แนะนำ Business English Communication (BEC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

The Business English Communication (BEC) International Program is a Bachelor of Arts degree program which integrates English language communication skills used in business context with background knowledge essential in business communication. All courses are taught in English by highly qualified faculty members and guest lecturers.

Program of Study

The BEC International Program is a 4 year full-time program designed to deepen students’ knowledge of business English communication, key business concepts, as well as corporate and business culture. It is also designed to enhance the students’ capacity to keep up with changes in globalization and to apply their professional knowledge in the fields of business, psychology, public relations, applied linguistics, and culture to their future career or further studies.

Application forms are available from March to April.
Application to the BEC Program is open once a year.


Sales of Application Form 1 March – 5 April 2010, available at TU or CU bookstores

Submission of application form in person 22 March – 9 April, 2010
(at the Faculty of Liberal Arts, Rangsit Campus )

By post 1 March – 5 April with deposit slip of 600 baht*
*Krung Thai Bank, Tha Tien Branch
Account # 026-1-52083-0

Written examination 24 April, 2010 (9.00-12.00)
Interviews 24 April, 2010 (13.00-16.00)

Announcement of successful candidates 13 May, 2010

Start of semester 16 August, 2010

Qualification
1. High school GPA of at least 2.5 or equivalent
2. BEC written examination and interviews
3. One of the following test scores*

เว็ลหลักในการรับสมัคร http://www.tubec.org/admission.html

BEC program information Tuition Fees

1. Application form and prospectus 300 baht
2. Application fee 600 baht
3. Tuition fee per credit 1,600 baht
4. Program fee per regular semester 10,000 baht
5. Intensive preparatory courses and pre-curricular activities
20,000 baht(First year only)
6. Enrolment fee 400 baht
7. Medical services per regular semester
125 baht
8. Student activities per regular semester
150 baht
9. Sports services per regular semester
100 baht
10. Sports Services Center per regular semester
200 baht
11. Library services per regular semester
750 baht
12. Accident insurance per year
100 baht
13. University services per regular semester
       a. For Thai nationals
       b. For international students

450 baht
5,000 baht
14. Academic development and resources per semester
3,600 baht
15. Internet services per regular semester
300 baht
16. Matriculation continuation per regular semester
300 baht
17. Matriculation (if suspended) per regular semester
600 baht
18. Graduation fee
600 baht
19. Transcripts of records per copy
30 baht
20. Registration document fee per semester  
 -- First enrolment (First year only)
 -- Regular semester
 -- Summer session
200 baht
20 baht
10 baht
Total Expenses per year approximately
90,000 baht

.........................................

UniGang.com   ก็กลัวว่าน้องๆจะ งง ว่าโครงการนี้คืออะไรนะครับ โครงการนี้ ถ้าชื่อเด็ก INTER เรียกกัน ก็ BEC  แต่สำหรับมหาวิทยาลัยอื่น เราจะเรียกเด็กที่เรียน คณะนี้ว่า Com Arts นะครับ  โดยคณะนี้จะเรียน คล้ายๆ กับคณะ มนุษยศาสตร์ ของภาคภาษาไทยมากครับ   แต่ด้วยความเป็นหลักสูตรอินเตอร์  จะเป็นเหมือน กับ คณะมนุษย์ศาสตร์  + บริหารธุรกิจครับ  แต่ก็ยังเน้นไปที่ ภาษาเป็นหลักนะครับ  โดยวิชาที่น้องจะเรียน ก็อาจจะมี คณิตศาสตร์ เศรษศาสตร์ การเงิน บัญชี  กาจัดการ แต่น้องก็จะเรียนแค่วิชาพื้นฐานเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ลึกมาก  

 วิชาหลัก ของ BEC ก็ยังคงเป็น ภาษา ผมขอยกตัวอย่างเนื้อหาที่ได้เรียน  Critical Reading through Arts and CultureEnglish for Electronic Communications, Introduction to Report WritingReading and Writing in Business English   

............................... 

 

BEC program information

- BEC เรียนเกี่ยวกับอะไร ? คำถามยอดนิยม
  BEC = Business English Communication ซึ่งแปลได้ตามตัวว่า เรียนการสื่อสารเกี่ยวกับธุรกิจ
 โดยจะเน้นทักษะการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษในด้านธุรกิจต่างๆ วิชาเรียนต่างๆ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาการฟัง พูด  อ่าน และเขียน ภาษาอังกฤษภายใต้เนื้อหาของธุรกิจ และวิชาเรียนต่างๆ ของ BEC  จะ้เน้นในเรียนรู้จากสถาณการ์ณจริงที่เกิดขึ้นของโลกทั้งด้าน ธุรกิจ เศรษฐกิจ และ สังคม
  
  ปีหนึ่ง เรียนวิชาที่มหาลัยกำหนด เรียนเหมือนกันหมดทั้งมหาลัย เช่น วิชา ภาษาอังกฤษEG ภาษาไทย
  Humanity, Social Science, Western/Eastern Civilization, Thai civilization , Intregrated science and
  technology, man and arts or man and literature, แล้วก็มีให้เลือกเรียนระหว่าง คอมพิวเตอร์ กับ คณิตศาสตร์   ซึ่งหลายคนที่ไม่ชอบคณิตก้เลือกคอมได้

  ปีสองก็เรียนวิชาพวกที่เรียกว่า Content-Based Core Coursesเป้นพวกวิชาที่ควรเรียนไว้     เพราะเป้นเนื้อหาธุรกิจเบื้องต้น ที่ควรรู้ เช่น
  Business, Business Law Introductory Economics Principles of Management
  Introduction to Advertising and Public Relations Principles of Marketing Cross-Cultural Psychology
  วิชาพวกนี้ อยากจะบอกว่าเรียนสนุกมาก ไม่น่าได้น่าเบื่อ แล้วก็ชิมลางเรียนพวกวิชา English for business  communication 1-2 ไปพลาง

  ปีสามปีสี่นี้ ก็เรียนฺ Business English Communication กันจริงจัง เทอมแรกก็จะเรียน วิชาพวก
  - Business English หรือ ย่อๆ EB เช่น English for business correspondence คือเรียนวิชาการ   เขียนจดหมายแบบต่างๆ มากมาย ที่เวลาทำงานต้องใช้ เช่น การเขียนขอร้อง ปฎิเสธ เชิญชวน โฆษนา เขียน memo
  Writing for electronic communication คือ เขียนเกี่ยวกับการเขียนสื่อออนไลท์ เช่น การเขียน content สำหรับ   website หรือการเขียน email advertising เป็นต้น English for business presentation เป็นวิชาที่สนุกมาก
  เรียนเกี่ยวกับ การ research ข้อมูล ข่าวสาร ต่างๆ ในการ เตรียม presentation แล้ว มา present   หน้าห้องแบบจริงจัง
  ปีสามเทอมสอง ก็จะต้องเลือกสาย คือ 1. Translations 2. ฺBusiness English
  1. Translations ก็ตรงตัวเรียนไป แปลไป ไทย - อังกฤษ อังกฤษ-ไทย แปลพวกสัญญา
  2. เรียน EB ต่อ เช่นวิชา English for Human Resource Management , English for Business Meetings
      English for Fundamental Marketing , และ English for Business Meetings
      และยังมี วิชา อื่น ที่ไม่ใช่ EB ที่สนุกและน่าสนใจให้เรียน ไม่ว่าจะเลือกสายไหน เช่น Cross Cultural       Communication in the Western/Eastern World เป็นวิชาที่น่าสนใจมาก เรียนเกี่ยวกับ การสื่นสารกับผู้คน         ที่มีวัฒนธรรมต่างจากเรา ต้องเรียนรู้ แล้วปรับเปลี่ยนยังไง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการสื่อสาร,

  ดาวโหลดดู รายวิชา และคำอธิบายได้ว่าเรียนอะไรยังไง @ http://tubec.org/curriculum2009.pdf

  *** โครงการ BEC ตอนนี้ที่พี่เรียนอยู่ยังไม่มีให้เลือกภาษาที่สาม
  แต่มีช่วงเรียน INtensive 1 เดือน เรียนปรับพื้นฐานตอนเข้ามา ให้เลือกเรียนภาษา เช่น คือมีให้เลือก 4 ภาษาใช่มั้ย    คือ ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย

 

 

 

  

 

BEC program information

- สอบตรง BEC หลังจากรอประกาศผู้สิทธ์สอบ ดูว่าตัวเองมีชื่อไหม
ถ้ามีก็ได้สอบ การสอบ มีสองอย่าง 1. สอบข้อเขียน 2.สอบสัมภาษณ์

1. สอบข้อเขียน มีอยู่ด้วยกันสองส่วน ส่วนแรกเป็นย่อความ ก็ย่อธรรมดาไม่ได้พิสดานอะไร เขาจะให้มา 1 พารากราฟ แล้วให้เราย่อความ ก็ย่อตามที่เราเข้าใจ และที่สำคัญจับใจความให้ได้ว่า เนื้อหา เขาพูดถึงอะไร และเขียนในภาษาของเราเองที่เราเข้าใจ และอย่าลืม main point ของเนื่อเรื่อง ส่วนเนื้อหาส่วนมากจะเป็นเชิงธุรกิจ และก็ไม่ได้อ่านยากมากมาย

ย่อความ เค้าไม่กำหนดจ๊ะว่ากี่คำ แต่มันก็เป็นอะไรที่ให้ทำตามสมควรอะจ๊ะ
บทความไม่ยาวเลย สั้นๆ (จำไม่ได้แหะ ไม่ถึงหน้าด้วยซ้ำมั้ง ใช่ปะเพื่อนๆ?)
ส่วนเรื่องเปลี่ยนเป็นคำตัวเองไหม? มันก็สมควรนะๆ เปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง
ตอนพี่ทำ พี่ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องเปลี่ยนอะไรทุกคำ
เอาแค่อ่านบทความให้เข้าใจ แล้วสรุปออกมาเป็นความเข้าใจของเราอะจ๊ะ อย่าให้เนื้อความเสีย

ส่วนที่สอง คือ เรียงความ ความยาวประมาณ 300 คำ หัวข้อจะเปลี่ยนไปแต่ละปี ก็เขียนแบบ academic writing ธรรมดา แกรมม่า ก็ควรจะเขียนให้ถูก แต่อย่ากังวลจะเกินเรื่องแกรมม่า ทางที่ดีฝึกเขียน เตรียมตัวให้พร้อมดีกว่า ควรหัดเขียนไว้เยอะๆ อ่อ มีเวลาสอบ 3 ซม.

ศัพย์ที่ออก?
ประมาณ Business Vocab น่ะ
จำไม่ได้เหมือนกันนะคะ แต่ว่าไม่ยากเกินไม่ง่ายเกิน
เอาเป็นว่าน้องลองแปลพวกนี้ดู
ถ้ารู้จักก้อไม่ยากเกินหรอก
1. Vision = ?
2. Consumption = ?
3. Dominant = ?
4. Commodity = ?
5. Nationalist = ?
6. Potential = ?
7. Industrial = ?
8. Value = ?
9. Competitive advantage = ?
10. Global = ?

นี้เป้นหัวข้อเรียงความ ตอนสอบเข้าโครงการ BEC
ลองเอาไปหัดเขียนดู เผื่อจะช่วยเตรียมความพร้อม

BEC#1 (2007) - Why do you wish to join this program and what are the benefit you expect to gain from BEC?

BEC#2 (2008) - Do you think extra curricular activitity is important?

BEC#3 (2009) Considering to the collapse of the financial system, is business English still necessary field of study?

2. สอบสัมภาษณ์ คนสัมภาษณ์จะเป้นอาจาร์ยไทยและเทศ
เขาก็ถามเรื่องทั่วไป ชื่อไร เรียนไหนมา ชอบกินไร ฯลฯ ไปเรื่อยๆ น้องก็ตอบไปตามที่เขาถาม
อาจจะถามเกี่ยวกะธรรมศาสตร์นิดนึงค่อยๆตอบๆ ใจเย็นๆ ไม่เข้าใจก็ถามอาจารย์เอาอีกที
มีหลายคำถามที่จะถามความคิดเห็น เช่น ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนโลกได้จะเปลี่ยนอะไร ว่าไป ไม่ต้องกลัวว่าจะตอบผิด ตอบถูก เขาอยากเห้นการพูดของเรา มั่นใจเราตัวเองเข้าไว้

อีกนิดขอเสริมคือพี่จะบอกว่าถ้าเจอหินๆแบบพี่เข้าจะ ถามเรื่องเหตุการณืปัจจุบันด้วยอะไรแบบประมาณhottopicอะเวลาใกล้ๆสัมภาษณ์ลอง
ตามข่าวดูบ้างก็ดีเน้อ แต่ก็ไม่ต้องเครียดมากนะ
น้องก็ใจเย็นเวลาตอบต่อให้เจอคำถามที่เราไม่มีไอเดียพยามตอบให้คลุมเครือ อย่าtake stand ในสิ่งที่เราไม่มั่นใจ ให้มันดูครอบจักรวาลเข้าไว้ ประมาณว่าเราุรู้ แต่จริงคือเราุไม่รู้หรอก 555

BEC program information

- อยากทราบว่า..คะแนนที่ยื่นมีผลกับคะแนนสอบข้อเขียนเป่าค่ะ?

คะแนนที่ยื่นไม่มีผลต่อการสอบนะคะ คะแนนที่ยื่น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หมายความว่า
น้องมีสิทธิสอบข้อเขียน และ สัมภาษณ์ของโครงการค่ะ
คะแนนที่ยื่นจะดีเว่อร์ หรือ หลุดรุ่ย มันก็แค่ใช้ตอนยื่นเฉยๆน่ะค่ะจะไปวัดกันก็ ตรงสอบข้อเขียน และ สัมภาษณ์ค่ะ

เปอร์ เซนต์สอบข้อเขียนน่าจะเยอะกว่านะค่ะแล้วก้เอามา รวมกันแล้ว ไล่จากมากสุดไปเรื่อยๆค่ะ
90 คน ตัวจริง แล้ว ก้จะมีตัวสำรองประมาณ 30 คน

 

 

 

BEC program information

- แนะแนวข้อสอบตรง BEC โดยพี่ ส้มโอ BEC#1

สอบตรง
อย่างแรกคือ ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ก่อนนะคะ
ถึงจะมีสิทธิ์สอบข้อเขียน และ สัมภาษณ์
(ถ้าคะแนนไม่ผ่านก็ไม่มีสิทธิ์สอบ)

ส่วนเรื่องการสอบ

สอบข้อเขียน จะมี

1. ย่อความ 1 หรือ 2 เรื่องเนี้ย (จำไม่ได้แล้ว).. แต่ต้องย่อทุกเรื่องเลยค่ะ

2. เขียนเรียงความ (Essay) ความยาวเท่าไร จำไม่ได้อะ ตามโจทย์ที่กำหนดค่ะ

แล้ว วันต่อมา ก็ให้สอบสัมภาษณ์เลย

สัมภาษณ์ ก็แล้วแต่อะนะ ว่าใครจะได้คนไหน
เพราะคนสัมภาษณ์ มีประมาณ 10 คน
ของ เราตอนสอบ เขาก็ถามเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป โรงเรียนเก่า ครอบครัว คะแนนที่ใช้ยื่น
(สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ)
แต่ได้คุยกับเพื่อนอีกคนที่ไปสอบ เขาบอก
สัมภาษณ์นี่คุยกันสนุกมาก (งง กับมัน)

-------------------
จริงๆ ตอนถามที่คณะ ว่าสอบข้อเขียนจะมีอะไรบ้าง
เขาบอกว่า ให้อ่านข่าวเยอะๆ
แต่พอไปสอบจริงๆ ... ไม่เห็นมีเกี่ยวกับข่าวเลย
แต่มันก็เป็นความรู้เหมือนกันนะ ถ้าอ่านข่าวเกี่ยวกับ ธุรกิจมาจะได้รู้คำศัพท์
ย่อความ เรื่องแรก
เกี่ยวกับ leadership style แปลเป็นไทย
ก็ประมาณ วิธีที่ หัวหน้าปกครองลูกน้อง อะนะ
เวลาสั่งงาน หรือ อะไรประมาณนี้ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

** อันนี้ใครที่อ่านข่าวมา หรือเรียน โรงเรียนอินเตอร์ จะด้เปรียบ
เพราะถ้าเรียน business มา ก็จะรู้อยู่ว่า แต่ละ style นั้นเป็นอย่างไร
ทำให้เขียนแล้วง่ายขึ้น เพราะว่ารู้ศัพท์แล้วไง
ไม่ต้อง งง กับบทความมากมาย

เพราะย่อความคือการสรุปความเข้าใจอยู่แล้วอะนะ

เรื่องที่สอง เกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ของผู้หญิงที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน
แล้วก็ มันมีผลดีอย่างไรบ้าง ทั้งต่อผู้หญิง และผู้ชาย

ถ้าจำไม่ผิด ย่อความก็มี 2 เรื่องนี้แหละ
---------------------

อันสุดท้าย เขียนเรียงความ
ถาม ประมาณว่า ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ แล้วคิดว่าต้องการ benefit อะไร จากคณะนี้(โทษนะ คือ ไม่รูจะแปลยังไง โจทย์เป็นภาษาอังกฤษ)
สรุปคือ

ฝึกเขียนเยอะๆค่ะ
เพราะว่า การสอบอินเตอร์ของทุกคณะ
ถ้ามีการสอบเขียนเรียงความ ส่วนใหญ่โจทย์จะถามว่า why do you wish to join this program and what are the benefit you expect to gain (โจทย์จริงของคณะนึง)

เพราะงั้น มันก็เอาไปประยุกต์ใช้กันได้ทุกคณะอะค่ะ

แต่มันก็ขึ้นอยู่กับบางคณะด้วยอะค่ะ ว่าโจทย์เขาถามอะไรมากกว่านั้น

คือ สารภาพว่า สอบตรงไป 3 ที่

ก็เขียน แนวเดียวกันทุกที่อะนะ 55555
ถ้าคนตรวจเป็นคนเดียวกัน คงแบบว่า ... เหยยายคนนี้เอามุขเก่ามาใช้
ที่สำคัญคือการใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องค่ะ
การเขียนอาจจะมีเนื้อความที่ดี ตื่นเต้น เร้าใจ
แต่ถ้า แบบฟอร์มผิด หรือ แกรมม่าผิด รูปประโยคผิด
โดยเฉพาะ การใช้ a an the มันไม่ควรผิดอะค่ะ
และการเติม s , es ด้วย
(ซึ่งเราผิดประจำ)

เราไม่รู้เกณฑ์การเขียนเรียงความของ BEC นะคะ
แต่ เรื่องพวกนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะผิดแล้วอะค่ะ อาจารย์ที่สอนเรา
ก็จำจี้จ้ำไช พูดให้ฟังตลอดเวลา (เซงนะเนี้ยะ)

ถ้าคุณ ฝึกฝนตลอด เป็นประจำจนคล่อง ก็จะไม่ต้องเสียเวลาในการตรวจเชค
เขียนประจำ ก็จะได้เขียนคล่อง เขียนเยอะก็ยิ่งคล่อง

เวลาสอบจริงๆ จะได้ไม่ตื่นสนามด้วยค่ะ
จับปากกาปุ๊บก็ นะ.... มีความมั่นใจมาหน่อยนึงล้วว่าเราฝึกเขียนบ่อยๆ
ที่บอกไป ก็ไม่ใช่ว่า เราทำได้ทั้งหมด 100% นะคะ
แต่คิดว่าคงเป็นคำแนะนำให้คุณได้ลองไปใช้ในการสอบ ในอนาคตอะค่ะ
----------------------------------
อีกอย่าง เรียนม.6 ก็ยังมีเวลา 1 ปี
ควรเปิดเวปไซต์มหาลัย หรือ คณะที่ต้องการเข้าดูบ่อยๆ

โดยเฉพาะ การสอบตรง เพราะ การเลื่อนสอบ
หรือเลื่อนรับสมัคร เขาอาจจะทำ โดยไม่แจ้งเราล่วงหน้า
คือประกาศในเวปไปเลย

ถ้าเราไม่ติดตาม เราก็เสียสิทธิ์นั้นไปเลย น่าเสียดายใช่มั้ยคะ

ส่วนเวลาทำข้อสอบ เห็นกระดาษมีหลายหน้าอย่าพึ่งตกใจค่ะ

ไม่มีสูตรนะค่ะ ว่าต้องทำจากหน้าแรก ไปหน้าหลังสุด
หรือจากหน้าหลังสุดมาหน้าแรก
แต่ควรทำ part ที่ถนัดก่อนนะค่ะ
ให้เสร็จทันเวลาก็พอ

อย่าประมาทด้วยค่ะ เวลาเหลือเยอะก็จริง

จำไว้ว่า .... คนที่ไปสอบ มี 3 ประเภท

1. คือ ไปสอบ และตั้งใจจะเข้าเรียนจริงๆ

2. ไปสอบเพราะลองสนาม ลองสอบเล่นๆ ติดก็ไม่เอา

3. พ่อแม่ให้ไปสอบ
เพราะฉะนั้น ไม่แปลกค่ะ ที่ประเภทที่ 2 และ 3 จะเดินออกจากห้องสอบ ก่อนหมดเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้น

(เวลาสอบ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่บอกหน้าออกก่อน 2 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริง ชั่วโมงครึ่งบางคนก็เดินออกแล้ว)
พอเราเห็นคนทำเสร็จแล้ว อาจจะเกิดอาการโรคจิต หรือไซโค แบบที่คนในเวปนี้มาโพสคะแนน ขู่กัน
ตอนที่เราสอบ ก็รู้สึกว่า เหย ทำไมมันทำเสร็จเร็วจังวะ
ทำไมเรายังไม่เสร็จเนี้ยะ เหยต้องรีบแล้ว
อะไรประมาณนี้ ................. รีบ คือเร่งสปีดนะค่ะ แล้วตรวจทานด้วย
รู้ตามมาทีหลังจากคุณพ่อคุณแม่ว่า
เด็กที่ออกก่อน คือว่า .... ไม่ได้ตั้งใจมาสอบจริงๆ แค่มาสอบเล่นๆ
เพราะบ้านอยู่ไกล ไม่อยากอยู่หอ
บางคนพ่อแม่อยากให้มาสอบ ก็เลยมา(เราเคยเป็น)
หรือบางคน ได้อีกที่แล้ว แต่ก็ยังมาสอบ
มีหลากหลายประเภทค่ะ
อ่านแล้ว งง มั้ย
สงสัยจะยาวไป พิมพ์ไปได้ไงเนี้ยะ
ขอให้โชคดีแล้วกันนะคะ

 

กราบขอบพระคุณ ข้อมูลดีดี จากพี่พี่ นิสิต BEC http://www.bec-tu.com

บทความนี่ รวบรวม และจัดทำขึ้นเพื่อตอบคำถามในเว็บบอร์ด   http://unigang.com/Topic/1609  โดยน้อง mealone7434  5555 + 

31436

เข้าชม

5

ตอบกลับ

แนะนำ Business English Communication (BEC) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โพสต์เมื่อ 18/03/2553 20:43 | 0

ขอบคุณค่ะ^^

โพสต์เมื่อ 18/03/2553 21:59 | 0

คะเเนนTU500 ?

ท่าไม่มีคะเเนนล่ะค้ะ

คือไม่ได้สอบTU-GETไว้จะสอบได้หรือเปล่าค่ะ

เเบบที่ อินเตอร์จีนปรีดีพนมยงค์ที่เค้าบอกว่าคะเเนนนถึง เราถึงจะมีสิทธ์สมัครสอบได้เเต่เค้าก็มีให้สอบTU-GET สำหรับคนที่ไม่ได้สอบมาก่อนในวันนั้นเลยอะค่ะวันที่สอบข้อเขียนพาษาจีนอะค่ะ

โครงการนี้มีเเบบนี้หรือเปล่าอะค่ะ ที่ค่อยมาสอบTU-GETในวันนั้นเลย?

 

ขอบคุนสำหรับข้อมูลน่ะค๊ะ*

 

โพสต์เมื่อ 19/03/2553 01:55 | 0

Qualification
1. High school GPA of at least 2.5 or equivalent
2. BEC written examination and interviews
3. One of the following test scores*

IELTS: 5
TOEFL: 500 (paper-based)
or 173 computer-based)
or 61 (internet-based)
TU-GET: 500
SAT (verbal): 350
O-NET (English only): 70%

Notes* The official score report of these English language proficiency tests is valid only if the test was taken no more than 2 years prior to the last date of the BEC admission period.

 

^________________^   สรุปใช้ ONET ก็ได้

โพสต์เมื่อ 01/04/2553 13:47 | 0

ขอบคุณมากค่ะ รู้อะไรขึ้นเยอะเลย ^    ^v

 

BEC นี่เรียนที่ศูนย์รังสิต ใช่มั๊ยคะ

โพสต์เมื่อ 04/04/2553 16:00 | 0

ซื้อใบสมัครมาแล้วแต่คะแนนโอเนตไม่ถึงอะ T^T

UniGang Talk

รับสมัคร ติวเตอร์เฉลยข้อสอบ GAT/PAT 7สามัญ O-NET : ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์ GATเชื่อมโยง  ติดต่อ Mynamekla@hotmail.com