เรากำลังใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกคณะกันแน่
ในการเลือกคณะเรียนต่อ มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเรา แต่ในท้ายที่สุด เหตุผลที่จะทำให้เราเลือกคณะอะไรนั้นก็แบ่งได้ออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ
1. เหตุผลที่ผิวเผิน
2. เหตุผลที่ลึกซึ้ง
เหตุผลที่ผิวเผิน เช่น จบมาแล้วรวยไหม จะมีชื่อเสียงไหม มีเกียรติไหม ดูดีไหม
เหตุผลที่ลึกซึ้ง เช่น ทำแล้วเราจะมีความสุขไหม ทำแล้วเราจะพอใจไหม เราจะทำอะไรให้คนอื่นได้บ้าง
ถ้า เราอยู่ในช่วงกำลังตัดสินใจ ให้ลองนึกดูว่า เรากำลังจะเลือกคณะนี้ เพราะเหตุผลที่ผิวเผิน หรือ เพราะเหตุผลที่ลึกซึ้งตรงกับตัวเรา ถ้าเหตุผลหลักๆที่เลือกเป็นเพราะเหตุผลที่ผิวเผินล่ะก็ คงจะต้องลองคิดใหม่แล้วล่ะค่ะ
ทำไมล่ะ เราจะเลือกเพราะเหตุผลที่ผิวเผินไม่ได้เหรอ?
ได้ ค่ะ เป็นชีวิตของเรา ไม่มีใครว่าหรอก แต่อย่าลืมว่า เหตุผลที่ผิวเผิน มันมีรากฐานมาจากการที่เราคิดว่า เมื่อเราได้สิ่งเหล่านี้มาแล้วจะมีความสุข เช่น เมื่อรวย เมื่อมีชื่อเสียง เมื่อมีหน้ามีตาในสังคม แต่จริงๆแล้ว เมื่อคนเราเปลี่ยนไป สิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้เรามีความสุขมันก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะคุณค่าของเราเปลี่ยนแปลงไป ตอนวัยรุ่น สิ่งที่สำคัญก็มักจะเป็นการได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆและสังคมรอบข้าง เมื่อเป็นวัยทำงานก็มักจะเป็นเงินทอง แล้วแต่ละคนก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นกับวิถีทางในการเติบโตของแต่ละคน ตอนเป็นวัยรุ่นอาจจะยังมองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นะคะว่า อะไรจะไปสำคัญกว่าเพื่อน แต่ลองไปถามผู้ใหญ่ก็ได้ค่ะว่า สิ่งที่สำคัญในชีวิตมันเปลี่ยนไปตามช่วงวัยจริงหรือเปล่า
เพราะ ฉะนั้น ถ้าเราเลือกเพราะเหตุผลที่ผิวเผิน เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราเคยคิดว่าสำคัญนั้น มันกลับไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เราก็จะลำบากค่ะ เหมือนตอนที่พี่ม่อนเลือกเรียนหมอ เมื่อมองย้อนกลับมา พี่เองก็ต้องยอมรับว่าเลือกไปด้วยเหตุผลที่ผิวเผินนะคะ ตอนนั้นก็คะแนนถึง แล้วเพื่อนๆก็เรียนหมอกันหมด เราจะไปเรียนอะไรดีล่ะ ก็คงต้องเรียนหมอนี่แหละ ดูดีสุดแล้ว แต่พอเรียนๆไป โตขึ้นก็รู้ว่า การดูดี หรือ การทำอะไรเหมือนเพื่อนเนี่ย แทบจะไม่มีความสำคัญอะไรกับชีวิตเราเลย
แต่ถ้าเราเลือกด้วยเหตุผล ที่ลึกซึ้งที่มาจากใจ มาจากตัวตนของเรา ว่า เราชอบสิ่งนี้ เราทำแล้วมีความสุข เราทำแล้วเกิดความพอใจ (satisfaction) มันจะยั่งยืนกว่ามากค่ะ
แล้วความชอบ ความพอใจของเรา ไม่เปลี่ยนแปลงหรือ?
เปลียนแปลงแน่นอนค่ะ เพราะคนที่เติบโตคือคนที่ไม่เคยหยุดการเรียนรู้ ฉะนั้นความชอบก็ต้องเปลียนไป
แต่ การเปลี่ยนแปลงนั้น มันจะเป็นไปในลักษณะของการรู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให้เข้าใจความต้องการของตัวเองมากขึ้น เหมือนเป็นการปรับแต่งมากกว่า แล้วเราก็จะค่อยๆโตขึ้นจนพร้อมกับความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเองด้วย
พี่ ม่อนจะยกตัวอย่างเรื่องของตัวเองดีกว่านะคะ ให้น้องๆเข้าใจมากขึ้น พี่เองตอนที่ตัดสินใจว่า อยากจะทำงานด้านการศึกษา เป็นเพราะเหตุผลที่ลึกซึ้ง เพราะพี่รู้ว่าพี่ชอบเห็นคนอื่นเติบโต และจะดีใจถ้าพี่ได้เป็นส่วนช่วยให้เขาได้เติบโตขึ้น ตอนแรกๆพี่ก็ยังไม่รู้หรอกค่ะว่าอยากเป็นอะไรแน่ รู้แต่ว่าอยากทำงานด้านการศึกษา ก็คิดไว้ว่า น่าจะเป็นครู ไม่ก็อาจจะทำงานด้านการบริหารโรงเรียน ก็คิดไว้แค่นี้ เคยมีคนถามว่าอยากทำงานด้านวิชาการไหม ก็คิดนะคะว่าคงไม่แน่ๆ ไม่คิดว่าไม่ชอบอะไรที่เป็นทฤษฎี ชอบอะไรทีเป็นทางปฏิบัติมากกว่า
ตอน แรกๆที่พี่พอเรียนที่ฮาร์วาร์ด ต้องอ่านเรื่องทฤษฎีการศึกษา ทฤษฎีจิตวิทยาและพัฒนาการ ก็ไม่ค่อยชอบหรอกค่ะ เพราะคิดว่าไม่เห็นจะมีประโยชน์ในชีวิตจริงเท่าไหร่เลย แต่พอไปประมาณเทอมสอง เริ่มอ่านมากๆเข้า ทำงาน ทำโปรเจคส่งอาจารย์มากๆเข้า ก็รู้สึกว่าทฤษฎีและงานวิจัยด้านการศึกษาก็มีประโยชน์เหมือนกัน เพราะทำให้เราได้แนวคิดอะไรใหม่ๆที่สามารถเอามาปรับใช้ได้ และที่สำคัญ สิ่งที่เราวิจัยและสังเคราะห์ขึ้นมา อาจจะมีประโยชน์กับคนรุ่นหลังๆโดยที่เรานึกไม่ถึง พี่รู้สึกชอบและทึ่งในอิทธิพลของแนวความคิดที่สามารถมีต่อคนในรุ่นหลังๆได้ พี่เลยเริ่มรู้สึกอยากมีส่วนร่วมต่องานแบบนี้บ้าง ซึ่งก็ทำให้พี่เริ่มมองถึงการทำงานด้านวิชาการ งานวิจัยต่างๆ ซึ่งพี่ก็ยังไม่รู้นะคะว่าต่อไปพี่จะไปลงเอยด้วยการทำงานอะไรที่ไหน แต่ตอนนี้ก็รู้ว่าความชอบและความต้องการของตัวเองเป็นอย่างนี้
แล้วถามว่า ถ้าอย่างนี้ ถือว่าตอนแรกที่พี่ตัดสินใจลาออกจากหมอไปเป็นครู ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือเปล่า
ไม่ นะคะ เพราะว่า การเป็นครู พี่ม่อนก็ชอบ เพียงแต่เมื่อเราได้เรียนรู้และได้ลองอะไรมากขึ้น ความชอบความสนใจเราก็เริ่มชัดขึ้น พี่ก็ยังอยู่ในงานด้านการศึกษาอยู่ เพียงแต่รู้ขอบเขตงานที่เราอยากทำมากขึ้น ที่เป็นอย่างนี้ได้ เป็นเพราะตอนนั้นพี่เลือกจากใจ พี่เลือกเพราะพี่รู้ว่างานการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญกับพี่ เป็นสิ่งที่พี่ยอมทุ่มเทให้ มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ที่คนเราจะรู้ว่าเราอยากเป็นอะไรเลยในการตัดสินใจครั้งแรก แต่ถ้าเราเลือกจากหัวใจ มันก็จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกเสมอค่ะ
Credit บทความดีดีจาก พี่ dorae_monty dek-d.com
|
เรากำลังใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกคณะกันแน่ |
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 02:51
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 12:41
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 13:27
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 18:31
|
0
|
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 21:24
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
10/04/2553 23:37
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
11/04/2553 14:06
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
12/04/2553 11:44
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
13/04/2553 00:08
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
13/04/2553 21:20
|
0
|
|