บัณฑิตเภสัชฯ ทับแก้ว ผงาด! สอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมนำอันดับหนึ่งของประเทศ ฉลุยผ่านมากสุดถึง 92.7 % ส่วนม.อุบลฯตามอันดับสอง 82.7% จุฬาฯรั้งอันดับสาม 81.7 % จากจำนวนบัณฑิตเภสัชทั้งหมด 12 ม.ทั่วประเทศ

       ผลการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมครั้งที่ 1/ 2553 ตามประกาศเว็บไซต์สภาเภสัชกรรม http://www.pharmacycouncil.org ปรากฏว่า นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สอบผ่านมากสุด อันดับหนึ่งของประเทศ 166 คน คิดเป็น 92.7% จากผู้เข้าสอบทั้งหมด 179 คน ตามด้วย ม.อุบลฯ ผ่าน 82.7% ส่วนจุฬาลงกรณ์ฯผ่าน 81.7% โดยทั้งหมดมีจำนวนบัณฑิตเภสัชศาสตร์เข้าสอบกว่า 1,612 คนจาก 12 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
       
       เภสัชกร รองศาสตราจารย์ ดร. จุไรรัตน์ นันทานิช คณบดีเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของบัณฑิตรุ่นนี้ที่สามารถสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะเภสัชศาสตร์ทั้งหมดภายในประเทศ ทั้งนี้เป็นผลเนื่องมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่ และตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะสอบผ่านให้ได้มากที่สุด โดยใช้โครงการทบทวนและฝึกปฏิบัติร่วมกันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
       
       “เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 75% แต่นักศึกษาของเราทำได้ถึง 92.7% จึงเป็นที่น่ายินดีที่ทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนการรักษาอันดับการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมให้อยู่ในระดับสูงนั้น ต้องพัฒนาเรื่องการเรียนการสอนปกติต่อไปให้ได้มาตรฐานการศึกษา ให้นักศึกษามีความรู้ที่ทันสมัย โดยเป็นการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อีกส่วนหนึ่งคือตัวนักศึกษาเองจะต้องตระหนักรู้ว่านอกจากการตั้งใจเรียนจนสำเร็จตามหลักสูตรแล้ว การสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เป็นขั้นตอนที่สำคัญหนึ่งที่นักศึกษาจะต้องสอบให้ผ่าน เพราะมีผลต่อการออกไปประกอบวิชาชีพในตำแหน่งเภสัชกร ยกเว้นในกรณีที่นักศึกษาไม่ประสงค์จะทำงานด้านวิชาชีพเภสัชกรรม ฉะนั้นคณะวิชาจึงต้องมีบทบาทในการพยายามให้นักศึกษาเข้าใจถึงความสำคัญดังกล่าว ซึ่งถ้านักศึกษาเห็นความสำคัญจะเข้าใจหน้าที่ของตนเอง จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และพยายามสอบให้ผ่าน” ภญ.รศ.ดร.จุไรรัตน์ กล่าว
       
       ด้าน น.ส.จุฑามาศ มุทธากาญจน์ หนึ่งในนักศึกษาที่สอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เผยว่าตน รู้สึกดีใจและเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนในชั้นปีก็ดีใจและภูมิใจเช่นกัน ที่สามารถสอบผ่านและทำชื่อเสียงให้กับคณะฯ และมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งการสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดความรู้ความสามารถ
       
       “การสอบใบประกอบวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพใดก็เหมือนเป็นการทดสอบตัวเองว่า ตัวผู้เรียนสามารถปฎิบัติงานได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะการสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมนอกจากจะเป็นการทวนความรู้ที่มีแล้วยังเป็นการันตีการเป็นเภสัชกรอีกด้วย ฉะนั้นการสอบครั้งนี้จึงนับเป็นการสอบที่ทุกคนทุ่มเทให้ควาามตั้งใจอย่างสูง”บัณฑิตเภสัชฯศิลปากรกล่าว
       
       ว่าที่เภสัชกล่าวอีกว่า จากความสำเร็จทางด้านการเรียนดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความสามัคคีที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จโดย ที่ผ่านมาเธอและเพื่อนๆมักจะช่วยกันอ่านและช่วยติว และช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดไปให้กัน เพราะทุกคนก็มุ่งหวังในสิ่งเดียวกัน จึงเชื่อว่าถ้าเราทุกคนร่วมมือกันก็จะผ่านไปได้
       

       อนึ่ง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รับนักศึกษารุ่นแรกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 – ปัจจุบัน สำเร็จการศึกษาไปแล้ว 20 รุ่น ประมาณ 1,956 คน โดยเปิดเป็นคณะที่ 6 ของประเทศไทย และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก ที่มุ่งการเรียนการสอน ด้านการผลิตยา ด้านการบริการทางเภสัชกรรม และเน้นด้านการใช้ยาในผู้ป่วยและการทำงานกับทีมบุคลากรด้านสาธารณสุขอย่างเข้มข้น
       
       ด้านการสำรวจการทำงานของบัณฑิต พบว่าส่วนใหญ่ทำงานในภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐ เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชน และธุรกิจร้านยาต่างๆ มีการขยายตัวออกไปเป็นอย่างมาก ด้านรายได้ของบัณฑิตเภสัชศาสตร์ มศก.โดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับประมาณ 25,000 บาทต่อเดือนนักศึกษาเภสัชฯ มศก. มีความขยัน อดทน มีความรู้ความสามารถเด่นทางด้านไอที และมีความเป็นศิลปินในอารมณ์ เนื่องจากว่าได้รับอิทธิพลจากหลายคณะวิชาที่สอนด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยเดียวกัน
       
       นอกจากนี้ สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชนของคณะเภสัชศาสตร์ มศก. ถือเป็นร้านยาที่ได้รับการรับรองให้เป็นร้านยาคุณภาพโดยสภาเภสัชกรรม เพื่อเป็นต้นแบบร้านยาในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นรูปแบบการบริหารจัดการของที่ดำเนินการได้สมบูรณ์ตามมาตรฐานของวิชาชีพ

 

Credit  Manager.co.th