ประสบการณ์ตรง ที่ไม่คาดคิด อาจจะทำให้เราไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยในฝัน  สอบติดแต่เข้าเรียนไม่ได้  หวังว่าน้องๆจะนำประสบการณ์ของพี่ไปเป็นตัวอย่าง จะได้ไม่ผิดพลาด แบบนี้อีก ........

- ข้อผิดพลาด แบบไม่น่าจะเกิดขึ้น ลืม ลืม ลืม  ลืมจ่ายเงิน ลืมสมัคร ลืมวันสอบ ลืมส่งเอกสาร ลืมวันสัมภาษณ์ ดังนั้นน้องๆ  ควรจะจัดปฎิทิน ชีวิตตัวเองให้ดีนะครับ โดยตอนนี้ผมเชื่อน้องๆส่วนใหญ่ใช้ smartphone ทั้งนั้น ดังนั้น น่าจะใช้ระบบแจ้งเตือน จะได้ทำให้เราไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญต่างๆ  ปล. บางคนอ่านหนังสือหนักมาก ทั้งคืน สุดท้ายหลับสนิท เลยเวลาสอบ ซะงั้น !!

image

-  ประมาทข้อสอบโอเน็ต คิดว่าไม่สำคัญ!! ลสุดท้ายหลุดมารอบแอด ยื่นคะแนนไม่ได้ โอเน็ตไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก ซึ่งแต่ละวิชาจะใช้เกณฑ์คัดเลือกไม่เหมือนกันนะครับ  บางคณะ-สถาบันไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ  นอกจาก O-NET แล้วยังมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำอื่นๆ ด้วยเช่น GAT/PAT รวมไปถึง 7 สามัญ     ทิ้งท้ายกับ O-NET สอบได้ครั้งเดียวในชีวิต หลายคนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด จำเป็นต้องซิ่ว แต่หันกลับมาดูคะแนน O-NET ที่เข้าไปกามั่วเพราะติดรับตรงไปแล้ว สุดท้ายจำใจไปเรียนเอกชน T_T

  

- วางแผนการอ่านหนังสือ GAT/PAT O-NET  7 สามัญ และ สอบตรง  รุ่นพี่หลายคนมักจะบอกว่าอ่านหนังสือไม่ทัน เตรียมตัวไม่ทัน  ดังนั้นเราก็ควรจะเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เลยครับ   แม้ตอนนี้ปฎิทินยังไม่ออก แต่พอจะเดาได้ว่าหลัง ปีใหม่ 58 น้องๆจะต้องสอบใหญ่    ถ้าเป็นการสอบตรง น่าจะสอบภายใน ปี 57 นี้กันเยอะนะครับ เช่น มอ มช มข มศว  ศก

มกราคม     7 สามัญ
กุมภาพันธ์  O-NET
มีนาคม       GAT/PAT  1/58

- สายศิลป์ภาษา มันจะพลาด ไม่ยอมสอบ PAT1 เพื่อไว้  เพราะใน Admissions หลายคณะ-สาขา ใช้ PAT1 เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกด้วยนะครับ แม้ น้องสายศิลป์ภาษา จะใช้ PAT ภาษาได้ แต่ PAT1 จะทำให้ทางเลือกเราเปิดกว้างขึ้นครับ  เช่น การท่องเที่ยว บางสถาบันใช้ PAT1 ด้วย 
- วิศวะ ถ้ารับตรง จะเน้น PAT3 + PAT1  แต่แอดมิชชั่นจะใช้ PAT23+ PAT2 นะครับ
- การสอบ GAT/PAT นั้น น้องสอบได้ 2 รอบก็จริง แต่ให้ทุ่มไปที่รอบที่ 1 จะสำคัญที่สุดครับ เพราะใช้ได้ทั้งรับตรง และ แอดด้วย  โดยข้อสอบรอบ 1 และ 2 ความอยากง่ายไม่เท่ากัน ถ้ารอบ 2 เกิดข้อสอบยากขึ้น น้องคะแนนไม่ขึ้นน้องจะเสียโอกาส  ดังนั้นทุกวิชา ควรให้พร้อมตั้งแต่การสอบรอบแรกเลยครับ
- และอีกหลายคนประมาท คิดว่า GAT/PAT

- ค่าเทอม !! เรื่องนี้ก็ถือว่าสำคัญนะครับ  บางครั้งเราอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภาคปกติแล้วค่าเทอมจะถูก แต่ ไม่เสมอไปนะครับ ยกตัวอย่าง คณะเภสัชศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ค่าเทอมห้าหมื่นกว่าบาทต่อเทอมเลยครับ เป็นเพราะทางคณะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ ต้องบริหารกันเอง ดังนั้นๆแล้ว ไม่ว่าจะเข้าอะไรก็ขอให้สำรวจค่าเทอมของคณะที่อยากเข้าให้ดีก่อนทุก !!   คณะ-สาขา สถาบันที่มีค่าเทอมสูงกว่าเกณฑ์ปกติ  http://www.unigang.com/Article/1929  ยังไงรบกวนน้องไปอัพเดทข้อมูลที่หน้าเว็บมหาวิทยาลัยด้วยครับ

 

-  บางสถาบัน ไม่ เข้าเคลียร์ริ่งเฮ้า แต่ ตัดแอด น้องๆหลายคนเข้าใจผิดว่าไม่ตัดแอด  ดังนั้นควรจะศึกษารายละเอียดๆดี ส่วนใหญ่ถ้าเป็น ม.รัฐบาลจะตัดสิทธ์แอดมิชชั่นทั้งนั้นครับ  / และที่โหดร้ายบางสถาบันไม่เข้าร่วม เคลียริ่งเฮ้าส์  ถ้ายืนยันสิทธ์แล้ว แม้คุณสละสิทธ์ภายหลังเค้าก็ยังส่งชื่อเราไปตัดสิทธ์อยู่ดี ดังนั้นควรจะอ่าน ระเบียบการอย่างละเอียด

-  กำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ  GPAX GPA  ต้องฝากถึงน้อง ม.4 ม.5 เลยว่าควรจะขยันทำเกรดเฉลี่ยสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ แม้ว่า Admissions กลาง คณะ-สาขา ส่วนใหญ่จะไม่กำหนดเกรดขั้นต่ำ  แต่ในรับตรง หลายสถาบัน หลายโครงการกำหนดเกรดขั้นต่ำด้วยนะครับ  โดยเกรดขั้นต่ำ แต่ละโครงการอาจจะสูงต่ำไม่เท่ากัน  สำหรับน้องสายศิลป์ ก็แนะนำว่าอย่างน้อยขอ 2.75 นะครับ >..< จะช่วยให้เราสมัครได้หลายโครงการเลย  แต่จะให้ดีสุด  3.25 ขึ้นไปครับ

  

- สุดท้าย ความคิดเห็นจาก Prapon Limpanachaipornkul ที่ได้โพสต์ใน FB  Unigang  การได้ที่เรียนช่วง รับตรง แล้วประมาท คิดอย่างน้อยก็มีที่เรียน สาขาที่ตัวเองชอบแล้ว แต่ ไม่ได้พยามถึงที่สุดในการ อ่านหนังสือ เตรียมความพร้อม ปล่อยวันและเวลาผ่านไป ทำให้ แอด ไม่ติดใน มหาลัยและสาขาที่ตัวเองชอบมากที่สุด สุดท้ายก็ได้เรียนที่ตัวเอง ที่สำรองไว้เผื่อ แอด ไม่ติดจริงๆ #รุ่น55 ที่เคยประสบมากับตัวเอง !!