มารู้จักกับ สาขาความผิดปกติของการสื่อสารความหมาย

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย

ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย เป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศไทย ดำเนินการโดยหน่วยโสตสัมผัสและแก้ไขการพูด ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งอยู่ ณ อาคารปัจจุบันพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ได้เริ่มเปิดสอนนักศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 เพื่อผลิตบุคลากรที่ชำนาญด้านทดสอบการได้ยินและแก้ไขการพูดแก่ผู้ป่วย โดยทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโสต ศอ นาสิก วิทยา ในสถาบันแพทย์และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน

ความมุ่งมั่นของหลักสูตร

  • ผลิตนักแก้ไขการพูดและนักการแก้ไขการได้ยิน ที่มีความเชี่ยวชาญและมีคุณธรรม จริยธรรม
  • หน่วยโสตสัมผัสและแก้ไขการพูด ก้าวขึ้นเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านความผิดปกติของการสื่อความหมาย

จำนวนนักศึกษาที่เปิดรับ
เปิดรับสมัครนักศึกษาปีละประมาณ 30 คน (จำนวนนักศึกษาที่รับเข้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง) ในระบบแอดมิชชั่น ผ่านสกอ. โดยแบ่งเป็นวิชาเอก โสตสัมผัสวิทยา 15 คน  และวิชาเอกการแก้ไขการพูด 15 คน
 

เนื้อหาของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต  สาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย มี 2 วิชาเอก คือ วิชาเอกโสตสัมผัสวิทยา และวิชาเอกการแก้ไขการพูด จัดกิจกรรมให้มีการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในคลินิก และชุมชน โดยคำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม การตัดสินใจทางคลินิก และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม มีเนื้อหาหลักดังนี้

  • การเรียนความรู้พื้นฐานเรื่องวิทยาศาสตร์การได้ยินและการพูด
  • การตรวจการได้ยินแบบคัดกรอง และตรวจความผิดปกติการได้ยินขั้นพื้นฐาน
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยินและการพูด ในเด็กพูดไม่ชัดที่ไม่มีพยาธิสภาพหรือโครงสร้างผิดปกติ
  • การติดต่อสื่อความหมายขั้นพื้นฐานกับผู้ป่วยหูพิการได้เหมาะสม
  • การกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและการพูด ในเด็กพูดช้าที่มีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม

นอกจากนั้นบัณฑิตวิชาเอกโสตสัมผัสวิทยา ยังสามารถประเมินการใช้เครื่องช่วยฟัง  ให้แก่ผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาไม่ซับซ้อนและสามารถปฏิบัติงานตรวจวัดการได้ยินในชุมชนได้

ส่วนบัณฑิตวิชาเอกการแก้ไขการพูด  สามารถกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาของเด็ก ที่มีปัญหาการพูดล่าช้า จากสาเหตุต่างๆ เช่น ประสาทการได้ยินผิดปกติ เชาว์ปัญญาต่ำ สมองพิการ กลุ่มเด็กออทิสติก และปัญหาด้านอารมณ์

สถานที่ศึกษาและแหล่งฝึกปฏิบัติ

  • ชั้นปีที่ 1-2 เรียนที่ คณะวิทยาศาสตร์ และวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จ.นครปฐม
  • ชั้นปีที่ 3-4 เรียนที่คลินิกโสตสัมผัสและการพูด ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

กิจกรรมเสริมหลักสูตร
คณะฯ สนับสนุนกิจกรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ของนักศึกษา  โดยมีสโมสรนักศึกษารามาธิบดี (สนร.) เป็นแกนนำในการจัดกิจกรรม เช่น

  • กิจกรรมไหว้ครู
  • โครงการสืบสานอนุรักษ์มรดกไทย

คณะฯ จัดให้มีศูนย์กีฬา อาคารสวัสดิการ ซึ่งนักศึกษาและบุคลากรสามารถใช้บริการได้

ค่าใช้จ่ายและสวัสดิการนักศึกษา

  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี ประมาณ 60,000 บาท
  • สำหรับนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน สามารถสมัครกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐบาลได้ที่งานกิจการนักศึกษา

 

ลักษณะงานที่ทำและความก้าวหน้า
เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเป็นนักแก้ไขการพูดและนักแก้ไขการได้ยิน  โดยปฏิบัติงานในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน โดยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนี้มีสิทธิ์ขอสอบขึ้นทะเบียนรับใบประกอบโรคศิลปะเป็นวิชาชีพอิสระ ได้ที่กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนงานบริการกระทรวงสาธารณสุข

ในด้านความก้าวหน้าของวิชาชีพสามารถศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย เป็นอาจารย์ นักวิชาการ และนักวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาการสื่อความหมาย หรือศึกษาต่อต่างประเทศในระดับสูง

เอกสารประชาสัมพันธ์ แนะนำให้ โหลดอ่าน

 

 

...............................................

 

 

 

akira_ked@hotmail.com <<< p'เกด
pingz_pongz@hotmail.com <<< p'ปิงปอง

~คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาวิชาความผิดปกติของการสื่อความหมาย~ หรือเรียกสั้นๆว่า OT
ไม่ได้มาจากว่า Over time นะคะ - -" แต่มาจากคำว่า Otolaryngology
(แปลตาม dictionary หมายถึง การศึกษาเกี่ยวกับโรคของหู คอและจมูก)
(แต่ชื่อภาษาอังกฤษของเราจริงๆ คือ Communication Disorders แปลว่า ความผิดปกติของการสื่อความหมายค่ะ แต่คณะเราเพิ่ง
เปิดใหม่ก็เลยไปอยู่กับภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา (Department of Otolaryngology)ซึ่งวิชาชีพเราเกี่ยวข้องกับทางด้านนี้น่ะค่ะ )

ส่วนน้องๆที่คิดว่า โอ้! หนูจะได้เป็นหมอเหรอคะ ก็บอกได้เลยค่ะว่าไม่ใช่(แต่ก็ใกล้ๆกันแหละค่ะ อิ_อิ)
เพราะว่าคณะของเราจบแล้วจะได้วิทยาศาสตร์บัณฑิต(วทบ.)สาขาวิชาความผิดปกติของการสื่อความหมาย
ไม่ใช่แพทยศาสตรบัณฑิต(พบ.)ค่ะ
(แต่ถ้าน้องๆจะต่อพบ. ก็ได้นะค่ะ แต่ต้องดูระเบียบการที่ม.นั้น ว่ารายละเอียดเป็นยังไงอ่าค่ะ)

แล้วที่มันเป็น ~คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีฯ~ ก็เพราะว่าคณะของเราอยู่ในสังกัดของโรงพยาบาลรามาธิบดี
ซึ่งก็มีด้วยกันทั้งหมดด้วยกัน 3 คณะ คือ คณะแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ แล้วก็ความผิดปกติของการสื่อความหมาย

หยุดก่อนค่ะ! อย่าเพิ่งปิดหนี! แค่ไม่ได้เป็นหมออย่าเพิ่งเสียใจแล้วปิดทิ้งไม่อ่านต่อ(คนเขียนเสียใจนะเนี่ย T^T)

ถึงคณะเราจะได้ไม่เป็นหมอแต่คณะเราก็มีความสำคัญมากนะคะเพราะเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีบุคคลทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นจํานวนมาก
ที่มีความผิดปกติทางด้านการพูดและการได้ยิน (ความผิดปกติของการสื่อความหมาย)
โดยมีสาเหตุต่าง ๆ เช่น โรคที่ทําให้เกิดความผิดปกติในระบบการได้ยินและหรือการพูด
โรคจากการทํางานในที่ๆ มีเสียงดัง และโรคจากกรรมพันธุ์ เป็นต้น จึงมีความจําเป็นในการตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติดังกล่าว
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการตรวจวินิจฉัย
การแก้ไข การฟื้นฟู การค้นคว้าวิจัย การฝึกอบรม การเผยแผ่ความรู้ และการป้องกันความผิดปกติของการพูดและการได้ยินให้แก่
ประชากรกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนประชาชนทั่วไป (อันนี้ลอกเขามาทั้งหมดเลย -///- อายจัง) ซึ่งบุคลากรทางด้านเรานี้นะคะ มีน้อยมากๆๆๆค่ะ
เมื่อเทียบกับประชากรทั่วประเทศไทยค่ะ ก็อยากให้น้องๆที่สนใจ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเราค่ะ
แล้วอีกอย่างนึงนะคะ สาขาเรามีที่เดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยนะค่ะ อิอิ (ภูมิใจๆ)

ฮั่นแน่! อ่านมาถึงนี้แล้วแสดงว่าชักสนใจแล้วล่ะสิ(ปลื้มสุดๆ)

เอาล่ะ งั้นเรามาเล่นถาม-ตอบกันดีกว่า(เล่นคนเดียวอ่ะ)

Q. "พี่คะๆ แล้วหลักสูตรนี้เรียนกี่ปีคะ 6 ปีแบบหมอเลยป่าวอ่ะ"
Ans. "ป่าวค่ะ หลักสูตรของเราเรียนแค่ 4 ปีจบ แล้วก็ทำงานได้เลย ไม่ต้องนั่งใช้หนี้เหมือนหมอ
หรือถ้าน้องจะเรียนต่อก็ไม่ขัดศรัทธานะคะ ^_^ "

Q. "แล้วตกลงคณะนี้มีมานานรึยังคะ ทำไมไม่เห็นรู้จักเลยอ่ะคะ"
Ans. "อ๋อ! ตอนนี้ก็มี 4 รุ่นแล้วจ้า พี่เป็นรุ่นที่ 4 ปีนี้ก็จะมีพี่บัณฑิตเป็นปีแรกแล้ว(ตื่นเต้นๆ ^_^)"

Q. "ง่ะ! 4 ปี ทำไมน้อยจังอ่ะ - -" "
Ans. "แหม! ถึงคณะเราจะเพิ่งเปิดเป็นหลักสูตรปริญญาตรีมาแค่ 4 ปี แต่ว่าอันที่จริงแล้ว
สาขาวิชาความผิดปกติของการสื่อความหมายเนี่ยมีในประเทศไทยตั้งนานแล้วเป็น10ๆปีแน่ะ
ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยเค้าเปิดมาเป็นหลักสูตรอนุปริญญา กับปริญญาโท ดังนั้นสบายใจได้ค่ะ"

Q. "พี่ค่ะๆ แล้วหนูจะได้เรียนภาษามือรึป่าวคะ แบบว่าอยากเรียนม๊ากมาก~"
Ans. "ได้สิจ๊ะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะตอนปี 3 อ่ะนะ"

Q. "ง่า! นึกคำถามไม่ออก หมดมุขแล้ว - -" "
Ans. "ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่โม้ต่อเอง (อิ_อิ)"

พูดถึงเรื่องเรียนนะคะปี 1 เราก็จะเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานกับเพื่อนๆคณะอื่นๆที่มหาวิทยาลัยมหิดล
ที่ศาลายา(นครปฐม)ค่ะ วิชาที่เรียนในปีนี้จะแตกต่างจากรุ่นพี่ทั้ง 3 ปีนะคะ เพราะว่ามีการปรับหลักสูตรใหม่
เราจึงไม่ต้องเรียนแคลคูลัสกับสถิติ(เย้! T^T) แต่ก็ยังต้องเรียนคณิตอยู่นะคะ(แต่เรียนแค่ สมการเชิงเส้น
เมตริกซ์ เซต การเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่ ความน่าจะเป็น และการตัดสินใจ) ส่วนวิชาอื่นๆ พวก ฟิสิกส์
ชีวะ เคมี ก็เรียนเหมือนๆกับคณะอื่นอ่ะค่ะ แต่รู้สึกจะน้อยกว่าหน่อยเพราะไม่มีแลปเคมีอ่ะนะ แล้วก็ไม่มีสอบแลปกริ๊ง
แต่ต้องสอบไบโอ 2 ตัวแทน ซึ่งเป็นอะไรที่โหดมากๆเลย เพราะเราต้องอ่านไบโอตั้ง 2 ตัวแนะ(ในขณะที่คนอื่นเขาสอบแลปกริ้งกันไปแล้ว)
อ้อ! แล้วก็ต้องเรียนคอมพิวเตอร์ด้วยนะ เป็นคอมฯแบบเน้นทฤษฎีอย่างเดียว(หมายความว่าคุณจะไม่ได้แตะคอมฯในคาบเรียนนี้แน่นอน)
อืม! แล้วก็ยังมีวิชาใหม่ที่เพิ่งเปิดสอนที่มหิดลด้วยนะ คือ วิชาการศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์ หรือเรียกสั้นๆว่า MUGE
วิชานี้พูดง่ายๆก็คือวิชาสังคมศึกษานั้นแหละ ซึ่งในคลาสเรียนนี้เราจะได้เรียนรวมกับเพื่อนๆจากคณะอื่น อาทิเช่น
หมอ พยาบาล เภสัช วิทยาฯ ฯลฯ ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนๆต่างคณะ(และได้เหล่หนุ่มๆคณะอื่นด้วย อิ_อิ)
ซึ่งเวลาส่วนใหญ่ในวิชานี้เราจะเน้นนอนกันเป็นส่วนใหญ่อ่ะค่ะ(ถึงไม่ใช่วิชานี้ก็นอนเป็นส่วนใหญ่เหมือนเดิมแหละ - -")
วิชาแต่ละวิชาที่เราเรียนนี้ก็จะเหมือนกับม.ปลายเลยค่ะ แต่ว่าจะลึกกว่ามากๆ ถ้าน้องๆคนไหนแม่นอยู่แล้วก็สบายไป
แต่ถ้าไม่ ล่ะก็...(หึหึหึ ^-^*)

ในเทอม 2 น้องๆจะได้เจอกับวิชาที่เฝ้ารอคอย(รึป่าวหว่า?) นั้นก็คือ วิชากายวิภาคศาสตร์(Anatomy)
น้องๆจะได้เรียนกับอาจารย์ใหญ่ค่ะ จะเป็นยังไงนั้นพี่ก็บอกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตอนที่เขียนอยู่เนี่ย
พี่ยังไม่ได้เรียนวิชานี้เลย (แหะๆ ^^")

แล้วพอปี 2 ขึ้นไปน้องๆก็ต้องไปเรียนวิชาคณะกันที่โรงพยาบาลรามาธิบดีค่ะ
แต่ในปี 2 เราก็ยังไม่ได้ไปที่รามาฯอย่างเต็มตัว เพราะยังต้องไป-กลับ รามาฯ-ศาลายาอยู่
ส่วนวิชาในปี 2 นั้นก็รู้สึกว่าจะต้องเรียนวิชาเกี่ยวกับการฟังและออกเสียงที่ถูกต้อง อ้อ! แล้วก็จิตวิทยาด้วยนะ

ส่วนพี่ปีสูงก็จะเรียนเกี่ยวกับคลินิก มีการฝึกปฏิบัติจริง โดยจะมีการแยกวิชาเอก คือ แก้ไขการพูด และแก้ไขการฟัง
ก็แล้วแต่นะคะว่าแต่ละคนจะถนัดด้านไหน ซึ่งทั้ง 2 ด้านนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยทีเดียว
เพราะไม่ว่าจะการพูดหรือฟัง ถ้าเราสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็เท่ากับว่าตายทั้งเป็นเลยทีเดียว น้องๆลองคิดว่าตัวเองพูดไม่ได้
หรือไม่สามารถได้ยินอะไรได้เลยจะเป็นอย่างไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ให้สามารถ
พูดหรือฟังได้อีกครั้ง ถึงจะไม่เหมือนปกติก็ตาม(มีหลักการน่าดูเลยเนอะ!)

เนื่องด้วยคณะของเราเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ก็เลยมีคนค่อนข้างน้อย แต่นั้นก็ถือเป็นข้อดีนะคะ ^-^
เพราะว่าทำให้คนในคณะค่อนข้างสนิทกันเร็ว แล้วก็รู้จักกันเกือบทุกคน(แหะๆ พอดีจำรุ่นบางคนไม่ค่อยได้เพราะไม่ได้เจออ่ะ >/|<)
เป็นคณะที่อบอุ่นทีเดียวล่ะค่ะ เพราะคณะเราเนี่ยก็บอกแล้วว่ามีคนน้อยดังนั้นก็มักจะอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่
(ก็มันมีกันแค่นั้นแหละ - -") ไปไหนไปกัน เฮฮาสนุกสนาน ไม่เหมือนบางคณะที่คนเยอะๆ แล้วก็รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนใหม่ทุกวัน
แถมบางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่คณะเดียวกัน(ถ้ามันจำได้ทั้งหมด100กว่าคนก็เทพไปแล้ว - -")

.....................................................................................................................................

FAQ คำถามที่พบบ่อย


Q. จะได้เงินเดือนเท่าไหร่?

A. เงินเดือนขั้นต่ำจบป.ตรีเท่ากันกับคณะอื่นๆค่ะ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานของรัฐหรือเอกชนด้วยนะ
(แล้วก็ขึ้นอยู่กับความขยันและเราเลือกงานรึป่าว?)



Q. จะมีงานทำไหม?

A. งานมีแน่นอนค่ะ เพราะตอนนี้บุคลาการทางด้านของเรากำลังขาดแคลน และสามารถผลิตบุคลากรได้จำนวนน้อยต่อปี ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีงานทำ ถ้าจะไม่มีก็อาจจะเป็นเพราะน้องๆเลือกงานอย่างเดียวแหละค่ะ


Q. จะต่อเป็นหมอได้ไหม?

A. ขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าคณะเราไม่ใช่แพทย์ เป็นแค่เพียงบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ตำแหน่งของเราก็คือสายงานเวชศาสตร์การสื่อความหมายค่ะ ดังนั้นถ้าน้องๆอยากจะต่อแพทย์ก็ต้องเรียนหลักสูตรแพทย์ต่อเนื่อง โดยดูจากระเบียบการของมหาลัยนั้นๆได้แต่ถ้าให้พี่แนะนำ ถ้าน้องๆอยากเป็นหมอ พี่ว่าเรียนแพทย์ไปเลยดีกว่า เพราะน้องๆต้องมาเสียเวลาเรียนตั้ง 4 ปีแน่ะถึงจะได้ไปเรียนในสิ่งที่ต้องการจริงๆ พี่ว่าให้คนที่เค้าอยากเรียนจริงๆเรียนดีกว่าค่ะ


Q. คณะนี้เรียนกี่ปี?

A. เรียน 4 ปีค่ะ


Q. ต้องใช้คะแนนความถนัดแพทย์ไหม?

A. ไม่ใช้ค่ะ (เพราะอยู่เราอยู่ในหลักสูตรวท.บ. แต่ไม่ใช่หลักสูตรพ.บ.)



Q. จบไปแล้วทำอาชีพอะไรได้บ้าง?

A. นักแก้ไขการพูด นักแก้ไขการได้ยิน

Credit  http://writer.dek-d.com/akira_ked_sa

3500

เข้าชม

9

ตอบกลับ

มารู้จักกับ สาขาความผิดปกติของการสื่อสารความหมาย

โพสต์เมื่อ 07/03/2010 17:05 | 0
ปีนี้คะแนนจะอยู่ประมาณเท่าไหร่ครับ น่าสนใจมาก
โพสต์เมื่อ 16/03/2010 19:55 | 0

แจ่มมม

โพสต์เมื่อ 27/03/2010 15:34 | 0

สาธิตการผ่าอาจารย์ใหญ่... ห้ามพลาด!!

ไม่ต้องง้อวันวิทย์ ไม่ต้องตามติดโอเพ่นเฮาส์

ถ้าน้องคือผู้สนใจในการศึกษา แพทย์ พยาบาล  สหเวช เภสัช ทันตะ  สาธารณสุข หรือวิทยาศาสตร์ สุขภาพทุกสาขา
เรามีสิ่งดีดี ที่น่าสนใจและ เหมาะกับน้องมานำเสนอ...

1. DvD Anatomy For Beginners
การเรียนการสอนจากประเทศเยอรมัน สาธิตจากการผ่าศพจริงตั้งแต่ต้นจนจบ
บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องกลัวฟังไม่ทัน เรามีเนื้อหาที่บรรยายเป็นไฟล์ให้ด้วย...
เรียนรู้ไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทุกระบบ เวลาในการสาธิตประมาณ 250 นาที
เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์,นักศึกษาพยาบาล,เทคนิคการแพทย์,กายภาพบำบัด
เภสัช ทันตแพทย์  สาธารณสุขและนักศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขา
และนักเรียนผู้สนใจศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือเพื่อประกอบการตัดสินใจ
เข้าศึกษาในคณะแพทย์ศาสตร์ทุกสาขา...(วัดใจก่อนเรียน...)
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

2. Dynamic Human Anatomy
โปรแกรม รายละเอียด กายวิภาค
แยกดูอวัยวะแต่ละส่วน มีภาพจริง และภาพ กราฟฟิกประกอบ
โจทย์แต่ละบทเรียน มีทั้ง ก่อนเรียน และหลังเรียน...
ชัดเจน แน่นด้วยเนื้อหา เหมือนมี Text Book อยู่กับตัว
ใช้แทนText Book ได้  ใช้ทำรายงานได้...
  "ควรใช้คู่กับ DvD Anatomy For Beginners"
   1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

3.โปรแกรมตรวจวินิจฉัยโรค
 โปรแกรมทางการแพทย์ (ภาษาไทย) Multimedia Education
-ตำราตรวจวินิจฉัยโรคสำหรับ เภสัชฯ/แพทย์/พยาบาล และบุคคลากรสาธารณสุขทุกระดับ
-เป็นคู่มือใช้แนะนำการใช้ยา/การป้องกันโรคและการปฎิบัติตัวเมื่อเป็นโรค

เนื้อหา
    280 โรคและหลักการวินิจฉัยรักษาพร้อมหลักการซักประวัติและตรวจร่างกาย
    68 แผนภูมิช่วยตัดสินใจ การวินิจฉัยแยกโรคจากอาการ
    98 ชนิดยาพร้อมรายละเอียดการใช้รวมทั้งการให้น้ำเกลือ
-โรคและหลักการวินิจฉัยโรคพร้อมหลักการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน สามารถพูดได้
-แผนภูมิประกอบการวินิจฉัยโรค
-ชนิดยาและหลักการใช้ยานั้น  เช่น Loratadine ทานอย่างไร  / รักษาโรคอะไร / ขนาดยาที่ใช้
นักศึกษาแพทย์  หรือ ผู้สนใจวิทยาศาสตร์การแพทย์ ไม่ควรพลาด...
1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

4.VCDตรวจภายใน
    สาธิตการตรวจภายในจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ
    1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

5. CD ตำราการใช้ยาแผนปัจจุบันและสมุนไพร
    โปรแกรม รายละเอียดการใช้ยาที่ครบครันทุกรายละเอียดที่สุดเท่าที่มีมา
    มีทั้ง ยาปัจจุบันและ สมุนไพร
    1 ชุด 1 แผ่น ราคา 250 บาท

6. Body explorer
    โปรแกรมรวมภาพร่างกายมนุษย์ ทุกรูปแบบการตัด ทั้ง ตัดขวาง ตัดตามยาว ตั้งแต่หัวจรดเท้า
    ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ใช้ประกอบกับการเรียน anatomy ทุกรูปแบบ...
    เพื่อที่จะได้ทราบว่า อวัยวะใด อยู่ตรงไหน ตำแหน่งไหน เป็นอีกสื่อการเรียน anatomy
    ที่ควรจะมีไว้...
    1ชุด1แผ่น ราคา 250 บาท

7. Text BIO Campbell edit 7
    text book biology ที่ได้รับการยอมรับที่สุดในรูปแบบ e-book
    ภาพประกอบ สวยงามเข้าใจง่าย สามารถพริ๊น หรือใช้อ้างอิงได้...
    1ชุด1 แผ่น ราคา 250 บาท


รับชำระเงินทางธนาคาร ส่งของทางไปรษณีย์
จัดส่งถึงบ้าน (ค่าจัดส่ง EMS 50 บาท)

สนใจสั่งซื้อทางE-MAIL    imedshop@gmail.com  (จีเมลนะ สำคัญมาก!!)
หรือทิ้งเบอร์ติดต่อกลับในE-mail

ขอบคุณครับ และขอให้ติดในคณะที่ต้องการ...

โพสต์เมื่อ 05/04/2010 12:05 | 0
คนพูดไม่รู้เรื่อง เหมือนตายทั้งเป็น ถ้าผมติด ผมจะช่วยคนอื่นที่ผิดปกติทางการสื่อสารครับ เพราะผมเคยเป็น มันทรมานมาก เวลาพูดแล้วคนอื่นไม่เข้าใจ สื่อสารไม่รู้เรื่อง เจ็บปวด ขอให้เพื่อนทุกคนที่มีใจรักติดในสาขานี้นะครับ
โพสต์เมื่อ 05/05/2010 01:01 | 0

อยากเรียนมากเลยคะ เลือกไปแล้วด้วย แต่ยังหวั่นๆเรื่องคะแนน ติดด้วยเถิดๆ

โพสต์เมื่อ 10/05/2010 11:52 | 0

ได้เรียนแล้วคะ เย้ๆ

โพสต์เมื่อ 20/09/2010 20:30 | 0

ผมอยากทราบว่าจบไปแล้วทำงานเกี่ยวกับอะไรอ่ะครับ

เพราะว่าเป็นสาขาที่พึ่งเปิดเลยอยากรู้ว่าจะทำในแผนกไหนของโรงพยาบาลอ่ะครับ

ขอบคุณนะครับ^^

โพสต์เมื่อ 19/01/2011 17:41 | 0

อยากเรียนมากค่ะ แต่ ตอนนี้ หนูอยู่ม.3 *-*กำลังจะขึ้น ม.4ค่ะ  เลยกะจะต่อสายวิทย์ค่ะ ^-^V

โพสต์เมื่อ 19/09/2011 23:20 | 0
รับเข้าโดยแอดกลางอย่างเดียว คะแนนก็สูงขึ้นทุกปีๆ sleeping