คุยกับพี่ทันตะสาวสวย มศว แรงบันดาลใจสู่ความจริง

วันนั้นก็เดินตามหาพี่มาพูดคุยแต่หาคนคุยด้วยมะได้เลย T___T ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปโรงพยาบาลของ มศวที่ประสามิตรเลย (เเอร์เย็นมาก 55 ) หลังจากนั้นก็มองหาเป้าหมาย( ฮาฮา )ละก็ได้พบกับ 2 สาวสุดสวยคือพี่นุชกับพี่เตย ^o^

แรงบันดาลใจ
ก็เริ่มมาจากตั้งแต่สมัยเด็กได้มีโอกาสไปหาหมอฟัน คุณหมอก็เป็นคนที่ใจดี อัธยาศัยดีเวลาคุณหมอทำงานก็ดูมีความสุขกับงานที่ทำงานมาก ก็เลยคิดว่าอาชีพนี้ว่าจะมีความสุขระหว่างทำงาน งานก็ไม่หนักด้วยและก็มีรายได้ที่มั่นคงจบไปก็คงมีอาชีพ และคิดว่าตัวเราก็เรียนไม่ได้แย่น่าจะสามารถเรียนได้ด้วย ข้อดีของทันตะแพทย์ที่พี่รู้สึกว่ามันดีกว่าหมอก็คือเวลา หมอต้องเข้าเวร แล้วเราก็เป็นผู้หญิงถ้าเราเข้าเวรเวลาที่ให้กับครอบครัวก็น่าจะน้องลง ในขณะที่ทันตะแพทย์สามารถแบ่งเวลาการทำงานได้อย่างชัดเจน 

หนทาง
พี่เป็นคนนึงที่มีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือคืออ่านหนังสือได้ช้ามาก ตอนนั้นก็เลยเล่นทางลัดเน้นไปที่กวดวิชาต่างๆเยอะมากเช้ายันเย็น พอติวขนาดนี้ก็ช่วยทำให้เราสอบแข่งขันกับคนอื่นได้ แต่พอได้เข้ามาในคณะนี้แล้วมันไม่มีติวเตอร์แล้วนะ พี่ก็แย่เหมือนกันเพราะเมื่อก่อนติวจากกวดวิชาอย่างเดียว นอกจากนั้นพี่ยังเป็นคนที่ชอบชีวะอีกแต่ก็ใช้วิชาอื่นช่วยดึงคะแนนเข้ามาได้ แต่พอเข้ามาแล้วก็ต้องบอกได้เลยว่า นรกมีจริง เพราะวิชาชีวะเราต้องใช้เยอะมากดังนั้นเราต้องเปิดใจรับมันให้ได้ 

การสัมภาษณ์
ตอนนั้นพี่ติดทันตแพทย์ที่เชียงใหม่ด้วยแต่ที่มศวเขารับนักศึกษาเพิ่ม พี่เลยมาสัมภาษณ์ที่มศวก่อนและวันรุ่งขึ้นก็ต้องไปมอบตัวที่เชียงใหม่ โดยเขาก็ถามว่าถ้าไม่ได้ที่นี่จะเอาที่นู้นมั้ย คำถามก็ลักษณะกดดันและลองใจเราด้วย สำหรับเวลาสัมภาษณ์ พี่ก็บอกเขาไปเลยว่ายังไงก็ไปมอบตัวที่เชียงใหม่อยู่ดี ถ้าเราจะบอกจะรอที่อย่างเดียวไม่ไปมอบตัวที่เชียงใหม่พี่ว่ามันดู Fake เกินไปยังไงคนสัมภาษณ์ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว เรื่องการพูดความจริงก็ถือว่าเป็นจรรยบรรณสำหรับอาชีพแพทย์ด้วย 

ทันตแพทย์
สำหรับพี่แล้วตอนแรกพี่มีความเข้าใจว่าทันตะคือจะทำแต่เรื่องฟันอย่างเดียว แต่พอมีคำว่าหมอเข้ามาพ่วงจึงทำให้เราต้องศึกษาเรียนวิชาของแพทย์ด้วย เราต้องรู้ว่าคนไข้เป็นโรคหัวใจมาเราต้องระวังด้านไหนบ้าง เป็นเบาหวานมามักจะมีโรคในช่องปากอย่างไรบ้าง และเวลาที่เปิดปากออกไม่ก็ไม่ได้มีแต่ฟันอย่างเดียว (ยังมีกลิ่นปากด้วย) ยังมีความเกี่ยวข้องกับเหงือก เนื้อเยื่อ ลิ้นในช่องปาก และยังมีสาขาที่กว้างไปกว่านั้นคือทั้งศีรษะและใบหน้า 

คณะนี้เราไม่ได้เรียนแค่ด้านวิทยาศาสตร์อย่างเดียวนะคะ เราต้องเรียนด้านศิลปะอีกด้วยเพราะเราต้องทำงานด้านงานฝีมือด้วย เพราะเราทำต้องทำแลป แต่งแว๊ก การทำฟันปลอด หรือแม้กระทั่งถอนฟันอุดฟันทั่วไปก็ต้องใช้งานฝีมือเข้ามาดังนั้นต้องใจเย็นระประณีตมากเพราะต้องทำงานเสกลในระดับมิลลิเมตร คนเรียนทันตะมือต้องนิ่งมากถ้าใครมีปัญหาหามือสั่นก็คงเรียนคณะนี้ไม่ได้

การเรียนทันตะ
ปี 1 ก็จะเป็นวิทยาศาสตร์ทั่วไปและก็วิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัย โดยเราจะต้องไปเรียนที่องค์รักษณ์พอขึ้นปี 2 จะกลับมาเรียนที่กรุงเทพโดยจะเริ่มเรียนวิชาของคณะแพทย์เช่น anatomy (ผ่าอาจารย์ใหญ่) เรียนเกี่ยวกับร่างกายทั้งหมดและก็ฟันด้วย โดยเราก็มีการฝึกกับหุ่นก่อน ปี 3 ก็จะเรียนเกี่ยวกับฟันปลอม อุดฟัน กายภาพของฟัน ปี 4 ก็จะเป็นฟันปลอม ขากรรไกร และก็เรียนวิชาของฟันในด้านต่างที่เคยเรียนมาแต่จะเรียนแบบระเอียดขึ้น ปี 4เทอม 2 เราก็จะได้ทำคลินิกกับคนไข้แล้ว ปี 5-6 ก็จะเรียนเลกเชอร์พร้อมกับทำคลินิกกับคนไข้   การเรียนเลกเชอร์ตั้งแต่ปี2คนเรียนคณะนี้คนจะน้อยอาจารย์ก็จะรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี โดยจะมีการเชคชื่อทุกครั้ง ถ้าใครขาดก็จะโดนอาจารย์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และการขาดเรียนครั้งนึงก็อาจจะทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่องเลย

ข้อสอบ
ถ้าเป็นวิชาเลกเชอร์ก็จะมีทั้งเขียนและช้อย แต่ถ้าเป็นวิชาแลปก็เป็นจะเป็นปฏิบัติเช่นแลปกริ๊ง ถ้าขึ้นคลีนิคแล้วก็จะมีการให้เคสคนไข้มาแล้วเราก็ต้องวิเคราะห์ว่าคนไข้เป็นอะไร พอหมดเวลาเราก็ต้องฉีกกระดาษลงฟื้น แล้วอาจารย์จะเฉลยข้อสอบข้อนั้นแล้วก็ทำข้อต่อไปเรื่อยๆโดยคำถามก็จะมีหลายรูปแบบมากยข้อสอบข้อนั้นแล้วก็ทำข้อต่อไป นอะไร พอหมดเวลาเราก็ต้องฉีกกระดาษลงฟื้น แล้วอาจารย์จะเฉลยข้อสอบข้อนั้นแล้วก็ทำข้อต่อไป ม่กล้าจับ

เรียนทันตะกับอาจารย์ใหญ่
ทันตะจะต้องเรียนอาจารย์ใหญ่ด้วยโดยจะเรียนตั้งแต่เหนือสะดือขึ้นไปส่วนล่างลงมาจะเรียนคร่าวๆ โดยครั้งแรกที่พี่เรียนก็ตกใจไม่กล้าจับไม่กล้าผ่ามีเพื่อนคนนึงถึงกับเป็นลมไปเลยเพราะกลิ่นแรงด้วยครั้งแรกก็กินข้าวไม่ลงกันไปหลายวัน ตอนเจออาจารย์ใหญ่ครั้งแรกอาจารย์ก็เหมือนคนที่นอนอยู่เฉยแต่พอเรียนไปเรื่อยๆก็จะต้องผ่าเป็นชิ้นๆ แต่การเรียนกับอาจารย์ใหญ่เราเรียนเพื่อให้รู้อวัยวะภายใน พอเริ่มท้ายๆเทอมก็เริ่มชินเริ่มอยากรู้มันก็ไม่ได้อันตรายอะไรและก็ได้ความรู้แก่ตัวเราเองด้วยและใช้ในการสอบด้วย เวลาเรียนเลกเชอร์แล้วมาเรียนกับอาจารย์ใหญ่มันทำให้เราเข้าใจร่างกายคนยิ่งขึ้น   หลังเรียนจบปีเราก็จะมีทำบุญอาจารย์ใหญ่โดยได้รับการพระราชทานเพลงศพให้อาจารย์ใหญ่ด้วย 

สำหรับคนที่ไม่ชอบด้านนี้จริงๆก็จะเป็นเหมือนพี่ที่พอเข้าไปเรียนแล้วไม่ได้สนใจแค่เข้าเรียนให้ครบเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากเรียนรู้ว่าอวัยวะอะไรคืออะไรแต่พอเรียนชั้นสูงๆขึ้นมาพื้นฐานตรงนั้นมันก็ต้องใช้ สุดท้ายเราก็ต้องกลับไปทบทวนเนื้อหาต่างๆอยู่ดี

ช่วงเวลาของวัยรุ่นกับคณะทันตแพทย์
พอได้เข้าคณะก็เหมือนกับว่าต้องถวายเวลาทั้งหมดให้กับคณะนี้เลยก็ว่าได้ อย่างอื่นก็ต้องระไว้ก่อนอีก 6 ปี ค่อยมาเจอกัน เพราะความเป็นหมอเลยต้องใช้เวลาบ่มเพราะนานด้วย T___T ถ้าเรียนเลกเชอร์ก็จะตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4โมงเย็น พอขึ้นคลินิกเวลาเริ่มจริงคือ 9 โมงเช้าแต่เราต้องมาเตรียมอุปกรณ์ต่างๆตั้งแต่ 7โมงครึ่ง เรียน พอ 8โมงเช้าก็ต้องเข้าเรียนเลกเชอร์ พอถึง 9 โมงก็รีบวิ่งไปขึ้นคลินิกถึงเที่ยง และพัก 1 ชมหลังจากนั้นก็ทำคลินิกต่อจนถึง 4 โมงเย็น แล้วเราก็ต้องทำแลปต่อ เช่น แต่งแว๊ก ทำฟันปลอม จนถึง 1ทุ่มดึกปิดถ้างานยังไม่เสร็จก็ต้องเก็บงานไปทำที่บ้านต่อเพื่อสงอาจารย์จนบางครั้งโต้รุ่งก็มี สำหรับเสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำแลป ปีใหม่บางครั้งก็ต้องหอบงารไปทำหรือไม่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเพื่อนๆเลย T___T 

การขึ้นคลีนิคของหมอฟัน
การทำฟันให้กับผู้ป่วยกับนักศึกษาแพทย์จะแบ่งออกเป็นหลายครั้งเช่น 1.1 1.2 1.3 ดังนั้นคนไข้จะต้องเข้ามาใช้บริการบ่อยโดยกลุ่มคนที่เข้ามาทำฟันก็จะเป็นแม่บ้านที่เขามีเวลามาก โดยจะได้รับราคาที่ถูกมากเช่นอุดฟันปกติ 800 บาทถ้าทำกับนักศึกษาแพทย์แค่ 80 บาทเท่านั้น  โดยขั้นตอนในการทำพอเราทำขั้นตอนที่ 1 เสร็จเราก็จะมีอาจารย์มาตรวจถ้าถูกก็เริ่มสเตปที่ 2 ต่อไป  เหตุการณ์ผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ค่ะแต่ถ้าผิดพลาดก็จะแก้ไขทันจะไม่อันตรายแก่ผู้ที่มาทำฟันเพราะอาจารย์ก็ช่วยดูแลตลอด โดยเราจะต้องชี้แจงแก่คนไข้ว่าเกิดจากอะไรและจะมีการเซนยินยอมก่อนการรักษาด้วย ถ้าผิดพลาดแล้วเราก็ต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วย แต่กว่าเราจะขึ้นคลีนิคได้ก็ต้องเตรียมความรู้และความพร้อมมาก่อนแล้ว เพราะถ้าไม่พร้อมจริงอาจารย์จะไม่ให้รักษาคนไข้ 

เหตุการณ์ไม่คาดคิด
มีครั้งนึงที่พี่ต้องผ่าฟันคุตให้คนไข้ ตอนผ่าเราก็สามารถผ่าได้สบายไม่มีปัญหาอะไร พอเสร็จก็ให้คนไข้กัดผ้า ก็ให้คนไข้ทานยา ก็แนะนำไปว่าถ้าเลือดไม่หยุดก็ให้กัดผ้าใหม่ ตอนนั้นเองพี่ก็ประเมินว่าเดี๋ยวเลือดก็คงหยุด แต่ว่าอีก 2วันเขากลับเลือดคนไข้ไม่หยุดไหล แก้มบวม เหตุการณ์ครั้งนั้นก็สอนให้รู้ว่าเราต้องเตือนคนไข้เสมอ หลังผ่าฟันเสร็จห้ามบ้วนน้ำ ห้ามบ้วนน้ำลายออกมา เพราะว่าเลือดในช่องปากมันจะช่วยปิดแผลทำให้เลือดหยุดไหล คนไข้ก็ไม่ได้รู้วิธีการรักษาอะไรเท่าเรา เราก็ควรแนะนำคนไข้ให้มากไม่ควรประมาท

การใช้ทุน
ค่าอุปกรณ์ต่างทางด้านการแพทย์จริงจะสูงมากแต่ที่เราได้เรียนในราคาถูกก็เพราะว่ารัฐบาลช่วยเหลือค่าใช้จ่ายอย่างที่ มศว ค่าเทอมละ 15,000 บาทถ้ารัฐไม่ช่วยก็คงจะสูงเหมือนม.รังสิตปะมาน 3 แสน ดังนั้นแล้วเราก็ต้องไปทำงานใช้ทุนเป็นเวลา 3 ปี โดนจะต้องจับฉลากว่าจะได้ไปจังหวัดไหนสำหรับรุ่นของพี่ถ้าไม่อยากไปก็จ่าย 4แสน แต่ถ้าเป็นรุ่นต่อไปค่าใช้ทุนก็จะแพงขึ้นมากเท่าที่ได้ยินข่าวมารุ่นน้องอาจจะต้องจ่ายหลักล้านเพราะเขาต้องการให้มีการกระจายของทันตแพทย์ให้ทั่วถึงประชาชนทุกจังหวัด ในความคิดของพี่การใช้ทุนเป็นเรื่องดีมากเพราะประสบการณ์บางอย่างเราไม่สามารถหาเรียนรู้ได้จากในกรุงเทพ 

หนทางหลังใช้ทุนจบ
ก็ส่วนใหญ่พอใช้ทุนจบแล้วก็จะทำงานโรงพยาบาลเอกชนเป็นส่วนใหญ่ อาจจะเป็นเพราะโรงพยาบาลรัฐรับแต่เด็กเหรียญทองทำให้การแข่งขันข่อนข้างจะสูงเหมือนกัน และก็เขาจะไม่รับนักศึกษาจบใหม่เพราะโรงพยาบาลใหญ่จะมีเคสยากๆเยอะก็เลยต้องรับคนที่มีประสบการณ์และเป็นหมอที่เรียนต่อจบเฉพาะทางมากกว่า  อย่างหมอจัดฟันหลายคนคงคิดว่าแค่ติดเหล็กขันน๊อตคงง่ายมากแต่ความจริงแล้วเราต้องดูองค์ประกอบของโครงสร้างฝันว่าที่ผิดปกติมาจากอะไรด้วย เช่นมาจาก ขากรรไกร และสุดท้ายเงินเดือนแพทย์รัฐบาลจะ 1 หมื่นต้นๆเท่านั้นเอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความขยันด้วยรุ่นพี่บางคนก็เงินเดือน 7 หมื่นแต่เขาทำงานหนักมากๆๆๆ

ความรู้สึกก่อนเข้าเรียนและตอนที่ได้เรียนแล้วต่างกันอย่างไรบ้าง
พี่ก็อยากเป็นหมอฟันมาตั้งนานแล้ว แต่พอเข้ามาก็มีปัญหาเรื่องการเรียนเลกเชอร์บ้าง บางช่วงก็ท้อแต่ก็ผ่านมาได้ แต่พอขึ้นคลินิกได้รักษาคนไข้ บอกได้เลยว่าสนุกและมีความสุขมาก พอเวลาเรารักษาคนไข้ทำให้คนไข้มีความสุขเราก็ดีใจไปด้วย

อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่อยากเรียนทันตะแพทย์
ถึงคนจะมองว่าที่มศวจะว่าไม่ดังเหมือนที่อื่นเพราะคณะที่นี่เพ่งเปิดมาได้ไม่กี่ปี เราก็มีปัญหาก็ตรงที่จำนวนคนไข้ไม่เพียงพอเนื่องจากโรงพยาบาลของเราอยู่ลึกเขามาด้านในทำให้การเดินทางลำบาก แต่เราก็มีนโยบายออกหน่วยข้างนอกและมีการประชาสัมพันธ์ว่าที่มศวที่การทำฟันฟรีนะและก็มีการร่วมมือกับโรงพยาบาลอื่นด้วย แต่พี่ก็ขอยืนยันเลยว่าคุณภาพของเราก็ไม่แพ้ที่อื่น เพราะอาจารย์ที่นี่ไฟแรง กดดันทุกอย่าง ขนาดพี่เขามาแบบไม่ประสีประชาอะไรแต่อาจารย์ก็ช่วยเคี้ยวๆและก็ป้อนความรู้ให้ตลอด จนพี่สามารถยืนได้อยู่จนถึงปี6 ละคะอิอิ^ ^

 

ขอขอบคุณพี่นุชกับพี่เตยมากมากนะครับที่เสียสละเวลาและเล่าประสบการณ์ดีดีให้ฟังนะครับ

7106

เข้าชม

26

ตอบกลับ

คุยกับพี่ทันตะสาวสวย มศว แรงบันดาลใจสู่ความจริง

โพสต์เมื่อ 05/08/2009 20:06 | 0
อยากเรียนมั่งจัง >///<
โพสต์เมื่อ 06/08/2009 19:38 | 0
เซง ง ง ง ง ง :(
โพสต์เมื่อ 25/08/2009 10:02 | 0

อยากเป็นทันตะ

 

คิคิ

โพสต์เมื่อ 26/08/2009 21:39 | 0

อยากเรียนทันตะเหมือนกันน่ะ

แต่ว่ากลัวที่จะต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่เหมือนกัน

เคยได้ไปงาน open house ของจุฬาแล้วไปที่คณะแพทย์

แล้วก้อได้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ anatomy นี่แหละ

แบบว่าเรียนกับอาจารย์ใหญ่จริงๆเลย

ตอนนั้นก้อทั้งกลัวทั้งกลิ่นที่ค่อนข้างแรง

แบบว่าสุดๆอ่า...แต่ว่าก็ยังอนากเรียนอยู่ดี

^ ^

โพสต์เมื่อ 10/10/2009 14:50 | 0

อยากเป็นทันตแพทย์ มากๆๆๆคับ

 

Smile

 

 

โพสต์เมื่อ 13/10/2009 12:17 | 0
ทำงัยจะได้เรียนละเนี่ย???? อยากเรียนจริง ๆ นะ
โพสต์เมื่อ 20/11/2009 16:11 | 0

สัมภาษณ์ว่าอะไรบ้างครับ ผมกลัว

โพสต์เมื่อ 27/11/2009 21:21 | 0

อยากเรียนทันต มันยากไหมอ่ะ

 

แล้วข้อสอบมันยากมากไหมค่ะ

โพสต์เมื่อ 02/12/2009 16:55 | 0

ทันตแพทย์ สู้ๆ ^ ^

จะสอบโควตา มช.แล้ว

อยากเรียน "คณะทันตแพทยศาสตร์"

อยากเป็นหมอฟัน

โอ้ววว !! Fighto Fighto

โพสต์เมื่อ 10/02/2010 00:00 | 0

อยากเรียนบ้าง

แต่จะติดไหมเนี่ย

เครียด

โพสต์เมื่อ 22/03/2010 18:46 | 0

ขอให้จบเป็นหมอฟันที่ดีนะคะ

หนูก็อยากเป็นหมอฟันเหมือนกันและก็จะเข้าที่นี่แหละค่ะ ตอนนี้สู้โว้ย (ม.6 แล้ว) อยากให้พี่ๆ ที่เรียนบอกแนวทางข้อสอบ กับ การสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะ  จะขอบคุณมากๆค่ะ

โพสต์เมื่อ 24/03/2010 21:08 | 0

รอผลโอเน็ตอย่างเดียวแล้ว

ตื่นเต้นๆๆๆ

อยากเรียนทันตะซักที อิๆๆ

โพสต์เมื่อ 27/03/2010 15:31 | 0

สาธิตการผ่าอาจารย์ใหญ่... ห้ามพลาด!!

ไม่ต้องง้อวันวิทย์ ไม่ต้องตามติดโอเพ่นเฮาส์

ถ้าน้องคือผู้สนใจในการศึกษา แพทย์ พยาบาล  สหเวช เภสัช ทันตะ  สาธารณสุข หรือวิทยาศาสตร์ สุขภาพทุกสาขา
เรามีสิ่งดีดี ที่น่าสนใจและ เหมาะกับน้องมานำเสนอ...

1. DvD Anatomy For Beginners
การเรียนการสอนจากประเทศเยอรมัน สาธิตจากการผ่าศพจริงตั้งแต่ต้นจนจบ
บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องกลัวฟังไม่ทัน เรามีเนื้อหาที่บรรยายเป็นไฟล์ให้ด้วย...
เรียนรู้ไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทุกระบบ เวลาในการสาธิตประมาณ 250 นาที
เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์,นักศึกษาพยาบาล,เทคนิคการแพทย์,กายภาพบำบัด
เภสัช ทันตแพทย์  สาธารณสุขและนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขา
และนักเรียนผู้สนใจศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เข้าศึกษาในคณะแพทย์ศาสตร์ทุกสาขา...(วัดใจก่อนเรียน...)
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

2. Dynamic Human Anatomy
โปรแกรม รายละเอียด กายวิภาค
แยกดูอวัยวะแต่ละส่วน มีภาพจริง และภาพ กราฟฟิกประกอบ
โจทย์แต่ละบทเรียน มีทั้ง ก่อนเรียน และหลังเรียน...
ชัดเจน แน่นด้วยเนื้อหา เหมือนมี Text Book อยู่กับตัว
ใช้แทนText Book ได้  ใช้ทำรายงานได้...
  "ควรใช้คู่กับ DvD Anatomy For Beginners"
   1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

3.โปรแกรมตรวจวินิจฉัยโรค
 โปรแกรมทางการแพทย์ (ภาษาไทย) Multimedia Education
-ตำราตรวจวินิจฉัยโรคสำหรับ เภสัชฯ/แพทย์/พยาบาล และบุคคลากรสาธารณสุขทุกระดับ
-เป็นคู่มือใช้แนะนำการใช้ยา/การป้องกันโรคและการปฎิบัติตัวเมื่อเป็นโรค

เนื้อหา
    280 โรคและหลักการวินิจฉัยรักษาพร้อมหลักการซักประวัติและตรวจร่างกาย
    68 แผนภูมิช่วยตัดสินใจ การวินิจฉัยแยกโรคจากอาการ
    98 ชนิดยาพร้อมรายละเอียดการใช้รวมทั้งการให้น้ำเกลือ
-โรคและหลักการวินิจฉัยโรคพร้อมหลักการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถพูดได้
-แผนภูมิประกอบการวินิจฉัยโรค
-ชนิดยาและหลักการใช้ยานั้น  เช่น Loratadine ทานอย่างไร  / รักษาโรคอะไร / ขนาดยาที่ใช้
นักศึกษาแพทย์  หรือ ผู้สนใจวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่ควรพลาด...
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

4.VCDตรวจภายใน
    สาธิตการตรวจภายในจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ
    1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

5. CD ตำราการใช้ยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร
    โปรแกรม รายละเอียดการใช้ยาที่ครบครันทุกรายละเอียดที่สุดเท่าที่มีมา
    มีทั้ง ยาปัจจุบันและ สมุนไพร
    1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

6. Body explorer
    โปรแกรมรวมภาพร่างกายมนุษย์ ทุกรูปแบบการตัด ทั้ง ตัดขวาง ตัดตามยาว ตั้งแต่หัวจรดเท้า
    ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใช้ประกอบกับการเรียน anatomy ทุกรูปแบบ...
    เพื่อที่จะได้ทราบว่า อวัยวะใด อยู่ตรงไหน ตำแหน่งไหน เป็นอีกสื่อการเรียน anatomy
    ที่ควรจะมีไว้...
    1ชุด1แผ่น ราคา 250 บาท

7. Text BIO Campbell edit 7
    text book biology ที่ได้รับการยอมรับที่สุดในรูปแบบ e-book
    ภาพประกอบ สวยงามเข้าใจง่าย สามารถพริ๊น หรือใช้อ้างอิงได้...
    1ชุด1 แผ่น ราคา 250 บาท


รับชำระเงินทางธนาคาร ส่งของทางไปรษณีย์
จัดส่งถึงบ้าน (ค่าจัดส่ง EMS 50 บาท)

สนใจสั่งซื้อทางE-MAIL    imedshop@gmail.com  (จีเมลนะ สำคัญมาก!!)
หรือทิ้งเบอร์ติดต่อกลับในE-mail

ขอบคุณครับ และขอให้ติดในคณะที่ต้องการ...

โพสต์เมื่อ 20/04/2010 20:37 | 0

เก่งจังเลยค่ะพี่

^^ ขอบคุรนะค๊ะ

โพสต์เมื่อ 07/05/2010 00:08 | 0

อยากเรียนคณะทันตะที่ มศว.ค่ะ

ก้อจะลองสอบดู

แต่อยากเรียนมากจิงๆค่ะ

โพสต์เมื่อ 27/05/2010 21:37 | 0

อ่ะ...นะ...

อยากเรียนทันตฯ ม.นเรศวร

สู้ๆๆๆๆๆๆ

แต่ไม่รุจะได้รึป่าว

^_____^

โพสต์เมื่อ 28/05/2010 09:10 | 0

พี่คะนู๋ยุ่วม.6แร้ว

ซื้อหนังมาอ่านแร้ว

แต่ยังไม่มีกะลังจายเลย

เล่มอย่างหนามองทีไร(คิดว่าจะอ่านดีมั้ยน้อ~~)

แต่ก้ออ่านไปบ้างแร้ว

^____________^

โพสต์เมื่อ 30/05/2010 09:15 | 0

เครียด จะติดไหมเนี่ย เเล้วเค้าต้องสอบตรงเอาคะเเนขั้นตำเท่าไรคับช่วยบอกที อยากรู้มากมาย

 

โพสต์เมื่อ 24/06/2010 20:15 | 0

พี่คัปชื่ออั๋นนะคัป..อยากเป็นหมอฟันมากๆๆแต่ไม่รู้ว่าจะอ่านหนังสือเรื่องไรดี

ละก็ไม่เคยทำข้อสอบของทันตะมาก่อนเลยพี่พอจะช่วยอั๋นได้ไมคัปตอนนี้อั๋นอยู่ม.6ละคัปCry

โพสต์เมื่อ 29/07/2010 11:51 | 0

อยากเรียนทันตะมากเลย

แต่ก็ไม่หวังมากกนักกลัวจะไม่ได้อ่ะ

โพสต์เมื่อ 31/07/2010 17:25 | 0

ทันตแพทย์อาชีพในฝัน รักที่สุดเลยต้องทำให้ได้ สู้ๆนะค่ะผู้มีความฝันร่วมกันทุกคน  ></

โพสต์เมื่อ 14/08/2010 19:46 | 0

แล้วถ้าหากฟันไม่สวย จะเรียนทันตะได้เปล่าค่ะ

แบบว่าฟันทั้งอุด และดัดอ่ะค่ะ

โพสต์เมื่อ 03/10/2010 11:25 | 0

อยากเป็นทันตะแต่ว่า

ไม่รู้ว่าตอนนี้เราเรียนเก่งหรือยัง

ไม่รู้ว่าจะสอบติดไหม

ตอนนี้อยู่ม.4 ไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรดี

แล้วอยากทรายว่า****ทันตะกับเภสัช****อะไรดีกว่ากันอ่าค่ะ

ช่วยตอบหน่อยน่ะค่ะ

โพสต์เมื่อ 15/12/2010 18:52 | 0
อยากเรียน ><
โพสต์เมื่อ 03/01/2011 17:52 | 0

ต้องเป็นให้ได้!! สัญญากับตัวเองไว้แล้วค่ะ
ถึงแม้ว่าจะกลัวอาจารย์ใหญ่ก็ตาม

โพสต์เมื่อ 07/08/2011 22:06 | 0
พี่ค่ะทันตะ  ใช้คะแนะGPAสูงไหมค่ะ สอบยากมากป่ะค่ะ
หนูอยากเรียนแต่กลัวเรีนไม่ไหว ปีนี้ หนูม.6แร้ว เครียดมากๆๆ