โรคฮิตช่วงสอบ Brain Fag Syndrome อ่านหนังสือหนักจนสมองล้า พร้อมแนะวิธีบำรุงสมองช่วงสอบ

Brain Fag Syndrome เป็นโรคที่กำลังคุกคามนักเรียน นักศึกษา ที่เกิดจากความเครียดสะสมขณะอ่านหนังสือสอบ !     อาการอ่อนล้าของสมองขณะอ่านหนังสือ ทำให้จับใจความสำคัญไม่ได้ อ่านไปก็เสียเวลาเปล่าเพราะตำราไม่เข้าหัว วันนี้เลยอยากนำที่มาของอาการมาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้ระวังกันใ­­ห้ดี 


    โรค Brain Fag Syndrome คืออะไร 

โรค Brain Fag Syndrome หรือโรคอ่านหนังสือเยอะจนสมองล้า เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง ถูกค้นพบครั้งแรกในทวีปแอฟริกาใต้ และไนจีเรียเป็นแห่งที่ 2 โดยกลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สายตาอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะ 

ทั้งนี้นักจิตวิทยาก็ขยายความต่อว่า เหตุที่เกิดในประเทศโลกที่ 3 มากกว่าประเทศอื่น ๆ ก็เพราะความยากลำบากของการเรียนหนังสือ พร้อมทั้งความกดดันที่เด็กวัยเรียนในประเทศนั้น ๆ ต้องเจอ ทำให้เกิดความเครียดจนตกอยู่ในกำมือของภาวะ Brain Fag Syndrome นั่นเอง 

   สาเหตุของโรค Brain Fag Syndrome 

หลัก ๆ แล้วโรคนี้จะเกิดจากความเครียดอันเกิดจากความพยายามอย่างยิ่งที­่่จะทำอะไรให้สำเร็จสักอย่าง รวมทั้งความคาดหวังที่สูงจัดจนกลายเป็นความกดดันตัวเองให้จดจ่อ­­กับสิ่งที่ต้องการมากเกินไป ส่วนมากจะมีอาการทางจิตร่วมด้วยเล็กน้อย เช่น รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจนไม่อยากจะสานต่อสิ่งที่ท­­ำอยู่ หัวสมองตื้อ สมาธิที่เคยมีหายไป 


    ใครคือกลุ่มเสี่ยง 

นักเรียน นักศึกษาที่กำลังจะสอบแข่งขัน หรือกำลังพยายามพิชิตบทเรียนที่ยากเกินกว่าจะผ่านไปได้ง่าย ๆ นอกจากนี้กลุ่มวัยทำงานที่ต้องเจอกับภาวะกดดันก็มีสิทธิ์เป็นโร­­คนี้ได้เช่นกัน 


อาการบ่งชี้ภาวะ Brain Fag Syndrome 

สมาธิบกพร่อง ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อ่านได้ 
ความสามารถในการจดจำข้อมูลลดน้อยลง 
เกิดอาการเป็นเหน็บ รู้สึกชาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย 
ปวดหัว 
ปวดบ่าและไหล่ 
หงุดหงิดง่าย 
สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่สบายใจ 
กระสับกระส่าย 
หายใจติดขัด 
วิตกกังวล 
น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ 
นอนไม่หลับ 
เหงื่อออกเยอะผิดปกติ 
เสียงสั่น 
เกิดความผิดปกติของเส้นประสาท 
ตาพร่ามัว 
หูอื้อ 

หากเกิดอาการผิดปกติเหล่านี้กับคุณเกิน 5 ข้อ อาจเป็นไปได้ที่คุณจะป่วยเป็นโรค Brain Fag Syndrome แล้วล่ะค่ะ 


   แนวทางรักษา 

เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง รวมไปถึงอาการทางจิตเบา ๆ ดังนั้นขั้นแรกก็ควรหลีกหนีจากความเครียดที่เจอไปสักพัก และหากจะให้ดีควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะช่วงที่ต้องเผชิญกับสภาวะกดดันทั้งหลายแหล่ เช่น ช่วงใกล้สอบ ช่วงที่ทำโปรเจคท์ หรือแม้แต่วัยทำงานที่ใกล้วันเสนอผลงาน ซึ่งล้วนแต่ทำให้เกิดความกลัวและความเครียดสะสม ทว่าหากอาการของโรคค่อนข้างหนักจนไม่สามารถหาทางออกได้ด้วยตัวเ­­อง เคสแบบนี้หันหน้าปรึกษาจิตแพทย์โดยตรงเลยดีกว่า 

นอกจากนี้ ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล ยังได้แนะนำว่า ในช่วงที่สมองจะถูกใช้งานอย่างหนัก ควรบำรุงสมองให้พร้อมทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยสร้างเซลล์ประสาทในการรับรู้ กรดอะมิโนจากโปรตีนเพื่อให้ร่างกายได้นำไปใช้สร้างสื่อประสาทซึ­­่งทำหน้าที่ถ่ายข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท กลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตไว้เป็นเชื้อเพลิงหลักของสมองสำหรับสร้าง­­พลังงาน รวมทั้งเสริมความแข็งแรงให้เซลล์สมองด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจาก­­ผักและผลไม้นานาชนิดด้วยก็จะยิ่งดี 

มีงานวิจัยจากหลายประเทศพบว่า คนจีนนิยมตุ๋นไก่แล้วดื่มน้ำซุปเพื่อเพิ่มความจำ คนเกาหลี กินไก่ตุ๋นโสม เพื่อเพิ่มสมาธิ ความจำ หลักการนี้ จึงมีคนพยายามทำวิจัยเพื่อหาความลับว่า มีอะไรในน้ำซุปไก่ ที่ทำให้ระบบการทำงานของสมองดีขึ้น ปี 1996 ดร.นาไก และคณะ จากประเทศญี่ปุ่น ทำการวิจัยและพบว่า ซุปไก่สกัดมีส่วนในการเพิ่มสมรรถภาพการ

ทั้งนี้ก็ยังมีซุปไก่สกัดอีกอย่างหนึ่งซึ่งผ่านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพมามากกว่า 20 ผลงานวิจัยแล้วว่า ซุปไก่สกัดมีสารโปรเบปทิเจน (ProBeptigen) ซึ่งทำหน้าที่รักษาระดับของสารสื่อประสาทที่มี่ชื่อว่า ซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์และความ­­เครียดได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญสารชนิดนี้ยังมีส่วนช่วยในการต่อต้านความเครียดและเพิ่­­มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และจดจำของสมองอีกด้วยนะคะ 

อาหารบำรุงสมอง !! จำเป็นจริงหรอ

Unigang  > ดังนั้นจริงไม่แปลกใจ ทำไมสินค้า อย่าง เปปทีน หรือ ซุปไก่ ที่ชอบมีโฆษณาให้ กินระหว่างอ่านหนังสือ อะไรพวกนี้แต่ด้วยราคาที่แพงไปหน่อย บางคนบอกไร้สาระ >.<  กินไข่ยังให้คุณค่าทางหารเยอะกว่า บลา......  ถึงกับเคยมีดราม่า หนักมากเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมก็เห็นด้วยนะสำหรับรังนก 5555  กิน ซุปไก่ + เปปทีน ยังดูดีกว่า เอิ๊กๆ 

 

เพื่อหลีกเลี่ยงดราม่า เราขอ เสนอ อาหารทางเลือก นอกจากสาร สารโปรเบปทิเจน ยังมี "เห็ดทางการแพทย์" (medicinal mushrooms)  " ซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชั่นนอลที่นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ให้ประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพอีกด้วยเช่น เห็ดไมตาเกะ (maitake) เห็ดหลินจือ (reishi mushroom) ถั่งเฉ้า (cordyceps) เห็ดยามาบูชิตาเกะ (yamabushitake mushroom) เห็ดชิตาเกะ (shiitake) เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ (himematsutake) และเห็ดแครง (spit gill) 

เห็ดที่ดูแล้วน่าจะหาง่ายในบ้านเรา เช่น เห็ดชิตาเกะ หรือ เห็ดหอมนั่นเอง
 เห็ดหอมนี่ไม่แปลกใจเลยที่เห็นเค้านำมาไส่เพื่อปรุงตุ๋นซุปไก่ นี่เอง >..< 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก 
ทวิตเตอร์ ‏@mor_maewTHEGISTRIGHT DIAGNOSISChildren Cancer Fund   kapook tci-thaijo