วันที่ 31 กรกฎาคม 2558

ครั้งหนึ่งในชีวิตถิ่นสีน้ำเงิน "ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย"

สวัสดีครับ ท่านผู้มาชม...
สำหรับหัวข้อนี้ จะมาบอกอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับ สถาบัน อุเทนถวาย
สถาบันที่คนส่วนมาก หรือพวกคุณทั้งหลายมองในด้าน "ลบ"

ผมก็อดไปได้ที่จะมาบอกเล่าเกี่ยวกับสถาบันแห่งนี้
เพราะกำลังตกเป็นขี้ปาก แล้วความหมั่นไส้ของใครหลายๆคนในสังคม
ในเรื่องเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับน้องที่รุนแรง หรือ ตีรันฟันแทงกันอย่างไม่หยุดหย่อน
ทำให้สังคมนั้นเลวร้ายขึ้นทุกที่ ทั้งสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม
ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ , ครูบาอาจารย์ , หรือผู้คนแถวนั้นที่ซวยโดนลูกหลง
ครั้งนี้ก็ขอมาเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง มีอะไรก็ติชม แสดงความคิดเห็นกันได้
ถามได้ บอกได้ รับฟังหมดทุกอย่างครับ

ขอบอกก่อนว่า ผมรุ่น 77 แต่ไม่สามารถเรียกตัวเองว่า "ศิษย์เก่า"ได้
เนื่องจาก....เรียนไม่จบ (ซึ่งก็เป็นกันเยอะในที่แห่งนี้)
ผมตัดสินใจไปเรียนเพราะ อยากลอง อยากรู้ ว่าเป็นยังไงกันแน่
กับด้วยเรื่องที่ว่า พี่ๆแถวบ้านทั้งปทุมวันและอุเทนถวาย มาเล่าเรื่องต่างให้ฟัง
จึงทำให้ผมอดไม่ได้ที่อยากจะเข้าทั้ง 2 แห่งนี้
แต่ติดที่อุเทนถวายก่อน จึงได้เข้ามาเรียน

ครั้งหนึ่งในชีวิตถิ่นอุเทนฯนั้น มันเป็นสถาบันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมมาก
และก็คุ้มมากที่ผมได้เข้าไปใช้ชีวิตและศึกษาในสังคมแห่งนี้

รุ่นพี่บ้างก็บอกไว้ว่า "อุเทนคือประเทศๆหนึ่ง ที่อยู่ในประเทศไทย"
สำหรับผู้ที่จะเข้ามา โปรดดูด้วยนะครับว่า ที่นี่เป็นยังไง
ที่นี่ไม่ใช่ เกษตรศาสตร์ ไม่ใช่จุฬา ที่นี่ อุเทนถวาย นะครับ
รับน้องก็โหด ข่าวก็ออก แล้วก็ยังจะเข้ามาเรียน
แล้วก็ไม่ไหว ไปฟ้องสื่อ แล้วจะเข้ามาทำหอกอะไรครับ....ทะลึ่งจริงๆ
ถ้ารู้ดีก็ไม่ต้องเข้ามา จะได้ไม่เสียเวลา เสียเงินทอง เสียจิตใจ ความรู้สึก

รับน้องนั้นก็โหดจริง แต่ว่ามันก็ดี และคุ้มมากสำหรับผมที่โดนรับมา
แต่ไม่ถึงตาย อยากมากก็ ทิ้งดิ่งปากแตกนิดหน่อย
(สำหรับรุ่นผมที่ตาย มันมีเรื่องบางอย่าง คนที่ตายก็ทะลึ่ง... มันก็เลยตาย ขอไม่บอกแล้วกัน)

ส่วนสังคมมันก็ไม่ค่อยดี รู้ๆกันอยู่ อริสถาบันมันก็มีทั่ว
มีคนจ้องจะเล่นอยู่ตลอดเวลา นั้นคือเป็นที่มาของคำว่า เด็กช่างต้องพกของ
แรกๆที่ผมเข้าไปก็พกมีด หลังๆพกปืน (พกปืนก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก)
มีเพื่อนคนหนึ่งพกปืนกลับบ้านแต่ตาย
นั้นก็คือ คนระวังตัวเจอกับคนที่จ้องจะฆ่า อะไรจะไปก่อนกัน

สำหรับผม ตีรันฟันแทงก็พอมี
ขส.ทบ. บ้าง (แต่มันก็ตีผ่านๆ ไม่คิดจริงจัง)
เทคนิคกรุงเทพบ้าง (ก็เหมือนเดิม ตีกันเหมือนวัยรุ่นทั่วไป)
หลังๆมา เริ่มมีกับปทุมวัน และนี่แหละคือจุดไคลแม็กซ์
เพราะตีกับพี่ถิ่นนี้ทีไร ไม่ใช่ธรรมดา แต่กลับว่าคิดเอาชีวิตกันเลย
นั้นทำให้ผมมีความคิดที่จะฆ่าคนครั้งแรก
เมื่อเขาจ้องจะฆ่าผม ไปดักหน้าซอยคอนโดผม
แล้วสุดท้ายดันไปเจอที่หมอชิต ก็นับได้ว่าสาดกระสุนกันข้างล่าง BTS
จนหมดโม่ เดินเข้าใส่กันอย่างเดียว ไม่โดนซักเม็ด
โชคดีที่ไม่มีโดนลูกหลง แล้วก็ไม่มีใครบาดเจ็บ
และก็โชคดีสำหรับตัวผมที่ไม่มีตำรวจ จนถึงทุกวันนี้
มันก็เริ่มหนักเรื่อยๆ เอาคืนกันไม่หยุด
กลายเป็นวงเวียนชีวิตเน่าๆ เหมือนปัจจุบัน
"จะไม่ทำก็ไม่ได้ ต่างคนต่างจ้องเอาชีวิตกัน คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว"

และครั้งสุดท้าย สมรภูมิห้างมาบุญครองที่ออกข่าว นั้นคือครั้งสุดท้าย
สำหรับผม

เห็นหลายคนบอกว่า ไม่สงสารพ่อแม่พวกเขาเหรอที่ลูกเขาตาย
ผมไม่สงสารเลยสักนิดที่คนรอบข้างคู่อริจะเสียใจ...
ผมอยากจะถามกลับว่า คุณคิดว่าลูกคุณจะสงสารพ่อแม่ผมเหรอ
คุณก็ไม่รู้ว่าลูกคุณทำอะไรไว้บ้าง ลูกคุณก็ไม่มีความปราณีเหมือนกัน

ส่วนพ่อแม่ของเพื่อน ที่เพื่อนผมที่ตายไปหลายๆคน
พ่อแม่ก็ทำใจไว้แล้ว เสียใจก็เสียใจ แต่ก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรมาก
เพราะต้องยอมรับไว้แล้ว ว่าซักวันหนึ่งอาจจะเกิดกับลูกเราได้

และก็ขอขอบคุณตำรวจด้วยที่เข้าใจพวกผมในบางครั้ง ที่ต้องพกอาวุธ
โดนตรวจเจออาวุธที่ตัวมั่ง แต่พี่แกก็เข้าใจ ไม่ได้จับไปไหน
เพราะเหตุผลคำเดียว "จะให้ผมไม่สู้โดนเล่นตายก่อน แล้วไปแจ้งความ?"

งั้นทุกคนก็คงรู้นะครับว่า ทำไมต้องพกอาวุธ ทำไมต้องเล่นกันก่อน แล้วทำไมต้องเอาถึงตาย (แต่มันง่ายเหลือเกิน มันไม่ตาย เราก็ตาย)
นี่แหละคือความจริงที่แสนเลวร้าย....

มันเป็นค่านิยมผิดๆเรื่องสถาบันคู่อริ ไม่เกี่ยวกับอาจารย์ ไม่เกี่ยวกับรุ่นพี่
อาจารย์ก็บอกแล้วบอกอีก แต่นักเรียนมันก็ทำอยู่
รุ่นพี่สอนสิ่งผิดๆ ถ้าเราไม่ทำ ก็ไม่มีอะไร
เพราะฉนั้นมันอยู๋ที่ตัวบุคคลครับ....
จะแก้ปัญหาอะไร ต้องแก้ให้ถูกจุด

ยุบ ปวช ก็แล้ว ปวส ก็แล้ว ปริญญาตรีก็ไม่ช่วยอะไร ถ้ามันจะตีกัน
เด็กช่างมันก็ตีกันทั่ว มั่วหมดใน กทม. แต่ส่วนน้อยจะออกข่าว
เคยเห็นกับตา ช่างไฟไปตีกับช่างอะไรไม่รู้ แขนขาด... แต่ก็ไม่ออกข่าว
เด็กรามยิงกันเกือบทุกวัน (ไปอยู่หอเพื่อน) ตายข้างๆฟุตบาท...แต่ก็ไม่มีข่าว
ทำไมถึงไม่มีข่าวเด็กช่างต่างจังหวัดตีกันเลย
ทำไมถึงไม่มีข่าวเด็กช่างสถาบันอื่นเลยใน กทม ส่วนน้อยมาก
เพราะสื่อมันจับจ้อง เล็งอยู่แล้ว ข่าวมันขายได้แน่นอนไง

หรือแม้จะให้ยกเลิกยูนิฟอร์มของสถาบัน แต่ก็เท่านั้น
ไม่มีเข็มกลัด ไม่มีหัวเข็มขัด
ถึงมี เด็กที่ไม่ยุ่งมันก็ไม่ใส่ไม่โชว์ แต่ว่า ยกเลิกไปก็เท่านั้น
คุณอย่าลืมว่า สัญลักษณ์ ความโดดเด่ดในการแต่งกาย
ถึงจะไม่มีของพวกนี้ แต่เด็กสามารถแสดงตัวได้ง่ายๆคือ
"ใส่เสื้อสีน้ำเงิน ร้องเท้าสีแดง หรือ ใส่เสื้อสีแดงรองเท้าสีน้ำเงิน"
หรือพวกที่แตงออกสเต็ป เด็กช่างก็ยังเป็นเด็กช่างวันยังค่ำ
แต่งตัวยังไงเด็กช่างก็มองเด็กช่างออกครับ....

รวมทั้งศิษย์เก่าอย่างน้าแอ๊ด ให้การข่าวก็พูดอีกอย่าง
พอขึ้นเวทีวันสถาปนาก็บอกอีกอย่าง "เด็กจะตีแมร่งก็ปล่อยมันเป็นไร"

พี่มอสนี่ก็แนวปุกระดมเหมือนกัน

ทั้งนี้ก็ขอฝากไปด้วย
เด็กช่างมาอ่านแล้วก็เลิกซะเหอะ องค์พ่อวิษณุองค์เดียวกัน
แต่ที่นั่งกับยืน จะเอากันถึงตายเลยเหรอ....
ปัญหาที่ว่าง่ายๆก็คือ

ทำอย่างไรก็ได้ให้เด็กมันมีความมีเกียรติ ทั้งตนเองและผู้อื่น
ไม่ไปเหยียดหยาบเหียยบสีเขา เขาก็ไม่หยาบเรา
เคารพซึ่งกันและกัน มันก็จบ ไม่มีใครหมั่นไส้ทั้งนั้น
------------------------------------------------------------------
การจะแก้ไขปัญหาใดๆ เราก็ต้องศึกษาปัญหานั้นให้ดีก่อน
จะต้องสัมผัสก่อน และแก้ไข
ไม่ใช่ว่าบางคนที่เจออย่าง ศิษย์เก่า ชก. นั้น
ได้แต่ตำหนิรุ่นน้อง ได้แต่ด่า แสดงข้อแก้ไขปัญหาเดิม
ทั้งที่ตัวเองไม่รู้ว่าสิ่งที่รุ่นน้องทำ เรียกเฉพาะว่าอะไร ระบบเป็นยังไง
แล้วก็จะมาแก้ไข ทั้งที่ไม่ได้รู้อะไีรเกี่ยวกับรุ่นน้องเลย

 

Credit   Walker G-543