กิติชัย เตชะงามเลิศ “จาก 1 ล้าน เป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร?”

กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของพอร์ตหุ้น “หลายร้อยล้านบาท” กล่าว

 

กิติชัย เตชะงามเลิศ เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่ชีวิตวัยเด็กเป็นยิ่งกว่านิยาย

หลังพ่อแม่เสียชีวิตในเปลวเพลิงพร้อมโรงงานเสื้อยืด ขณะกิติชัยมีอายุเพียง 12 ปี

เขาต้องออกจากโรงเรียนกลางคันขณะเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทพศิรินทร์

สามพี่น้องในวัยเยาว์ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในธุรกิจค้าส่งเสื้อผ้า โดยไม่มี “เสาหลัก” ของครอบครัว

 

กิติชัยเรียนกวดวิชาตอนกลางคืนแล้วมาสอบเทียบ ม.ปลาย

จากนั้นเขาก็วางแผนสอบเอนทรานซ์   หลังจากการสอบพบว่า

เขาติดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ  โดยมีคะแนนมาเป็น  “อันดับที่ 1”

และคะแนนของเขา ยังสามารถเข้าไปเรียน “คณะแพทย์” ได้อีกด้วย แต่ไม่ได้เลือกไว้

 

กิติชัยเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้เพียงเทอมเดียว

จากนั้นก็ต้องลาออกมาช่วยพี่ชายค้าขายธุรกิจเสื้อยืดต่อไป

จากนั้นก็ใช้เวลาว่าง ไปลงเรียนที่รามคำแหง คณะบริหารธุรกิจ

เขาเรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง   และยังได้ทุนเรียนฟรี 2 เทอม เพราะเรียนดี

 

หลังจากจบปริญญาตรีที่รามฯ   เขาก็วางแผนเรียนปริญญาโทต่อ

กิติชัยสอบติด MBA มหาวิทยาลัย “เกรดเอ” พร้อมกัน 3 แห่ง

คือที่ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และนิด้า แต่สอบตกสัมภาษณ์ที่ธรรมศาสตร์

จึงตัดสินใจเรียน MBA พร้อมกันที่จุฬาฯ และนิด้า

แต่เรียนไปได้แค่เทอมเดียวสู้การเดินทางไม่ไหวจึงเลือกเรียน MBA ที่จุฬาฯ เพียงแห่งเดียวจนจบการศึกษา

 

ช่วงที่เรียนหนังสือกิติชัยก็เริ่มเล่นหุ้นแล้ว

ประมาณปี 2534-2535 เขาเริ่มเล่นหุ้นจากเงินก้อนเล็กๆ และเติบใหญ่จน

ปัจจุบันมีพอร์ตหุ้น “หลายร้อยล้านบาท”

ขณะเดียวกันกิติชัยก็เป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (ซื้อมา-ขายไป) ที่สายตาแหลมคม

 

ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การครอบครองมูลค่าหลัก “ร้อยล้านบาท”

ทั้งคอนโดให้เช่า ที่ดินเปล่า และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร

เขามักจะเข้าประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตามหน่วยงานราชการที่เปิดประมูล

จากนั้นก็นำปรับปรุงใหม่ และขายออกไป  โดยตนเองเป็นคนจัดการเพียงผู้เดียว

 

กิติชัย กล่าวถึงเมื่อมีคนชอบมาถามเขาเกี่ยวกับการลงทุน..

“มีคนชอบถามผมว่า ควรจะลงทุนอะไรดี

และสัดส่วนการลงทุนในแต่ละช่องทางควรจะเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นเราควรจะดูว่า เราอายุเท่าไร

และการยอมรับความเสี่ยงในการขาดทุนจากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด”

 

“ตามปกติคนที่มีอายุมาก ควรจะลงทุนในตราสารหนี้มากหน่อย

ซึ่งมักจะประกอบด้วย  พันธบัตรรัฐบาล

หุ้นกู้ของบริษัทที่ได้รับเกรดการลงทุนอยู่ในระดับสูงกว่า BBB หรือ BBB

หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้”

 

“จากนั้นก็อาจนำเงินที่เหลือมาลงทุนในตราสารทุน (หุ้น)

และอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้ประจำจากค่าเช่า

หรือกองทุนอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้ที่มีเงินออมไม่มากนัก”

นั่นคือ  คนที่มีอายุ “ไม่ควรเสี่ยง” ในการลงทุนมากนัก

 

“ส่วนคนที่มีอายุไม่มากสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า

ก็อาจจะลงทุนกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) มากขึ้น

อย่างไรก็ตามก็ควรจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และตราสารหนี้ด้วย

เมื่อมีความรู้มากขึ้นอีกระดับหนึ่ง อาจจะแบ่งเงินลงทุนส่วนหนึ่งไม่ควรเกิน 5-10%

ลงในสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนที่ลงทุนในสินค้าเหล่านี้ให้เลือกได้หลากหลาย”

 

กิติชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากหรือน้อย

ก็คือ Asset Allocation (การกระจายทรัพย์สิน)

ถ้ามีการกระจายการลงทุนได้ดี

จะทำให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่พอรับได้

 

“บางคนชอบลงทุนโดยดูช่วงจังหวะ (Timing) ซึ่งผมคิดว่า

โอกาสที่ท่านจะลงทุนได้ถูกจังหวะไม่ใช่เรื่องง่าย

ผมเห็นเซียนหลายคนตกม้าตายจากเรื่อง Timing

ผมคิดว่าท่านอาจจะลงทุนแบบ DCA (Dollar Cost Average)

โดยการลงทุนทุกเดือนด้วยจำนวนเงินเท่ากัน น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด”

 

นอกจากนั้นยังมีวิธีวิเคราะห์หุ้นที่เรียกว่า   Top Down และ Bottom Up

เซียนหุ้นร้อยล้าน กล่าวถึงแนวทางการลงทุนของตนเองว่า

การลงทุนในตลาดหุ้นส่วนตัวจะใช้วิธีทั้ง Top Down (จากบนลงล่าง)

และ Bottom Up (จากล่างขึ้นบน)

 

โดยการเลือกหุ้นแบบ Top Down คือ

การเลือกอุตสาหกรรมที่น่าสนใจก่อน แล้วค่อยเลือกบริษัท “ที่ดีที่สุด” ที่อยู่ในอุตสาหกรรมนั้น

ส่วนวิธีการเลือกหุ้นแบบ Bottom Up ก็คือ

การเลือกรายบริษัทโดยค้นหาบริษัทที่มีผลประกอบการน่าประทับใจ หรือ มีอะไรที่น่าสนใจ

 

“โดยผมจะมีหุ้นที่คอยติดตามอยู่ประมาณ 30-40 ตัว

โดยจะตามแบบห่างๆ ยกเว้นหุ้นตัวไหนที่สะดุดตาก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด

แต่อย่างไรก็ตามผมจะควบคุมหุ้นในพอร์ตการลงทุนไว้ประมาณ 3-10 ตัวเท่านั้น

แล้วแต่ช่วงเวลานั้นๆ ว่า จะมีหุ้นที่น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน”

 

และนั่นคือ กิติชัย เตชะงามเลิศ

ผู้มีสมญานามว่า  “เซียนหุ้นหน้าหยก”

เขาเป็นทั้งคนเล่นหุ้น นักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ…

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ   เขาทำเงิน “500 ล้านบาท”  ได้อย่างไร?

แล้วพรุ่งนี้  เราจะคุยกันต่อในตอนที่ 2   นะครับ     : )

Credit  http://ibizchannel.com/view.aspx?cid=1454&lid=7

ดูคลิปได้จาก  http://ibizchannel.com/view.aspx?cid=1454&lid=7

32375

เข้าชม

4

ตอบกลับ

กิติชัย เตชะงามเลิศ “จาก 1 ล้าน เป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร?”

โพสต์เมื่อ 16/04/2556 12:15 | 0
สุดยอดคน
โพสต์เมื่อ 16/04/2556 22:28 | 1
เรื่องการเล่นหุ้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากกว่าที่คิดเยอะนะครับบางคนคิดง่ายๆว่าเล่นหุ้นแล้วรวยคิดผิดแล้วครับ การลงทุนมีความเสี่ยงทั้งนั้นถ้าไม่ศึกษาให้ดีก่อนจนแน่นอน
โพสต์เมื่อ 11/12/2556 20:33 | 0
ผมก็เห็นด้วยกับคุณ Aurachun นะครับ ใช่ว่าจะทำไปสุ่ม4สุ่ม5นะครับ
อาจเป็นหนี้ก็ได้
hot
โพสต์เมื่อ 17/01/2557 14:44 | 0
everyone should own at least one stockhi

UniGang Talk

ข้อมูลปี 56 ในระบบ unical มีข้อผิดพลาดนะครับ จะรีบแก้ไขในเร็ว ๆนี้