วันที่ 29 กรกฎาคม 2558

แนะนำ คณะจิตวิทยา จุฬา by P.JAN

P.แจน   จิตวิทยา   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พี่มีอะไรทำให้พี่อยากเรียนคณะจิตวิทยานี้ครับ (แรงบันดาลใจ)
เป็นศาสตร์ที่ น่าสนใจ ใช้ได้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นศาสตร์ใหม่ในประเทศไทย ที่ยังไม่ค่อยมีผู้ให้ความสนใจและสำคัญ มีความเห็นว่าเป็นศาสตร์ที่ใช้ในการพัฒนาคน เพื่อให้ประเทศพัฒนาต่อไปได้

อยากเรียนคณะจิตวิทยาต้องเตรียมตัวอย่างไร
มีความรู้ทาง วิทยาศาสตร์(ชีววิทยาและสรีรวิทยา) และสถิติพื้นฐาน เพื่อให้เข้าใจบทเรียน มีความรู้ภาษาอังกฤษพอสมควรเพื่อให้สะดวกในการเรียนและการค้นคว้าข้อมูล (ในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีหนังสือเกี่ยวกับการเรียนจิตวิทยาจริงๆ มีแต่ประเภท how to ซึ่งเป็นการนำความรู้มาประยุกต์) 

ช่วยอธิบายคณะจิตวิทยาให้ละเอียดที่สุด
เป็นคณะที่ 18 หรือคณะที่ใหม่สุดของจุฬาฯ ถูกจัดอยู่ในคณะสายวิทยาศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้ามาบุญครองเซนเตอร์ บริเวณเดียวกับคณะพยาบาลศาสตร์ สหเวชศาสตร์และสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ใช้เวลาศึกษา 4 ปี สีประจำคณะคือสีน้ำเงินอมม่วง แยกมาจากคณะครุศาสตร์  

เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ ปัญญา กระบวนการทางปัญญาของพฤติกรรมนั้นๆในระดับปริญญาตรีมีการเรียนการสอน 4 สาขา รายละเอียดและสายงานมีดังนี้

1. จิตวิทยาการปรึกษา – ศึกษาการปรึกษาเพื่อให้ผู้มาปรึกษาเห็นหนทางในการแก้ปัญหาของตนเองด้วยตนเอง ไม่ได้ใช้ยาแก้ปัญหาเหมือนจิตแพทย์งาน – รับปรึกษาปัญหาของคน ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาด้านชีวิตคู่ เรื่องทั่วๆไป เรื่องเรียน แล้วแต่หน่วยงาน เช่น เอกชน โรงเรียน

2. จิตวิทยาสังคม – ศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ เช่น มีสาเหตุจากสังคมหรือตัวบุคคลนั้น สังคมมีอิทธิพลมากน้อยยังไง (คณะนิเทศศาสตร์ต้องเรียนจิตวิทยาสังคมขั้นนำกับเรา) งาน – อาจจะวิจัยการตลาด ฯลฯ แล้วแต่จะเลือกทำ หรือ ทำในศาล

3. จิตวิทยาพัฒนาการ – ศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่ปฏิสนธิจนตาย เพื่อตรวจสอบว่าวัยก่อนหน้ามีอิทธิพลต่อวัยต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้มนุษย์พัฒนาไปในทางที่ถูกที่ควรทั้งร่างกายและจิตใจ งาน – แล้วแต่ว่าจะศึกษาช่วงไหน องค์การก็จะต่างกันไป เด็กก็อาจจะเป็นโรงงานของเล่น หรืออาจจะทำงานร่วมกับนักวิชาการในด้านการศึกษา กระทรวงพัฒน์ฯ มูลนิธิต่างๆ

4. จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ – ศึกษาบุคลิกภาพของบุคลากรเพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมต่อองค์การ นั้นๆ รายละเอียดจะเยอะมากคือตั้งแต่รับเข้าจนถึงคัดออก จะบอกว่าดูแลบุคลากรในบริบทการทำงานก็ได้ งาน – ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ในองค์การต่างๆ  ต่างกับของคณะบัญชีคือเน้นบุคลากรมากกว่า 

วิชาที่ต้องเรียน  จิตวิทยาขั้นนำทั้ง 4 สาขา (ปีละ 2 ตัว) สถิติ ชีววิทยา ภาษาไทย (การเขียนย่อหน้า ~) ระเบียบวิธีการวิจัย จิตวิทยาปัญญา สรีรวิทยา จิตวิทยาบุคลิกภาพ การทดสอบและการวัดทางจิตวิทยา จิตชีววิทยา ภาษาอังกฤษ (ปีละ 2 ตัว เทอมละตัว)

คณะจิตวิทยาเรียนยากมั้ย
แล้วแต่ผู้เรียนแต่ละคน บางคนไม่ชอบวิทย์ฯก็ว่าเทอมนี้เรียนยาก บางคนไม่ชอบเลขก็ว่าเรียนยาก  แล้วแต่วิชาในคณะที่แต่ละคนเลือกด้วย บางคนถนัดท่องจำบางคนถนัดประยุกต์  เป็นต้น

คณะเราเป็นคณะ ที่ทำการวิจัย ใช้แบบสอบถามเยอะมากกกกกกกกกก คือทุกคนต้องถามแบบสอบถามเป็น คิดคะแนนเป็น และใช้โปรแกรมสถิติในการประมวลผล (SPSS)เป็น แล้วเวลาถือแบบสอบถามในมหาลัยคนส่วนใหญ่จะรู้เลยว่าคณะจิตวิทยา การทดลองแปลกๆที่คนงงๆก็จะเป็นคณะเรา (ถือเป็นแล็บในวิชาต่างๆ) เป็นคณะที่เรียนสนุกและไม่เหมือนคณะไหนในจุฬาฯเลย ^____^

รูปแบบข้อสอบคณะจิตวิทยาเป็นแบบไหน
วิชาบังคับส่วนมากจะเป็นปรนัยยกเว้นจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การขั้นนำ และวิชาเลือกในคณะ ความยากไม่มากถ้าทบทวนบทเรียนเพียงพอ

อุปสรรคของคณะจิตวิทยา
ถ้าหมายถึงการเรียนในคณะนี้เด็กสายศิลป์แท้ๆ แบบไม่ถนัดเลขกับวิทย์ก็จะลำบากหน่อย แต่ถ้าขยันก็ผ่านไปได้ บางคนเรียนได้ดีกว่าเด็กวิทย์ด้วย ในทางกลับกัน เพราะสื่อการเรียนการสอนและแหล่งข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เด็กวิทย์แท้ก็จะลำบาก 

กิจกรรมในระหว่างเรียนมากน้อยหรือไม่
ไม่มากไม่น้อย ทั้งวิชาในและนอกคณะมีแล็บ เช่น จิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาปัญญาเพื่อให้คุ้นเคยกับการนำความรู้ไปประยุกต์ วิชาชีววิทยา 

จบแล้วอยากทำงานอะไรครับหรือจะเรียนต่อ
เรียนต่อแล้วกลับมาทำงานด้านพัฒนาการศึกษาไทย

ความมั่นคงด้านการงานของคนที่เรียนคณะจิตวิทยา
อย่าง ที่บอก ศาสตร์นี้ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทยนัก จึงไม่ค่อยแย่งงานกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนด้วย และค่าตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่าสาขาอื่น เช่น ในมูลนิธิ ฯลฯ ตามองค์การและสายงาน


ขอขอบคุณ P.Jan มากมากครับ พี่เป็นคนแรกที่ผมได้คุยด้วยตั้งแต่เริ่มโครงการทำเว็บ Unigang เลยครับ แต่ก็ไม่ได้นำบทความมาลงสักที และก็ยังมีหลายๆพี่ ที่ยังหมกไว้ฮาฮา