ครูสอนผู้เรียนสมาธิสั้น

นิยามอาชีพ
          เป็นบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนเพื่อสอนรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้เรียนสมาธิสั้น ศึกษาประวัติและข้อมูลของผู้เรียน ประเมินความสามารถของผู้เรียนเพื่อจัดเตรียมแผนการสอน วิธีการสอน กิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับข้อจำกัดและความต้องการของผู้เรียน ดำเนินการสอนและบันทึกการสอนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลิตสื่อหรือการนำอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็นมาใช้ เตรียมความพร้อมด้านการศึกษา ร่างกาย อารมณ์ และสังคมของผู้เรียนเพื่อส่งเข้าไปเรียนในโรงเรียนร่วม สอนผู้เรียนสมาธิสั้นร่วมชั้นเรียนกับผู้เรียนปกติในโรงเรียนสอนคนปกติทั่วไป ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ครูประจำชั้นในโรงเรียนเรียนร่วม รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะของงานที่ทำ
          กลุ่มเด็กสมาธิสั้นมี 2 ประเภท คือ สมาธิสั้นอย่างเดียว (Attention Deficit Disorder หรือ ADD) กับสมาธิสั้นและไม่อยู่นิ่ง หรืออยู่นิ่งเฉยไม่ได้ (Attention Deficit Hyperactive Disorder หรือ ADHD) พฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ เกิดจากองค์ประกอบทางชีววิทยาและสรีรวิทยาซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของทุกคน และเด็กกลุ่มนี้เองก็ไม่อยากเป็นเช่นนั้น การจัดการเรียนการสอน หรือการจัดหลักสูตร จึงไม่จำกัดเฉพาะแค่การเรียนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น ดังนั้นการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนจะต้องประกอบด้วยการปรับพฤติกรรม ทักษะทางสังคม ทักษะทางวิชาการ กิจกรรมทางพลศึกษาและนันทนาการ การอยู่ในความดูแลและการให้ยาของแพทย์ การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน การให้คำแนะนำกับผู้ปกครองเป็นรายบุคคล รวมถึงสมาชิกในครอบครัวทุกคน หลักการและวิธีการเรียนการสอนสำหรับกลุ่มเด็กสมาธิสั้นมีดังนี้
 1. เด็กกลุ่มนี้อาจทำงานไม่เสร็จตามที่มอบหมาย จึงควรพิจารณาปริมาณการบ้านให้น้อยลงกว่าเด็กปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในการเรียน กระตุ้นส่งเสริมให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองพยายาม หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้างความอับอายให้กับเด็ก
 2. จัดหาเพื่อนคู่หูหรืออาสาสมัครในห้องเรียนให้กับเด็กสมาธิสั้น เพื่อคอยเตือนหรือช่วยเหลือในบางกรณี
 3. ปรับสภาพแวดล้อมในห้องเรียนให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของเด็ก จัดให้เด็กนั่งบริเวณที่ครูสามารถเห็นได้ชัดเจนและควรจัดพื้นที่ให้กว้างกว่าเด็กอื่นๆ
 4. ปรับวิธีการสอนและเทคนิคการสอน ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน บางคนเรียน
ได้จากการฟัง บางคนเรียนได้จากการอ่าน บางคนเดินรอบห้องเรียน บางคนโยกตัว ขยับเท้าไปตามจังหวะดนตรี และหากเด็กอ่านหนังสือไม่ได้ ไม่ควรเน้นการอ่าน อาจสอนโดยการเล่าเรื่องให้เด็กฟัง หรือให้ฟังจากเทปบันทึกเสียงหรือเทปโทรทัศน์ เป็นต้น
 5. ให้เวลาในการทำงานหรือทำแบบฝึกหัดแก่เด็กเพิ่มขึ้น หรือให้เวลาการทำงานเท่ากับเด็กอื่นๆ แต่ปริมาณแบบฝึกหัดอาจน้อยลง
 6. ฝ่ายบริหารต้องให้ความช่วยเหลือในการจัดระบบการเรียนการสอนของผู้ประกอบอาชีพนี้ เช่น จัดห้องเรียนที่ไม่มีหน้าต่างเพื่อให้เด็กเข้าไปเรียนบางเวลา จัดครูควบคุมเด็ก 2 คน ต่อเด็ก 2 – 3 คน เป็นต้น
 7. ปรับปรุงวิธีสอนเด็ก เช่น อาจจัดสอบโดยการอ่านข้อสอบให้ฟัง หรือสอบปากเปล่าเป็นต้น โดยเฉพาะเนื้อหาการเรียนการสอนบางบทที่ค่อนข้างยากในการทำความเข้าใจ จะต้องแจกแจงสิ่งนั้นออกเป็นขั้นตอนง่ายๆ เพื่อให้เด็กเรียนได้
 8. สอนให้มีระเบียบวินัย โดยการสอนตรง (direct instructive) แสดงแบบอย่างให้เด็กได้เห็น และปฏิบัติตาม และกำหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบง่ายๆ ที่ชัดเจน เพื่อบอกว่าสิ่งใดเด็กสามารถทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้
 9. ร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อสื่อสารให้เข้าใจตรงกันเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กในการเรียนและพฤติกรรม
 10. ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่าง คงเส้นคงวา สม่ำเสมอ และปฏิบัติต่อเด็กด้วยความยุติธรรม

สภาพการจ้างงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาของรัฐ จะได้รับอัตราเงินเดือน ตามวุฒิการศึกษา โดยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับอัตราค่าจ้างเดือนละ 7,260 บาท และค่าการสอนพิเศษอีกเดือนละ 2,000 บาท รวมทั้งสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลเหมือนกับข้าราชการทั่วไปของรัฐบาล เมื่อครบกำหนดการปฏิบัติงานสอน 2 ปี สามารถลาศึกษาต่อได้ 
          หากผู้ประกอบอาชีพนี้สอนเสริมในวันเสาร์หรือวันหยุด ถ้าสอนในสถาบันการศึกษาของรัฐจะได้รับอัตราค่าสอนชั่วโมงละ 250 – 280 บาท ในภาคเอกชนชั่วโมงละ 300 – 500 บาท และบางแห่งอาจคิดค่าสอน ถึงชั่วโมงละ 1,000 บาท
 
สภาพการทำงาน
          ในโรงเรียนเรียนร่วม เด็กสมาธิสั้น หรือแม้กระทั่งเด็กหลายคนมักจะขาดทักษะในการเรียนหนังสือ ดังนั้นการฝึกฝนทักษะ ให้เด็ก “เรียนหนังสือเป็น” และเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาพฤติกรรมของเด็ก จะต้องจัดให้มีมุมสงบสำหรับเด็กนั่งทำแบบฝึกหัด หรืออ่านหนังสือเงียบๆ จัดหาอุปกรณ์ สื่อช่วยเหลือการเรียนการสอนเช่น มีคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเทปบันทึกภาพ เครื่องเล่นเพื่อฝึกสมาธิ หรือหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังรบกวนสมาธิของเด็ก ควรเตรียมอุปกรณ์ พลาสติกอุดหู (ear plug) หรือหูฟัง (ear phone) ไว้ให้พร้อม เป็นต้น และอาจต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรผู้ช่วย เช่น ผู้ช่วยครู หรือครูพี่เลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้นเป็นอย่างดี 
          สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ทั้งที่สอนเต็มเวลา หรือสอนเสริม จะต้องจัดห้องให้มีสิ่งเร้าน้อยที่สุด ไม่ควรมีสีสันฉูดฉาด มีอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสอนได้ตามความเหมาะสมและตามความสนใจของผู้เรียน

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
 1. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ หรือหลักสูตรการศึกษาพิเศษ
 2. มีความรักเด็ก มีความเสียสละ
 3. เป็นคนใจเย็น อดทน มีเมตตา
 4. มีความรู้หลักวิชาการสอน และจิตวิทยาพัฒนาการ เด็ก
 5. มีความยืดหยุ่น มีไหวพริบและปฏิภาณดี และมีความรู้รอบตัว
 6. มีทัศนคติดี และเป็นคนเปิดกว้าง
 7. มีความคิดสร้างสรรค์
 8. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า สอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันราชภัฏ ทั้ง 6 แห่ง คือ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต สถาบันราชภัฏเชียงราย สถาบันราชภัฏมหาสารคาม สถาบันราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันราชภัฏนครราชสีมา
          สำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนี้และประกอบอาชีพเป็นครูหรืออาจารย์ ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี อยู่แล้ว
สามารถเข้าศึกษาต่อหลักสูตรระยะสั้น หรือหลักสูตรปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

โอกาสในการมีงานทำ
          ผู้สนใจต้องการประกอบอาชีพนี้มีโอกาสในการทำงานสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ ประสาทวิทยา พันธุกรรมศาสตร์ นักจิตวิทยา นักการศึกษาได้นำข้อมูลต่างๆ มาทำการวิจัย เพื่อจัดการการศึกษาพิเศษของกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและเด็กปัญญาเลิศมากขึ้น 
          ปัจจุบัน จำนวนของเด็กสมาธิสั้น อาจมีคำตอบแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่าสมาธิสั้นและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเด็กทั่วไป แต่อาจสรุปได้ว่ามีเด็กสมาธิสั้นประมาณ 3 – 5% ของประชากรในวัยเรียน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน แนวโน้มของเด็กสมาธิสั้นอาจเกิดมากขึ้นเนื่องจากสังคมสลับซั้บซ้อนมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถจัดบริการด้านการเรียนการสอนที่สอดคล้องและเพียงพอกับสภาพและสภาวะของเด็กได้อย่างทั่วถึง 
          ดังนั้น นักการศึกษาจึงได้เสนอแนะ ผู้บริหารโรงเรียนต้องให้ความสำคัญแก่ เด็กการศึกษาพิเศษ โดยอย่างน้อยทุกโรงเรียนควรต้องมีบุคลากรที่เป็นครูการศึกษาพิเศษ 1 คน และครูทุกคนควรเข้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นการศึกษาพิเศษ เพราะสามารถนำไปจัดการเรียนการสอนได้ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาอื่นๆ และในบางกรณี เด็กสมาธิสั้นอาจมีอาการบกพร่องอื่นๆ รวมอยู่ด้วยก็เป็นได้ เช่น เอ็มอาร์ (Mental Retardation) หรือแอลดี (Learning Disorder) ดังนั้นผู้ประกอบอาชีพนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วประเทศ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ในสายงานทางการศึกษา ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งโดยพิจารณาจากผลงานทางวิชาการ และความสามารถ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสควรเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในภาควิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร หรือเข้าอบรมในหลักสูตรดังกล่าวเพิ่มเติมได้

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          ครูสอนศิลปะบำบัด ครูสอนดนตรีบำบัด เจ้าของผู้ประกอบศูนย์พัฒนาการหรือปรับพฤติกรรมเด็กพิเศษ

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
สถาบันราชภัฏ www.rajabhat.ac.th
สถาบันราชภัฏสวนดุสิต สถาบันราชภัฏเชียงราย สถาบันราชภัฏมหาสารคาม สถาบันราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันราชภัฏนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาการศึกษาพิเศษ www.swu.ac.th

นิยามอาชีพ
          เป็นบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน และส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนเพื่อสอนรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้เรียนสมาธิสั้น : ศึกษาประวัติและข้อมูลของผู้เรียน ประเมินความสามารถของผู้เรียนเพื่อจัดเตรียมแผนการสอน วิธีการสอน
กิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับข้อจำกัดและความต้องการของผู้เรียน ดำเนินการสอนและบันทึกการสอนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลิตสื่อหรือการนำอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็นมาใช้ เตรียมความพร้อมด้านการศึกษา ร่างกาย อารมณ์ และสังคมของผู้เรียนเพื่อส่งเข้าไปเรียนในโรงเรียนร่วม สอนผู้เรียนสมาธิสั้นร่วมชั้นเรียนกับผู้เรียนปกติในโรงเรียนสอนคนปกติทั่วไป ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ครูประจำชั้นในโรงเรียนเรียนร่วม รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะของงานที่ทำ
          กลุ่มเด็กสมาธิสั้นมี 2 ประเภท คือ สมาธิสั้นอย่างเดียว (Attention Deficit Disorder หรือ ADD) กับสมาธิสั้นและไม่อยู่นิ่ง หรืออยู่นิ่งเฉยไม่ได้ (Attention Deficit Hyperactive Disorder หรือ ADHD) พฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ เกิดจากองค์ประกอบทางชีววิทยาและสรีรวิทยาซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของทุกคน และเด็กกลุ่มนี้เองก็ไม่อยากเป็นเช่นนั้น
 การจัดการเรียนการสอน หรือการจัดหลักสูตร จึงไม่จำกัดเฉพาะแค่การเรียนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น ดังนั้นการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนจะต้องประกอบด้วยการปรับพฤติกรรม ทักษะทางสังคม ทักษะทางวิชาการ กิจกรรมทางพลศึกษาและนันทนาการ การอยู่ในความดูแลและการให้ยาของแพทย์ การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียน การให้คำแนะนำกับผู้ปกครองเป็นรายบุคคล รวมถึงสมาชิกในครอบครัวทุกคน หลักการและวิธีการเรียนการสอนสำหรับกลุ่มเด็กสมาธิสั้นมีดังนี้
 1. เด็กกลุ่มนี้อาจทำงานไม่เสร็จตามที่มอบหมาย จึงควรพิจารณาปริมาณการบ้านให้น้อยลงกว่าเด็กปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวในการเรียน กระตุ้นส่งเสริมให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองพยายาม หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้างความอับอายให้กับเด็ก
 2. จัดหาเพื่อนคู่หูหรืออาสาสมัครในห้องเรียนให้กับเด็กสมาธิสั้น เพื่อคอยเตือนหรือช่วยเหลือในบางกรณี
 3. ปรับสภาพแวดล้อมในห้องเรียนให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของเด็ก จัดให้เด็กนั่งบริเวณที่ครูสามารถเห็นได้ชัดเจนและควรจัดพื้นที่ให้กว้างกว่าเด็กอื่นๆ
 4. ปรับวิธีการสอนและเทคนิคการสอน ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน บางคนเรียน
ได้จากการฟัง บางคนเรียนได้จากการอ่าน บางคนเดินรอบห้องเรียน บางคนโยกตัว ขยับเท้าไปตามจังหวะดนตรี และหากเด็กอ่านหนังสือไม่ได้ ไม่ควรเน้นการอ่าน อาจสอนโดยการเล่าเรื่องให้เด็กฟัง หรือให้ฟังจากเทปบันทึกเสียงหรือเทปโทรทัศน์ เป็นต้น
 5. ให้เวลาในการทำงานหรือทำแบบฝึกหัดแก่เด็กเพิ่มขึ้น หรือให้เวลาการทำงานเท่ากับเด็กอื่นๆ แต่ปริมาณแบบฝึกหัดอาจน้อยลง
 6. ฝ่ายบริหารต้องให้ความช่วยเหลือในการจัดระบบการเรียนการสอนของผู้ประกอบอาชีพนี้ เช่น จัดห้องเรียนที่ไม่มีหน้าต่างเพื่อให้เด็กเข้าไปเรียนบางเวลา จัดครูควบคุมเด็ก 2 คน ต่อเด็ก 2 – 3 คน เป็นต้น
 7. ปรับปรุงวิธีสอนเด็ก เช่น อาจจัดสอบโดยการอ่านข้อสอบให้ฟัง หรือสอบปากเปล่าเป็นต้น โดยเฉพาะเนื้อหาการเรียนการสอนบางบทที่ค่อนข้างยากในการทำความเข้าใจ จะต้องแจกแจงสิ่งนั้นออกเป็นขั้นตอนง่ายๆ เพื่อให้เด็กเรียนได้
 8. สอนให้มีระเบียบวินัย โดยการสอนตรง (direct instructive) แสดงแบบอย่างให้เด็กได้เห็น และปฏิบัติตาม และกำหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบง่ายๆ ที่ชัดเจน เพื่อบอกว่าสิ่งใดเด็กสามารถทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้
 9. ร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อสื่อสารให้เข้าใจตรงกันเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็กในการเรียนและพฤติกรรม
 10. ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่าง คงเส้นคงวา สม่ำเสมอ และปฏิบัติต่อเด็กด้วยความยุติธรรม

สภาพการจ้างงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้ที่ปฏิบัติงานในสถาบันการศึกษาของรัฐ จะได้รับอัตราเงินเดือน ตามวุฒิการศึกษา โดยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับอัตราค่าจ้างเดือนละ 7,260 บาท และค่าการสอนพิเศษอีกเดือนละ 2,000 บาท รวมทั้งสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลเหมือนกับข้าราชการทั่วไปของรัฐบาล เมื่อครบกำหนดการปฏิบัติงานสอน 2 ปี สามารถลาศึกษาต่อได้ 
          หากผู้ประกอบอาชีพนี้สอนเสริมในวันเสาร์หรือวันหยุด ถ้าสอนในสถาบันการศึกษาของรัฐจะได้รับอัตราค่าสอนชั่วโมงละ 250 – 280 บาท ในภาคเอกชนชั่วโมงละ 300 – 500 บาท และบางแห่งอาจคิดค่าสอน ถึงชั่วโมงละ 1,000 บาท
 
สภาพการทำงาน
          ในโรงเรียนเรียนร่วม เด็กสมาธิสั้น หรือแม้กระทั่งเด็กหลายคนมักจะขาดทักษะในการเรียนหนังสือ ดังนั้นการฝึกฝนทักษะ ให้เด็ก “เรียนหนังสือเป็น” และเรียนรู้วิธีจัดการกับปัญหาพฤติกรรมของเด็ก จะต้องจัดให้มีมุมสงบสำหรับเด็กนั่งทำแบบฝึกหัด หรืออ่านหนังสือเงียบๆ จัดหาอุปกรณ์ สื่อช่วยเหลือการเรียนการสอนเช่น มีคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเทปบันทึกภาพ เครื่องเล่นเพื่อฝึกสมาธิ หรือหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังรบกวนสมาธิของเด็ก ควรเตรียมอุปกรณ์ พลาสติกอุดหู (ear plug) หรือหูฟัง (ear phone) ไว้ให้พร้อม เป็นต้น และอาจต้องมีการจัดเตรียมบุคลากรผู้ช่วย เช่น ผู้ช่วยครู หรือครูพี่เลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้นเป็นอย่างดี 
          สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ทั้งที่สอนเต็มเวลา หรือสอนเสริม จะต้องจัดห้องให้มีสิ่งเร้าน้อยที่สุด ไม่ควรมีสีสันฉูดฉาด มีอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสอนได้ตามความเหมาะสมและตามความสนใจของผู้เรียน

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
 1. วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ หรือหลักสูตรการศึกษาพิเศษ
 2. มีความรักเด็ก มีความเสียสละ
 3. เป็นคนใจเย็น อดทน มีเมตตา
 4. มีความรู้หลักวิชาการสอน และจิตวิทยาพัฒนาการ เด็ก
 5. มีความยืดหยุ่น มีไหวพริบและปฏิภาณดี และมีความรู้รอบตัว
 6. มีทัศนคติดี และเป็นคนเปิดกว้าง
 7. มีความคิดสร้างสรรค์
 8. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ผู้ที่สนใจในอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
          ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า สอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันราชภัฏ ทั้ง 6 แห่ง คือ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต สถาบันราชภัฏเชียงราย สถาบันราชภัฏมหาสารคาม สถาบันราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันราชภัฏนครราชสีมา
          สำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนี้และประกอบอาชีพเป็นครูหรืออาจารย์ ที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี อยู่แล้ว
สามารถเข้าศึกษาต่อหลักสูตรระยะสั้น หรือหลักสูตรปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

โอกาสในการมีงานทำ
          ผู้สนใจต้องการประกอบอาชีพนี้มีโอกาสในการทำงานสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ ประสาทวิทยา พันธุกรรมศาสตร์ นักจิตวิทยา นักการศึกษาได้นำข้อมูลต่างๆ มาทำการวิจัย เพื่อจัดการการศึกษาพิเศษของกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและเด็กปัญญาเลิศมากขึ้น 
          ปัจจุบัน จำนวนของเด็กสมาธิสั้น อาจมีคำตอบแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่าสมาธิสั้นและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเด็กทั่วไป แต่อาจสรุปได้ว่ามีเด็กสมาธิสั้นประมาณ 3 – 5% ของประชากรในวัยเรียน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน แนวโน้มของเด็กสมาธิสั้นอาจเกิดมากขึ้นเนื่องจากสังคมสลับซั้บซ้อนมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถจัดบริการด้านการเรียนการสอนที่สอดคล้องและเพียงพอกับสภาพและสภาวะของเด็กได้อย่างทั่วถึง 
          ดังนั้น นักการศึกษาจึงได้เสนอแนะ ผู้บริหารโรงเรียนต้องให้ความสำคัญแก่ เด็กการศึกษาพิเศษ โดยอย่างน้อยทุกโรงเรียนควรต้องมีบุคลากรที่เป็นครูการศึกษาพิเศษ 1 คน และครูทุกคนควรเข้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นการศึกษาพิเศษ เพราะสามารถนำไปจัดการเรียนการสอนได้ทั้งเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาอื่นๆ และในบางกรณี เด็กสมาธิสั้นอาจมีอาการบกพร่องอื่นๆ รวมอยู่ด้วยก็เป็นได้ เช่น เอ็มอาร์ (Mental Retardation) หรือแอลดี (Learning Disorder) ดังนั้นผู้ประกอบอาชีพนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วประเทศ

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          ในสายงานทางการศึกษา ผู้ประกอบอาชีพนี้ จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งโดยพิจารณาจากผลงานทางวิชาการ และความสามารถ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสควรเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในภาควิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร หรือเข้าอบรมในหลักสูตรดังกล่าวเพิ่มเติมได้

อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
          ครูสอนศิลปะบำบัด ครูสอนดนตรีบำบัด เจ้าของผู้ประกอบศูนย์พัฒนาการหรือปรับพฤติกรรมเด็กพิเศษ

แหล่งข้อมูลอื่นๆ
สถาบันราชภัฏ
www.rajabhat.ac.th
สถาบันราชภัฏสวนดุสิต สถาบันราชภัฏเชียงราย สถาบันราชภัฏมหาสารคาม สถาบันราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันราชภัฏนครราชสีมา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร คณะศึกษาศาสตร์ ภาควิชาการศึกษาพิเศษ
www.swu.ac.th

Credit  กรมการจัดหางาน

2977

เข้าชม

1

ตอบกลับ

ครูสอนผู้เรียนสมาธิสั้น

โพสต์เมื่อ 25/08/2009 09:49 | 0

ดูแล้วต้องอดทนมากๆแน่เลย