ทำไมผมจึงเลือกอาชีพเซลล์แมน

เซลล์แมน เป็นอาชีพที่คนจบการศึกษาใหม่ๆมักจะมองข้ามครับ
ทำไมหรือครับ สังคมไทยสมัยก่อนมองเซลล์แมนว่าเป็นคน กะล่อน
ปลิ้นปล้อน เจ้าชู้ ถ้าเราไปจีบสาวแล้วสาวพาไปหาพ่อแม่ ถ้าว่าที่พ่อตาแม่ยายถามว่าทำงานอะไร ถ้าตอบว่าเป็นเซลล์แมน ก็อาจจะไม่ยกลูกสาวให้
ทางที่ดีจะตอบว่าอยู่การตลาด อยู่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ จะเบาลงหน่อย
แต่หารู้ไม่ว่าผู้บริหารระดับสูงบริษัทใหญ่ๆล้วนผ่านงานขาย หรือเป็นเซลล์แมน
มาเกือบทุกคน เสน่ห์ของงานขายมีมากมายซึ่งบางคนไม่รู้เลยปฎิเสธงานขายไปครับ เลยเสียโอกาสไปครับ วันนี้ผมจะเอางานขายมาเล่าให้ฟังครับ

ผมปัจจุบันนี้ทำงานด้านขาย ถ้่าใครถามผมว่าทำอาชีพอะไรผมก็จะตอบว่าเป็นเซลล์แมน ด้วยความภาคภูมิใจครับ งานขายมีเกือบทุกวงการครับในการดำเนินธุรกิจ ถ้่ามีฝ่ายผลิตแล้วไม่มีฝ่ายขาย ขายของไม่ได้ ธุรกิจก็เจ๊ง
ฝ่ายขายเปรียบเสมือนหัวรถจักรที่จะลากบริษัทให้เคลื่อนไปข้างหน้า ทำไมคนที่ทำงานด้านนี้ประสพผลสำเร็จแล้วไม่อยากทำงานอื่นมีดังนี้ครับ

1.มีรายได้ที่สูงกว่าฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะค่าคอมมิสชั่นซึ่งจะจ่ายตามปริมาณของที่ขายได้ เช่นตั้งเป้าไว้ 100 ทำได้เกินก็จะมีคอมมิสชั่นจากส่วนเกิน
หรือ มีคอมมิสชั่นการเก็บเงิน ตั้งเป้าไว้ให้เครดิตลูกค้า 30 วัน เก็บเงินต่ำกว่า
30 วัน ก็จะได้ค่าคอมจากส่วนนี้ ในวงการทั่วๆไปค่าคอมมิสชั่นที่ได้
หลักหมื่น - หลักแสน ต่อ 3 เดือน แล้วแต่ธุระกิจ

2.มีรถประจำตำแหน่งในงานขาย มีค่าน้ำมัน ให้ใช้เดินทางในการขาย
หรือ บางบริษัท ก้ให้พนักงานออกรถเอง โดยให้เป็นค่าเช่ารถเดือนละ
15,000 - 20,000 บาท ค่าน้ำมันบริษัทจ่ายแยกต่างหาก

รถทีเซลนิยมใช้ในวงการขายของผม






หรือบางบริษัทที่ทำงานลุยออกพื้นที่กันดารมักจะใช้รุ่นนี้ครับ





3. มีค่าเบี้ยเลี้ยงในการปฎิบัติงาน ประกอบด้วยค่าโรงแรมและค่าอาหาร

ในวงการขายของผมค่าอาหารจะได้ 150-300 บาท/วัน แล้วแต่บริษัท
ค่าโรงแรมก็จะจ่ายในอัตรา 300 -500 บาท/วัน เฉพาะวันที่ออกทำงานในต่างจังหวัด เดือนก็จะได้ค่าเบี้ยเลี้ยง 10,000 -20,000 บาท ถ้าคนที่บริหารเงินเป็น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็พอแล้วในการดำเนินชีวิต ถ้าคนใช้ไม่เป็นไม่พอแถมยังจะเอาเงินเดือนมาใช้ สิ่งเร้าในการใช้เงินมีเยอครับ

4.งบเอ็นเตอร์เทนลูกค้า พูดง่ายๆคืองบที่พาลูกค้าไปทานข้าวหรือไปเที่ยว เพื่อตีสนิทกับลูกค้าจะไ้ด้มีโอกาสเพิ่มยอดขายครับ ก็ตามแต่บริษัทจะตั้ง ก็มีตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปจนถึง ใช้ตามความเหมาะสม (ตั้งวัดใจกับคนที่เซ็นต์ค่าใช้จ่ายคือเจ้านายว่าเท่าไหร่)
5.โอกาสไปเที่ยวต่างประเทศถ้าบริษัทตั้งเป้าโดยเอายอดขายมาเป็นตัวกำหนด หรืออาจจะมีแจกทอง เงิน ในสินค้าที่ต้องการผลักดันยอดขาย
6. ได้ท่องเที่ยว ได้เห็นคนในพื้นที่ต่างๆ โดยบริษัทเป็นคนออกค่าใช้จ่าย
ให้และมีเงินเดือนด้วย แต่ เที่ยวเพลินลืมทำงาน ยอดขายไม่ได้ตามเป้าอาจจะตกงานได้ครับ โดยส่วนมากจะเบื่อครับช่วง 3 แรกๆที่ลงเขตการขายเท่านั้นทีจะไปดูที่ท่องเที่ยวต่างๆ ถือว่าเป็นการสำรวจตลาดไปในตัวด้วย
ผมทำงานในภาคใต้ แหล่งท่องเที่ยวที่ดังๆ ยังไม่เคยไปเลย วันหยุดนอน
ทีโรงแรมทำรายงาน ทำสรุปเบิกค่าใช้จ่าย เบื่อที่จะขับรถ เพราะต้องขับรถทุกวันจริงๆ
ึ7.โอกาสเลื่อนตำแหน่งเป็นระดับบริหารเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ถ้าผลงานคุณดี
มีความซื่อสัตย์กับบริษัท
8.ประสบการณ์ชีวิตในการขายที่ไม่มีในมหาวิทยาลัย

ลูกค้า - ลีลาการทำธุระกิจ การจ่ายเงินล่าช้า เช็คเด้ง ลูกค้านิสัยดี
ลูกค้าก้าวร้าว ลูกค้าใจสู้ ลูกค้าอนุรักษ์นิยม ลูกค้าปากร้าย ใจดี
ลูกค้าอัจฉริยะ ลูกค้าพลิกแพลงเก่ง ลูกค้าพวกนี้เขาจะสอนการค้าให้คุณโดยคุณไม่รู้ตัว ได้ความสนิทสนมกับลูกค้า อืนๆอีมากครับ แต่หลักทั่วไปในการติดต่อกับลูกค้า กฎเหล็กคือ ห้ามยืมเงินลูกค้า ผมเห็นพวกที่ยืมเงินลูกค้าพังทุกรายสุดท้ายก็ทะเลาะกันเสียหายครับ
ลูกน้อง - การดูแลคนใต้บังคับบัญชา ไม่มีกฎตายตัว แต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่ละคนต่างที่มา พื้นฐานครอบครัวต่างกัน วุฒิภาวะต่างกัน
ใจดีมากลูกน้องก็เละ ตึงมากลูกน้องก็หาทางแหกกฎ ต้องใช้จิตวิทยาในการควบคุมพอสมควร

เจ้านาย - ก็ต้องมีวิธีการรับมือ

ผมถือว่า "การที่จะเป็นเจ้านายที่ดี ดุณก็ต้องเคยเป็นลูกน้องที่ดีมาก่อน"

9.การมองธุรกิจ ถ้าผมจบมาแล้วทำธุรกิจเลยโดยไม่เคยผ่านงานขายผมเจ้งแน่ 100 % พอผ่านงานขายเยอะรู้ทางหนีทีไล่ กลับยังไม่กล้า ตอนนี้กำลังสะสม สะเบียงสำหรับเดินทัพทางไกลอยู่
10. งานขายเป็นงานที่ต้องรับผิคชอบตัวเอง ไม่ต้องรีบมาตอกบัตรทำงานในตอนเช้า ไม่มีใครว่าคุณว่าจะนอนตื่นสาย แต่จะมีตัววัดคือ ยอดขาย
ตามหลอกตามหลอนคุณอยู่ทุกวัน ถ้าไม่ขยันยอดก็จะตก ไม่ต้องรอชาติหน้ากรรมเวร วัดได้ตอนสิ้นเดือน หรือปิดยอดรายไตรมาส

งานขายมันมีข้อดีมากมายอย่างนี้แล้วทำไมจึงมีคนเข้าออกเป็นว่าเล่น
ไม่เหมือนงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรืองานออฟฟิตทั่วไป

อาชีพในการขายเป็นอาชีพที่ต้องอยู่ตลอดไปเพราะว่า
ทุกอย่างเป็นการขายหมด เพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงชีพ

ขอทาน ขายความสงสาร

นักการเมือง ขายความน่าเชื่อถือ ขายฝัน

ครู ขายความรู้ให้แก่ศิษย์

พระ นักบวช ขายความเชื่อ หลักการดำเนินชิวิตที่ดี

ตำรวจ ทหาร ขายความมั่นคงปลอดภัย

ศิลปิน ดารา ขายความสนุกสนาน ความบันเทิง

ฯลฯ

ทุกอย่างเป็นงานขายหมดแล้วคุณจะไม่ชอบงานขายได้อย่างไร

 

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jae-hom47&date=31-07-2010&group=10&gblog=2

6242

เข้าชม

2

ตอบกลับ

ทำไมผมจึงเลือกอาชีพเซลล์แมน

โพสต์เมื่อ 28/08/2010 01:15 | 0

อืมนะ...

โพสต์เมื่อ 29/08/2010 08:14 | 0

เป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก อาชีพนี้ ผมก็สนนะแต่ ผม ขายของไม่เก่งนี่สิ แต่ที่รู้เป็น เซลขายแผงปัจจุบันนี่ รายได้ดี สุด