คุยกับพี่วิศวะโทรคมานาคม ลาดกระบัง ชีวิตจริงยิ่งกว่า AF

คุยกับพีนัทและพี่ต้องและคนอื่นอีกเป็น 10 แต่ทำไปทำมาเหลือคนให้ถ่ายรูปอยู่คนเดียว ฮาฮา
แรงบันดาลใจ
ส่วนตัวผมคิดว่าวิศวะเป็นอาชีพที่กว้างขวางที่สุดแล้วจบไปก็จะทำงานอะไรก็ได้ ผมคิดว่าเรียนคณะนี้จะเป็นคนสร้างสรรค์และออกแบบสิ่งต่างๆ ฝึกกระบวนความคิดเป็นขั้นเป็นตอนมีเหตุผลก็เลือกคณะนี้ครับ พอช่วงแรกที่ได้เข้ามาเรียนก็ไม่รู้สึกชอบเท่าไรรู้สึกว่ายากแต่พอเรียนไปเรื่อยก็เริ่มรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น พี่เองก็ได้โควตาช้างเผือกก็ได้เพราะหน้าตาครับ เอ๋ย ได้มาเพราะนำผลงานโครงงานที่ได้ทำมาส่งให้เขาดูครับ
จำเป็นต้องเก่งคำนวณ หรือ ฟิสิกส์มั้ยครับ
สำหรับผมไม่จำเป็นต้องเก่งด้านนั้นมากครับ แต่ขอให้ขยันก็พอ เข้าเรียนให้ครบ เพราะความรู้จากม.ปลายเราก็ใช้ได้ช่วงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็ต้องหาความรู้ใหม่จากห้องเรียนมากกว่าครับ อย่างเพื่อนผมนะครับ เลขกะฟิสิกข์ต่ำมากอาศัย อังกฤษ ไทย สังคม ช่วยให้เข้ามาได้ครับ ( ระบบ onet-anet )555 แต่พอเพื่อนผมเข้ามาแล้วก็ปรับตัวได้นะครับ เพราะเขาคงชอบจริงๆ
วิศวกร คือ
ตอนเด็กผมก็เข้าใจว่า วิศวกร คือคนก่อสร้าง แต่ความจริงแล้วนั่นก็คือ วิศวะโยธา แต่พอได้รู้มากขึ้นสำหรับผมแล้วมันเป็นผู้สร้างครับ เราจะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ดังนั้นพวกเทคโนโลยีใหม่ก็จะมาจากวิศวะทั้งหมด โดยเราจะเน้นหลักความคิด แบบเป็นขั้นเป็นตอน มีเหตุผล

สาขาโทรคมนาคมคืออะไร
ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการสื่อสารครับ สัญญาณ การส่ง การรับข้อมูล การวิเคราะห์สัญญาณ ต่าง โดยเราเรียนสาขาเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาระบบโทรคมนาคมต่างๆ สายแลน คลื่นโทรศัพท์ wireless ดาวเทียม ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณเราจะทำได้หมดครับ และสำหรับสาขาโทรคมนาคมที่ลาดกระบังก่อตั้งขึ้นเป็นที่แรกในประเทศไทยดังเราจึงมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้มาก รูปไปถึงอาจารย์ผู้สอนด้วยครับ
วิศวะกรรมศาสตร์เรียนอะไรบ้าง
ปี 1 เราก็จะเรียนพื้นฐานวิศวะทั่วไป กลศาสตร์ การเขียนโปรแกรม ฟิสิกส์ เลข เคมี แต่เราไม่ ชีวะ นะครับ พอปี 2 ก็จะได้เรียนวิชาภาค เช่น signal เป็นวิชาที่ว่าด้วยการวิเคราะห์สัญญาณ โดยเราจะจำแนกสัญญาณแต่ละชนิด ว่ามันมีอะไรมารวมบ้างในสัญญาณนี้ และก็วิชา เซกริด เราจะเรียนเกี่ยวกับแผงวงจร การต่อวงจร อีกอย่างความน่าจะเป็นว่าจะมีโอกาสได้รับสัญญาณมากน้อยแค่ไหนสำหรับปี 2 ผมก็ได้ทำเครื่องรับส่งสัญญาณภาพครับ ปีหลังๆก็จะเป็นตัวต่อยอดไปเรื่อยครับๆ ระหว่างนั้นก็จะมีโปรเจคต่างให้ทำครับ และพอปี4 ก็ต้องทำโปรเจคจบ อย่างรุ่นพี่เค้าก็ทำพวกเครื่องลดสภาวะเสียง โดยการปล่อยสัญญาณเข้าไปหักล้าง ทำให้เสียงนั้นหายไป อย่างเช่น เสียงเครื่องอันน่าลำคานใจประชาชนเราก็สามารถใช้เครื่องนี้ทำให้เสียงเครื่องบินหายไปได้ แต่ว่ามันจะใช้ได้ในอากาศอุดมคติซึ่งไม่มีคลื่นรบกวนอื่นๆ ดังนั้นถ้าจะนำไปใช้จริงก็ต้องพัฒนากันต่อครับ
และที่นี่อาจารย์จะรักลูกศิษย์มากอยากให้เก่ง จึงสอนวิชาที่ไม่มีอยู่ในหน่วยกิตด้วย เหอะ ๆ ๆ และมีการเชคชื่อด้วย เราก็เรียกมันว่าแลปผี มันน่ากลัวเสียจริงๆ อาจารย์จะสอนเกี่ยวกับวงจรต่างๆครับ อาจารย์ทำพิเศษสำหรับสาขานี้โดยเฉพาะ เด็กๆซึ้งจนน้ำตาไหล (ไม่อยากเรียน ไม่เข้าได้มั้ย T__T) สำหรับอุปกรณ์สาขาเราก็มีเพียงพอนะครับ แต่อาจจะมีชำรุดเสียหายบ้างแต่ก็พอเพียงสำหรับทุกๆคนครับ

วิชาเจ้าปัญหา
ก็คงเป็นวิชาหลักของภาคนี่หละครับ เพราะเราต้องเรียนเข้าไปลึก ต้องคำนวณเยอะโดยใช้อนุกรมฟูเลียร์ ในการคำนวณ เช่นแปลงสัญญาณจากที่เราเห็นเป็นรูป เครปเอ๋ย เคบ ต่างๆให้กลายเป็นสมการซึ่งมันก็จะยากมาก ถ้าคนเก่งเลขน่าเข้าใจง่าย เราก็ควนจะเข้าเรียนบ่อยๆเพราะในห้องอาจารย์ก็จะบอกแนวข้อสอบด้วยเหอะๆ
ความยากของวิศวะลาดกระบัง
สำหรับคณะนี้ 2.75 ขึ้นไประดับเทพ 2.5.-2.75 ก็ถือว่าเก่ง 2.2-2.5 อยู่ในระดับปลานกลาง ต่ำกว่า 2.1 ลงมาก็ถือว่าอยู่ในแถบหนีตายครับฮาฮา ที่มหาวิทยาลัยลาดกระบังผมถือว่าโหดกว่าที่อื่นมากนะครับไม่มีการเชคชื่อให้คะแนน ผู้ยังอยากให้มีเชคชื่อให้คะแนนเหมือนกับที่อื่นบ้างเลยฮาฮา บางวิชาแทบไม่มีคะแนนเก็บเลย ไม่มีกลางภาคสอบปลายภาคอย่างเดียว การตัดเกรดก็มีทั้งอิงกลุ่มหรืออิงอาจารย์ ตามความพอใจของอาจารย์แต่ละท่าน
เข้ามาปี 1 1900 คนครับ โดนโหวตออกรอบเเรก(เทอมแรก) 300 คน รอบสองติดโปร800 คน โดยที่นี่จะติดโปร (ต่ำกว่า 2 )ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันครับฮาฮา แต่ก็มีคนเก่งเกิน 3 ประมาณ 100 คน ( ก็บอกแล้วโหดยิ่งกว่า af ) และมีระดับเทพ 3.9 อย่างเพื่อนผม 1.99 อีกเทอม 1.88 ก็ต้องออกเลยครับ รุ่นพี่ปี 4 ยังต้องออกเพราะติดโปรก็มีครับ ( โหดร้ายมาก ) พวกพี่ๆก็ต้องไปสอบ onet ใหม่เพื่อสอบเข้าที่เดิมละโอนหน่วยกิต = =

สังคม
พูดได้แบบไม่อายที่นี่กินเหล้ากันเยอะพอสมควร 5555 โดยตอนปี 1 จะไปกินเหล้ากับรุ่นพี่เป็นการสร้างความคุ้นเคยฮาฮา โดยระหว่างกินเหล้าก็ไม่ได้ฮาอย่างเดียวนะครับมีสาระด้วย เพราะรุ่นพี่เขาก็จะสอนเรื่องการเรียน การทำงาน โดยความรู้สึกคือเราไม่ได้อยากกินเหล้าแต่อยากได้คุยกันมากกว่า แต่ถ้าช่วงสอบร้านเหล้าก็แทบเจ้งครับเพราะเราจะอ่าหนังสือกันหนักมาก โดยจะอ่านหนังสือกันที่มหาวิทยาลัยตามโรงอาหารอ่านถึง ตี 3 ตี 4 ถึงเช้าก็เยอะครับโดยเน้นอ่านกันเป็นกลุ่มใครรู้อะไรก็มาสอนกันครับ แต่พอสอบเสร็จก็มีสังสรรค์กันบ้าง ๕ ๕
กิจกรรม
สำหรับกิจกรรมที่ให้เลือกเยอะแยะมากมายครับ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ผลก็เลยได้ค่อยได้ค่อยร่วม 5555 แต่ที่ต้องทำก็แค่พวกรับน้อง กับ เชียร์ สำหรับกิจกรรมเชียร์ถ้าใครไม่เข้าก็จะได้รับเกียร์โดยรุ่นนึงจะทำมาพอดีถ้าไม่เข้าก็จะโยนทิ้งลงคลองถ้าใครอยากได้ก็ลงไปดำกันเอาเอง
จบสาขาโทรคมนาคมแล้วทำงานอะไร
ทำงานบริษัทที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร เช่นโทรศัพท์มือถือ องค์การโทรศัพท์ True และเราก็วางระบบให้บริษัทต่างๆ หรือจะทำงานที่ช่อง tv 3 5 7 9 cable tv ต่างๆโดยเราก็จะดูแลเรื่องการถ่ายทอดสัญญาณก็ได้ครับ หรือเราจะเป็นsalesman ขายอุปกรณ์สื่อสารก็ได้ ถ้าผมก็อยากทำงานที่บริษัท true โดยส่วนตัวการได้งานตงสายงานก็ยากนิดนึงขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน ผมคิดว่าอย่างน้อยจบวิศวะก็ไม่ตกงานแน่นอน ถ้าคนจบ 3.00 ขึ้นไปบริษัทมารอรับเลยครับ
อยากฝากอะไรถึงน้องๆ
ตั้งใจเรียนๆฮาฮา ก็ถ้าเก่งคำนวณก็ดีครับ คนเข้าคณะนี้ต้องตั้งใจเรียนขยันทบทวนมากนะครับ ถึงเข้ามาได้แต่ก็ออกได้ง่ายเหมือนกันครับ
ขอขอบคุณพี่พี่ชาวคณะวิศวกรมมศาสตร์ โทรคมานาคม ลาดกระบัง ที่ให้คำแนะนำดีดีก๋าบ
|
คุยกับพี่วิศวะโทรคมานาคม ลาดกระบัง ชีวิตจริงยิ่งกว่า AF |
|
|
โพสต์เมื่อ
22/08/2009 12:05
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
13/09/2009 09:33
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
28/09/2009 23:02
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
20/11/2009 20:19
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
25/11/2009 19:27
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
27/12/2009 13:23
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
14/01/2010 08:38
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/03/2010 16:12
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/03/2010 16:20
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/03/2010 17:28
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
24/09/2010 15:32
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
28/11/2010 23:55
|
0
|
|


