เริ่มต้นอาทิตย์ใหม่กันแล้ว :))

วันนี้เป็นวันที่กลับบ้านดึกที่สุดตั้งแต่มหาลัยเปิดมาเลย ~

แต่ไม่เหนื่อยสักนิด เพราะว่าอะไรน้า...

 

พิมไปพิมมาเดี๋ยวมันจะสับสน ขอเรียบเรียงตั้งแต่เช้าเลยละกัน

ข้างล่างนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญนะคะ แค่สนองตัณหาส่วนบุคคลของจขบ.(เจ้าของบล็อก)

ที่อยากให้บล็อกนี้เป็นคล้ายสมุดบันทึก อยากเขียนอะไรก็เขียน แม้มันจะเวิ่น.

ใครอ่านข้ามไปเลยก็ได้นะคะ มันไม่ได้เกี่ยวกับหัวข้อเล้ยยยย

 

เช้าวันนี้เรียน 10 โมง :) เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะได้ตื่นสาย ฮ่าๆ

แล้วเราก็ได้กินข้าวแกงกะหรี่ที่แม่ทำไว้ให้ (แม่ออกไปทำงานแล้วว)

อร่อยดีแต่หมูน้อยไปนิด มันสำเร็จรูปนี่นา

แล้วเราก็นั่งรถพ่อไปมหาลัยกัน...

ว้าว ถึงคณะ มีเวลาก่อนเข้าห้อง15 นาที ก็ไปเช็คกล่อง พี่-น้องรหัส

ได้จดหมายจากพี่รหัสด้วยแหละ...

จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าพี่รหัสเป็นใคร แบบว่าคนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้ว

รู้แต่ว่า พี่รหัสลายมือน่ารักมาก แล้วก็ต้องเป็นคนที่งานรัดตัวแหงๆ ;p

ขึ้นไปห้องรวม east civ วันนี้ก็มาเรียนอารยธรรมอินเดียกันต่อไป

แอบหลับนิดนึง พอจบคาบ แกนสันฯ ก็ออกมาซ้อมร้องเพลง โชว์เชียร์ ดวลเพลง

เพราะอะไร...

เพราะ..... เย็นนี้ เป็นพิธีเปิดกีฬาเฟรชชี่!!!

หรือก็คือ งานที่เด็กๆ? ปี1ทุกคณะ จะมาโชว์เชียร์ และก็ดวลเพลงกันนั่นเอง

มีฟุตบอล(รู้สึกจะเป็นวิทย์กีฬาชนะจิตวิทยาไป3-0 ว้ายแอบสปอยล์ ช่างมันเถอะ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น ฮ่า)

พวกเราก็ยืนซ้อมกันไปจน บ่ายโมงครึ่ง มีคาบการใช้ภาษาไทยตอนบ่ายสอง

ได้พักกินข้าวกล่องป้านัน จากโดมทองที่เพื่อนๆซื้อไว้ให้แล้ว

คิดถึงเตรียมจัง...:) แต่ทำไม ทำไม ข้าวมันแข็งขึ้นละคะป้าขา ฮ่าๆ

รีบโซ้ยกันอย่างไว ก็มาเรียนกันต่อ อีกสองชม. เป็นเรื่องการใช้ราชาศัพท์!

เรียนมาตั้งแต่เด็กยันแก่ ก็ไม่เห็นจะใช้เป็นกันสักที ยากมากขอบอก(สำหรับเรา คนอื่นไม่รู้)

แอบหลับอีกแล้ว... (เพื่อนบอก ซุยมันก็หลับทุกคาบอะแหละ ฮ่า)

 

บรรทัดต่อไปนี้จะเริ่มเข้าเนื้อหา นิดหนึ่ง.. จริงๆมันก็พิมไปวกไปวนมาอะค่ะ 5 5 5 5

โอเค ข้ามไปตอนเรียนเสร็จ พวกเราทุกคน ก็พร้อมกันไปที่สนามจุ๊บ!!

เดินขบวนกันไป อักษร วันนี้มากันเต็มแสตนด์ ปลาบปลื้มจริงๆ

ตอนเข้าห้องเชียร์ ถ้าพวกพี่ๆมาเห็นคนครบแบบนี้คงดีใจน่าดู

...แต่แค่นี้ก็แสดงแล้วว่ารุ่นเรา ถ้ามีอะไรก็ทำได้!

งานเริ่ม6โมง เริ่มด้วยการเดินพาเหรดเข้ามา จุฬาคทากร น่ารักมาก >_<

แล้วก็ตามด้วยคณะต่างๆ ที่น่าแปลกใจ คือ วงโยฯ ใช้เด็กสาธิตจุฬาฯม.ต้นมาเป็นคนเล่น????

มหาลัยเราไม่มีวงโยหรือไร อันนี้น่าเก็บไปคิดกันต่อไป เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฮ่าๆๆ

บลาๆๆจุดคบเพลิง แล้วก็มาถึง การรันโชว์เชียร์ มีหลีดออกมานำ

หลีดสวย น่ารักมาก เพื่อนที่เป็นบอกว่าซ้อมหนักถึงเที่ยงคืนเมื่อวาน

สวยและก็ฟิตกันดีจริงๆ

เพื่อนใหม่ที่นั่งข้างๆ ชื่อฝน เรียนเอกประวัติศาสตร์! เค้าบอกว่าแม่ให้เรียน

จะได้รู้เวลาขึ้นเรือ จะได้ขึ้นเรือทัน... (คิดในใจ ดู2012 มากไปไหมคะคุณแม่ขา)

ฝนน่ารัก เป็นกันเอง ที่สำคัญ เหมือนเค้าจะมีพี่รหัสคนเดียวกับเรา เพราะพี่เราบอกว่าเค้ามีน้องสองคนน้ะ

ใช่หรือเปล่าไม่แน่ใจ ไว้จะมาอัพเดทอีกทีในบล็อกถ้าทราบ... :)

เข้าเรื่องต่อ หลังจากออกทะเลไปได้ 5กิโล (ได้ข่าวว่าแกออกมาตลอดเนื้อหาเลย...5 5) 

พวกเราก็ซ้อมรันโชว์เชียร์กัน มีเพลง Lady Marmalade ท่อนฮุกด้วย น่ารักจริงๆ

จขบ.ยังทำท่าไม่ค่อยได้ แต่ทุ่มสุดใจ เนียนตามเค้าไป ฮ่าๆ

ปิดท้ายด้วยเพลงจุฬาน่ารัก ซึ่งน่ารักกันจริงๆทั้งหลีดทั้งแสตนด์(ไม่ได้ชมตัวเองนะคะ....;p)แบบว่าภาพรวม

ข้างๆเราเป็นเพื่อนคณะบัญชีฯ กับ คณะเปิดใหม่! การเกษตร อะไรนีแหละ ขอโทษจริงๆนะคะที่จำไม่ได้ - -

มีนิสิตแค่ 40 กว่าคน! (ที่ได้ยินมา) ถ้าข้อมูลผิดพลาดต้องขออภัยด้วยย

ในขณะที่คณะเรามี 415 คน และบัญชี มีพันกว่าคน!!!! ของเค้าแรง ฮ่าๆ

ตอนคณะกรรมการมาดู นี้ใจเต้นตึกตัก สารภาพเลยว่าทำท่าผิดไปหลายรอบ

แต่คำติดปากคณะเราคือ สวย ค่ะ จริงๆนะคะ แม้เราจะไม่สวย แต่คิดซะว่าสวยค่ะ

เราเลยยิ้มให้กรรมการไปลูกเดียว ฮ่าๆ ดูเหมือนเค้าก็ชอบ (มั้ง)

ส่วนตัวคิดว่าการโชว์เชียร์ไม่เน้นเท่า การดวลเพลงค่ะ!!!!!

รุ่นพี่บอกว่า คณะอักษรศาสตร์ นั้น ชนะการดวลเพลงทุกปี ตั้งแต่มีกีฬาเฟรชชี่มาเลยทีเดียว

อะไรจะขนาดนั้น... แต่ตอนห้องเชียร์ทุกเย็น พวกพี่ๆทุ่มเทให้การร้องเพลงจริงๆ

เค้าไม่ให้ตะคอก ไม่จำเป็นต้องร้องดัง

แต่ทำให้เสียงของทุกคนบนแสตนด์เป็นเสียงเดียวกัน

ร้องออกไปจากใจ และมโนภาพตามคำร้องทุกคำ แหม...อักษร จริงๆ

Theme ของคณะปีนี้คือ นักร้องประสานเสียง พวกเรามีโบว์ดำเล็กๆผูกบนเสื้อด้วยแหละ

ตอนดวลเพลงของคณะ ขนลุก กันเลยทีเดียว

ร้องด้วยความซาบซึ้งจริงๆค่ะ เหมือนเสียงมันรวมเป็นเสียงเดียวจริงๆนะ

ในเพลง เกียรติภูมิจุฬาฯ ที่เน้นความหนักแน่น ทรงเกียรติ ความภูมิใจในสถาบัน 

และเพลงอุทยานจามจุรี ซึ้งและอ่อนหวานมากๆค่ะ (อาจเพราะคณะเราผู้หญิงเยอะมาก)

ตอนร้องจบ นี้ ความรู้สึก รักในสถาบัน มันเพิ่มพูนจริงๆ

แล้วก็ตระหนักว่ากีฬาเฟรชชี่ คงมีเพื่อให้ นิสิตสามัคคี และรักกันในหมู่คณะ รวมทั้งรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย  

คณะกรรมการ บอกประมาณว่า ... ไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่สุดยอดจริงๆค่ะคณะนี้ (ประมาณนี้)

พวกเราดีใจกันใหญ่ ไม่เสียทีจริงๆที่ซ้อมกันทุกวันนะคะเพื่อนๆ

หลังจากดวลเพลงกันเสร็จ (ไม่ขอพูดของคณะอื่นๆนะคะ ฮ่าๆ เพราะสนองตัณหาจขบ อย่างที่บอกไว้)

ก็มีการร้องเพลง มหาจุฬาลงกรณ์ร่วมกันทุกคน บรรยากาศตอนนั้น คนเหลือน้อย เพราะมันดึกแล้ว ทยอยกลับกันไปก่อน

รู้สึกได้ว่า ถึงจะคนน้อย แต่ความรักไม่น้อยนะคะ การร้องเพลงนี้สื่อถึงอารมณ์ได้มากเลย

พี่หลีดจุฬาฯ ที่กลางสนาม สวยทุกคน :)) เป๊ะมากค่ะ

ตามด้วยบูมบาก้า แล้วพวกเราก็ทยอยกันกลับ  ประมาณ4ทุ่มได้แล้ว

ตอนเช้ามากับคุณพ่อ ขากลับคุณพ่อก็มารอรับที่หน้านิติฯ

ปกติขึ้นรถไฟฟ้า แต่วันนี้กลับดึกเลยมารับ แอบสบายนิดนึง ฮ่าๆ  

 

สรุปแล้ว...(เนื้อหาจริงๆจากที่เพ้อมายืดยาว) เป็นวันที่ประทับใจมากกกก

ชีวิตเฟรชชี่ที่มีแค่ครั้งเดียวในชีวิต

ตอนนี้ถึงจะเหนื่อยกับกิจกรรมมาก จนไม่มีเวลาอ่านหนังสือเท่าไหร่

แต่มันก็คุ้มค่าจริงๆค่ะ เรา"ได้" หลายอย่างมากจริงๆกับการทำกิจกรรม 

ก็อยากบอกว่า ในความคิดของเราชีวิตมหาลัย อยู่ในห้องเรียนจริงๆ แค่ 30%

ที่เหลืออีก 70% เราต้องขวนขวายหากันเองนะคะ :D

แล้วจะได้ มากกว่าเวลาที่เสียไป แน่นอนค่ะ

 

ปอลิง แรกๆ ก็เขียนยาวยังงี้ อีกสักพัก มันคงจะเหลือแค่ย่อหน้าเดียวแหงๆ ฮ่าๆ

 

คืนนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสดิ์นะคะทุกคน :))))

 

Credit  NATSUI