คลอด3มาตรการแก้นศ.ตีกัน-สั่งเปิดสายด่วนรับแจ้ง
"ชิน วรณ์" เรียกสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงมาประชุมหลังเกิดเหตุ ร.ร.เทคโนโลยีบางกะปิที่ก่อเหตุยิงกันกับคู่อริจนเด็ก 9 ขวบถูกลูกหลงตาย สุดท้ายคลอด 3 มาตรการ สั่ง ศธ.เปิดสายด่วน 600 แจ้งเหตุตีกันโดยเฉพาะ ตำรวจจี้โรงเรียนส่งประวัตินักศึกษาตั้งแต่ปี 1 "ภาณุพงศ์ "ชี้ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้ปัญหานักเรียนนักเลง
จากกรณีที่ นักเรียน ร.ร.เทคโนโล ยีบางกะปิ ยิงปืนถล่มใส่รถเมล์ร่วมบริการ สาย 113 สีฟ้าขาว วิ่งระหว่างมีนบุรี-หัวลำโพง บริเวณซอยรามคำแหง 166 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม เป็นเหตุให้ ด.ช.จตุพร ผลผกา หรือ "น้องเทียน" อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3/2 ร.ร.วัดบำเพ็ญเหนือ ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2553 ที่อาคาร 3 รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกีบรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ร่วมกับ ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 16 แห่ง วิทยาลัยอาชีวศึกษารัฐ จำนวน 10 แห่ง และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และพ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ได้เชิญผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มเสี่ยงมาประชุมหลังจากเกิดเหตุนักเรียนวิวาท บ่อยครั้ง โดยศูนย์เสมารักษ์ ศธ.รายงานว่า ตั้งตั้งเปิดเทอมเดือน มิ.ย.-ส.ค. รวม 3 เดือน เกิดเหตุทะเลาะวิวาท 14 ครั้ง ที่น่าเป็นห่วงคือ พฤติกรรมการก่อเหตุของนักเรียนมีความรุนแรงขึ้น มีการใช้อาวุธปืนและซุกซ่อนอาวุธปืนนอกสถาบันก่อเหตุแม้กระทั่งในรถโดยสาร ประจำทาง นำไปสู่การทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย บาดเจ็บ เสียชีวิต กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เพราะฉะนั้น ศธ. จึงได้กำหนดให้โรงเรียนกลุ่มเสี่ยงทั้ง 18 แห่ง ดำเนินการตามมาตรการต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด คือ 1.ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับนักเรียนที่ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด เพราะรัฐบาลและ ศธ.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และต้องการทำให้เห็นเป็นแบบอย่างว่ามีการจัดการ กับผู้ก่อเหตุอย่างจริงจัง 2.กำหนดให้สถานศึกษากลุ่มเสี่ยงทุกแห่งจัดทำประวัตินักเรียนเป็นราย บุคคลโดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ต้องทำประวัติเป็นข้อมูลเชิงลึกไปถึงประวัติครอบครัว พร้อมมีภาพถ่ายด้วย และให้เก็บข้อมูลพร้อมรูปถ่ายไว้ที่สถาบันและส่งไปสถานีตำรวจในท้องที่ รวมถึงส่งมายังกองสารวัตรนักเรียน ของ ศธ.ด้วย เพื่อเมื่อนักเรียนมีการก่อเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการติดตามจับกุม 3. ให้สถานศึกษาประสานให้ตำรวจเข้าไปตรวจค้นภายในสถานศึกษา และตรวจค้นนักเรียนเป็นรายบุคคลด้วยเมื่อส่อเหตุว่าจะมีนักเรียนก่อเหตุ ทะเลาะวิวาท “ต่อไปถ้าหากสถานศึกษาใด ปล่อยปละละเลยไม่ทำตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของ นักเรียนตามที่ ศธ. กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดแล้วนักเรียนไปก่อเหตุขึ้นมา จะต้องถูกลงโทษตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว 5-10 วัน ,ตัดงบประมาณเงินอุดหนุนรายหัวที่สถานศึกษาเอกชนนั้นได้รับจากรัฐ,สุดท้าย หากยังก่อเหตุซ้ำซากและพิสูจน์ได้ว่าสถานศึกษานั้นไม่ให้ความร่วมมือในการ แก้ไขปัญหาจะถูกยกเลิกใบอนุญาตเป็นการถาวร” นายชินวรณ์ กล่าว รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวระยะยาวนั้น จะมีการวางระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด สร้างความร่วมมือกับกลุ่มภาคีและจัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนขึ้นในกลุ่ม สถาบันการศึกษาของอาชีวศึกษาเอกชน โดยตนได้มอบให้สำนักงานบริหารงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปจัดทำระบบข้อมูลเชิงลึกของนักเรียนและให้ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของเด็ก ในความจำเป็นที่ต้องมีข้อมูลเชิงลึกด้วย "จะมอบให้ นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำมาตรการที่ได้จากการะรดมสมองครั้งนี้ไปจัดทำคู่มือที่มีรายละเอียดบ่งชี้ ทุกขั้นตอน และให้มีข้อมูลเบอร์ติดต่อสถานศึกษา สถานีตำรวจ สายด่วน ศธ. 1579 นอกจากนี้จะเปิดสายด่วนรับ หมายเลข 600 เพื่อรับแจ้งเหตุการตีกันโดยเฉพาะ พร้อมกันนี้ให้ทำการประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าวให้ประชาชนได้ทราบเพื่อ สร้างความตระหนักและมีส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาหรือแจ้งเหตุ"นายชินวรณ์ กล่าว รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับร.ร.เทคโนโลยีบางกะปิจะยังไม่มีการลงโทษผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าทางผู้อำนวยการ ร.ร.เทคโนฯ มีความกระตือรือร้นและรับผิดชอบ ไม่ปล่อยปละละเลยปัญหาดังกล่าว ทั้งยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุจนนำไป สู่การจับกุมได้ช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ย.) และเห็นว่า ที่ผ่านมาสถานศึกษาได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการแก้ปัญหานักเรียนก่อ เหตุทะเลาะวิวาทของ ศธ. เพราฉะนั้นจะยังไม่มีการลงโทษใดกับสถาบันในครั้งนี้ “ผมจะไม่ทำเรื่องนี้เหมือนเป็นการแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง แต่จะให้ความสำคัญในการแก้ปัญหานี้อย่างเคร่งครัด กำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันติดตามแก้ไขและรับผิดชอบ และให้สำคัญกับการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือบังคับ ส่วนครอบครัวของเด็กที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เข้าไปช่วยดูแล ทั้งนี้ หากร.ร.เทคโนโลยีบางกะปิ มีการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวอีกครั้งผมจะสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวแน่นอน”นายชินวรณ์ กล่าว นายทำนอง นาคสวัสดิ์ ผอ.ร.ร.เทคโนโล ยีบางกะปิ กล่าวว่า ขณะที่นักเรียนก่อเหตุเป็นช่วงเวลานอกราชการ แต่ตนก็ได้รับรายงายจากอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนแล้วว่า มีนักเรียนของตนก่อเหตุยิงใส่รถเมล์จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วทางโรงเรียนก็สามารถกลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุทั้ง หมดได้ทันที พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี มารับตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่เด็กนำอาวุธปืนมาจากที่ใดนั้น ตนไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าเด็กนำอาวุธปืนจากที่ไหนมาก่อเหตุ เพราะตนยังอยู่ที่บ้าน และเรื่องการตรวจค้นตัวนักเรียนไม่ใช่แค่หน้าที่อาจารย์เพียงอย่างเดียวเท่า นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ร่วมตรวจค้นอย่างเต็มทีเช่นกัน “การก่อเหตุบางครั้งเป็นเหตุบังเอิญสุดวิสัยและนอกเวลาราชการ ทางโรงเรียนเองมีมาตรการตรวจค้นตั้งแต่ปากทางเข้าโรงเรียน แต่ยืนยันว่าในสถานศึกษาไม่มีการซ่องสุมอาวุธของนักเรียนอย่างแน่นอน และหากจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจค้นภายในโรงเรียนผมก็ยินดี และการก่อเหตุรุนแรงของเด็กในครั้งนี้ต้องถือเป็นภาระของสังคมด้วย ไม่ใช่เหตุเกิดแล้วต้องโทษครูอย่างเดียว ครูต้องมีเวลาพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ใช่ทำหน้าที่ดูแลเด็กทุก 24 ชั่วโมง” ผอ.ร.ร.เทคโนโลยีบางกะปิ กล่าว พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) กล่าวว่า ทางตำรวจได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกของ ศธ. และเห็นผลที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่นในกรณีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโล ยีปทุมวัน ที่ปัจจุบันสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ สำหรับมาตรการเบื้องต้นที่ตำรวจใช้ในการแก้ไขปัญหานั้น ทุกสถาบันจะต้องส่งข้อมูลของนักศึกษา รูปถ่าย และพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมายังตำรวจ เพื่อใช้มาตรการทางกฎหมายในการสืบสวน และติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง "การส่งประวัตินักศึกษาตั้งแต่เข้าศึกษาชั้นปีที่ 1 จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางสถาบันต่างๆ จะต้องส่งมายังตำรวจโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเด็กทราบว่าตำรวจมีข้อมูลของเด็กแล้ว โอกาสที่จะเกิดปัญหาตีกันคงจะน้อยลง เพราะเด็กทุกคนจะอยู่ในสายตาตำรวจ เมื่อไปก่อนเหตุที่ใดก็จะง่ายในการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ตนเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยคลี่คลายปัญหาดังกล่าวในอนาคตได้อย่างดี เยี่ยม" พ.ต.อ.ไกรเลิศ กล่าว อนึ่ง การก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษานั้นมีมาอย่างต่อเนื่องแต่ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีการสั่งการปิดโรงเรียนที่มีนักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพียงแห่งเดียว คือ โรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิค ในสมัย นายอดิศัย โพธารามิก เป็น รมว.ศธ. โดยเป็นการปิดชั่วคราวเป็นเวลา 1 ภาคเรียน "ภาณุพงศ์ "ชี้ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้ปัญหานักเรียนนักเลง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา (สบ.10) กล่าวถึงการแก้ปัญหานักเรียนยกพวกตีกันแบบยั่งยืนว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. (ว่าที่ ผบ.ตร.) ได้กำชับมาตรการระยะยาวอย่างยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาตำรวจแก้ปัญหาปลายเหตุ วันนี้( 2 ก.ย.)ได้เชิญผู้แทนสถาบันศึกษาต่างๆ 4-5 สถาบันมาร่วมพูดคุยแก้ปัญหา เพราะความสูญเสียเกิดไปแล้ว เด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เช้าตื่นมาไปโรงเรียน มารดาก็มีหน้าที่ปล่อยรถ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้ เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นปัญหาสังคม เมื่อเกิดแล้วตำรวจก็ตามจับกุม แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาถูกจุด ต้องเป็นการร่วมมือของอาจารย์ และผู้ปกครอง ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ เราต้องพยายามแยกเด็กไม่ดี นักเรียนไม่ดีออกไป พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวต่อว่า พวกนี้ไม่เหมือนอดีต ในอดีตถ้านักเลงจะชกกันซึ่งหน้า พวกนี้จะลอบกัด จะแอบทำร้ายลับหลังตลอด และความสูญเสียที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับคู่กรณี แต่ไปเกิดกับคนอื่น แต่ก็มีสิ่งบอกเหตุก่อน ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้รับการมอบหมายจาก พล.ต.อ.ปทีป และพล.ต.อ.วิเชียร ขอให้ทุกสถาบันสนใจนักศึกษาของตนเองทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ตำรวจพื้นที่ทราบปฏิบัติการเชิงรุก และต้องแยกนักศึกษาที่ไม่ดีออกมา บางสถาบันเมื่อเรามีข้อมูลทะเลาะกันยาวนานจากอดีตถึงปัจจุบันก็แก้ไขปัญหา ได้ แต่ก็เกิดกับสถาบันใหม่ ๆ ถือเป็นความสูญเสีย หากพบสิ่งผิดปกติ ศิษย์เก่ามายั่วยุให้ความรุนแรง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วมาให้ตำรวจสืบสวนจับกุม อะไรก็ลงที่ตำรวจ ก็แก้ได้แค่ปลายเหตุมันก็ไม่ถูกจุด ต้องช่วยกันอย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และตำรวจไม่ได้ภูมิใจที่จับกุมคดีได้ แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่า Credit คมชัดลึก

