เก่งไม่กลัว กลัวส่งงานสาย

 ก็ถ้ามาสัมภาษณ์ตอนทำโปรเจคก็คงพูดจาไม่รู้เรื่องไม่อยู่ในสภาพนี้แน่นอนครับเพราะจะไม่ค่อยได้นอนกัน อย่างงานส่งวันนี้เราก็ทำคืนนี้ครับฮาฮา คนเรียนสาขานี้ต้องสู้กันที่เวลามากกว่าครับขึ้นอยู่กับว่าเราจะบริหารเวลาที่มีอยู่  ถ้าส่งสายโดนตัดคะแนนเยอะ ดังนั้นคือก่อนส่งไม่ได้นอนก็ต้องทำให้เสร็จเป็นเรื่องธรรมชาติ            

ข้อสอบ

ส่วนใหญ่จะเป็นเขียน อย่างเช่น ประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการของระบบสถาปัตยกรรม ก็ต้องวาดและก็บรรยายมันไม่ยากครับเพราะอาจารย์บอกข้อสอบ เอ๋ย บอกแนวข้อสอบ ฮาฮา ว่าต้องอ่านตรงไหนเขียนอย่างไร อาจารย์ก็เป็นรุ่นพี่ก็รู้ๆกันอยู่ ฮาฮา แต่ถ้าเรียนพวกวิทยาศาสตร์ คำนวณต่างเขาก็ไม่ได้ช่วยเราเอิ๋กๆ ถ้าวิชาภาคอะสบาย 555 แต่ปีหลังก็เน้นทำ Project เก็บคะแนนระหว่างเรียนมากกว่าครับ

วิชาเจ้าปัญหา

สำหรับผมก็ไม่มีวิชาไหนยากเลยฮาฮา  คนส่วนใหญ่จะมีปัญหากับวิชานอกภาคเช่น อังกฤษ แต่ปัญหาหลักๆมาอยู่ที่ความไม่ใส่ใจไม่สนใจมากกว่า และที่สำคัญคนเรียนคณะนี้จะมุ่งเน้นที่วิชาภาคเป็นหลักจึงทำให้วิชานอกภาคมีปัญหาบ้าง

เงินกับผลงาน

ผมคิดว่าถ้าใครมีเงินก็ได้งานดี มันต้องลงทุนนะครับอย่างผมทำโปรเจค เพค 2*3 เมตร 4 แผ่น ผมก็ใช้เครื่องปริ้น a3 ออกมาเป็นรูปใหญ่ แต่เพื่อนอีกคนเค้าปริ้นมาเลยแผ่นเดียวดังนั้นคะแนนเขาดีกว่า เขาไม่ได้ดูที่ความคิดอย่างเดียวแต่ดูที่ชิ้นงานด้วย เพราะการส่งงานก็เหมือนส่งให้ลูกค้าดูทุกอย่างต้องดูดีหมด บางคนก็บอกว่ามีฝีมือก็ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุแพงๆแต่มันก็เกี่ยวกับเวลาด้วย ถ้าวัสดุไม่ดีก็ต้องเสียเวลากับมันเยอะเหมือนกับลงทุนเพื่อซื้อเวลาด้วย อย่างการใช้คัดเตอร์ตัดการะดาษ ต่อให้ฝีมือคัดเตอร์ไม่ดียังไงก็ตัดกระดาษออกมาดียากมากและยิ่งตัดรูปวงกลมยังไงก็สู้คัดเตอร์สำหรับตัดวงกลมไม่ได้ ผมคิดว่าทั้งเรื่องเครื่องและฝีมือมีความสำคัญเท่ากันครับ

ปีแรกก็ยังเสียตังไม่หนักบ้านหลังเดียวต้นไม้ไม่กี่ต้น แต่พอปีหลังๆงานก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และถ้า project จบเท่าที่ถามๆมานะครับไม่มีใครต่ำกว่า 2 หมื่น แต่เมื่อเทียบกับสาขาฟิล์มเพื่อนผมก็ลงทุนไป 8 หมื่นสาขาสถาปัตยกรรมก็เลยดูไม่เยอะ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆก็เรื่อยครับค่าเหล้าค่าเที่ยวยังแพงกว่า 5555

กิจกรรม

อันนี้ก็ไม่รู้นะครับเพราะไม่เคยทำฮาฮา ขอยกตัวอย่างการรับน้องที่นี่มันจะยืดจนถึงเทอม 2 ร้องเพลงเชียร์ เราก็จะได้เพื่อนไม่ฟุ้งซ่าน ว่างไปมันก็ไม่ดี 555

งาน

ถ้าจบแล้วก็ทำงานได้หลายอย่างนะครับ คลุมก่อสร้าง ออกแบบ เก็บข้อมูล ถ้างานใหญ่ชิ้นนึงก็ใช้สถาปนิกหลายคนเพราะงานก็ต้องแบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่หลายคนจบแล้วก็ไปทำสายงานอื่นก็เยอะ เช่น ปัญญา work point แอดคาราบาว  แต่ถ้าสอบใบประกอบอาชีพต่อก็จะสามารถตรวจสอบอาคารได้อัพเงินเดือนขึ้นมา

ผมก็เป็นคนต่างจังหวัดด้วยพ่อแม่คนต่างจังหวัดก็ไม่รู้ว่าสถาปัตคือ อะไร ที่บ้านรู้อย่างเดียว อาชีพหมอ เหอะ ๆ ผมก็บอกแม่เวลามีคนมาถามว่าผมเรียนอะไร บอกไปเลยว่าผมเรียนออกแบบสุวรรณภูมิ 555 (สนามบินร้าว ห้องน้ำก็มีน้อย ก๋ากก)

ลักษณะการทำงาน

ตอนผมไปฝึกงานผมก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์มาครับ อย่างบริษัทใหญ่เวลาจะทำโครงการเขาก็จะให้สถาปนิกหลายๆคนเสนอผลงานมา หลังจากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะใช้แบบไหน หลักจากเลือกแบบแล้วก็จะให้วิศวะกรเข้ามาเคลียร์เรื่องโครงสร้าง แต่ถ้าผลออกมามันขัดกันกับวิศวกรเยอะ ก็อาจจะยกเลิกแบบนั้นไปเลยแล้วออกแบบใหม่ วิศวกรกับสถาปนิกเราทำงานร่วมกันนะครับ

ความรู้สึกตอนแรกก่อนที่เราจะเข้ามาเรียนกับตอนนี้ที่ได้เรียนแล้วต่างกันอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นพอรู้ว่าตัวเองติดแบบว่าดีใจมากๆได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน เรียนที่นี่มันไม่เหมือนม.ปลายรีบไปโรงเรียนแต่เช้าลอกการบ้านเพื่อน แต่สำหรับคณะนี้เราต้องทำงานของตัวเองให้เสร็จจะให้คนอื่นทำงานให้ก็เป็นไปได้ยากเพราะอาจารย์จะจำลายเส้นรูปการทำงานของแต่ละคนได้ และพอเจองานหนักๆก็รู้สึกท้อจนไม่อยากเรียนก็มีเพราะแต่สังคมที่นี่ก็ทำให้เรามีกำลังใจในการเรียนด้วย

อยากฝากอะไรถึงน้องที่อยากเข้าสถาปัตยกรรมมหาวิทยาลัยลาดกระบัง

ถ้าอยากเรียนคณะนี้ก็ต้องแบ่งเวลาให้เป็น ฝึกฝนหาความรู้ในด้านนี้ให้มากๆ ใจต้องมาก่อน (เพราะเรียนหนักงานเยอะ) และร่างกายจะตามมา สู้ๆนะน้องๆ

สุดท้ายก็ขอขอบคุณข้าวเหนียวไก่ย่างจากพี่คณะสถาปัตมากนะก๋าบ ^ ^

 

มารู้จักคณะสถาปัตยกรรม กับพี่ๆลาดกระบัง ตอนที่ 1