาพุด, แหลงฉบัง
      4. เขื่อนสำคัญ เช่น เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุด,เขื่อนที่ยังไม่ได้สร้างเพราะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
      5. แม่น้ำ เช่น แม่น้ำที่ยาวที่สุดในไทย,แม่น้ำไหลลงทะเลที่จังหวัดใด
      6. สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ /เขาพระวิหาร /สมรภูมิบ้านร่มเกล้า

3.2 การบริหารราชการ
   - กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน,พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน
   - หลักการบริหารราชการ
     1. การปกครองส่วนกลาง = รวมอำนาจ =กระทรวง ทบวง กรม
     2. การปกครองส่วนภูมิภาค = แบ่งอำนาจ =จังหวัด อำเภอ
          - การปกครองส่วนท้องที่ =ตำบล,หมู่บ้าน
     3.การปกครองส่วนท้องถิ่น = กระจายอำนาจ = เทศบาล, อบต., อบจ.,กทม. และเมืองพัทยา

   - พัฒนาการของระบบราชการ สมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2435 vs. สมัยทักษิณ พ.ศ. 2545
   - ส่วนราชการในกระทรวง เช่น สำนักข่าวกรองฯ อยู่สังกัดกระทรวงใด
   - ข้าราชการพลเรือนสามัญ /ข้าราชการการเมือง /ข้าราชการประจำ /รางวัลข้าราชการ

   - ศาลต่างๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่อะไร
   - หน่วยงานหรือคณะกรรมการที่ควรรู้จัก (ออกจากข่าว) เช่น สมช. ย่อมาจากอะไร ?, เลขาธิการสมช. คือใคร ?,กสทช. ทำหน้าที่อะไร ,หน่วยงานที่พัฒนาระบบราชการ
   - รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงใด เช่น บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด อยู่สังกัดกระทรวงกลาโหม
   - องค์การมหาชน เช่น แห่งแรกในประเทศไทยคือที่ใด, อยู่สังกัดกระทรวงใด


* ข้อความสีแดงมักถูกนำมาออกข้อสอบเป็นประจำ

ข้อสอบเรียงความ: อย่างที่พี่บอกในตอนแรกไม่จำเป็นต้องตอบในลักษณะเรียงความ (3 ย่อหน้า) น้องจะตอบย่อหน้าเดียวก็ได้ เพียงแต่ต้องตอบให้ตรงประเด็นกับที่โจทย์ถาม พร้อมยกตัวอย่างประกอบ ห้ามอย่าใส่น้ำเยอะ ห้ามตอบแบบไม่รู้จริง เท่านี้น้องก็ผ่านพาร์ทเรียงความแล้ว ข้อสอบส่วนมากจะออกในลักษณะวิเคราะห์ การดูข่าวเป็นประจำจะช่วยให้น้องทำคะแนนพาร์ทนี้ได้ดีขึ้นนะ

เมื่อพี่ได้หัวข้อที่ข้อสอบมักนำมาออกทั้งหมดแล้ว พี่ก็ไปหาข้อมูลอย่างละเอียด พี่พยายามใช้เวลาที่เหลือเพียง 7 วัน ให้คุ้มค่ามากที่สุด และในที่สุดพี่ก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดเช่นเดียวกัน

ส่วนการสอบสัมภาษณ์นั้น น้องไม่ต้องกังวลใดๆ เลย อาจารย์เพียงต้องการดูความคิด ทัศนคติของน้องเท่านั้น ถ้าหากน้องไม่เป็นบ้าวิกลจริต หรือขาดคุณสมบัติที่ระบุไว้ในระเบียบการ น้องก็เตรียมตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสิงห์แดงได้เลย

หัวข้อที่พี่ลิสต์ไว้ให้เป็นเนื้อหาเพียงน้อยนิดและพื้นๆ ของการเรียนรัฐศาสตร์ ดังนั้นถ้าหากน้องคิดว่ามันมากเกินไป ก็อย่าได้คิดเรียนรัฐศาสตร์เลย 

พี่มีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 7 วัน เพื่อสอบแข่งขันกับคนอื่นกว่า 2,200 คน (สาขาการระหว่างประเทศ) ส่วนน้องมีเวลาเตรียมตัวอีกหลายเดือน พี่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าน้องไปศึกษาหัวข้อต่างๆ ที่พี่ลิสต์ไว้ให้ น้องจะสามารถทำได้ดีและทำได้ดีกว่าพี่ด้วยซ้ำ ที่สำคัญน้องจะช่วยประหยัดเงินพ่อแม่ได้อีกมากโข เพราะไม่จำเป็นต้องลงเรียนกวดวิชาใดๆ เลย

สู้ๆ นะน้อง พี่เป็นกำลังใจให้ :)
โพสต์เมื่อ 22/04/2556 14:41 | 28
เอาเป็นว่าพี่จะขอเเนะนำกวดวิชา ดีดีให้น้องๆก้อเเร้วกันคับ เพราะจะดั้ยได้เปรียบคนที่ไม่เรียน จิงๆคับ
1.คณิตศาสตร์
    SUP'K  เรียนฮามากท้องแข็งทุกช่วงโมง  ที่นี้สูตรลัดเยอะสอนละเอียดโจทย์ทุกแบบบนโลก ย้ำทุกแบบจริงๆ
    อ.อรรณพ  แกสอนดีเราไปเรียนอ่ะ แต่เร็วมาชอบลบที่จดเร็วๆ การบ้านดี
   โอพลัส  เราฌฉยๆกับที่นี่อ่ะ พี่โอ๋ก็สอนรู้เรื่องดีอยู่
    เอ-เลเวล เปิดใหม่ของพี่แท็ปออนดีมานดีตรงที่เค้าเป็นจองเวลาเองได้
 
2.เคมี
   เจ้าเก่าตลอดกาล  "แม่อุ๊"  น่ารักมากแกทำอะไรก็เรียนรอยยิ้มนักเรียนได้><  สอนดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แต่!!! ขอย้ำหากใครจะซื้อหนังสืออาจารย์อุ๊มาอ่านเองเราแนะนำว่าอย่า(คหสต.)เพราะแกมีเนื้อหาน้อยสรุปๆรวมแกจะอธิบายในห้องให้เด็กทำโจทย์เลย  หากซื้อมาอ่านอาจจะงงๆได้
 
3.ชีวะ
   หมอบีม  ฮา 55555555555555555555555  สอนดีใครจะเป็นหมอแนะให้เรียนเลย
   อ.เอกฤทธิ์ ยูเรก้า ละเอียดดดดดดดดดดดดดดดดยิบ แต่! จดเองหมดจ้า มือเทียบพังT^T
 
4.ฟิสิกส์
    แอพพลาย  พวกเทพ เรียนไปเลย
    ออนดีมาน เราชอบอันนี้นะ สอนช้าฟังไม่ทัน ย้อนได้ เรียนกับคอมส่วนตัว
    ไอเดียล  เจ้าแห่งความฮา พี่มักแกสุดยอดตลกมาก
     นีโอ  อันนี้ใครเป็นพวก ที่อดทนมากๆๆๆๆไม่หลับเราแนะให้ไปเลยสอบละเอียดทฤษฤีครบแต่ง่วง z z Z
 
5. อังกฤษ
    ครูสมศรี  สวย  ผอม  เซ็กซี่ 5555  เราว่าแกสุดๆเลยสอนดีมากๆ ชอบแนวการสอนไม่มีทางเบื่อ
    พี่แนน  อาซิ้มของหนู>< ครูพี่แนนเทคนิคดี แกรมม่าเป๊ะมาก ใจดีสุดๆ
 
6.สังคม-ไทย
   ดา-ว๊อง  อ.ปิงที่รักหนูรักอ.ค่ะ  เป็นครูสังคมที่สอนดีมากเสียใจที่เรียนแค่คอร์สเดียวT^T 
   ครูป๊อป  สอนแต่สังคมแต่คนนี้เนื้อหาแน่นทีเดียว

ปล. เรียนกวดวิชาชื่อดังขนาดไหน ถ้ามั่ยทบทวนก้อ เท่าเดิม!!

ความคิดเห็น

chadao 22/04/2556 14:47

ขอบคุนค่ะ พอดีกำลังหาที่เรียนพิเศษพอดีค่ะ
โพสต์เมื่อ 22/04/2556 15:43 | 26
 เอาเป็นว่าพี่จะขอเล่าความรู้สึกของพี่ช่วงที่ประกาศผลคะเเนนก้อเเร้วกันนะ เพราะคงยังจะมั่ยมีคัยเเนะเเนวไว้ เพราะน้องจะดั้ยมั่ยเครียมตอนประกาดผล อิอิ

ความรู้สึกพี่สอบตอนนั้นพี่ก็ว่ามันยากมากกกก คงรู้สึกเหมือนน้องๆ ม.6 ตอนนี้ !! โดยเฉพาะ PAT1 ( ในความรู้สึกของพี่นะ ) พี่อยากจะแชร์คะแนนอย่างภาคภูมิใจของพี่ รอบแรกรู้ป่าวพี่ี่ได้เท่าไหร่ 55555 .. พี่ได้ PAT 1 = 61 เอง เต็ม 300 นะครับ ( พี่เข้าใจ และภูมิใจที่มันเกิน 50 มาได้ เพราะพี่ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์เลย เรียนในห้อง เจอตัวเลข แต่ในข้อสอบออกแต่ตัวแปร 5555 กลายเป็นแปลไม่ออก T^T เพื่อนพี่ที่เก่งๆคณิตที่ติดค่ายโอลิมปิกวิชาการ บางคนยังทำ PAT1 บางข้อไม่ได้เลย มันบอกว่าโอลิมปิกง่ายกว่าเยอะ PAT1 หินมากกก ! ) วิชานี้พี่เลยปลง ..
     ส่วนวิชา GAT พี่จำได้ว่าได้ประมาณไม่เกิน 230 นะ ได้ประมาณ 220 กว่าๆนี่แหล่ะ ( เพราะพี่ก็ไม่ได้ใช้เยอะอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ) . บทความไม่ยากมาก คำตอบรู้สึกจะเป็น 20 กับ 18 คำตอบมั่ง ส่วนพาทอิ้งค์ ก็ถูๆไถ่ๆไป 555
     มาถึงวิชา PAT2 อันนี้พี่สุดเศร้าทรวงใน ตั้งไว้ 150 พี่ก็ได้ไม่ถึง 120 เลย ครับ ประมาณ 110 กว่าๆ เพราะข้อสอบมันยากกว่าที่คิดไว้เยอะ เคมีโจทย์มา 2 หน้ากระดาษบ้าง ออกเกินหลักสูตรบ้าง พี่ก็ไม่คิดล่ะ เหนื่อยอ่านโจทย์ 555 ** น้องๆอย่าเอาอย่างนะครับ !! ฟิสิกส์พี่พอทำได้นะ ได้แต่ข้อคำนวณส่วนใหญ่ ตกทฤษฎีอีก ส่วนชีวะ เปลี่ยนแนวเป็นวิเคราะห์หมดเลยยยย มีการทดลองนู้นนี่ ข้อสอบที่จะออกตรงๆตามที่เรียนมันน้อยมาก ไม่เเหมือนปี 53-54 ปีพี่ยากกว่าเยอะ. และคะแนนที่ออกมาก็น้อยตามกันไป
     ส่วนข้อสอบ PAT5 คาดหวังไว้ 200 พี่ได้คะแนนมาประมาณ 190 มั่งนะ ! ก็ถือว่าไม่ถึงเกณฑ์ แต่ก็ไม่เครียดเท่า PAT2

*** หลังสอบเสร็จ พี่กลับบ้านมาสลบไป 1 วันเต็มๆเลยครับ สิ้นสุดสักที 5555 แต่พอตื่นขึ้นมาก็อ่านหนังสือเตรียมสอบ 7 วิชาสามัญต่อ พี่รู้สึกเปลี่ยนไปเยอะเลยในช่วงที่จะสอบหรือใกล้สอบ ไม่รู้ว่าทำไม พี่คิดว่าคงเป็นเพราะความกดดันหลายๆอย่าง ทั้งจากการสอบ จากเพื่อนๆที่เค้ามีที่เรียนกันหมดแล้ว จากพ่อกับแม่ที่คอยถามพี่ตลอดเวลาว่าอยากเรียนอะไร อยากทำงานสายไหน แต่พ่อกับแม่พี่ไม่เคยบังคับเลยนะว่าจะเรียนอะไร พี่ก็เลยไม่เครียดครับ เพราะท่านค่อยให้แต่กำลังใจ ซึ่งถึงตอนนี้ ถึงตาน้องๆที่ต้องเลือกบ้าง พี่แนะนำว่า ชอบอะไร อยากเรียนอะไรก็ทำตามที่ใจตัวเองต้องการเลยนะ คนที่มีปัญหากับพ่อแม่ ลองอธิบายให้ท่านเข้าใจดู ใช้คำพูด ห้ามใส่อารมณ์นะครับ + เลห์กลนิดหน่อย + เหตุผลที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าเราชอบจริงๆ บอกท่านไปเลยครับ น้องๆจะได้ไม่ต้องมาซิ่วทีหลัง ไม่ใช่ว่าเด็กซิ่วไม่ดีนะครับ แต่เป็นเพราะว่า  เราแค่รู้สึกว่าเราชอบ แต่ไม่ได้ชอบจริงๆ ( เพื่อนพี่เล่าให้ฟังหลายคนนะ ) เราคิดว่าเราชอบ คิดว่ามันใช่ แต่เรียนแล้วมันไม่ใช่ มันก็เรียนไม่ได้ อย่าคิดไปเองนะครับน้อง เพื่อนพี่ก็ซิ่วหลายคนเหมือนกัน ปัญหาก็มีทั้งจากเพื่อนบ้าง วิชาที่เรียนบ้าง เรื่องการเดินทางบ้าง เรื่องสถาบันบ้าง หลากหลายเหตุผลเของแต่ละคน *** 

      พี่อยากฝากน้องๆรุ่นนี้นะครับ รุ่นปี 57 ทุกๆคน รวมถึงน้องๆรุ่นต่อไปด้วยที่อ่านมาถึงตรงนี้ ( พี่บ่นให้น้องฟังมาเยอะเลย 55 )  อยากขอให้น้องๆตั้งใจอ่านหนังสือ สนามแรกผ่านไปแล้วเนาะ คงจะได้ประสบการณ์มาบ้าง อะไรที่พลาดก็กลับไปทบทวนใหม่นะครับ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ลองพยายามดู จากที่พี่เราประสบการณ์มาทั้งหมด อะไรที่มันไม่ดีที่พี่เคย น้องๆก็ไม่ต้องทำตามนะครับ 5555 มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป พี่จะตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ ให้ความสำคัญกับทุกวิชามากกว่านี้ จริงอยู่ที่การเรียนไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่การที่จะก้าวข้ามไปบนเส้นทางข้างหน้า ไปในทางที่เราต้องการ มันก็ต้องแลกมาด้วยความลำบาก ต้องเหนื่อยบ้าง เหนื่อยมากก็พัก หายเหนื่อยแล้วก็ลุยต่อ ซึ่งกว่าจะได้ในสิ่งที่หวังไว้ ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ หรือมหาลัยในฝัน .ซึ่งถ้าพี่ไม่สู้ ไม่อดทน ไม่พยายาม พี่ก็คงไม่ได้มานั่งพิมบอกน้องๆแบบนี้ พี่ผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว ซึ่งน้องๆของพี่ทุกคนก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เหมือนกันนะครับ -- ท้ายสุดจริงๆ ขอให้น้องๆทุกคน สู้ๆนะครับ ไว้พี่จะมาเล่าให้ฟังอีก 5555 ( ไม่รู้จะอยากฟังไหม แต่พี่อยากเล่า 5555 ) .... โชคดีทุกคนนะครับ

ปล. ถ้าอยากได้คะเเนนดีๆๆ ก้อต้องกล้าที่จะทุ่มเทให้เวลา กับการอ่านหนังสือ 

UniGang Talk

รับสมัคร ติวเตอร์เฉลยข้อสอบ GAT/PAT 7สามัญ O-NET : ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์ GATเชื่อมโยง  ติดต่อ Mynamekla@hotmail.com