เฉ่งอุดมศึกษาสร้างบัณฑิตไม่ตรงความต้องการ

 

สกอ.จับมือภาคธุรกิจ ส่งเสริมความสามารถการแข่งขันของประเทศ “สุเมธ” แนะทุกฝ่ายต้องร่วมกัน อย่าโยนให้สกอ.หรือศธ.ด้านภาคเอกชน เฉ่งอุดมศึกษา พัฒนาบัณฑิตไม่ตรงความต้องการ ชี้เด็กไทยมีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ทำงานเป็นทีมไม่เป็น ฝากมหาวิทยาลัยแข่งขันพัฒนาคนให้มีความรู้ ความพร้อม และตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ

 

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2553  ที่โรงแรมสยามซิตี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดประชุมสัมมนา เรื่องบทบาทภาครัฐและเอกชนที่ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” โดยดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า มุมมองเรื่องการการศึกษาในอดีตและปัจจุบันแตกต่างกัน ซึ่งในอดีตจะมองการศึกษา คือ การตอบสนองความต้องการของสังคม คนที่อยากเรียนต้องได้เรียน แต่ในขณะนี้นอกจากเรื่องการตอบสนองความต้องการของสังคมแล้ว ยังต้องตอบสนองความต้องการของประเทศทางด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา คือการลงทุนด้วย ดังนั้น การขับเคลื่อนระดับอุดมศึกษา จึงมี 3 แนวทาง คือ 1.ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ซึ่งตอนนี้สถาบันอุดมศึกษามี ที่นั่งเพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่ต้องการเข้าแล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็นปัญหา แต่เรื่องที่เป็นปัญหา คือเรื่องคุณภาพ ระบบจึงมีความสำคัญในการบริหารจัดการดูแลมหาวิทยาลัย

 2.ประสิทธิภาพการกำกับมหาวิทยาลัย นโยบายในการบริหารอุดม จึงต้องมีความอิสระคล่องตัว การตัดสินของมหาวิทยาลัยสิ้นสุดที่สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง หรือ 99 % เป็นการตัดสินใจของม.โดยตรงมีเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่สกอ. หรือรมว.ศึกษาธิการเป็นผู้ตัดสินใจ และ 3.ความเป็นเลิศทางวิชาการ คุณภาพบัณฑิต สกอ.แบ่งประเภทของมหาวิทยาลัยเพื่อให้แต่ละแห่งมีธงในการบริหารจัดการ และรัฐบาลสนับสนุนสอดคล้องกับประเภทมหาวิทยาลัย ซึ่งรัฐไม่สามารถวางนโยบายเรื่องเดียวและใช้กับมหาวิทยาลัยทั้งหมดได้ แต่ต้องมีนโยบาย สนับสนุนที่เหมาะสมกับประเภท ของมหาวิทยาลัย และสามารถแข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการศึกษาเพื่อการแข่งขัน เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายร่วมกันไม่ใช่เป็นเรื่องอุดมศึกษา หรือกระทรวงศึกษาเพียงอย่างเดียว

 ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้บริหารส่วนเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก แต่ในอนาคตต้องแข่งขันมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น ต้องมาจากการแข่งขันด้านการเงินการคลัง และการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษา เป็นการพัฒนาคน จะทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ เป็นแรงงาน เป็นนักคิดที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ยากที่สุด และสำคัญที่สุด เพราะเศรษฐกิจจะโตขึ้น เรื่องของประสิทธิ์ภาพในการพัฒนาเด็ก สอนเด็กให้คิดเป็น และมีความสามารถในการแข่งขัน เป็นสิ่งที่จำเป็น

  ว่าที่ร้อยเอกจิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าองค์กรธุรกิจต้องการคนที่มีลักษณะ 4 ประการ แต่ขณะนี้บัณฑิตที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน องค์กรธุรกิจ กลับไม่มีคุณลักษณะดังกล่าว คือ 1มีองค์ความรู้ที่แน่นในสาขาวิชาที่ตนเองจบมา เด็กที่จบออกมากลับไม่มีความรู้ เช่น นักบัญชี ตรวจสอบบัญชีไม่เป็น เป็นต้น 2.สามารถนำความรู้ไปปฎิบัติ แต่เด็กไทยตอนนี้กลับมาความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เพราะเด็กมีแต่ความจำ ไม่รู้เชื่อมโยงสู่การปฎิบัติ 3.การทำงานเป็นทีม ซึ่งเด็กยุคใหม่ทำงานเป็นทีมไม่เป็น เป็นแต่ทำงานทีมใครทีมมัน และแข่งขันกันเอง และ4.มีวิสัยทัศน์ คุณธรรม แต่ของเด็กไทย มีแต่คุณนะทำ แต่เราไม่ทำ เพราะฉะนั้นการบริหารธุรกิจด้วยความเป็นธรรม กลายเป็นมีแต่คนที่เอาตัวรอดในองค์กร มหาวิทยาลัยจึงต้องแข่งขันพัฒนาคนให้มีความรู้ ความพร้อม และตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

 

Credit  เดลินิวส์