ทำไมต้องมีเภสัช....1

หลายๆ คนคงยังไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้วเภสัชเป็นอย่างไร ทำหน้าที่อะไร

เดี๋ยวก็อยู่ห้องยา เดี๋ยวก็ร้านยา โรงงาน บริษัทยา บริษัทเครื่องสำอาง

ตกลงไอ้เภสัชเนี่ยมันทำอะไรกันแน่????

ครูบาอาจารย์เก่าๆ บอกไว้ครับ

เภสัชเป็นเป็ด ก็ไม่เป็นได้ยังไง รู้อย่างละนิดๆ หน่อยๆ

แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปแล้วครับ

เภสัชก็หมุนตามด้วย

ส่วนตัวผมเองแบ่งเภสัชออกเป็น

1. เภสัชคลินิก สายนี้มาก็เน้นเรื่องโรคและยาเท่านั้น กินยังไง ใช้ยังไง โรคนี้กับยานี้เป็นยังไง และอาจจะไปเน้นๆ พวกงานวิจัยเกี่ยวกับยาที่ใช้ในคนไข้ด้วยครับ

2. เภสัชอุตสาหกรรม สายนี้จะเป็นแลบแบบโรงงานครับ ใครจะผลิตเครื่องสำอางดีๆ ยาดีๆ ต้องให้สายนี้จัดการให้ ส่วนตัวแล้วชอบสายนี้ที่สุดครับ

3. เภสัชเคมีและวิเคราะห์ สายนี้จะมีแต่สาวๆ เป็นส่วนใหญ่ เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดครับ ผู้ชายเลยตกกระป๋องไป แต่ถ้าชายครึ่งๆ นี่ไม่รู้แหะ


4. เภสัชเวท จะมาพร้อมๆ กับเภสัชเคมี ทำหน้าที่ค้นหา ปรับปรุงพัฒนายาที่มาจากพืชครับ เป็นสายที่น่าสนุกอีกอย่าง แถมว่างๆ มีไปเดินป่าด้วยนะ

5. เภสัชชุมชน ก็พวกที่อยู่ในร้านยาครับ ผมเองก็ครึ่งๆ ระหว่างเภสัชคลินิกและชุมชน กลุ่มนี้แหละครับ ที่จะสร้างชื่อเสียงหรือชื่อเสียให้เภสัช ประมาณชี้ิเป็นชี้ตายสถานะของเภสัชในสังคมไทยได้เลย

6. เภสัชการตลาด ก็พวกผู้แทนยาไงครับ หล่อๆ สวยๆ กันทั้งนั้น

พวกนี้ก็จะนำเสนอบทบาทของยาตัวเองให้หมอหรือเภสัชด้วยกันฟังครับ เป็นสาขาที่น่าสงสารเหมือนกัน เพราะโดนดูถูกจากหมอและเภสัชด้วยกันเอง.....แต่เงินเยอะสุดครับ และกลุ่มนี้นี่เองที่อนาคตจะได้ดิบได้ดีในงานการตลาดของบริษัท เงินเดือนก็หลายครับ

ึ7. เภสัชสายวิชาการบริสุทธิ์ครับ พวกนี้ก็จะเรียนทางด้านวิจัยชนิดที่ไม่ต้องมาประยุกต์ใช้ในคนจริงๆ คือเรียนกับทฤษฎีนั่นแหละ พวกนี้ก็จะเป็นอาจารย์ซะส่วนมากครับ เพราะที่เรียนๆ ไปมันใช้ทำอะไรในคนไข้ไม่ได้โดยตรง แต่จะเป็นการต่อยอดไปสู่การพัมนาสาขาอื่นๆ ครับ

คร่าวๆ ในความคิดผมก็เป็นอย่างนี้นะ ไปถามคนอื่นดูอาจจะคนละแบบ

 

ในแต่ละสาขาของเภสัชนั้น งานต่างๆ ที่ต้องทำ ก็จะแตกต่างกันไปครับ หากเราจะดูตามสถานที่ทำงานแล้ว เภสัชก็จะมีหน้าที่ดังนี้

1. โรงพยาบาล
ในโรงพยาบาลเราจะแบ่งหน้าที่เภสัชออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ ครับคือ
ผู้ป่วยนอก - กลุ่มนี้ต้องรับศึกหนักช่วง 9.00-14.00 น. โรงพยาบาลใหญ่ๆ คนไข้เป็นพันๆ เภสัชมีอยู่กี่คนต้องแ่บ่งมาเช็คยาจ่ายยาหมด หลายๆ คนคงคิดว่าจ่ายยานี่ง่ายนาดูเลยใช่ไหมครับ จริงๆ เนี่ย นรกนะ

เราไม่ได้แค่พูดๆๆๆๆ ตามฉลากนะครับ แต่การจ่ายยาต้องตรวจยาว่าเหมาะสมกับโรคหรือไม่ แพทย์จ่ายถูกขนาดไหม ยาแต่ละตัวมีอันตรกิริยา (interaction - หรือง่ายๆ ก็คือยาตีกัน) กันหรือไม่ ยาซ้ำกันไหม ที่ยากน่ะ ไม่ใ่ช่ตอนตรวจนะครับ ยากตอนแย้งหมอ

ก็เภสัชน่ะ เป็นลูกน้องหมอนี่นา จะเถียงได้อย่างไร

พอตรวจเสร็จก็ส่งต่อให้คนจ่ายยาจ่าย เภสัชที่จ่ายยาก็ต้อง recheck อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงจ่ายให้คนไข้

ดังนั้นคนที่คิดว่าแค่จัดยาแล้วส่งให้ ทำไมช้านัก (วะ) ก็ช่วยๆ เห็นใ่จเภสัชหน่อยเถอะครับ

รอหมอ 3-4 ชั่วโมงรอได้ รอเภสัช 20 นาทีด่ากันซะ

ผู้ป่วยใน - เภสัชกลุ่มนี้จะแบ่งหลายอย่างครับ ตั้งแต่ประจำห้องยา คือจัดยาคล้ายๆ กับผู้ป่วยนอก แต่จะต้องจัดโดยแบ่งเป็นวันๆ หรือเป็นครั้งๆ ไป

เราเรียกว่า Unit Dose ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายที่ซู้ดดดด

ไม่เชื่อลองไปถามพวกในรพ. 400 เตียงแล้วต้องจัด unit dose สิครับ

เพราะเราต้องจัดทีละซอง ซองละเม็ด สมมติว่าคนนึ่งกินมียา ก่อนอาหาร 3 เวลา 4 อย่าง หลังอาหาร 3 เวลา 2 อย่าง และยาก่อนนอน 3 อย่าง

วันหนึ่งๆ ต้องจัดยาแยกซองทั้งหมด 12+6+3=21 ซองต่อคนครับ แล้วไม่ได้มีคนเดียวนะ ถ้ามีสัก 50 คน ก็ต้องจัด 1050 ซองแล้วครับ

โหดมั้ย

เราเลยปรับเป็น Daily Unit Dose หรือให้ไปทีเดียวทั้งวันเลย วานคุณพยาบาลช่วยไปแยกเองนะ

แต่บางครั้ง เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยใน จะต้องทำหน้าที่อีกอย่างก็คือการ round ward (ราวนด์ วอร์ด) กับคุณหมอครับเพื่อที่จะให้หมอลองภูมิ และหลอกถาม แถมต้องไปคอยติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยอีกนะครับ ว่าใช้แล้วดีไหม เป็นอย่างไร ต้องจัดการวางแผนการรักษาอย่างไร แล้วเขียนไว้ในชาร์ตให้หมอมานั่งพิจารณา และด่ากลับ

สำหรับหน้าที่ตรงนี้ จะมีเภสัชที่ชำนาญเฉพาะครับ ก็คือสายคลินิก และสายผม ก็คือ Pharmaceutical Care หรือบริบาลเภสัชกรรม ครับ

สายอื่นๆ อาจจะทำได้ เพียงแต่ว่าต้องกลับมาฝึกอีกรอบนั่นเอง

งานคลัง งานสบายครับ ถ้ายาขาด งานคลังก็โดน ยาเกิน ใช้งบเปลืองงานคลังก็โดน ต้องคอยแจกจ่ายยาและเครื่องมือให้ห้องยา ให้ ward ให้ฯลฯ

แล้วมันสบายตรงไหนวะ???

ก็ตรงที่เจอคนน้อยนี่แหละครับ ผมชอบมากกก
แต่ถ้ายังไม่มีแฟนก็ลืมไปเลยนะครับ

การจัดระบบในงานคลังค่อนข้างจะวุ่นวายครับ ยาหายก็ซวยอีก โดยเฉพาะยาเสพติดทั้งหลาย

ก็คือนอกจากจะวุ่นวายแล้วยังเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางอีก

งานผลิต - อันนี้ก็สนุกครับ ผมชอบทำมาก เตรียมน้ำเกลือ เตรียมยา หรืออาหารทางหลอดเลือด ให้ผู้ป่วย

ดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ

น้ำเกลือเนี่ย ถ้าทำกันจริงๆ ก็หนุกหนานหละครับ ทั้งวันไม่มีหมด มีงานตลอด

อ้าวแล้วน้ำเกลือสำเร็จก็มีนี่???

น้ำเกลือนี่รวมๆ หลายๆ อย่างครับ ที่ให้ทางหลอดเลือด ไม่ใช่แค่น้ำเกลือที่หยดติ๋งๆๆ ธรรมดา

ส่วนของฝ่ายผลิตที่เสี่ยงชีวิตที่สุดคือ biohazard ทั้งหลายครับ เช่นยามะเร็ง น้อยๆ มันก้รักษา แต่พอมากๆ มันจะทำให้เป็นแหละครับ

สำหรับอีกอันที่สนุกคือเตรียมอาหารทางหลอดเลือดครับ ต้องมานั่งคำนวณว่าคนนี้ต้องการพลังงานเท่านี้ แร่ธาตุเท่านี้ แล้วมาผสมกัน

แต่กว่าจะเสร็จนี่เหนื่อยนะครับ ผมเคยทำวันละ 4-5 ขวดยังจะตายเลย ดึง syrup ที กล้ามขึ้น

ส่วนน่ารักๆ ของงานผลิตก็มีครับ คือการเตรียมยาสำหรัับผู้ป่วยแต่ละคน เช่นเด็กต้องใช้ยาตัวนี้ขนาดนี้ แต่ไม่มี เลยต้องทำให้ ไม่ยากครับ แถม create ได้เต็มที่ พวกสียาใส่กันตามชอบ

ดีนะครับ ยังไม่มีใครทะลึ่งทำยาน้ำสีแบบลูกอมปีศาจ

งานวิชาการ - อันนี้เป็นงานที่ผมถนัดสุดแล้ว วันๆ ก็นั่งกับคอมคอยตอบคำถามชาวบ้าน ที่ขยันถามกันจัง (มันจะถามอะไรนักหนาวะ บางโรงพยาบาล ก่อนมีเภสัชไปทำหน้าที่นี้ ก็ไม่เคยถาม แต่พอมีแล้ว ถามไม่หยุด แล้วก่อนเรามามัีนถามใครฟะ แง่มๆๆ)

งานส่วนนี้เป็นงานที่เราจะได้ปฏิสัมพันธ์กับคนเยอะที่สุดครับ หมั่นไส้ใครไม่อยากตอบก็เงียบไปเฉยๆ (พอประเมินการทำงาน ก็โดนเชิญไปทำอย่างอื่น)

และด้วยเหตุนี้จึงเป็นงานที่ต้องพูดดีและทำดีครับ ไปเป็นศัตรูกับใครก็ไม่ดีทั้งนั้น

เพราะบางครั้งต้องการข้อมูลฉุกเฉิน เราต้องตอบเร็วที่สุด เช่น ยาแก้พิษของสารพิษตัวนี้.....ต้องตอบได้ใน 30 วินาทีครับ ค้นได้ เปิดได้ แต่ต้องเร็ว เลยทำให้เภสัชกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่กับหนังสือและคอมเป็นส่วนใหญ่


 




สรุปงานในโรงพยาบาลแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันครับ
- ผู้ป่วยนอก งานหนักเป็นช่วงๆ แถมผิดพลาดง่ายเพราะต้องแข่งกับเวลา แต่ว่าพอว่างก็สบายเลย
- ผู้ป่วยใน ต้องใช้ความรู้ลึกกว่าผู้ป่วยนอก ดูเหมือนจะว่างๆ แต่ต้องรับกรรมจากหมอมากหน่อย ต้องติดตามคนไข้ตลอด นั่งก็ไม่ได้ โดนหาว่าอู้อีก ต้องมาเช้า แต่เลิกเท่ากับคนอื่น
- งานคลัง เงียบ ไม่ได้เจอผู้คน แต่งานจุกจิก วุ่นวายอยู่ในตัว ต้องรับผิดชอบสูงและซื่อสัตย์มากๆ
- งานผลิต เหนื่อย เรื่องมาก เสี่ยงตาย ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ (ทำยาติดเชื้อคนไข้ตาย... ) แต่สนุกครับ
- วิชาการ งานเบา ว่างบ่อย แต่พอมีงานละก็ ทำกันตาย เป็นที่รองรับอารมณ์ของคนอื่น (เอาเข้าจริงไม่เคยเห็นปล่อยให้ว่างเลย มีงานสำรองตลอด)

ไว้เดี๋ยวมาต่อที่โรงงาน, ร้านยา และบริษัทยานะครับ

 

Epinephrine

2805

เข้าชม

14

ตอบกลับ

ทำไมต้องมีเภสัช....1

โพสต์เมื่อ 01/08/2010 18:13 | 0

แง่มๆๆๆ สู่ต่อไป อยากเป็นเภสัช ช   . .Wink

โพสต์เมื่อ 01/08/2010 18:40 | 0

อยากเรียน เภสัช ๆ

โพสต์เมื่อ 01/08/2010 22:14 | 0

ยิ่งอ่านยิ่งยากเป็นอ่า

สู้สุดใจเลยเภสัช ต้องเป็นให้ได้

โพสต์เมื่อ 02/08/2010 11:42 | 0

>3<

โพสต์เมื่อ 05/08/2010 19:58 | 0

อ่านแล้วรู้สึกถึงอาชีพเลยค่ะ จากที่ชอบอาชีพนี้อยู่แล้ว

ตอนนี้รักสุดใจเลย จะทำให้ได้ค่ะ จะเป็นเภสัชให้ได้

^ ^

โพสต์เมื่อ 06/08/2010 19:35 | 0

อืม =_= ต้องมีความอดทนสูงสินะ สู้ๆ >O<!

โพสต์เมื่อ 19/08/2010 20:11 | 0

ขยันมากๆๆๆ

โพสต์เมื่อ 26/08/2010 21:31 | 0

อยากเป็นเภสัชชชชชชช...อ่ะ....

อาชีพในฝันเลยยยยย......อยากเป็นมากมาก....

ยังไงก็สู้สู้...สู้เพื่ออนาคตเย้!!!!!!!

 

โพสต์เมื่อ 28/08/2010 01:37 | 0

หนูจาเปนเภสัชไห้ได้เลย รอหนูนะ

โพสต์เมื่อ 08/09/2010 20:26 | 0

ชอบมากกกกก

โพสต์เมื่อ 19/09/2010 15:15 | 0

พี่ลืมสาย สสจ. สคบ. รึเปล่าครับ หรือเหมารวมกับชุมชน

โพสต์เมื่อ 20/09/2010 11:30 | 0

อยากเป็นเภสัชมากๆๆๆๆๆๆๆ

อยากมีอาชีพเป็นเภสัชกรจังเลย

และต้องสู้เพื่อที่จะเป็นให้ได้

วันที่26นี้ก้อจะสอบแล้ว

แต่ยังไม่มั่นใจเท่ารัย

ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆๆ

โพสต์เมื่อ 08/01/2012 20:20 | 0
อยากเรียนเภสัช จร้าhaha
โพสต์เมื่อ 17/01/2012 20:09 | 0
เภสัชค่ะ! (: