ช่วงเวลาสี่โมงครึ่ง ขณะที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทใกล้จะปิดทำการ เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนอย่างวอลเตอร์ ซิมเมอร์มานอยู่ในภาวะความเสี่ยงสูง ว่าจะกำไรหรือขาดทุนจากราคาหุ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เขาซื้อๆขายๆอยู่ทุกๆวัน

กว่าสองร้อยคนของนักลงทุนสถาบันต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่าเดือนละสามพันเหรียญ เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารออนไลน์ของตลาดพลังงานซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การตัดสินใจในช่วงเวลาสั้นๆที่มีผลต่อเงินที่จะเข้าหรือออกจากกระเป๋าในหลักหลายล้านเหรียญทีเดียว

"เป็นผมจะไม่ยอมจ่ายขนาดนั้นหรอก" ซิมเมอร์มานว่า
พร้อมๆกับคลิกหน้าจอกราฟฟิคที่มีกราฟของราคาหุ้นและคอมโมดิตี้ต่างๆบนจอคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง อากัปกริยาของเขาดูสงบและเยือกเย็นอย่างชัดเจน

ซิมเมอร์มาน ชายวัยกลางคนอายุ 54 มองย้อนหลังไปถึงความสำเร็จในการลงทุนของเขาในตลาดล่วงหน้าของสินค้าพลังงานที่มีการแข่งขันและชิงไหวชิงพริบสูง ที่ซึ่งคนเก่งๆหลายคนต้องพ่ายแพ้กลับไปมากมาย

สิ่งที่ช่วยลับความคมให้สมองเขาไม่ใช่อะไรพิเศษอื่นใด นอกจากการนั่งสมาธิครั้งละ 40 นาทีในตอนเช้าและตอนเย็นเท่านั้น

การทำสมาธิช่วยทำให้เขาคงความชัดเจนในสมองที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ที่เร็วและแหลมคม
"การนั่งสมาธินี่นะ" เขาว่า "คืออาวุธลับของผมเลยละ"

จริงๆแล้ว ทุกๆคนต่างก็ทราบกันดีว่า การนั่งสมาธิช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี แต่เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแสกนสมองทำให้นักวิจัยค้นพบว่า การทำสมาธิมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลัษณะที่ไปเพิ่ม attention span ทำให้มุ่งความคิดไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้มากขึ้น และทำให้ความจำดีขึ้น

งานวิจัยค้นพบว่า การทำสมาธิทุกวันจะไปเพิ่มความหนาของส่วนของสมองที่เรียกว่า cerebral cortex ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการทำการตัดสินใจ การสร้างความสนใจ และความจำ

ซาร่า เลเซอร์ นักวิจัยจากโรงพยาบาลแมสซาชูเซสได้นำเสนอผลวิจัยเบื้องต้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า สารสีเทาในสมองของชายและหญิง 20 คนที่นั่งสมาธิวันละสี่สิบนาทีจะมีความหนากว่าคนที่ไม่ได้นั่งสมาธิเลย

งานวิจัยชิ้นนี้เน้นไปที่ การทำสมาธิในแบบตะวันตกที่เรียกว่า mindfulness หรือ insight meditation (รูปแบบนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการเจริญจิตภาวนา แบบที่กำหนดลมหายใจ และ"ทำความรู้ตัวเต็มที่" ซึ่งจะแตกต่างจากการบำเพ็ญจิตสมาธิที่พระปฎิบัติ ซึ่งเป็นสมาธิขึ้นสูง:ผู้เรียบเรียง)

"ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องทำสมาธิในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่จำเป็นต้องทำตลอดทั้งวัน ก็สามารถส่งผลที่ดีขึ้นต่อประสิทธิภาพของสมองคุณได้" เลเซอร์ว่า

นอกจากนั้น งานวิจัยของเธอยังแนะนำด้วยว่า การนั่งสมาธิอาจจะไปช่วยชะลอการบางของ cortex ของสมองส่วนนั้น ซึ่งจะโดยปกติจะบางลงตามอายุของคนที่เพิ่มขึ้น

รูปแบบของการนั่งสมาธิที่เลเซอร์และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นกำลังทำการศึกษาคือการเพ่งจิตไปที่ภาพ เสียง หรือ ลมหายใจอันใดอันหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนง่ายๆแบบไม่น่าเชื่อ แต่ผลจากการปฎบัติจะช่วยบริหารส่วนของสมองที่ช่วยในการให้ความสนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง(attention)

"attention เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ และ การทำสมาธิจะช่วยสร้างความเป็นระเบียบในจิตส่วนนี้" ริชาร์ด เดวิดสัน ผู้อำนวยการของ Laboratory for Affective Neuroscience at the University of Wisconsin ได้เคยกล่าวไว้

ตั้งแต่ปี 1992 เขาได้ร่วมกับองค์ดาไลลามะ เพื่อศึกษาสมองของพระชาวธิเบตที่เขาเรียกว่า นักกีฬาโอลิมปิกประเภทการนั่งสมาธิ

โดยการตรวจสอบด้วยเครื่องเซ็นเซอร์ซึ่งถูกติดตั้งไว้ที่หัวของพระ เดวิดสันสามารถจับสัญญาณคลื่นแกมม่าที่มีพลังงานสูงจากปกติ ซึ่งมีจังหวะที่ประสานกัน(synchronize)ดีกว่าคนที่เริ่มต้นนั่งสมาธิใหม่ๆ ซึ่งการที่คลื่นแกมม่าที่จังหวะประสานกันนี้จะช่วยในการเพิ่มการรับรู้(awareness)ให้กับสมอง

หลายๆคนที่ได้มีการนั่งสมาธิกล่าวว่า การปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พวกเขาฟื้นกำลังได้ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาทำงานที่ยากๆที่ต้องการความตั้งใจสูงได้

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ การงีบหลับเวลางานก็ช่วยได้เหมือนกันรึเปล่า?

"ไม่เลย" บรูซ โอฮาร่า รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยามหาวิทยาลัยเคนตักกี้ว่า

ในงานวิจัยที่กำลังจะตีพิมพ์ในปีนี้ โอฮาร่าได้ศึกษาเปรียบเทียบนักศึกษาที่นั่งสมาธิ นอน และดูทีวี

ซึ่งเขาได้ใช้แบบทดสอบที่นักจิตวิทยามักจะใช้กันที่เรียกว่า phychomotor vigilance ซึ่งพบว่า คนที่นั่งสมาธิ จะตอบสนองได้ดีกว่า 10% ซึ่งหมายความว่า การนั่งสมาธิจะต่างจากการนอนตรงที่เมื่อเสร็จจากสมาธิคนคนนั้นจะมีการตอบสนองได้ดีโดยปราศจากอาการงัวเงีย

ไม่แปลกเลยที่บริษัทใหญ่ๆทั้งหลายเช่น ด๊อยช์แบงค์ google และ ฮิวส์ แอร์คราฟท์ ได้จัดให้มีห้องเรียนสอนการนั่งสมาธิให้กับพนักงาน

เจฟฟรีย์ อับบรามสัน ซีอีโอของบริษัท ทาวเวอร์ในวอชิงตันกล่าวว่า 75% ของพนักงานสนใจที่เข้าเรียนการทำสมาธิ

การทำให้พนักงานฉลาดขึ้นไม่เพียงเป็นข้อดีของการนั่งสมาธิ จากการเก็บรวบรวมข้อมูลพบว่า มันสามารถทำให้ productivity ดีขึ้น โดยการป้องกันความเครียดที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจนทำให้ขาดงาน

ข้อดีอีกอย่างสำหรับนายจ้างคือ การนั่งสมาธิช่วยในการควบคุมอารมณ์ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการทำให้การทำงานกับพนักงานเป็นไปได้ด้วยดี

"หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการนั่งสมาธิคือการเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตมากกว่าด้านอื่นๆทั้งหมด" ดร.เดวิสันกล่าว

เพื่อบริหารสมองให้ดีขึ้น ง่ายๆ แค่หลับตา กำหนดลมหายใจ และเจริญจิตภาวนาก็เพียงพอแล้วครับทุกท่าน


แปลและเรียบเรียงจากนิตยสาร TIME ฉบับ January 23, 2006  


 

ผู้เชี่ยวชาญด้านควันตันฟิสิกส์ เสนอให้ทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ  แก่รัฐบาลไทย  โดยกำหนดเงื่อนไขให้ทหาร 1 พันนายเข้าฝึกปรมัตถ์สมาธิ  เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง และภัยก่อการร้ายภายในประเทศ โดยย้ำว่าแนวทางนี้พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ 
 
 
ศาสตราจารย์ จอห์น เฮกกลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านควันตัมฟิสิกส์ชาวสหรัฐฯ และประธานสถาบันนักวิทยาศาสตร์สหวิทยาการเพื่อสันติสุข อธิบายเหตุปัจจัย ที่ทำให้การฝึกปรมัตถ์สมาธิ Transcendental Meditation หรือ TM   มีผลโดยตรงต่อใต้สำนึกของมนุษย์ จนนำมาสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และภัยก่อการร้าย
 
 
เค้าบอกว่า ปัจจุบันมนุษย์มีแต่ความเครียด ทำให้สมองทำงานหนัก   การฝึกปรมัตถ์สมาธิ จะทำให้คลื่นสมองเป็นระเบียบ สมองทำงานได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ส่งผลให้ความคิดของมนุษย์  มีแต่สิ่งดีงาม และไม่คิดร้ายต่อผู้อื่น จึงมีส่วนช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม และภัยก่อการร้ายลดลง
 
 
แนวทางนี้พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษ  อิสราเอล และอินเดีย โดยพบว่า สถิติปัญหาอาชญากรรมลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเด็กมีผลการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งแนวทางนี้   ไม่จำเป็นต้องฝึกกันทุกคน เพราะคลื่นสมองที่เป็นระเบียบ จะแผ่ไปยังคนรอบข้างด้วย
 
 
ความขัดแย้งทางการเมือง และความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทย ทำให้ศาสตราจารย์ จอห์น เล็งเห็นว่า การฝึกปรมัตถ์สมาธิ คือทางออกที่สำคัญในขณะนี้ โดยเสนอให้ทุนรัฐบาลไทย 1 ล้านดอลล่าสหรัฐฯ หรือประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกปรมัตถ์สมาธิให้แก่อาสาสมัครทหารไทย 1 พันนาย เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศ
 
 
โดยจะใช้เวลาฝึกเช้า-เย็น ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง รวม 60 วัน แบ่งเป็น 7 ขั้นตอน เช่น การบรรยายเกี่ยวกับปรมัตถ์สมาธิ  การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล และการพิสูจน์ยืนยันด้วยการปฎิบัติจริง
 
 
ศาสตราจารย์ จอห์น ยืนยันว่า หากรัฐบาลตอบรับข้อเสนอนี้ และทหารไทยทั้ง 1 พันนายฝึกสำเร็จ จะช่วยลดปัญหาความไม่สงบได้อย่างถาวรภายใน 60 วัน คนไทยมีความสามัคคีเพิ่มขึ้น ปัญหาอาชญากรรมลดลง และแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งประเทศจะดีขึ้น  ส่วนตัวผู้ฝึกเองจะมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ดีขึ้นตามลำดับ