คุยกับพี่  Bank ( ซ้าย ) & Pat ( ขวา ) สาขา การท่องเที่ยงและโรงแรม 
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล   MUIC

แนะนำสาขา การโรงแรม

ต้องรักการบริการ และต้องทนต่อแรงกดดันของลูกค้า เพราะลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการของเราแต่ละคนความพึงพอใจไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน แต่เราต้องบริการลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด  โดยช่วงปี 1 และ 2 จะเรียนวิชาทั่วไปนะครับ  และพอปี 3-4 ที่มหิดลจะเลือกเรียน tourism หรือ hotel วิชาที่เราต้องเรียนก็มี การบริการ  ( service quality )  การตลาด ( marketing ) การจัดการทรัพยากรบุคคล ( HRM ) เราต้องเรียนเป็นผู้จัดการ ต้องรู้จักการใช้คน ดังนั้นเราต้องฝึกตั้งแต่ระดับล่างจนถึงบน เพื่อให้เข้าใจสภาพการทำงานของแต่ละฝ่าย   และก็มีการเรียนพื้นฐานของ สายบริหารด้วย เช่น  บัญชี สถิติ เศรษฐาศาสตร์   และจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งขอสาขานี้ ( ที่มหิดลอินเตอร์นะครับ ที่อื่นไม่รู้เรียนแบบไหน ) ต้องเรียนภาษาที่ 3 ด้วย โดยจะมีให้เลือก เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศษ สเปน

โดยตอนแรกผมก็คิดว่าการเรียนการโรงก็ไม่ต่างจากการได้เรียนบริหารทั่วไป ก็คิดว่าเป็นงานปกติทั่วไป ไม่มีแรงกดดันอะไร (เรียนแล้วรู้เลยว่าจะมีแรงกดดันจากลูกค้ามหาศาล) แต่พอได้เรียนแล้วเราจะมองต่างจากเดิม โรงแรมก็จะแบ่งเป็นเฉพาะทางเช่น โรงแรมนี้เป็นโรงแรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราต้องรู้ว่าเพื่อให้ได้ Gold Green  โรงแรมจะต้องทำอย่างไร จะต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

 รูปนี้จิ๋กมาจาก MUIC

ฝึกงาน โหด !!!
การโรงแรม ที่ MUIC จะได้เริ่มฝึกงานตอนปี 3 หรือต้องเก็บ credit ให้ได้ประมาณ 80 credit โดยฝึกงานที่โรงแรม พาวิลเลี่ยนเทียบเท่าระดับโรงแรม ๔ ดาว  วน 4 แผนก   คือ
1 Front Office    2 Food and beverage     
3 Kitchen          4 House Keeping  
โดยจะวนแผนกละ 2 อาทิตย์ ต้องเข้างาน ตอกบัตร 7 โมงเช้า เลิกงาน 4-5 โมง ซึ่งที่ประทับใจคือได้ใช้แรงงาน ฮาฮา อย่างพี่แบงค์ชอบ Food and beverage เพราะได้ฝึกทำ คอกเทลด้วย พี่แบงค์ก็ชอบโยนกคอกเทบโชว์ 5555+ โดยเขาจะเรียก บาเทนเดอร์ โดยจะต้องฝึกหลังจากเลิกงานแล้ว   

ตอนอยู่แผนกห้องครัวหรือ Kitchen เราก็จะได้ทำขนมต่างๆ ฝึกหั่น การใช้มีด น้องๆพี่ๆอยากบอกว่า พี่คั้นมะนาวแม่นมาก 555 +  ครั้งละ 500 ลูกคั้นกันจนมือเปลื่อยเลย อาหารที่ทำก็ฝึกทำในห้องอาหารที่ ชั้น 2 ของตึก MUIC ( Kla หัวละ ประมาณ 200 บาท เป็นบุฟเฟอร์สลัด+ เสต๊ก อารมณ์คล้ายๆกับ Sizzler แต่คิดว่าเสต็กที่นี่จะอร่อยกว่าของ Sizzle )   แผนก House Keeping   นี้เป็นที่ใช้แรงงานหนักสุด 55 ทำความสะอาดขัดส้วม ขัดครัวอย่างขัดส้วมก็จะมีไม้ขัดและต้องไส่ทุกมือ พอตอนหลังไม้ไม่ต้อง มือล้วงโล๊ด ฮาฮา แล้วก็ยังมีฝึก ปูที่นอนด้วย พอฝึกกับที่โรงแรม พาวิลเลี่ยนเสร็จแล้วยังไม่พอนะครับ เราจะต้องไปฝึกข้างนอกด้วยโดยจะฝึกเทอมสุดท้ายก่อนจบ

โรงแรมโรงแรม พาวิลเลี่ยน
แถวศาลายานี้ก็ไม่ค่อยจะมีโรงแรมดังนั้นใหญ่สุดก็น่าจะเป็นที่นี่ ลูกค้าก็จะมีจรบ้าง ( walk in ) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกอาจารย์ที่มาสัมมนาหรือจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาเยี่ยมลูกหรือสอบเข้ามหิดล บางครั้งก็มีจัดงาน MUSIC  Jazz ก็จะมีนักร้องและทีมงาน ห้องพักเต็มทุกห้อง  โดยห้องทั้งหมด 49 ห้อง  ห้องแพงสุดก็ 15,000 บาทต่อคืน เป็นห้อง President มี 3ห้องนอน ห้องครัว ส่วนใหญ่จะไว้เข้าชม ไว้ให้นักศึกษาฝึกงานมากกว่า เหอะ ๆ แต่ก็มีคนนอกมาพักบ้างส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ

การบริการ
การทำงานบริการก็ได้รับการติติงอยู่แล้วครับ อย่างเราทำหน้าที่เป็นเด็กเซิฟ  กุ๊กทำช้าแต่คนโดนด่าก็เป็นเรา T__T  โดยการดูแลผู้มาใช้บริการแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน บางคนเค้าก็ไม่อยากให้เราเข้าไปวุ่นวายอยากกินอยู่เงียบๆ  แต่บางคนก็ชอบให้เราเข้าไปคุย   โดยรุ่นพี่ก็จะคอยแนะนำวิธีการดูลูกค้าว่าแต่ละคนควรจะดูแลแบบไหน

การสอบหลังจาการฝึกงาน         
หลังจากเราฝึกงานมาแล้ว 3 เดือนเราก็ต้องมาสอบภาคปฎิบัติ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากเพราะเราฝึกมาอย่างเข้มข้นแล้ว เช่น สอบปูที่สอน สอบขัดส้วม จับเวลา ทุกอย่างต้องสะอาดเรียบร้อยตามมาตารฐานเลยครับ โดยจะเอานิ้วมาป้ายถ้ามีฝุ่นก็หักคะแนน อย่างในห้องจำการจัดวางสบู่ แชมพูด ต้องถูกต้องตามตำราเป๊ะ ขนาดประตูยังมีกำหนดเลยว่าต้องเปิดกี่องศา

ความผิดพลาดระหว่างฝึกงาน
อันนี้เป็นเรื่องปกติ ฮาฮา  แต่ก็ไม่ได้ผิดพลาดแบบร้ายแรง เพราะจะมี Trainer  คอยเชคเรา แขกก็รู้ด้วยว่าที่นี่เป็นเด็กฝึกงานแขกจะไม่ได้คิดไรมาก ( อาหารบางครั้งรสชาติจะประหลาดนิด ๆ ฮา )  ถ้าเกิดขึ้นมาก็ไม่มีไรมากครับแต่ต้องเสียตัง อย่างพี่แบงค์ก็ทำกำลังโชว์สเตป แต่ดันทำหก ค่าขวด ก็ 1200 ค่าซอต ( น้ำผสม ) ก็อีก 200 บาท T___T  พี่ Pat ก็โดนเรื่องจองTaxi ไว้ให้ลูกค้าแล้วแต่เค้าไม่รู้  เราก็ต้องรับผิดชอบค่าจอง Taxi T___T



วิชาประทับใจ
เป็นวิชา ทัวร์แพคเกค เป็นวิชาที่ทั้งเทอมไม่ต้องเข้าห้องเรียนเลย เพราะอาจารย์ไม่สอน แต่เราจะต้องจัดทัวร์ มีเงินเท่านี้จะพาไปเที่ยวที่ไหน จะเช่ารถอย่างไร ประกัน โดยเราจะต้องทำทุกอย่างเหมือนการจัดทัวร์จริงๆ  สำหรับคนที่ไปทัวร์ มี ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล ก็เพื่อนๆเราเอง บังคับไป ฮาฮา โดยเราจะมีการตั้งบูสให้มหาวิทยาลัยขายทัวร์ครับ  สำหรับเทคนิคการเรียน การโรงแรมก็ไม่มีอะไรมากครับ อ่านหนังสือก่อนสอบ 555 ไม่อ่านก็ตกสิ แล้วก็ซื้อของให้อาจารย์คุยกับอาจารย์บ่อย ๆ ฮาฮา

จบสาขานี้ทำงานอะไรได้บ้าง
สายงานหลักก็คือเป็นทำงานเกี่ยวกับบริหารโรงแรม ทัวร์  หรือบางคนก็ทำงานเป็นแอร์ก็ได้นะครับเพราะการโรงแรมกับแอร์มีส่วนที่คล้ายกันคือ Service Mind หรือจะทำงานสายบริหารทั่วไป การจัดการ การตลาดก็ได้ครับ เพราะเราก็ได้เรียนมาเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็ทำงานโรงแรมนี่หละครับ   รุ่นพี่ส่วนใหญ่จบไปก็ทำงาน ทำงานโรงแรม เปิดร้านอาหาร เป็นแอร์ เปิดโรงแรมเล็ก ๆ อย่างพวกผมเองก็ทำงานเกี่ยวกับร้านอาหาร หรือ รีสอทร์ครับ

 

ความรู้สึกก่อนเข้าเรียนกับตอนนี้ต่างกันอย่างไร
แรกๆที่อยากเรียนสาขานี้ก็ไม่รู้อะไรมากครับ เพียงแค่รักการบริการ แต่พอเข้ามาเรียนก็ได้เจออะไรที่ไม่คิดว่าจะเจอ โดยเฉพาะเวลาฝึกงานเจอเยอะเป็นพิเศษ ( เหนื่อยด้วย ได้ความรู้ด้วย เจอผีด้วย ฮาฮา )

เด็กกิจจกรรม
อย่างที่ Pat และ Bank ก็เป็นเด็กกิจกรรม มีอะไรก็เข้าร่วมหมด อย่างพี่ Bank ก็ชมรถฟุตบอล และสโมรสนักศึกษา พี่ Pat ก็ ชมรมถ่ายรูป เรื่องการแบ่งเวลาก็กิจกรรมเยอะน้อย การเรียนน้อยหน่อย เอ๋ย !!  ก็เท่าๆกันครับ ก็แบ่งเวลาให้การเรียนไม่ตก เอาตัวรอดได้พอ ฮาฮา  2 กว่าๆก็พอใจได้ อยากได้เพื่อนได้สังคมมากกว่า 

ฝากอะไรถึงน้องที่อยากเรียนคณะนี้
คนอยากเรียนสาขานี้ก็ต้องเตรียมใจไว้เลยว่าต้องอดทนเพราะการเรียนค่อนข้างหนัก พอถึงช่วงนึงของเทอมแต่ละวิชาก็ต้องเรียนอัด ๆกัน  ต้องทำทั้ง Project และก็กิจกรรมด้วย น้องๆก็ต้องแบ่งเวลาให้ได้ด้วย    สำหรับที่  MUIC  ก็สอบเข้าไม่ยากแต่ก็พูดตรงๆว่ามันไม่ง่าย (ฮา ) ใครอยากเข้าที่นี่ก็เน้นอักฤษเป็นหลักเลยครับ อีกวิชานึงก็คือเลข  grammar  ฝึกทำข้อสอบ TOEFL เพราะข้อสอบเข้าที่ MUIC ก็เป็นข้อสอบ TOEFL ครับ  สู้ ๆ 

แล้วเจอกันที่  มหิดลอินเตอร์ นะครับ  ^__^