เลือกเรียนอะไรกันดี โดย เด็กนิติ จุฬาฯ
ไม่ต้องเสียเวลาอารัมภบท
มาตอบคำถามกันเลยดีกว่า
คำถามแรกจากคุณ ~N~ ถามว่า
การตัดสินใจเลือกคณะ วิชา ที่จะเรียนเพื่อ
ไปประกอบอาชีพในอนาคต มีแนวทางอย่างไรคะ
ฬ. : พ่อแม่หลายๆคนมักจะสอนลูกว่า ให้เรียนเก่ง
จะได้หางานดีๆทำ จะได้มีเงินใช่ไหมคะ
หลายๆคนให้เลือกคณะที่ออกมามีตลาดงานรองรับ
แบบที่เงินเดือนสูงๆ อย่างอาชีพผู้พิพากษา หรือว่า
ที่ปรึกษากฎหมายตามบริษัทที่ปรึกษากฎหมายชั้นนำ
ก็ให้ค่าตอบแทนสูง พ่อแม่จึงทั้งผลักทั้งดันน้องๆหลายคน
ให้เข้ามาเรียนคณะนิติศาสตร์
ย้อนกลับไปตอนที่เรียนที่จุฬาฯ ก็มีเพื่อนคนนึง
ที่ตอนม.ปลายเรียนเก่งมาก ตอนสอบเข้ามาก็ได้
คะแนนสูงมาก แต่ว่าพอเข้ามาแล้วก็ไม่ค่อยเข้าเรียน
แล้วหลังๆก็มักจะหายตัวไปจากคณะ บางทีก็หนีไป
เที่ยวต่างจังหวัดเป็นสัปดาห์แล้วก็กลับมา จนกระทั่ง
ติดโปร เกือบโดนรีไทร์ เราต้องคอยช่วยเรื่องเรียนอยู่บ้าง
เพื่อนคนนั้นเล่าให้เราฟังว่า ตอนที่สอบเข้ามานั้น
ตั้งใจอ่านหนังสือมาก สอบเข้ามาได้ด้วยความพยายาม
และความลำบาก เพราะแม่อยากให้เรียน เพื่อนเรามีแม่คนเดียว
(พ่อแม่แยกทางกัน) จึงตามใจแม่ แต่เรียนไปเทอมนึง
ก็รู้แล้วว่าไม่ชอบ ถึงขั้นเกลียดเลยก็ว่าได้ มันเป็นความทรมาณ
มาก รวมถึงสภาพแวดล้อมการแข่งขัน เพื่อนเราไม่ชอบมากๆ
แต่ว่าเลิกเรียนไม่ได้ เพราะกลัวแม่เสียใจ
ต้องทนเรียนไป ด้วยความทรมาณ ดีที่จบพร้อมทันเพื่อนๆสี่ปีได้
เราคิดว่าหลายๆคนเลือกเรียนคณะอะไรต่างๆ
ด้วยเหตุผลความจำเป็นที่ต่างๆกัน แต่อยากให้อันดับหนึ่ง
คือเลือกเพื่อตัวเอง เพราะคนที่ต้องเรียน ต้องอยู่กับมัน
เป็นเวลาหลายปี ไม่ใช่แค่สี่ปี หกปี ก็คือตัวเราเอง
ถ้าเรียนแล้วก็ต้องได้... ได้อะไรซักอย่างนำไปใช้
สิ่งมีค่าในชีวิตมนุษย์ที่สุดคือเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่
เราไม่อาจย้อนเวลากลับมาได้อีก สิ่งที่เลือกที่จะทำ จึงต้องคิด
ไตร่ตรองให้แน่ใจ เลือกเรียนเพื่อตัวเอง
ด้วยการค้นหาความต้องการของตัวเอง เรามีความเชื่อว่า
อาชีพอะไรก็ประสบความสำเร็จได้ ถ้าเราตั้งใจ คิด มุ่งมั่น
ฝ่าฟัน กล้าฝัน ไปให้ถึง ไม่ว่ามันจะให้เงินมากน้อยแค่ไหน
หวังว่ามันจะให้ความสุขกับตัวเรา
ถ้าอยากเรียนเพื่อไปทำอาชีพอะไรซักอย่างหนึ่ง
ก็ไปหาข้อมูลว่าอาชีพนั้นเขารับสมัครต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
เรียนจบอะไร มีประสบการณ์อะไร กี่ปี
อันนี้หาในเน็ต ตามหนังสือประกาศรับสมัครงาน
ถามคนรู้จัก อ่านหนังสือได้ แล้วก็ไปดูว่าหลักสูตรที่ต้องเรียน
เขาเรียนอะไรบ้าง หลายๆคณะมีแยกย่อยเอก ภาค สาขาก็ไปดู
ว่าที่ไหนเปิดสอนที่ตรงกับที่ต้องการ ต้องมีเกรดเท่าไหร่ถึงเลือกได้
คู่แข่งเยอะมั้ย ค่อยๆหาแบบนี้เรียกว่า TOP DOWN
แต่ว่าถ้าอยากเรียนเพื่อรู้ แต่ไม่รู้เรียนแล้วไป
ประกอบอาชีพอะไรดี ก็ทำคล้ายๆกันคือดูว่าคณะ หลักสูตร
ที่จะเลือกนั้นเขาเรียนอะไรบ้าง คู่แข่ง เกรดที่รับ
แล้วก็ค่อยไปหาว่าคุณสมบัติแบบนี้สมัครงานอะไรได้บ้าง
อันนี้เรียกว่า BOTTOM UP
ทั้งสองแบบพิจารณาง่ายๆโดยคำนึงถึง 2 อย่างคือ
1. ความสนใจ
2. ความถนัด
เช่น
อาชีพทนาย หรือคณะนิติศาสตร์ ต้องเป็นคน
ที่อ่านหนังสือมากๆ อ่านหนังสือได้เร็ว
มีความสามารถด้านการสื่อสาร ไม่ว่าพูดหรือเขียน
ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศไม่ว่าอังกฤษ หรือฝรั่งเศส
กรณีแรก ถ้าเราสนใจอาชีพทนายหรือคณะนิติศาสตร์
แต่เราอาจไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่กล้าพูดต่อหน้าที่ชุมนุมชน
อ่านหนังสือช้าหรือขี้เกียจอ่านหนังสือ แต่ชอบการคิดวิเคราะห์
ความเป็นเหตุเป็นผล เรียกว่ามีความสนใจแต่ไม่ถนัด
เราอาจคำนึงถึงอาชีพอื่นหรือคณะอื่นที่ต้องการคนช่างคิด
เป็นเหตุเป็นผล เช่น รัฐศาสตร์ บัญชี เศรษฐศาสตร์
เป็นต้นไว้ด้วย แต่ความถนัดเหล่านี้เราสร้างขึ้นได้
เช่นไปเรียนพิเศษ หาชมรมหรือพื้นที่ให้เราได้ลองในสิ่ง
ที่ยังไม่เคยทำเช่น ร้องเพลงหรือพูดต่อหน้าเพื่อนๆ
หรือ
กรณีที่สอง ตรงกันข้ามกัน มีความถนัดดังกล่าว
แต่อาจจะยังไม่ได้เคยรู้หรือสนใจอาชีพหรือคณะทางด้าน
นิติศาสตร์ ก็อาจจะลองเปิดไปฟังข่าวหรือ
รายการเกี่ยวกับกฎหมาย ลองดูซิว่า ฟังแล้วชอบไหม
ลองไปหารัฐธรรมนูญมาอ่านดู อ่านแล้วรู้สึกว่า
เรารู้เรื่องมากแค่ไหน สงสัยตรงไหนบ้าง
อยากรู้ไหมว่าทำไมเขาต้องเขียนแบบนั้น แล้ว
มีตรงไหนที่เราคิดเห็นขัดแย้งหรือคิดว่าทำไม
มันไม่เป็นแบบอื่นแบบนั้นล่ะ ถ้าเกิดว่าลองแล้ว
รู้สึกว่าน่าสนใจ ก็อาจลองพิจารณาคณะนิติฯดู
จะเห็นได้ว่า ทั้งความสนใจและความถนัดเราพัฒนา
เองได้หรือทันสมัยหน่อยก็เรียกว่า "อัจฉริยะสร้างได้"
(ไม่ได้ช่วยเขาขายหนังสือนะ ของเขาดีจริง
อิอิ ไม่ต้องอาศัยเราหรอก)
เราก็ลองคำนึงถึงหลายๆองค์ประกอบ
โดยมองว่าทั้งชีวิต เรานึกภาพตัวเองเป็นอย่างไร
ใครยังไม่เคยลองนึกซะ แล้วลองเขียนแผนการออกมา
เป็นขั้นตอนหนึ่งสองสาม ตรงไหนสงสัยว่าจะเลือกอะไรดี
ให้ทำตารางPros&Cons หรือข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง
จะช่วยในการตัดสินใจในชีวิตได้ ทำให้ชีวิตเรา
อยู่ได้อย่างมีความสุข ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
โดยส่วนตัว ฬ. เองตอนเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
ไม่ได้มีความสนใจมาก่อน แต่ว่ามีความถนัด
ก็ลองเอาวิธีการข้างต้นนี่แหละค่ะมาใช้คัดเลือก
ปรากฏว่าได้ผลที่ตลกมาก ใครรู้ก็จะงงมากว่าเลือก
คณะได้คนละทิศคนละทาง เพราะเลือกทั้งสายวิทย์
และสายศิลป์ (เช่นคณะแพทย์ กับคณะวารสารศาสตร์
เป็นต้น) แต่เพราะไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างแตกแยก
อย่างที่คนอื่นคิด เพราะทั้งคณะอย่างเช่นที่ยกตัวอย่าง
ต่างเป็นสิ่งที่เรามีความถนัด หรือมีความสนใจ
แต่ว่ามากน้อยต่างกัน ไม่ใช่เรื่องที่ว่า เลือกเพราะ
มันเงินดี มีหน้ามีตา หรือว่ามีตลาดงานมาก
แต่ว่าตอนนั้นก็ยังเด็ก มีความหวั่นไหวเวลาพ่อแม่หรือญาติๆ
พูดเหมือนกัน ว่าอย่างโน้นอย่างนั้นอย่างนี้ดี
อยากให้น้องๆฟังพ่อแม่นะคะ ลองหยิบสิ่งที่มีประโยชน์มา
แต่ว่าอย่าเลือกเรียนเพราะคนอื่นบอกโดยเราไม่ได้คิดเองเด็ดขาด
การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ กับการเลือกเรียนในสิ่งที่เราชอบนั้น
อย่าได้สับสนว่า มันต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
เราเรียนในสิ่งที่เราคิดตัดสินใจได้ และก็ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ได้
เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องทรมาณตัวเอง หรือเสียเวลาในชีวิตไป
เพราะเลือกทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังไม่ต้องการ
ที่พูดมา ไม่ใช่ว่าตัวเองมีประสบการณ์มากหรือรู้ดีอะไรนะคะ
เป็นเพียงความคิดเห็นหนึ่งแนวทางหนึ่งที่จะเลือกหรือไม่
ต้องลองคิดดูเองค่ะ
หวังว่าจะตอบตรงคำถามและคงมีประโยชน์กับหลายๆคนที่เข้ามาอ่าน
หรือบอกต่อ อิอิ ขอโทษจริงๆที่ไม่เขียนซะนานนะคะ
คราวหน้ามาตอบคำถามกันต่อ ส่งกันเข้ามาได้เรื่อยๆ
หรืออยากเสนอว่าให้เขียนหรือหาข้อมูลเรื่องอะไร
ก็ส่งเข้ามาได้ที่คอมเมนท์ด้านล่างนะคะ
ขอบคุณทุกกำลังใจ และหวังว่าพี่ๆเพื่อนๆจะ
ช่วยเขียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันคงเป็นประโยชน์มาก
ทีเดียวค่ะ
ฬ. จุฬา
กราบขอบพระคุณสำหรับ บทความดีดี
http://lawchula.exteen.com
|
เลือกเรียนอะไรกันดี โดย เด็กนิติ จุฬาฯ |
|
|
โพสต์เมื่อ
21/03/2553 00:54
|
3
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
21/03/2553 12:26
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
21/03/2553 19:35
|
3
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
21/03/2553 22:59
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
22/03/2553 09:32
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
22/03/2553 10:48
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
22/03/2553 23:17
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
31/03/2553 10:04
|
1
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
26/04/2553 22:46
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
31/07/2553 08:57
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
13/10/2553 22:48
|
1
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/04/2555 20:16
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/04/2555 21:04
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
17/04/2555 20:42
|
0
|
|


