คุยกับพี่เปเล่กับพี่ปอ ลาดกระบังกันนะครับ  ^ ^

อยากเรียนสาขาสถาปัตย์เพราะ ??? แรงบันดาลใจ ???

ก็เป็นคนวาดรูปมาทั้งแต่จำความด้วย และก็ได้เห็นเด็กช่างที สเกลถือไม้ที เลยอยากเรียนบ้างและก็มีความฝัยอยากมีห้องทำงานส่วนตัวใหญ่ เอาไว้ทำงานของเราและเกลียดวิชาเคมี และช่วงม.5ก็เริ่มรู้จักคณะสถาปัตและก็ได้ฝึกวาดรูปอย่างจริงจัง

กวดวิชาศิลปะมีความจำเป็นมั้ยครับ

สำหรับพี่แล้วไม่จำเป็นเพราะอย่างข้อสอบของสถาปัตก็เป็นวาดรูปมันไม่มีคำตอบที่ตายตัวอาจจะหาหนังสืออ่านเองได้ แต่บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเราคิดถูกหรือป่าวดังนั้นก็ต้องมีที่ปรึกษาบ้างเหอะๆ อย่างผมก็ได้คำแนะนำจากรุ่นพี่ แต่พี่ก็คิดว่าเสียตังกวดวิชาฟิสิกส์ เคมีชีวะ เลข อังกฤษ เยอะกว่า กวดวิชา ศิลปะเยอะ 5555 ไม่รู้จะเรียนไปทำไมเอิ๋ก ๆ แต่พอติดโควตาแล้วก็เลิกเรียน 55

สำหรับเรื่องการคำนวณ ถ้าเป็นสถาปนิกรุ่นเก่าก็จะคำนวณขั้นเทพเหมือนกันสามารถคำนวณเหล็กในคานได้เลย แต่ถ้ารุ่นปัจจุบันไม่ต้องเทพถึงขั้นนั้นก็ได้ยกให้วิศวกรไป  แต่รู้คุณสมบัติการพื้นฐานและการใช้งานเบื้องต้นรวมไปถึงพฤติกรรมต่างของเหล็ก

สถาปัตยกรรมคืออะไร

ศิลปะ+วิทยาศาสตร์ รวมกันเป็นสถาปัตยกรรม อย่างศิลปะก็จะเป็นด้านความงาม รูปลักษณ์ เรื่องของความประทับใจจากบุคคลที่เข้ามาใช้งาน สำหรับวิทยาศาสตร์ ก็พวกโครงสร้างอาคาร ท่อน้ำ ท่อแอร์ กฎหมาย และก็คำนึงผลประโยชน์ใช้สอย

 สิ่งที่เข้าใจผิดกับสถาปัตยกรรม

สำหรับที่ลาดกระบังถ้าเรียนสาขาสถาปัตยกรรมก็จบออกมาจะเป็นสถาปนิกโดยตรงนะครับ แต่ของลาดกระบังคณะสถาปัตยกรรมจะมีหลายสาขาเช่น ถ่ายรูป ภาพยนตร์ มัณฑนศิลป์ สาขาต่างอยู่ในคณะสถาปัตยกรรมแต่ ก็ไม่ได้เรียนเนื้อหาของสถาปัตนะครับ คณะสถาปัตยกรรมที่นี่เหมือนกับรวมศาสตร์ที่เกี่ยวกับศิลปะไว้ในคณะสถาปัตยกรรมเท่านั้นเอง อย่างภาพยนตร์ก็คือนิเทศศาสตร์ดีดีนี่เองแต่มาอยู่ในคณะสถาปัตยกรรรมเท่านั้นเอง

สถาปัตยกรรมเรียนอะไรบ้าง

ปี1 ก็เรียนพื้นฐานการออกแบบทั่วไป องค์ประกอบศิลป์ 2มิติ 3 มิติ มีการแกะเพลงเป็น model สำหรับหลักสูตรใหม่ก็มีวิทยาศาสตร์แต่ก็เป็นวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสถาปัตยกรรม ถ้ารุ่นผมก็จะเรียนฟิสิกส์ เลขไปเลย นับว่ารุ่นน้องเรียนง่ายกว่า ปี 2-3 ก็จะเรียนออกแบบเพิ่มเติม เทคโนโลยีทางอาคารจะเกี่ยวกับโครงสร้างงานระบบทางวิศวกรรม ระบบอาคาร ปี1ออกแบบมาปี2-3 ก็จะใส่โครงสร้างลงไป ปี 4ก็จะมีการทำแบบวิจัย (research) เพราะสถาปนิกไม่ได้มีออกแบบบ้านอย่างเดียวต้องเก็บข้อมูล เพื่อให้สถาปนิกอีกกลุ่มออกแบบด้วย ปี 5 ก็จะมีวิชาเรียนทั่วไปแต่ก็เตรียมตัวทำวิทยานิพนแล้วครับ

สำหรับที่ลาดกระบังของเราจะเน้นที่โครงสร้างอาคาร คือเน้นทำแล้วสร้างได้จริงเพราะเราเรียนเพื่อเข้าใจวิศวกรด้วย เราคิดว่าความสวยงามเป็นเรื่องของบุคคล ประโยชน์ใช้สอยสำคัญที่สุด การออกแบบของเราเลยไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไรแต่จบแล้วก็มีงานทำ 555  และจุดเด่นของเราอีกข้อคือเป็นควาย  อึด ฮึด สู้ กับทุกงาน 555

5 ปีสำหรับการเรียนสถาปัตยกรรมมันนานไปหรือป่าว

สำหรับผมคิดว่ามันยังน้อยไปเพราะว่ายังไม่อะไรที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมอีกตั้งเยอะ (ให้เรียน 8 ปีเลยเอามั้ย 555 ) ผมขอเรียนในมหาวิทยาลัย 5 ปีพอละและขอไปหาความรู้ประสบการณ์ด้านนอกดีกว่า ฮา ฮา มีคำพูดกล่าวไว้ว่าสถาปนิกรุ่นเล็กอายุ 50 คือทำงานด้านนี้ต้องอาศัยประสบการณ์เก็บสะสมประสมการณ์ไปเรื่อยๆ

หัวใจของสถาปัตยกรรม

สถาปัตไม่ใช่แค่ออกแบบเพื่อให้สวยงามอย่างเดียว แต่เราต้องคิดถึงพฤติกรรมของมนุษย์ที่มาใช้งานชิ้นนั้นๆด้วยดังนั้นผลงานที่ดีมันก็ขึ้นอยู่กับจิตใจและความรู้สึกของคนที่เข้ามาใช้งาน อย่างเพดานสูงกับต่ำมันจะให้ความรู้สึกต่างกันอย่างไร สถาปัตก็ต้องคิดถึงตรงจุดนี้ด้วย ทำอย่างไรให้คนที่ใช้งานอยู่แล้วรู้สึกดีด้วยเมื่อได้เข้ามาอยู่ที่นี่

สังคมสถาปัตในลาดกระบัง

คณะนี้เราจะไม่เหมือนกับคณะอื่นเพราะเรารู้จักกันหมดทำงานด้วยกันตลอด นอนด้วยกัน รู้ขนาดที่ว่ามีไฝกี่เม็ด 555 และจะสนิทกับรุ่นพี่มากพวกพี่ก็จะสอนเทคนิคต่างให้น้องโดยหาไม่ได้จากในห้องเรียน กินเหล้าด้วยกันตลอด (แม่ไม่รู้ 555) แต่เราก็มีลิมิตนะก็รู้ตัวเองว่าต้องตื่นมาเรียนตอนเช้า การกินเหล้าไม่ใช่จะเป็นเรื่องไม่ดีอย่างเดียวคณะเราเรียนหนักมากก็มีการพักผ่อนบ้างและเป็นการรู้จักกันมากขึ้นสนิทกันอยากตบหัวรุ่นพี่คนนั้นก็ตบได้ตอนกินเหล้า (อันนี้ล้อเล่น)      อย่างตอนรุ่นพี่ทำโปรเจคจบวันรุ่งขึ้นเราก็มีสอบเหมือนกันร้องก็ไปช่วยรุ่นพี่ด้วยความเต็มใจจนถึงเช้ากลับไปอาบน้ำเข้าห้องสอบเลย แบบนี้หละครับความเป็นพี่น้องของเด็กลาดกระบัง ( แต่ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะเดียวจะสอบตกเอา 555 ) พี่เขาก็จะจบแล้วอยากให้พี่เขาเรียนจบและเราก็ได้ความรู้และประสบการณ์ ( อย่าลืมมาช่วยพี่ทำโปรเจคจบด้วยนะ ฮาฮา ) 

 

มารู้จักคณะสถาปัตยกรรม กับพี่ๆลาดกระบัง ตอนที่ 2