ป.3อ่านไม่ออกเฉียดแสนคน

"ชินภัทร" กุมขมับ เผยผลประเมินคุณภาพ ป.3 หลังพบเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เฉียดแสนคน ส่วน ทักษะการคำนวณก็ไม่น้อยหน้ามีปัญหาอ่อนปวกเปียกเกือบ 1.5 แสนคน อ้อมแอ้มอ้างเสียเปรียบเรื่องการเรียนและการสอนที่ไม่ได้มาตรฐาน หน้าตั้ง เรียก สพท.นับจำนวนเด็กมีปัญหา พร้อมบรรจุเข้าเป็นวาระประชุมด่วน
     นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า สำนักทดสอบทางการศึกษา (สพฐ.) ได้รายงานความคืบหน้าการจัดสอบประเมินผลคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานปีการ ศึกษา 2552 โดย สพฐ. มีแผนจะประเมินนักเรียนใน 3 ช่วงชั้น คือ ป.3, ป.6 และ ม.3 ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานคู่ขนานกับการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้น พื้นฐาน หรือโอเน็ต ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แต่อาจมีแนวทางที่แตกต่างกันบ้างเพราะ สพฐ.มุ่งเน้นให้ได้คำตอบเชิงนโยบาย อาทิ ตั้งเป้าไว้ว่านักเรียนชั้น ป.3 จะต้องอ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้ ป.6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาต่อ และ ม.3 สามารถคิดคำนวณทดสอบประเมินความสามารถตามถนัดได้
    นายชินภัทรกล่าวอีกว่า ขณะนี้สำนักทดสอบทางการศึกษาของ สพฐ.ได้ประเมินผลการจัดสอบในส่วนของนักเรียนชั้น ป.3 ทั่วประเทศจำนวน 523,469 คนเรียบร้อยแล้ว โดยจุดเน้นด้านการประเมินคือการอ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้ ซึ่งผลการประเมินปรากฏว่าเด็กจะมีปัญหาในคำที่มีรูปวรรณยุกต์และคำที่มีตัว การันต์ และจำนวนเด็กอ่านไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ที่ร้อยละ 7.22 คิดเป็นเด็กจำนวน 37,813 คน ลดลงจากปีการศึกษา 2551 ที่มีจำนวนเด็กอ่านไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ที่ร้อย ละ 8.82 คิดเป็นเด็กจำนวน 49,499 คน โดยประเมินจากข้อความที่ใช้กลุ่มคำพื้นฐาน 9 กลุ่มคำ ได้แก่ คำที่ไม่มีตัวสะกด คำที่มีตัวสะกดตรงตามมาตรา คำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา คำที่ประสมกับสระ ลดรูป คำที่ประสมกับสระเปลี่ยนรูป คำควบกล้ำ คำอักษรนำ คำที่มีรูปวรรณยุกต์และคำที่มีตัวการันต์ ส่วนความสามารถทางการเขียนพบว่าเด็กเขียนไม่ผ่านเกณฑ์ในปีนี้อยู่ในระดับคง ที่กับปี 51 คือเด็กเขียนไม่ได้อยู่ที่ร้อยละ 17.74 คิดเป็น 93,880 คน แต่ในถ้าดูตามจำนวนเด็กพบว่าปี 52 มีเด็กเขียนไม่ได้ลดลงจากปี 51 ขณะที่ความสามารถทางการคำนวณพบเด็กคำนวณไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 22.29 คิดเด็ก จำนวน 119,374 คน คนซึ่งลดลงจากปี 2551 ที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ที่ 25.29 หรือ 141,929 คน
      เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ในการทดสอบทักษะทั้ง 3 ด้านที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของทักษะการเขียนของเด็ก เพราะภาพรวมอัตราการ ไม่ผ่านเกณฑ์ของปี 2551-2552 ยังอยู่ในค่าเฉลี่ยเท่าเดิม การทดสอบประเมินครั้งนี้เรามีการประเมินเข้มข้น มีการกำหนดรูปแบบกติกาให้เด็กทำอย่างละเอียด อย่างการเขียนก็มีหัวข้อและให้ลงมือเขียนเรื่องราว ในการคำนวณก็มีโจทย์ให้ คิดวิเคราะห์ แสดงวิธีทำ วิธีตรวจคำตอบด้วยตนเอง
     นายชินภัทรกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาที่ทำให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และคำนวณไม่คล่องนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเสียเปรียบในเรื่องการเรียน อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ การเรียนการสอนที่ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมเรื่องการอ่านเนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของการเขียนและทักษะ อื่นๆ โดยเฉพาะเขตพื้นที่ฯ ที่มีจำนวนเด็กไม่ผ่านเกณฑ์เยอะ ซึ่ง สพฐ.จะแยกวิเคราะห์เรื่องนี้เป็นรายเขตพื้นที่เพื่อค้นหาว่าเขตใดมีปัญหาและ ต้องแก้ไขมากที่สุด โดยจะนำเรื่องนี้บรรจุเข้าวาระการประชุม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่ศึกษา (สพท.) 185 เขตวันที่ 15-16 ก.ค.นี้เพื่อให้ทุกเขตไปจัดทำแผนพัฒนาให้โรงเรียนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อ ให้ปี 53 มีจำนวนเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่คล่องน้อยที่สุด และเพื่อให้ในอนาคต เด็ก ป.3 จะต้องปลอดจากปัญหาเหล่านี้.

 

Credit  ไทยโพสต์

UniGang Talk