เทรนด์อาชีพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

ก้าวล่วงเข้าสู่ปีใหม่กับกระแสการสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) หน่วยงานที่เป็นมันสมองของประเทศอย่างสภาพัฒน์ (สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ได้ชี้ให้เห็นแนวโน้มของโลกที่เกิดขึ้น  พร้อมกับแนวทางที่ประเทศไทยควรจะดำเนินไป อันเป็นเหตุสำคัญที่องค์กรน้อยใหญ่ โดยเฉพาะในภาครัฐเริ่มตบเท้า ขยับปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่และกิจกรรมกันอย่างคึกคักในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

เพราะเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ มีหัวใจที่สำคัญอยู่ที่การกระตุ้นให้ผู้คนคิดอย่างสร้างสรรค์ โดยมีรากฐานทางวัฒนธรรมของประเทศเป็นสำคัญ ประกอบกับการพัฒนาศักยภาพในการนำวัฒนธรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างสมดุล
สภาพัฒน์ขนานนามอุตสาหกรรมใหม่นี้ว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” ซึ่งหมายรวมถึง มรดกวัฒนธรรมไทย ศิลปะ ภูมิปัญญา สื่อสมัยใหม่ (เช่น ภาพยนตร์ และแอนิเมชัน) งานออกแบบ และสุดท้ายคือ ช่างฝีมือไทย เพิ่มเติมจาก อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมการเกษตร ที่ถือเป็นฐานรากที่สำคัญอยู่แล้ว
การเริ่มต้นของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของคนทำงานในหลากหลายสาขาทั้งศาสตร์และศิลป์ เรียกว่า
“กลุ่มอาชีพที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์” (Creative Profession) อาทิ นักวิจัย นักออกแบบ นักเขียน นักออกแบบท่าเต้น และศิลปินในแขนงต่างๆ
ที่ผ่านมาอาชีพเหล่านี้มักพ่วงท้ายด้วยคำว่า “ไส้แห้ง” เพราะค่าตอบแทนจากการประกอบกิจกรรมเหล่านี้มักไม่สามารถเลี้ยงชีพได้อย่างพอเพียง อีกทั้งยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอีกด้วย ผู้คนที่ทำงานเหล่านี้จึงมักเป็น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือ กลายเป็นงานส่วนหนึ่งของคนทำงานประจำ ซึ่งไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น “อาชีพ” ดังนั้น เมื่อไม่มีอาชีพก็ขาด “มืออาชีพ” ตัวจริง
เส้นทางการสร้างอาชีพ ความพยายามครั้งสำคัญในการวางเส้นทางอาชีพ
ในขณะที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหมายถึง กลุ่มประชากรวัยทำงานเริ่มลดจำนวนลงพร้อมกับปริมาณผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นภาระทางการเงินสำหรับประชากรในวัยทำงาน อันส่งผลถึงสภาวะของตลาดแรงงานที่ทุกสาขาวิชาชีพจะทำสงครามเพื่อแย่งชิงคนเก่ง (War of Talent) และด้วยมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันมีอัตราการเปลี่ยนงานเฉลี่ย 3 ครั้งในช่วงชีวิตการทำงาน ดังนั้น การพัฒนาอาชีพอย่างจริงจังต้องคำนึงถึงความก้าวหน้าหน้าที่การงานทุกช่วงชีวิต
ในทางจิตวิทยามีการระบุถึงลำดับขั้นเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกอาชีพ 5 ช่วงอายุ 1. วัยเด็ก ที่เน้นให้เด็กได้ค้นพบพรสวรรค์ของตนเอง 2. วัยรุ่น เป็นวัยค้นหาซึ่งต้องเปิดโอกาสให้พวกเขารู้จักอาชีพหลากรูปแบบ บางคนเริ่มทำงานที่ตนคิดว่าชอบ 3. วัยทำงานช่วงต้น วัยที่เริ่มลงหลักปักฐานกับอาชีพที่ตนพอใจ 4. วัยอยู่ตัว ซึ่งเริ่มที่จะเป็นพี่เลี้ยงผู้บังคับบัญชาผู้บริหารในองค์กรต่าง และ 5. วัยใกล้เกษียณ ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มลดความสำคัญของงานลงและคำนึงถึงการใช้ชีวิตหลังเกษียณมากขึ้น
หากเป็นการวางเส้นทางอาชีพสำหรับองค์กรก็คงจะพิจารณาช่วงที่ 3-5 แต่สำหรับการวางเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพในภาพใหญ่ของประเทศ ต้องพิจารณาครบทั้ง 5 ช่วงอายุ
ล่าสุด ได้เห็นความพยายามที่เป็นรูปธรรมในการสร้างอาชีพในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์แล้ว คือ การสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพแก่ นักวิจัย
โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และภาคีการวิจัยแห่งชาติ อันได้แก่ สกอ. สกว. สวทช. สวรส. สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ รวมถึง สภาพัฒน์ได้เริ่มขบคิดประเด็นปัญหาด้านการสร้างเข้มแข็งของระบบวิจัยแห่งชาติ โดยเปิดให้กลุ่มผู้บริหารงานวิจัยในองค์กรภาครัฐและมหาวิทยาลัยและสถาบันเฉพาะทางเข้าร่วมสัมมนาโต๊ะกลม เพื่อลงลึกปัญหาอย่างจริงจัง

และจากผลสำรวจของ IMD World Competitiveness Yearbook 2004 พบว่าปัจจัยที่ฉุดรั้งความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยคือปัจจัยพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในความเป็นจริงก็คือประเทศไทยนั้นมีสัดส่วนผู้จบปริญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอันดับหนึ่ง และมีนักเรียนคุณภาพระดับโอลิมปิกจำนวนมาก  แต่กลไกของประเทศในการชี้อนาคตสู่อาชีพนักวิจัยกลับยังอ่อนแอ
ซึ่งมีเหตุผลสำคัญมาจาก 3 ช่วงระยะเวลา นั่นคือ ในช่วงต้นอาชีพ กลุ่มเยาวชนที่ไม่ได้รับการสื่อสารที่ดีถึงความน่าสนใจของอาชีพนักวิจัย ในช่วงกลางอาชีพ ที่ขาดความท้าทายของโจทย์วิจัย ด้านค่าตอบแทน การยอมรับทางสังคม และ ความมั่นคงการทำงาน ส่วนสุดท้ายคือ ในช่วงปลายของอาชีพที่มีนักวิจัยชั้นเยี่ยมที่กำลังจะทยอยเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากวางเกณฑ์การใช้ประโยชน์จากบุคลากรชั้นครูเหล่านี้ได้ ผลประโยชน์จะกลับมาสู่ประเทศอีกมากมายมหาศาล
หวังเป็นอย่างยิ่งว่านับจากนี้ไป เราคงไม่ต้องเห็นคนเก่งไทยที่ขาดเวที จนต้องไปใช้ชีวิตระหกระเหินหาระบบนิเวศใหม่ที่เอื้อต่อการพัฒนางานวิจัยของตนเองจนสำเร็จในต่างแดน
ดังตัวอย่าง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรหญิง ผู้ผลิตไวรัสต้านเอดส์ หรือศิลปินศิลปาธรคุณพิเชษฐ์ กลื่นชื่น นักออกแบบท่าเต้น และ
ผู้อำนวยการ พิเชษฐ กลั่นชื่น แดนซ์ คอมพานี
นักวิจัย หรือแม้แต่ท่านที่มีอาชีพในกลุ่มสร้างสรรค์สามารถร่วมแบ่งปันประสบการณ์ได้กับผู้เขียนที่ christmas.supaton@sasin.edu
คริสมาส ศุภทนต์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Credit : http://www.bangkokbiznews.com

UniGang Talk

รับสมัคร ติวเตอร์เฉลยข้อสอบ GAT/PAT 7สามัญ O-NET : ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์ GATเชื่อมโยง  ติดต่อ Mynamekla@hotmail.com