ทำกรรมอะไรเหรอคะจึงไม่เคยสมหวังในด้านการเรียน

บทความนี้ผมนำมาจาก  เว็บไซต์ พลังจิต palungjit.com ( อย่าคิดว่าผมเป็นคนธรรมะ ธรรมโมนะ  แค่เจอโดยบังเอิญ )  เป็นเรื่องราวชีวิต ของน้องท่านนึงที่ผิดหวังในการเรียนอย่างรุนแรง ทั้งที่พยายามจนสุดความสามารถแล้วแต่ก็ ไม่สมหวัง ดังตั้ง
Igiko_L
หนูตั้งใจจะสอบเข้าเรียนแพทย์ในปี2553 ในขณะที่เพื่อน จะเรียนจบ ตั้งแต่หนูจำความได้ก็อยากเรียนเก่ง ทำทุกอย่าง มีคนแนะนำให้นั่งสมาธิ สวดมนต์ก็ทำทั้งๆที่ตอนนั้นไม่รู้ และไม่ได้เชื่อ แต่เชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า จะทำให้ความจำดี เรียนเก่ง ตอนเรียนก็คิดว่าเข้าใจนะคะ เคยติวให้เพื่อนด้วย แต่ไม่รู้ทำไม เวลาสอบ บางทีคิดว่าทำได้ แต่ผิด เกรดในห้องก็สู้เพื่อนไม่ได้ ได้ที่เกือบท้าย ยิ่งถ้าสอบแข่งขัน ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่เคยได้ (รวมถึง การแข่งขัน เรียกว่าไม่มีโชคเลย แม้แต่จับฉลากเพื่อเลือกห้องเรียน ก็จะได้ห้องท้าย) จนถึงสอบเข้ามหาลัย ก็ไม่ได้ ปีนี้ตั้งใจจะสอบเป็นปีสุดท้าย(สอบปีนี้เพื่อเรียนปีการศึกษา2553คะ)หนูอยากรู้มากเลย ช่วยตอบที่เถอะนะคะ ว่า1.หนูทำกรรมหนักอะไรหรือเปล่าทำให้ไม่เคยประสบความสำเร็จในการเรียนเลย ตั้งแต่เด็กที่สอบเข้าเรียน โรงเรียนประจำจังหวัดไม่ได้ สอบในห้องก็ได้ที่ท้าย หรือเกือบท้าย ติวคณิตศาสตร์ให้เพื่อน เพื่อนได้เกรดดีกว่า ถามเพื่อน เพื่อนบอกไม่เข้าใจ ทำตามที่หนูสอนด้วย หนูเสียใจมาก 2เพื่อนจะเรียนจบแล้ว หนูยังไม่ได้เริ่มต้นเรียนเลย เคยไปอธิฐานเสี่ยงทายวัด ใหญ่ๆหลายแห่ง ผลคือหนูจะสมหวังได้เรียนแพทย์ ทั้งแม่ก็ให้พร หนูให้หนูสอบติดแพทย์ ปีนี้ตั้งใจจะสอบ ช่วยบอกหนูด้วยเถอะ ว่าหนูควรจะแก้กรรมยังไงเพื่อที่ตัวเองจะได้สมหวังเรื่องเรียนสักที คิดดูนะคะหนู เรียนๆ ทำงานช่วยแม่ สวดมนต์(พาหุงเพื่ออธิฐานให้ได้เรียนแพทย์จนตอนนี้ท้อ เลิกสวดแล้ว)ไม่เคยเที่ยว ส่วนเพื่อน เที่ยว มากกว่าเรียน ตอนนี้เพื่อนจะเรียนจบแล้ว น่าน้อยใจไหมละคะ ถ้าไม่ติดว่าถ้าฆ่าตัวตาย จะทำให้คนที่มองดูหนู หมดเชื่อในเรื่องทำดี(เพราะชีวิตหนูทำดีให้คนเห้นและปฏิบัติตาม)เสื่อมศรัทธา แม่อายที่มีลูกโง่เรียนไม่จบ มาฆ่าตัวตาย หนูฆ่าตัวตายไปนานแล้ว อยู่ทรมานจริงๆนะคะ ทรมานแรกคือ ถูกเยอะเย้ยถากถางว่า ไหนละการศึกษาทำให้คนเจริญ(หนูชอบพูดให้คนแถวบ้าน คือบ้านนอกซึงชอบมีครอบครัวเร็วได้เห้นความสำคัญของการศึกษาซึ่งขัดกับคนแถวบ้านว่าเป็นหญิงจะเรียนไปทำไมมีสามีจะได้สบาย) ทำไมไม่ได้เรียนสักทีลูกเค้าสบายไปแล้วหนูฟังได้แต่น้ำตาตกในเพราะโต้แย้งเค้าไม่ได้จริงๆ ทรมาน สอง ทำให้แม่อายหนูสงสารแม่จริง ตัวหนูเองก็อายมากด้วย ถ้าหนูเที่ยว ก็ว่าไปอย่างแต่หนูอ่านหนังสือ เป้นเด็กเรียน คนแถวนั้นก็ชมแม่ ว่าลูกขยัน แต่ทำไม หนูถึงไม่ประสบความสำเร็จ หนูควรจะทำยังไงดี ใกล้สอบแล้ว หนูกลัวมาก ไม่มั่นใจเลย(เพราะไม่เคยประสบความสำเร็จเลยในด้านการเรียน)ใจจึงกลัวจะล้มเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมตตา ช่วยหนูด้วยนะคะ เพราะจะสอบครั้งสุดท้ายแล้ว หนูอายคะอายุก็มาก ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาชี้แนะขอบคุณคะ
ความคิดเห็นจาก คุณ   s4509
ฟังดูน่าเห็นใจนะคะ

จริงๆแล้วเราก็มีลักษณะคล้ายๆกันค่ะ เมื่อก่อนก็เรียนไม่ได้เรื่อง เรียนเท่าไหร่ พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถนำความรู้ไปสอบสู้เขาได้ ยิ่งเวลาอ่านหนังสือแล้วนี่ มีความมั่นใจมากว่าจะสอบได้ แต่ไหงออกมาได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้ พอขึ้นม.2 มีคนมาดูถูกว่าคนๆนั้นเก่งกว่าตั้งเยอะ...เกิดแรงฮึดสู้ว่า...ลองดูสักตั้ง หลังจากนั้นมาเริ่มอ่านหนังสือก่อนสอบตอนตี3จนถึงเช้า แต่อาศัยตั้งใจเรียนในห้อง (ต้องตั้งใจเรียนจริงๆนะ) เพราะถ้าเรียนโดยมีครูสอนนั้นจะเข้าใจง่าย ถ้าไม่เข้าใจก็ถามได้เลย อ่านหนังสือบางทีมันสื่อออกมาไม่เข้าใจ หลังจากนั้นย้ายไปอยู่ ห้อง1 และไม่เคยเกรดตกอีกเลย เรียนได้ลำดับต้นๆและสอบติดคณะที่เลือกไว้ ตอนนี้ทำงานละ กำลังจะเรียนต่อโท

คิดว่าการจะเรียนไม่เก่งหรือเก่งขึ้นอยู่กับสมาธิในการเรียนการอ่านนะ ถ้าเรา concentrate อะไรมากๆๆแล้วเราจะทำได้ดี แต่ถ้ามุ่งมั่นกับมันเป็นพักๆๆก็อาจจะทำให้ไม่สามารถประติดประต่อเนื้อหาบทเรียนตำรา แม้กระทั่งนิตยสารทั่วไปก็อ่านไม่เข้าใจ หรือไม่ก็เข้าใจผิด

อย่าพึ่งยอมแพ้นะคะ อีกอย่างในการเลือกคณะ ให้เลือกตามความชอบให้เหมาะกับความถนัดด้วย เพราะบางคณะเป็นคณะที่ชอบแต่ไม่ถนัด เลือกเพราะความอยากที่จะเป็น โก้ เก๋ หรู ได้เงินเยอะ มีหน้ามีตาในสังคม...

และสุดท้ายนี้การสวดมนต์นั้นไม่ได้ช่วยให้ใครต่อใครประสบผลสำเร็จเนื่องจากความวิเศษอัศจรรย์ แต่เพื่อให้คนที่สวดมีจิตที่สงบเป็นสมาธิ เมื่อมีปัญหา หรือเรียนรู้ได้ง่าย (ตามวิทยาศาสตร์) อย่าเลิกสวดเลยถือว่าให้ใจสงบ

ช่วยพ่อแม่ทำงาน และไม่เที่ยวเตร่นั้นก็ถือว่าเป็นกุลบุตรแล้ว ความกตัญญูนั้นไปอยู่ที่ไหนก็มีความเจริญนะคะ

สู้ๆๆ...เลือกคณะให้ตรงกับตัวเอง แล้วก็จะประสบผลสำเร็จเอง...บางคนหาตัวตนของตนเองตั้งหลายปี แน่ะ

เพียรพยายามนะคะ
 
ความคิดเห็นจาก คุณ   SHio_Ri
 
อย่าท้อแท้น่ะค่ะ สู้ต่อไปเพื่อความฝันของเรา

เราเข้าใจความรู้สึกน่ะค่ะ เพราะ แต่ก่อน(ตอนประถม)พ่อแม่เครียดกับเรามากเลยเพราะเราเป็นเด็กหัวช้ามากๆ UU เรียนตกตลอกเลย สู้เพื่อนๆไม่ได้ซักคน พอเข้ามัธยมก็ดีขึ้นมานิดเดียว พอตอนจะเอ็นเรากลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เราเลยขยันมากๆๆๆ ตั้งใจเรียนในห้องเรียน อ่านหนังสือตลอด ดึกถึงเช้า ขยันมากๆจนเพื่ออึ้ง พ่อแม่ก็ไม่คาดหวังอะไรจากเรานัก เพราะคิดว่าไม่ติด แต่พอผลเอ็นออกเราติดมหาลัยรัฐแห่งหนึ่งที่เกินความคาดหมายมากๆ พ่อแม่ดีใจมาก แต่พอเข้ามหาลัย(ตอนนี้จะขึ้นปี 2 แล้ว)เรากลับเป็นคนที่คะแนนอยู่ต้นๆตลอด ได้ที่1-2-3 หลายวิชา เราจึงเชื่อมั่นในความขยันและการสร้างกำลังใจว่าอย่าท้อแท้ตลอดเวลา

อย่าเลิกสวดมนตร์น่ะ มันทำให้มีสมาธิดีขึ้นมากจริงๆ เพราะการสวดมนตร์ทำให้สมาธิรู้จักที่จะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง นอกจากนั้นจิตใจจะสงบมากๆด้วย

ก่อนเอ็นเพื่อนเราคนนึงบอกว่า Work Hard อย่าเดียวไม่ได้ ต้อง Work Smart ด้วย ต้องเรียนให้เป็น เราเข้าใจคำนี้ตอนอยู่มหาลัย คือเรียนแล้วต้องถามตัวเองตลอดว่า ทำไมมันเป็นแบบนี้ มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ฝึกวิเคราะห์มากๆ อาจใช้มายแมพช่วยด้วยจะดีมาก เพราะถ้าเนื้อหาเยอะ อ่านอย่างเดียวจะวิเคราะห์ไม่ค่อยได้

อยากเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ เพราะเราคิดว่าถ้าพยายามจนสุดความสามารถแล้วถือว่าสำเร็จไปขั้นนึงแล้ว (เต็มที่ๆสุดจิงๆน่ะ ) ผลที่ได้มาคือว่าเราจะได้กำไรหรือปล่าวเท่านั้นค่ะ สู้ๆ อย่าท้อน่ะค่ะ^^
 
 
 
 
ความคิดเห็นจาก คุณ   OD2499
 
สมัยลุงเป็นเด็ก ตั้งแต่ชั้นประถมจนถึง ม.ต้น สอบได้ไม่ต่ำกว่าที่ 4 มาตลอด จนมามีโอกาศเข้าไปเรียนที่ รร สวนกุหลาบ ลุงสอบได้เกือบที่โหล่ ต้องยอมรับว่า มาตราฐานผิดกัน คนเก่งเยอะเหลือเกิน การเรียนแค่ในชั้นเรียนไม่พอ ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติม เรียนพิเศษเพิ่ม ถึงจะพอประคองตัวให้พอสอบผ่าน เพราะการเรียนสายวิทย์ต้องอาศัยความเข้าใจ โจทย์พลิกแพลงได้มากมาย ต้องหัดทำข้อสอบเยอะๆจนเกิดความชำนาญ การที่หนูเรียน รร. ประจำจังหวัดแล้วสอบได้ที่ท้ายๆ การสอบเข้าแพทย์ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าสอบได้ถึงจะเรียกว่าปาฏิหารย์

จุดมุ่งหมายที่เขียนนี้ เพื่อต้องการให้หนูยอมรับความจริง เรื่องความหวังก็ส่วนความหวัง ลุงคิดว่าคนที่เรียนสายวิทย์ ส่วนมากก็ต้องการสอบเข้าแพทย์หรือไม่ก็วิศวะ เราต้องรู้ว่าเราต้องสู้กับคนที่เก่งมากขนาดไหน อัตราส่วนที่เข้าได้ อาจจะเป็นหลายร้อยต่อหนึ่งหรือเป็นพัน เราต้องประเมิณความสามารถของตัวเองว่าอยู่ระดับไหน พอสู้กับเขาได้ไม๊ ถ้าคิดว่ายาก เราอาจจะเลือกแพทย์เป็นอันดับ 1 เผื่อๆฟลุ๊ค ที่เหลือก็เลือกคณะที่คะแนนต่ำลงมาให้เหมาะกับความสามารถเรา ไม่ใช่ว่าจะเลือกแพทย์ทั้งหมด เพราะถ้าผลการเรียนของหนูเป็นอย่างนี้ โอกาศที่เข้าได้มันน้อยเหลือเกิน อยากให้หนูทำใจว่า ถ้าสอบเข้าแพทย์ไม่ได้มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเรา ถ้าสอบได้ก็ถือว่าโชคดีไป เพราะความจริงมันเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าพอสอบไม่ได้ แล้วจิตใจหดหู่ไม่เป็นอันทำอะไร ถึงกับเคยคิดฆ่าตัวตาย ถ้าว่าหนูเรียนเตรียมอุดม เรียนได้อันดับต้นๆ แต่เอ็นทร้านซ์สองสามครั้งแล้วยังเข้าไม่ได้ อย่างนี้สิถึงน่าแปลกใจ

ขอให้เตรียมใจให้ได้อย่างนี้ก่อน สอบไม่ได้ถือว่าเสมอตัว จิตใจจะได้สบาย แล้วทำให้ดีที่สุด ให้ถามตัวเองว่าเราว่าเราเข้าใจ แต่สอบแพ้เพื่อนทุกทีนั่นเป็นเพราะอะไร ตกลงจริงๆแล้วเราเข้าใจหรือเปล่า ถ้าเข้าใจแล้วทำไมถึงทำผิด การฝึกทำข้อสอบเอ็นทร้านซ์เก่าๆบ่อยๆ จับเวลาเหมือนกับสอบจริง จะช่วยได้มาก แล้วมาไล่ดูเป็นข้อๆว่าเราผิดตรงไหนเพราะอะไร การทำผิดบ่อยๆจะทำให้เราจำได้ และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ก็ขอให้อวยพรให้หนูโชคดีจ๊ะ
 
 
 
สุดท้าย ก็ กลับไปที่น้อง  Igiko_L
 
หนูกราบขอบคุณ คุณลุงod2499มากเลยคะ หลายปีที่ผ่านมา หนูต้องทนทรมาน บอกตัวเองว่าหนูไม่ได้โง่ แค่ขาดโอกาสที่จะเรียนเท่านั้น ทุกปีที่มีการประกาศรายชื่อ คนโชคดีสอบติดแพทย์ ก็เป็นทุกปีที่หนูอิจฉา หนูเฝ้าคิดว่าพวกเค้าไม่ได้เก่งกว่าคนสอบไม่ติดหรอก ก็แค่คนมีโอกาส แล้วพวกเค้าทำบุญอะไรมาดีจึงได้สมหวัง หนูจะได้ทำบ้าง ที่หนูคิดไม่ตกเพราะ หนูแค่อยากเรียนให้จบ อยากให้แม่ภูมิใจ อยากเป้นแพทย์ เพราะอยากช่วยคนจริงๆและแม่ก็ให้พรบ่อยๆว่าให้สอบติดแพทย์ แต่หนูทำใจได้แล้วคะ จะพยายาม ถ้าสอบได้ก็ดี จะตั้งใจเรียนให้สมกับที่ได้โอกาส ถ้าไม่ได้ ก็ตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่คงไม่สอบอีกแล้ว หนูยังไม่รุเลยจะทำยังไงกับชีวิต กำลังพยายามหาทางออกที่ดี ให้กับตัวเอง แต่ตอนนี้ขอพยายามสู้ก่อนนะคะ ไม่อยากคาดหวังมาก ขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่แน่หนูอาจจะสมหวังได้ตายโดยไม่ต้องฆ่าตัวตาย หนูเบื่อโลกวุ่นวาย เศร้าใจที่เห็นคนทำชั่วได้ดี คนดีลำบาก เห็นความไม่เท่าเทียมกัน เรียนๆเล่นๆ สอบติด ได้ไปเรียนเมืองนอกครอบครัวก็รวย คนจนลำบาก ตื่นแต่เช้าทำงาน ตั้งใจเรียน กลับสอบไม่ติด

5360

เข้าชม

5

ตอบกลับ

ทำกรรมอะไรเหรอคะจึงไม่เคยสมหวังในด้านการเรียน

โพสต์เมื่อ 22/08/2553 01:21 | 0

 

ผมว่ายังไงก็ไม่รู้ดิ

สวดมนต์ พอไม่ติด แล้วเลิกสวด เหอๆ

สอบมันต้องมีคนไม่ติดอยู่แล้ว

มันเป็นเรื่องธรรมดา อยากเข้าจริงก็มาสอบอีกรอบก็ปกติ

แต่

เหมือนกับว่าเอาแต่ใจตัวเองเกินไปรึเปล่า เครียดเกินไปรึเปล่า

ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะต้องได้ แค่ให้ก็พอใจแล้วไม่ใช่หรือ

แค่ได้ทำเพื่อฝัน(แม้ไม่สำเร็จ)ก็พอใจแล้วไม่ใช่หรือ

ส่วนเรื่องคำพูด ก็แค่ปากคน อย่าสนใจ

โพสต์เมื่อ 22/08/2553 02:43 | 0

เราหรอ...

กะลังพยายามอยู่

ฮึ้บๆๆๆๆ

โพสต์เมื่อ 23/08/2553 01:14 | 0

อย่าท้อแท้นะ

 

โพสต์เมื่อ 06/09/2553 03:04 | 0

1.การที่คุณเรียนหนังสือ คุณเคยคิดว่าทำไมคุณเรียนไม่เก่ง แต่ทำไม

เพื่อนคุณเรียนเก่งหรือไม่

-คุณเคยคิดบ้างไหมว่า..ถ้าเพียงแต่คุณนั่งตั้งใจเรียนในชั่วโมงเรียนจนจบ

อย่างเข้าใจ หัดทำการบ้านเอง คุณไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือทุกวัน ไม่จำ

เป็นต้องห้ามตัวคุณเองให้ไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหน ขอเพียงแค่สนใจเรียน

พยายามนั่งหน้าห้องซึ่งเป็นจุดบังคับให้คุณสนใจเรียน อยู่ในสายตาครูบา

อาจารย์ให้คุณไม่กล้าทำอะไรหลุกหลิก คุณจะมีผลการพัฒนาการเรียนที่ดี

ไปกว่าครึ่ง

-ในการอ่านหนังสือคุณเคยพัฒนาการอ่านหนังสือของคุณบ้างไหม มี

เทคนิคการอ่านอย่างไร อ่านอย่างไรให้ได้ความจำ เคยคิดค้นหาเทคนิคให้

ตัวเองจำหนังสือให้ได้แม่นยำบ้างไหม

..วิธีทำ..
1.1..หลังจากที่คุณเพียงแค่ตั้งใจเรียนอย่างพยายามทำความเข้าใจในห้อง

เรียนแล้ว และพยายามทำแบบฝึกหัดเองแล้วจากสิ่งที่คุณพยายามเข้าใจ

คุณจะไปเที่ยวหรือพบปะเพื่อนที่ไหนก็ได้แล้วแต่คุณอยากทำ ..แต่ว่า

เมื่อถึงเวลาสอบ อีก 2 อาทืตย์ คุณต้องหยุดพบปะเพื่อนเพื่อกันสมาธิคุณ

ว่อกแว่กที่จะมัวแต่ชวนกันคุยทันที

1.2..ให้คุณวางแผน Plan การอ่านหนังสือของคุณว่า คุณจะสอบวันไหน

วิชาไหนก่อน วิชาไหนหลัง..และพยายามอ่านวิชาง่าย สลับกับวิชายาก

ก่อน ..ที่ให้ทำเช่นนี้ก็เพราะว่า ถ้าคุณอ่านวิชาที่ง่ายก่อน วิชายากๆ ของคุณ

จะมากระจุกคุณอยู่ที่เดียวกัน จะทำให้คุณเกิดความตึงเครียดจนทำให้คุณไม่

อยากอ่านหนังสือ

1.3..อ่านหนังสือแล้วให้เลคเชอร์ส่วนสำคัญ คัดลอกออกมาอีกที (ที่ให้

คุณเลคเชอร์เพื่อที่คราวหน้าเวลาที่คุณทบทวน คุณก็จะได้ทบทวนแต่เนื้อหา

ส่วนที่เป็นเนื้อ ๆ สำคัญ ๆ ไม่ใช่ทั้งเนื้อทั้งน้ำที่สำคัญและไม่สำคัญปนกัน)..

ให้คุณรู้จุดสำคัญที่จะเลคเชอร์ ซึ่งก็คือ สิ่งที่สำคัญ เด่น ๆ ที่คุณคิดว่ามันจะ

ออกข้อสอบออกมา มีกี่หัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย ก็ให้เลคเชอร์ออกมา
1.4..หลังจากนั้นให้ใช้รหัสในการอ่าน คือจดจำแต่คำและความหมายที่

สำคัญมารวมกัน...เช่น ธงชาติไทย มี 3 สี คือ สีแดง สีขาว สีน้ำเงิน

คุณจะใช้รหัสคือ... แดง คือ ตัว ด.

...ขาว คือ ตัว ข.

...น้ำเงิน คือ ตัว น.

ดังนั้น ธงชาติไทย มี 3 สีคือ ...ขนด.. (อ่านว่า ขะหนด) เพียงแค่คุณท่อง

ว่า ธงชาติไทยมี 3 สีคือ ขนด ..คุณก็จะรู้ว่า ข น ด มันมาจากอะไร เป็นต้น

อาจเป็นภาษาจำที่บ้า ๆ บอ ๆ ใส่สระเติมบ้างเพื่อให้อ่านได้ง่าย ๆ แต่คุณ

เชื่อไหมว่า ถ้าคุณใช้รหัสความจำ คุณจะย่อความจำของคุณได้เยอะ และ

แม่นยำขึ้นค่ะ เพราะตัวอักษรเหล่านี้จะสะกิดความทรงจำของคุณทันที (ปล.

แต่ควรระวังว่า อย่าให้รหัสแต่ละรหัสตีกันเอง และก่อนใช้รหัสควรจดจำ

ความหมายแต่ละอย่างให้แม่นยำค่ะ )

1.5..ไม่ว่าคุณจะเข้าห้องน้ำ เดินไปเที่ยว เดินไปไหนต่อไหน ให้คุณ

พยายามท่องสิ่งที่คุณอ่านคุณท่องไว้ สิ่งไหนทีท่องไม่ได้ หลงลืม คุณก็กลับ

ไปอ่านใหม่ตรงส่วนนั้น แล้วคุณจะจำได้เองแม่นขึ้นค่ะ
1.6..แบบฝึกหัดที่คุณเคยทำ มันมีข้อสอบเสมอ ..เพราะฉะนั้น จำเอาไว้

ว่า เวลาอ่านหนังสือ อย่าลืมทำแบบฝึกหัดตาม ทวนความทรงจำด้วย และ

เอาแบบฝึกหัดเก่า ๆ ที่เคยทำมาอ่านมาลองทำอีกครั้งหนึ่งด้วย ทำโดยไม่ดู

เฉลยก่อน แล้วหลังจากนั้น เปิดดูเฉลย อันไหนที่คุณทำผิด คุณจะได้รู้ว่า

คุณลืมตรงนั้นตรงนี้ไป คุณจำตรงนี้พลาดผิดไป คุณลืมจากที่คุณจำได้แต่

ก่อนไปค่ะ ..เมื่อคุณมาเปิดดู คุณทำได้กี่ข้อ ทำไม่ได้กี่ข้อ ..ข้อที่คุณทำไม่

ได้ ให้กลับไปอ่าน ไปทำใหม่ ไปทำความเข้าใจตรงนั้นค่ะ แล้วคุณจะจำได้

แม่นขึ้นค่ะ

1.7..พออ่านหมด..ทีนี้คุณลองไปอ่านเลคเชอร์ที่คุณย่อไว้อีกที อ่านให้

จำ อ่านแล้วท่อง เดินไปไหนมาไหนก็ให้ท่อง ถ้าอันไหนจำไม่ได้ให้กลับไป

ดูใหม่ แล้วคุณจะจำได้ค่ะ

1.8..เมื่ออ่านหนังสือจนครบทุกวิชาแล้ว ทีนี้ พอวันที่จะสอบ ให้คุณลอง

ตื่นตี 2 หรือ ตี 4 ก็ได้ มานั่งอ่านหนังสือวิชาที่จะสอบวันนั้น วิชาที่จะสอบ

ก่อนก็ได้ อ่านให้จบ และพอขึ้นรถหรือลงเรือไปสอบ ก็ลองอ่านทวนดูอีกที

พยายามให้อ่านให้จบก่อนที่จะไปถึงโรงเรียนค่ะ ทีนี้คุณจะมั่นใจว่าคุณจำได้

มาก และ แม่นยำค่ะ
1.9..ให้คุณเดินไปฟังกลุ่มเพื่อน ๆ คุยกัน และแน่นอนว่า เพื่อน ๆ จะพา

กันพูดถึงว่า อาจารย์ต้องออกอันนั้น อันนี้ต้องออก อันนี้เป็นอย่างนั้น อันนั้น

เป็นอย่างนี้..แล้วให้คุณจำ เพราะเชื่อว่า ในสิ่งที่เพื่อนพูดออกมานั้น อาจจะมี

บางเรื่องที่คุณพลาด ไม่ได้อ่านไป หรือเป็นวันที่คุณไม่มาเรียน คุณเลยไม่

เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เลคเชอร์ ..และคำพูดของเพื่อนบางคำพูด จะสะกิด

ความทรงจำคุณให้แม่นยิ่งขึ้นค่ะ

เท่านี้ คุณก็จะทำข้อสอบได้ง่าย ๆ เกรด 3 กว่า ๆ จะอยู่ในมือคุณได้อย่าง

ง่ายดาย ให้คุณทำเป็นนิสัย..สิ่งเหล่านี้จะง่ายกับคุณยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้า

ปากอีกค่ะ แล้วคุณจะกลายเป็นคนที่เรียนเก่งจนน่าทึ่ง

และที่สำคัญ ให้คุณหัดคิดให้ได้แบบนี้ค่ะ คือ ให้คุณแอบแข่งกับตัวคุณ

เองและกับเพื่อนให้ได้อยู่ในใจ ว่าคุณจะทำได้ไหม เหนือกว่าเขาไหม แค่นั้น

เองค่ะ ความพยายามจะทำให้คุณพยายามเอาชนะและหาเทคนิคมาเอาชนะ

เขาให้ได้น่ะค่ะ แต่ไม่ต้องไปบอกกับเขาว่าแข่งนะคะ ดิฉันแค่หมายถึงให้คุณ

แข่งกับเพื่อนเพื่อให้คุณแข่งกับความพยายามของคุณเองอยู่ในใจต่างหาก

ล่ะคะ ว่าคุณจะทำได้ไหม ทำได้แค่ไหน น่ะค่ะ

..ง่าย ๆ นิดเดียวค่ะ สำหรับหลักการนี้..

.1.ตั้งใจเรียนในห้อง ทำความเข้าใจ 2.ทำแบบฝึกหัดเอง 3. แบ่งเวลาให้

เป็นจะไปเที่ยวไหนก็ได้ 3. ถึงเวลาสอบ หยุด 2อาทิตย์เพื่อตัวเอง อย่าทำ

ตามเพื่อน ต้องใจแข็งห้ามพบเพื่อน ไม่เข้าใจให้โทรถามเอง หรือถามให้เข้า

ใจก่อนมาอ่านหนังสือสอบอยู่คนเดียว 4.ข้อนี้ที่สำคัญ ให้ค้นหาเทคนิคการ

เรียนเก่ง ความจำเก่งให้ตัวเองเสมอค่ะ

แล้วคุณจะได้คำตอบว่า..ทำไมดาราบางคน หรือรุ่นพี่ หรือเพื่อนบาง

คน สวย ก็สวย หล่อก็หล่อ รวย ก็รวย ซ่าส์ ก็ซ่าส์ ไปเที่ยวหัวราน้ำ แต่

ทำไมเรียนเก่งเป็นบ้า


..คำตอบก็เพราะว่า..เขามีวิธี มีเทคนิคของเขาน่ะซีคะ..อิๆ

ดิฉันก็เคยแอบถามเพื่อนคนที่เรียนได้ที่ 2นะคะ ว่า เขามีเทคนิคความจำ

และการเรียนของเขาในการเรียนบ้างไหม ..เพื่อนดิฉันก็บอกว่า มี ..อิๆ ใช่

จริงๆ ด้วย คนเรียนเก่ง เขาจะมีวิธีอ่านของเขาจริง ๆ น่ะแหละ..

(จบแล้วค่ะ นี่คือเทคนิคที่พี่ใช้ตั้งแต่เรียนมา พี่สอบได้เกรด4 เกือบทุกวิชา แทบจะได้เกียรตินิยมด้วยซ้ำ แต่พี่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยไงคะ จบมา ได้3.34 หรือ 3.44 นี่แหละ ก็ถือว่าโอเค สำหรับการเรียน 4ปี เคยเกือบจะได้ 4.00 เทอมนึงด้วยนะ พลาดได้เกรด 3 ไปวิชาเดียวเอง เพราะพี่ทำตามที่พี่พิมพ์บอกน้องนี่แหละค่ะ ลองไปอ่านดู และทำความเข้าใจ แล้วน้องจะรู้ว่า บางที แค่ เกรด 3-4 น้องก็สามารถทำได้สบายมาก แทบจะทุกเทอมค่ะ ..ขอให้ตั้งใจจริงและนำไปใช้ด้วยนะคะ มีอะไรให้เมลล์บอกพี่ด้วย ว่าผลเป็นยังไง ที่ tisha789@hotmail.com ค่ะ)

โพสต์เมื่อ 07/09/2553 22:38 | 0

สู้ๆๆนะคะ

 

เป็นกำลังใจให้

UniGang Talk

รับสมัคร ติวเตอร์เฉลยข้อสอบ GAT/PAT 7สามัญ O-NET : ภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์ GATเชื่อมโยง  ติดต่อ Mynamekla@hotmail.com