เปิดชีวิต ดร.เทวฤทธิ์ สะระชนะ อาจารย์จุฬาฯ จากที่เคยคิดฆ่าตัวตายในวัยเด็ก พลิกตัวเองจนเรียนจบด็อกเตอร์

 คำกล่าวที่ว่า “ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” นั้นสะท้อนถึงชีวิตของบุคคลที่ต้องเผชิญปัญหาในหลายเรื่อง อย่างหลายคนที่กำลังท้อแท้กับการใช้ชีวิต หรือคิดว่าตัวเองเกิดมามีต้นทุนชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่น หมดหวัง หมดแรงก้าวเดิน ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ในวันนี้อยากให้ลองอ่านเรื่องราวชีวิตของ ดร.เทวฤทธิ์ สะระชนะ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีคลินิก สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีครอบครัวเป็นแรงผลักดันในชีวิต จากเด็กที่มีต้นทุนชีวิตต่ำ เคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ครั้งนึงเขาฉุดคิดว่าชีวิตต้องเดินต่อไปเพื่อคนที่เรารัก

ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

 ดร.เทวฤทธิ์ เล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กที่ผ่านมรสุมลูกใหญ่มาช่วงหนึ่ง ว่า ในวัยเด็กผมมีชีวิตที่ค่อนข้างสบาย มีพี่เลี้ยงส่วนตัว พออายุ 5 ขวบ ธุรกิจทางบ้านเริ่มประสบปัญหา ทำให้พ่อแม่แยกทางกัน และแม่ก็เป็นคนดูแลผมมาตั้งแต่เด็ก ผมมีพี่น้องสามคน ชีวิตค่อนข้างลำบาก จากที่มีบ้านอยู่ก็ต้องย้ายมาอยู่บ้านเช่า คุณแม่ทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า และก็ขายไอติมกระบอกจนผมโต

 ส่วนตัวรู้สึกชื่นชมคุณแม่มาก เพราะ ผมรู้ว่าวัยเด็ก ครอบครัวของผมลำบากมาก แต่คุณแม่ไม่เคยท้อแท้กับชีวิตสักครั้ง คุณแม่เป็นคนที่เข้มมาก แต่ถ้าถามผมว่าชีวิตเคยลำบากขนาดไหน ลำบากขนาดที่แต่ก่อนเรามีเงินซื้อข้าวกินทุกวัน แต่ปัจจุบันหลังจากที่ผมกลับมาจากโรงเรียนก็จะซื้อข้าวถุงมากินกับคุณแม่

 โดยที่คุณแม่ให้ผมเป็นคนกินก่อนทุกครั้ง บางครั้งด้วยความเป็นเด็กก็กินข้าวจนหมด โดยไม่ได้ดูว่าคุณแม่จะกินอะไร และคุณแม่ก็จะแกล้งบอกผมทุกครั้งว่าแม่อ้วน แม่อิ่มแล้วบ้าง จนผมรู้สึกได้ถึงความเสียสละของคุณแม่

ชีวิตพลิกผัน แต่ยืนอยู่ได้เพราะแม่

 ตอนเด็กบ้านผมมีฐานะยากจน บ้านผมเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น และวันหนึ่งผมได้ยินแม่กับพี่สาวทะเลาะกัน เรื่องที่แม่จะไม่ให้พี่สาวเรียนต่อ ให้ออกมาช่วยทำงานเพื่อที่จะส่งให้ผมเรียนต่อ ซึ่งมันเป็นการที่เสียสละมาก พอพี่สาวขึ้นห้องมาผมเห็นพี่สาวร้องไห้หนักมาก และตัวผมเองรู้สึกว่าผมเป็นภาระของที่บ้าน ที่ทำให้ใครหลายคนต้องเดือดร้อนและเสียสละให้ผม จนผมคิดว่าผมจะตายดีไหม อยากตายขนาดที่ผมเองขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าและคิดที่จะกระโดดลงมาเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ท้ายที่สุดในหัวสมองผมมันก็มีภาพกับข้าวฝีมือของแม่ ภาพที่แม่ทำงานหนัก ภาพที่พี่สาวนอนร้องไห้ลอยเข้ามาในหัวเต็มไปหมด จนทำให้เราฉุกคิดว่า ถ้าผมตายไปทุกคนในครอบครัวจะสบายจริงหรือเปล่า ทันใดนั้นผมจึงคิดว่าผมควรที่จะอยู่ และต้องทำตัวเองให้ดี เพื่อที่ผมจะได้ภูมิใจ และดูแลครอบครัวของผมในอนาคตได้

ความตั้งใจไม่เคยสูญเปล่า

 สมัยเอ็นทรานซ์ ผมได้คะแนนสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศ ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ และภายหลังได้เกีรยตินิยมอันดับหนึ่ง จนเพื่อนล้อว่า “เข้าที่หนึ่งออกที่หนึ่ง” พอเรียนจบปริญญาตรีที่คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุนการศึกษาขั้นสูงเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างเครือข่ายวิจัยระดับแนวหน้า สาขาชีวสารสนเทศศาสตร์) ไปศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา อยากบอกว่าที่เรียนจนประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะมาจากความตั้งใจ

 

 แม้ในช่วงเรียนมัธยมจะไม่ได้เรียนพิเศษเหมือนเด็กทั่วไป แต่ด้วยความตั้งใจและใฝ่รู้ รวมกับได้เพื่อนที่ดีช่วยติว ทำให้การเรียนประสบความสำเร็จ อยากบอกว่าเด็กสมัยนี้ที่ชอบเรียนพิเศษ ถ้าเรียนได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไม่ได้เรียนก็ขอให้มีความตั้งใจ เชื่อว่าความตั้งใจจะทำให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จ เพราะสุดท้ายผมคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของตัวเราเอง

 

คำพูดที่ให้กำลังใจคนที่เกิดมามีต้นทุนชีวิตต่างกัน

 ผมคิดว่าสิ่งแรกเลยคือตัวเราต้องยอมรับความเป็นจริงให้ได้ พอยอมรับความเป็นจริงได้แล้วนั้น เราจะสามารถประเมินตัวเองได้ว่า ในชีวิตของเรา เราจะต้องตั้งใจทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในชีวิต มีหลายคนที่กำลังท้อแท้กับสภาพความเป็นอยู่ของการใช้ชีวิต แต่การที่เรามีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ และก็ทำความดี แค่นี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว สุดท้ายถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณจะอยู่เพื่อใคร ให้คุณมองย้อนไปถึงคนที่เขารักคุณ และเสียสละเพื่อคุณในวันนั้น มาเป็นแรงผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต

Credit   ข่าวสด