ถนนสู่อาชีพในฝัน มีปัญหาปรึกษาทนายความ

หนึ่งในอาชีพยอดฮิตตลอดการของน้องๆหลายคน ไม่ได้เป็นหมอรักษาคนก็ขอเป็นหมอความ ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเรามันวุ่นวายขึ้นทุกวันๆ เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นบ้านเมืองย่อมมีขื่อมีแปร กฎหมายเข้ามามามีส่วนสำคัญในชีวิตของคนทุกคน และเราจะปฏิเสธว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ดังนั้นทนายความจึงเป็นที่พึ่งของ
ประชาชนตาดำๆ ที่ทำมาหากินและไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นความเที่ยงธรรม ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้
ตามสัญลักษณ์ตาชั่งจำเป็นต้องมีทนายความที่นำความรู้ทางกฎหมายไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรด้วย ในประเทศ
ไทยทนายความสามารถรับปรึกษาปัญหากฎหมายและว่าความได้ ซึ่งคณะที่น้องๆ จะต้องเรียนเพื่อเดินทางต่อ
ไปในสายอาชีพนี้มีเพียงคณะเดียว คือ นิติศาสตร์

นิติศาสตร์คืออะไร?
น้องหลายๆคนคิดว่า นิติศาสตร์ คือ สาขาวิชาที่เน้นท่องจำ แต่จริงๆแล้วเป็นวิชาที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และการวิเคราะห์วินิจฉัย อย่างถูกต้องแม่นยำ การจะวินิจฉัยได้ดีและ ถูกต้องนั้นเราต้องเข้าใจและจำตัวบทได้ก่อน และจะต้องเขียนเป็นให้ได้ความหมายชัดเจน และสามารถเข้าใจได้ ที่สำคัญต้องคำนึงถึงความสุภาพและภาษาที่ใช้ในทางกฎหมาย ภาษากฎหมายสำคัญมากหากผิดเพี้ยนไปแม้เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบในการตีความผิด ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นจริยธรรมหรือคุณธรรมเป็นสิ่งที่นักกฎหมายต้องมี เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ
ชีวิตคน หากถูกนำไปใช้อย่างไม่ยุติธรรมจะเกิดความเดือดร้อนและวุ่นวายในสังคมและนักกฎหมายที่ดีได้จะ
ต้องมี Legal Mind หรือ หัวกฎหมายด้วย

นิติศาสตร์ วิชาที่ศึกษาเรื่องกฎหมาย หรือวิชาที่มีกฎหมายเป็นวัตถุของการศึกษาโดยศาสตราจารย์ 
ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ ได้ใช้คำภาษาอังกฤษแทนวิชานิติศาสตร์ว่า "Science of law” วิชานิติศาสตร์สามารถแบ่งออกเป็น

  • วิชานิติศาสตร์โดยแท้ (legal science proper) ศึกษาตัวบทกฎหมายเนื้อหากฎหมาย และนิติวิธี
    หรือวิธีการใช้กฎหมายเพื่อนำไปใช้ปรับใช้แก่คดีและประกอบวิชาชีพนักกฎหมาย
  • นิติศาสตร์ทางข้อเท็จจริง (legal science of facts) ศึกษากฎหมายในฐานะที่เป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์หรือในสังคม โดยไม่ประเมินคุณค่าว่าถูกหรือผิด เช่น วิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย และวิชาสังคมวิทยากฎหมาย
  • นิติศาสตร์เชิงคุณค่า (legal science of values) ศึกษากฎหมายในเชิงวิจารณ์เปรียบเทียบและ
    ประเมินคุณค่า เช่น วิชากฎหมายเปรียบเทียบ และวิชานิติบัญญัติ ส่วนการศึกษากฎหมายในระดับที่มีความสัมพันธ์กับปรัชญา จะถูกเรียกว่าวิชา นิติปรัชญา หรือ philosophy of law

นิติศาสตร์เรียนอะไรบ้าง?
นิติศาสตร์บัณฑิต (น.บ.) เป็นปริญญาสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบวิชาชีพทางด้านกฎหมาย เช่น 
ทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ นิติกร เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ใช้เพื่อเข้ารับการอบรมและสอบเพื่อเป็นทนายความหรือสอบเนติบัณฑิตไทย เพื่อที่จะมีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการต่อไป

หลักสูตรใช้เวลาศึกษา 4 ปี วิชาที่ศึกษาจะเน้นกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายปกครอง รัฐธรรมนูญ และกฎหมายวิชาเลือกอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้จุดเน้นของหลักสูตรอาจแตกต่างตามสถาบันการศึกษา โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ
1) กฎหมายแพ่งและอาญา / เอกชน เน้นกฎหมายแพ่ง, พาณิชย์ และกฎหมายอาญา ซึ่งจะมีมาตราและองค์ประกอบความผิดที่ชัดเจนสำหรับการวิเคราะห์วินิจฉัย เช่น กฎหมายประกันภัย กฎหมายเกี่ยวกับการ
กระทำผิดของเด็กและเยาวชน การบัญชีสำหรับนักกฎหมาย กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

2) กฎหมายมหาชน เน้นกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง เป็นกฎหมายที่ไม่ค่อยมีมาตรา เน้นการตีความและสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
กฎหมายการคลัง กฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ กฎหมายสิ่งแวดล้อม

3) กฎหมายระหว่างประเทศ เช่น กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยทะเล กฎหมายอาญาระหว่างประเทศ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ที่นิติศาสตร์ จุฬาฯจะมีชมรมศาลจำลองหรือที่เรียกว่า Moot Court ได้ น้องๆ จะได้รับคดีไว้ล่วงหน้าก่อนการพิจารณาพิพากษาคดี ต้องทำการวิเคราะห์ วิจัย และเตรียมคดี โดยกระทำทุกกระบวนการเสมือนว่าเป็นทนายความของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (โจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง) หรือทั้งสองฝ่าย เพื่อฝึกทักษะการใช้เหตุผลและการว่าความ โดยที่นี่มีศาลจำลองที่เป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ได้ฝึกประสบการณ์ และนิสิตปี 4 เทอม 2 จะมีวิชาการว่าความกับศาลจำลองเป็นวิชาเลือกให้ลงเรียนได้

จบแล้วไปทำงานอะไรได้บ้าง?

ส่วนใหญ่บัณฑิตนิติศาสตร์จะไปทางสายราชการ ถ้าเป็นสายตรงเป้าหมายคือ ท่านผู้พิพากษา อัยการ
เป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก รายได้ดี แต่ก็ยากมากเช่นกัน เพราะจบแล้วจะต้องไปสอบเนติบัณฑิต หรือที่เรียกว่าว่าสอบเนฯที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหินและโหดมาก แต่ละปีจะมีผู้สอบผ่านประมาณ 7% เท่านั้น รอให้อายุครบยี่สิบห้า พร้อมคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการตุลาการกำหนด เช่น เคยว่าความมาแล้วกี่คดี เรียนปริญญาโทมาแล้วกี่ปีวิชาอะไรบ้าง จึงสามารถไปสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา หรืออัยการผู้ช่วย ซึ่งคนที่สอบได้มี
ประมาณ 1 - 3% ของคนที่ผ่านเนติบัณฑิตเท่านั้น คนที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าได้ต้องตั้งใจอย่าง
แรงกล้าและต้องทุ่มเทไม่ต่างจากอาชีพหมอรักษาคน

แต่แม้จะไปไม่ถึงดวงจันทร์ก็ยังสามารถอยู่ท่ามกลางดวงดาวได้ คือ ทนายความ ซึ่งต้องสอบใบอนุญาตว่า
ความจากสภาทนายความก่อน และยังสามารถเป็นนิติกร ฝ่ายกฎหมายภายในบริษัทต่างๆ ที่ปรึกษาทาง
กฎหมาย นักการเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัด ตำรวจ และอาชีพอื่นๆ ที่ต้องใช้ความรู้ทาง
กฎหมาย ทั้งในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน

TIPS คณะนิติศาสตร์บางมหาวิทยาลัยจะมีเปิดให้สอบตรง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดสอบเอง เปิดรับสมัครและสอบก่อนที่จะมีการสอบแอดมิชชั่น วัดความรู้ทั้งเรื่องของความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น ภาษา
อังกฤษ การเขียนเรียงความ ย่อความ สัดส่วนการรับพอๆกัน ให้ลองหาข้อมูลดีๆ หากสอบตรงไม่ได้ก็ยังลุ้นผ่านการสอบแอดมิชชั่นได้อีก

มหาวิทยาลัยในฝัน - คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคณะนิติศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

อาชีพหมอความ หรือ ทนายความนั้น ถือเป็นข้อต่อสำคัญ เป็นปากเป็นเสียง ให้ประชาชนคนธรรมดาได้เข้าถึงกฎหมายและได้รับความยุติธรรมในการเรียกร้อง ปกป้องสิทธิ์ต่างๆ เหมือนตัวต่อที่จะช่วยประสานให้ตาชั่งแห่งความยุติธรรมมีความสมดุลเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ความมุ่งมั่นและอุดมการณ์อันแน่วแน่ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนจบจำเป็นมากๆสำหรับน้องๆที่ฝันจะประกอบอาชีพนี้ ยิ่งสังคมที่วุ่นวายมากขึ้นจากการเห็นแก่ตัวของคนมากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องการคนที่มีความรู้เฉพาะด้านมาช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความยุติธรรมมากเท่านั้น


Credit http://kbeautifullife.askkbank.com