อาชีพในฝัน นักกายภาพบำบัด นักกีฬา
นักกายภาพบำบัดนักกีฬา -- กรุณา เณรพงษ์
ถ้าถามนักกีฬาทีมชาติไทยหลายประเภทแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก นักกายภาพบำบัดสาวกองหนุนคนสำคัญของวงการกีฬาที่ชื่อ กรุณา เณรพงษ์ ปัจจุบันนอกจากหมอณาจะเปิดคลินิกด้านกายภาพบำบัด ดูแลนักกีฬาและผู้ป่วยทั่วไปแล้ว ยังทำหน้าที่ดูแลด้านกายภาพบำบัดให้กับสารพัดทีมกีฬา ได้แก่ ทีมฟุตซอลทีมชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ทีมฟุตบอลสโมสรราชวิถีและสโมสรแบงก์กรุงเทพ ทีมบาสเกตบอล และยังมีทีมนักกีฬาขี่ม้าโปโลอีกด้วย
อาชีพนักกายภาพบำบัด
หมอณาเล่าว่า นักกายภาพบำบัด ทำหน้าที่รักษาโรคต่าง ๆ โดยไม่ใช้ยาที่รับประทานหรือฉีดเข้าไปในร่างกาย ไม่ใช้การผ่าตัด แต่ใช้การรักษาทางกายภาพ (physical) เช่น ไฟฟ้า ความร้อน แสง รังสี แรงทั้งจากภายนอกอย่าง การนวด ดัด ดึง ยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกาย การกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยมือผู้รักษา และแรงจากภายในกล้ามเนื้อผู้ป่วยเอง เพื่อรักษาหรือแก้ปัญหาของนักกีฬาหรือผู้ป่วย
การรักษาทางกายภาพบำบัดแตกต่างจากการรักษาจากหมอหรือผู้ประกอบวิชาชีพทั่วไป บางครั้งถ้าคนไข้มาถามถึงยากิน ที่นี่จะไม่มีขาย เช่น นักกีฬาจักรยานหรือคนที่ชอบขี่จักรยานล้มหัวเข่าบวม ถ้าไปหาหมอ หมอจะตรวจร่างกาย ให้ยาแก้อักเสบคลายกล้ามเนื้อมา รับประทาน แต่ทางกายภาพบำบัดก็จะมีตรวจร่างกายเหมือนหมอ แต่จากนั้นจะใช้การอัลตร้าซาวด์ ปลีกจากยาแก้อักเสบ เป็นยาทาภายนอกแก้บวมช้ำและอักเสบเฉพาะที่ ยาจะซึมผ่านผิวหนังจำเพาะจุดที่เป็น
ขอบข่ายการทำงานของนักกายภาพบำบัดสามารถคลอบคลุมได้ตั้งแต่ทารกในครรภ์ อย่างคุณแม่ที่ออกกำลังกายในน้ำ จนกระทั่งคุณแม่คลอด นักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ช่วยทำให้คุณแม่ฟื้นตัวเร็ว หรือเด็กที่เกิดมามีปัญหาเรื่องสมองขาดออกซิเจน รวมไปถึงปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการ หนุ่มสาวออฟฟิศที่ปวดคอ ปวดหลัง ตึงกล้ามเนื้อ อัมพฤกษ์ อัมพาต คนที่เป็นโรคปอด มีเสมหะในช่องปอด หรือว่าโรคหัวใจ งานเหล่านี้นักกายภาพบำบัดมีบทบาทในการรักษาทั้งสิ้น
การศึกษาระดับปริญญาตรี
ปัจจุบันการศึกษากายภาพบำบัด มีคณะที่เปิดสอน 9 สถาบัน แต่ละสถาบันเรียกชื่อแตกต่างกัน ทั้งคณะกายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด สังกัดคณะแพทยศาสตร์ หรือสาขากายภาพบำบัด สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์
การเรียนกายภาพบำบัดมีความเข้มข้นในการเรียน โดยเริ่มจากพื้นฐานการเข้าใจร่างกายมนุษย์ พื้นฐานการรักษา และการรักษา ยกตัวอย่างที่ มศว หลักสูตร 4 ปี แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
ส่วนแรก วิชาพื้นฐานสำหรับนักเรียนทุกคน อย่างฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และวิชาพื้นฐานเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เช่น โครงสร้างมนุษย์
ส่วนที่สอง เป็นวิชาพื้นฐานของวิธีการรักษา เช่น Biomechanics ฟิสิกส์ประยุกต์ เคมีประยุกต์ โครงสร้างมนุษย์ประยุกต์ บางวิชาเรียนและตัดเกรดกับแพทย์เช่นกัน
ส่วนที่สาม เรียนเทคนิคการรักษาทางกายภาพบำบัดทั้งหมด ฝึกจนชำนาญ จากนั้นจะเปิดมุมมองวิธีคิดวิเคราะห์ และประยุกต์การรักษาให้แก่คนไข้จริง การคิดเชิงวิเคราะห์วิจารณ์เพื่อนำความรู้พื้นฐานมาใช้กับคนไข้ ด้วยการรักษาแบบองค์รวม หรือ Holistic Approach คือ มองคนไข้เป็นคน ไม่ใช่โรค มองทุกมิติ รวมทั้งบทบาทโดยรวมในองค์ประกอบการรักษาคนไข้ 1 คน คือ การนำปัญหาของคนไข้มาอยู่ตรงกลาง และแต่ละวิชาชีพ เช่น นักกายภาพบำบัด หมอ โภชนากร สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างไร ยกตัวอย่าง คนไข้โรคเบาหวาน หมอช่วยเรื่องยา ควบคุมฮอร์โมน กายภาพบำบัดให้การดูแลเรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสม โภชนากรจัดอาหารให้ถูกต้อง นี่คือวิธีการทำงานร่วมกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียน คือ ต้องรู้จักร่างกายคน เตรียมตัวเตรียมใจว่ามีเรียนผ่าศพด้วย เรียน Anatomy หนึ่งปีเต็ม เรียนกระทั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างมนุษย์ อันที่สองจะเป็น Human Funtionalist คือ ต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับหน้าที่การทำงานของร่างกายคนไข้อย่างมาก และต้องเป็นนักวิเคราะห์การเคลื่อนไหวว่า ทำไมถึงนั่งแบบนี้ นั่งแบบนี้แล้วกล้ามเนื้ออะไรทำงาน ต้องละเอียดถึงระดับเซลล์
ในเมืองไทยเรียนปริญญาตรี 4 ปี ในต่างประเทศเรียน 5-6 ปี ที่อเมริกาต้องให้จบปริญญาตรีเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ก่อน แล้วจึงต่อเป็นเฉพาะทาง
นักกายภาพบำบัดในดวงใจ
คือ ผศ.ประโยชน์ บุญสินสุข ประทับใจตั้งแต่ที่ได้เรียนกับอาจารย์ ท่านเป็นอาจารย์ที่สอนด้วยภาพเพียงภาพเดียว สอนให้คิดก่อนจำ ให้จับหลักการ และสามารถประยุกต์ใช้ได้ หมอณาได้ทำงานร่วมกับอาจารย์ สมัยท่านเป็นคณบดีคณะกายภาพบำบัด ม. รังสิต ท่านมีความเป็นผู้ปกครอง มีมุมมองที่ให้แง่คิด อาจารย์ให้ข้อคิดว่า การทำให้นักกีฬาหาย และกลับไปลงสนามได้อีกครั้งเป็นสิ่งที่ดี แต่อาจจะกลายเป็นการทำให้นักกีฬาใช้ร่างกายอย่างสะบักสะบอมมากเกินไป ทำให้หมอณาพึงตระหนักเสมอว่า นักกีฬาไม่ใช่ “หมาล่าเนื้อ” การรักษาให้หายและแข็งแรงพร้อมจริง ๆ ก่อน แล้วจึงค่อยส่งนักกีฬากลับไป เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของนักกีฬาเช่นกัน
อาจารย์ประโยชน์เตือนว่า นักกายภาพบำบัดในกีฬาต้องซื่อสัตย์ ถ้าไม่หายจะไปบังคับว่าหายแล้วไม่ได้ ต้องบอกความจริงของการรักษาว่าตอนนี้เล่นได้กี่เปอร์เซ็นต์ โค้ชจะยังให้นักกีฬาคนนี้ลงสนามได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ต้องให้คนอื่นลงเล่นดีกว่า รักษาชีวิตคนไว้ นี่คือสิ่งที่หมอณาจดจำและปฏิบัติตลอดมา
นอกจากนี้อาจารย์ยังสร้างสรรค์งานกายภาพบำบัดไทยในองค์กรต่าง ๆ เป็นคนแรกที่เปิดคลินิกของตัวเอง และสนับสนุนอาจารย์ในคณะทุกคนให้เปิดคลินิก ท่านเป็นแม่พิมพ์ที่ดี ทำให้ดูก่อน แล้วคนอื่นจะมั่นใจและทำตามได้ ตอนนี้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีคลินิกเกือบทุกคน
Credit pbmpublications
|
อาชีพในฝัน นักกายภาพบำบัด นักกีฬา |
|
|
โพสต์เมื่อ
02/12/2009 15:50
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
27/03/2010 15:29
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
20/05/2011 18:48
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
21/05/2011 15:27
|
0
|
|

