ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

       สพฐ.เผยผลประเมินครูสายวิทย์ฯ ม.ต้น พบส่วนใหญ่เกณฑ์สูง ผิดคาด! ครูม.ปลาย กลับสอบตกหมดทุกวิชา “ชีวะ-คณิต- คอมพ์ฯ” เกณฑ์ต่ำเกิน 80% “ชินวรณ์” มึนสั่งยกเครื่องผลิตครูเฉพาะทางเป็นพิเศษ ขณะที่สมรรถนะภาษาอังกฤษ - ไอที ผู้บริหารบ๊อท่า ตกเกณฑ์เกือบหมด
       
       วันนี้(7 มิ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการประเมินสมรรถนะครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษารายบุคคลทั่วประเทศ ตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งผลปรากฏว่า กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.ต้น ครูผู้สอนเข้าประเมินทั้งสิ้น 13,385 คน ทำคะแนนได้ 80% ขึ้นไป หรืออยู่ในกลุ่มสูง 7,260 คน คิดเป็น 54.24% ได้คะแนน 60-79% อยู่ในกลุ่มกลาง 4,925 คน คิดเป็น 36.79% ได้คะแนนต่ำกว่า 60% อยู่ในกลุ่มต้น 1,200 คน คิดเป็น 8.97% วิชาคณิตศาสตร์ ม.ต้น เข้าประเมิน 14,816 คน กลุ่มสูง 8,596 คน คิดเป็น 58.02% กลุ่มกลาง 4,311 คน คิดเป็น 29.10% กลุ่มต้น 1,909 คน คิดเป็น 12.88%
       
       นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า วิชาวิทยาศาสตร์ ม.ปลาย วิชาฟิสิกส์ ครูเข้าประเมิน 3,428 คน กลุ่มสูง 75 คน คิดเป็น 2.19% กลุ่มกลาง 913 คน คิดเป็น 26.63% กลุ่มต้น 2,440 คน คิดเป็น 71.18% , วิชาเคมี ครูเข้าประเมิน 3,061 คน กลุ่มสูง 693 คน คิดเป็น 22.68% กลุ่มกลาง 412 คน คิดเป็น 13.49% กลุ่มต้น 1,956 คน คิดเป็น 63.83% , วิชาชีววิทยา ครูเข้าประเมิน 2,846 คน กลุ่มสูง 2 คน คิดเป็น 0.07% กลุ่มกลาง 389 คน คิดเป็น 13.67% กลุ่มต้น 2,455 คน คิดเป็น 86.26% , วิชาโลกดาราศาสตร์ ครูเข้าประเมิน 529 คน กลุ่มสูง 3 คน คิดเป็น 0.56% กลุ่มกลาง 193 คน คิดเป็น 36.14% กลุ่มต้น 333 คน คิดเป็น 63.30% , วิชาคณิตศาสตร์ ครูเข้าประเมิน 5,375 คน กลุ่มสูง 3 คน คิดเป็น 0.06% กลุ่มกลาง 875 คน คิดเป็น 18.28% กลุ่มต้น 4,497 คน คิดเป็น 83.66%, และ วิชาคอมพิวเตอร์ เข้าประเมิน 3,901 คน กลุ่มสูง 4 คน คิดเป็น 0.10% กลุ่มกลาง 419 คน คิดเป็น 12.36% กลุ่มต้น 3,478 คน คิดเป็น 87.54% ส่วนวิชาอื่นๆ ที่เหลืออยู่ระหว่างการประมวลผล เนื่องจากมีครูผู้สอนเข้าประเมินจำนวนมาก
       
       “จากตัวเลขผลการประเมินที่ออกมา ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ครูผู้สอนโดยเฉพาะในระดับม.ปลายมีความจำเป็นพิเศษที่ต้องพัฒนาให้มีความรู้ตรงกับสาระวิชาเอกที่สอน ดังนั้นจึงได้มอบให้ สพฐ. ไปดำเนินการพัฒนาครูให้เกิดความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ นอกจากนี้หากต้องการเห็นผลการปฏิรูปการศึกษา โดยให้นักเรียนผ่านสาระการเรียนรู้เกิน 50%ในทุกวิชา ศธ.จะต้องไปปรับปรุงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ คือ ครูระดับประถมศึกษา และม.ต้น ควรสามารถสอนแบบบูรณาการ หรือมีวิชาเอกควบคู่ เพื่อให้สามารถสอนหลายวิชาในระดับประถม หรือม.ต้น ส่วนระดับม.ปลาย ต้องพัฒนาครูให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น โดยอาจจะส่งเสริมให้ครูได้มีโอกาสไปเรียนต่อในหลักสูตรระดับปริญญาโท หรือจัดให้มีหลักสูตร 4+2 คือปริญญาตรีและปริญญาโทต่อไปในอนาคต” รมว.ศธ.กล่าว
       
       นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลการประเมินผู้บริหาร มีผู้เข้าประเมินทั้งสิ้น 37,522 คน ในด้านความรู้และสมรรถนะการบริหารการศึกษา กลุ่มสูง 6,112 คน คิดเป็น 16.29% กลุ่มกลาง 15,426 คน คิดเป็น 41.12% กลุ่มต้น 15,984 คน คิดเป็น 42.59%, ด้านการเป็นผู้นำและคุณธรรม จริยธรรม กลุ่มสูง 26,824 คน คิดเป็น 71.48% กลุ่มกลาง 6,128คน คิดเป็น 16.34% กลุ่มต้น 4,570 คน คิดเป็น 12.18% และ ด้านภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี กลุ่มสูง 534 คน คิดเป็น 1.43% กลุ่มกลาง 1,410 คน คิดเป็น 3.76% กลุ่มต้น 35,578 คน คิดเป็น 94.81% ทั้งนี้ สพฐ.จะต้องไปหาแนวทางพัฒนาผู้บริหารที่ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยทำให้ผู้บริหารเป็นผู้บริหารมืออาชีพ ซึ่งถึงแม้ผู้บริหารจะมีองค์ประกอบในด้านการเป็นผู้นำฯ อยู่ในกลุ่มสูงเป็นที่น่าพอใจ แต่วิชาที่ว่าด้วยภาษาอังกฤษและเทคโนโลยียังมีค่าคะแนนในระดับต้นถึง 94.81% จึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุง
 

Credit  MANAGER