โรงงานผลิตยาสมุนไพรไทย ศิริราช ได้รับรองมาตรฐาน "GMP" หวังสร้างความมั่นใจฟื้นแพทย์แผนไทย "หมอศิริราช" ชี้บทบาทรักษาโรคยังไม่ เป็นจริง ตัวเลขการใช้สมุนไพรไทยไม่ถึง 5% เหตุคนไม่มั่นใจ-ไม่มีความรู้-ไม่มียาให้ รพ.ต่างๆ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบเกียรติบัตร GMP (Good Manufacturing Practice) ให้กับ ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อรับรองมาตรฐานการผลิตยาสมุนไพรกว่า 100 รายการของสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
รศ.นพ.ทวี เลาหพันธ์ หัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รร.อายุรเวทธำรง ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์แห่งแรกของประเทศไทย ผลิตบัณฑิตมาถึง ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 28 โดยมีโรงงานผลิตยาและสมุนไพรที่ทันสมัย มีการควบคุม คุณภาพตั้งแต่ขั้นตอนของวัตถุดิบจนเสร็จสิ้นกระบวนการผลิตยาตามมาตรฐานของ GMP เพื่อให้มั่นใจในความสะอาดว่าไม่มีสิ่งปนเปื้อนอื่นใดในทุกขั้นตอนการ ผลิต นอกจากนี้ในโรงงานผลิตยายังคำนึงถึงแสงสว่างที่เพียงพอ เครื่องมือ และบุคลากรที่มีความรู้
รศ.นพ.ทวีกล่าวต่อว่า โรงงานผลิตยาของศิริราชนั้นถือเป็นผลพลอยได้จากการ เรียนการสอน ที่เรามุ่งเน้นสอนแพทย์แผนไทยที่มีความรู้จริงในเรื่องสมุนไพรไทย และมีการ เปิดคลินิกอายุรเวทขนาด 19 เตียง รับรักษาเฉพาะผู้ป่วย และจ่ายยาตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งโรงงานผลิตยาของเราจะผลิตยาเพื่อใช้รักษาคนไข้ของเราเองไม่ได้มุ่งเน้น การผลิตเพื่อจำหน่าย โดยขณะนี้มียาตำรับ 6 รายการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยา ซึ่งสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้ ประกอบด้วย สหัสธารา สรรพคุณเป็นยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, ยาหอมเบอร์ 20 รูปแบบผงและเม็ด ใช้บำรุงหัวใจ แก้ลมวิงเวียน, โรมเบอร์ 64, น้ำมันว่าน และยาหม่อง
รศ.นพ.ทวีกล่าวว่า เป้าหมายของ สธ.ต้องการให้คนไทยหันมาใช้สมุนไพรร้อยละ 5 แต่ที่ตัวเลขการใช้ยังไม่ถึงร้อยละ 5 มองว่า เพราะประชาชนยังไม่มั่นใจ ไม่มีผู้ที่มีความรู้เป็นผู้ใช้ ต้องมีแพทย์ที่มีความรู้ไปตรวจอาการโรคแล้วใช้ยาสมุนไพรไทย เพื่อให้คนไข้มี ความศรัทธาในตัวยา ซึ่งมีหลาย รพ.ในต่างจังหวัดได้ขอให้อาจารย์ของศิริราชไปให้ความรู้ แต่พบว่าไม่มียาให้ใช้ ก็ต้องนำยาที่กรุงเทพฯ ลงไปให้ ดังนั้นหากอยากจะส่ง เสริมแพทย์แผนไทยต้องส่งเสริมให้ถูกปัจจัยด้วย แพทย์แผนไทยจึงจะฟื้นขึ้นมา
"ประเทศไทยกำลังเกิดโจทย์ว่า แพทย์แผนไทยอยากให้อยู่หรือไป ส่วนใหญ่คืออยากให้อยู่ แต่ก็ต้องคิดต่อว่า อยากให้อยู่ แล้วจะอยู่อย่างไร พอถามว่าอยู่อย่างไรทุกคนตอบไม่ได้ ดังนั้นต้องมีความรู้ มียาให้ใช้ รวมทั้งผู้บริหารต้องสนับสนุน โดยเฉพาะใน รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพราะถ้าไม่มียาให้ใช้ แพทย์แผนไทยก็จะอยู่ไม่นาน จะถูกสถานให้บริการ เช่น นวดสปาดึงตัวไปหมด" หัวหน้าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ระบุและว่ามีมหาวิทยาลัยของรัฐอีก 7 แห่ง ที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการแพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งกันและ กัน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ม.มหาสารคาม, ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก, ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, ม.ราชมงคลธัญบุรี, ม.แม่ฟ้าหลวง และ ม.บูรพา.
Credit ไทยโพสต์