เจ้าชายวิลเลียมเรียนเกษตรกรรมทำไม?

ข่าวการเข้าเรียนวิชาเกษตรกรรมของเจ้าชายวิลเลียมได้รับความสนใจจากสื่ออังกฤษไม่น้อย โดยหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใดพระองค์ต้องเข้าเรียนวิชานี้ ทั้งๆที่เนื้อหาของวิชาอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักบินของพระองค์เท่าไหร่ และพระองค์จะได้อะไรจากการเรียนวิชาเกษตรกรรมบ้าง

เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ได้เริ่มต้นเข้าเรียนวิชาการจัดการด้านเกษตรกรรม ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยวิชาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาผู้นำอย่างยั่งยืนของทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่เน้นการจัดหลักสูตรแบบครบวงจร ซึ่งพระองค์จะใช้เวลาในการเรียนทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ และจะจบหลักสูตรดังกล่าวประมาณเดือนมีนาคมนี้

หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมพระองค์ถึงต้องเรียนวิชาด้านเกษตรกรรมเพิ่มเติม เนื่องจากอาชีพหลักของพระองค์ในตอนนี้ คือการเป็นนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษ และดูเหมือนว่า พระองค์จะไม่มีความจำเป็นอันใด ที่ต้องเรียนรู้วิชาดังกล่าว คำตอบก็คือ ตอนนี้ เจ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ และรัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ พระบิดาของดยุคแห่งเคมบริดจ์ เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก และยังรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนประเภทอื่นๆด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตกทอดมาเป็นของเจ้าชายวิลเลียมโดยทันที หลังจากที่เจ้าชายชาร์ลส์ ทรงขึ้นดำรงตำแหน่ง ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรแทนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

โดยหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จัดทำขึ้นมานั้น ถูกออกแบบมาให้กับดยุคแห่งเคมบริดจ์โดยเฉพาะ ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ พระองค์ต้องเข้าเรียนโดยเฉลี่ย 20 ชั่วโมง โดยเวลานี้เป็นเวลาที่รวมการทำงานกลุ่ม  การเรียนแบบตัวต่อตัว การอ่านหนังสือเพื่อการค้นคว้าวิจัย และการดูงานในสถานที่ต่างๆอีกด้วย

สำหรับวิชาที่ถูกบรรจุในหลักสูตรนี้ มีทั้งวิชาภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจที่ดิน วิทยาศาสตร์การเพาะปลูก นอกจากนี้ พระองค์ยังมีกำหนดการเข้าเรียนในวิชาวางผังเมือง การทำเกษตรกรรม  ซัพพลาย เชน  การบริหารที่ดิน รวมถึงการวางแผนนโยบายเกษตรกรรมอีกด้วย

ซึ่งทางสำนักพระราชวังอังกฤษเปิดเผยว่า พระองค์จะเดินทางมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟ ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที และในขณะเดียวกัน ทางมหาวิทยาลัยก็ได้จัดเตรียมที่พักให้กับพระองค์เป็นการเฉพาะ เผื่อว่าพระองค์ต้องการพักค้างแรมอีกด้วย

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หลังจากที่พระองค์ทรงปลดประจำการจากการเป็นนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษ พระองค์จะต้องประกอบพระกรณียกิจเพื่อสาธารณะอีกมากมาย ซึ่งการเข้าเรียนในวิชาดังกล่าว อาจเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานเพื่อสาธารณะ รวมถึงการบริหารทรัพย์สิน ที่เป็นมรดกตกทอดของพระบิดา โดยสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นการปูทางไปสู่ตำแหน่งประมุขแห่งอังกฤษในอนาคต

Credit  http://shows.voicetv.co.th/world-update/93490.html