มันใช่หรอ !! ชีวิตดี๊ดี "เรียนหมอ สบาย งานง่ายๆ เงินก็ดี" ความคิดผู้ปกครองไทย

คุณพี่ท่านนึงได้เขียนกระทู้ ถึงทัศนคติความเชื่อของผู้ปกครองหลายคนต่ออาชีพ หมอ !! งานนี้มี พี่หมอหลายคนเข้ามาตอบ ให้แง่คิดหลายมุมเกี่ยวกับอาชีพนี้ รวมไปถึงอาจารย์แพทย์ เล่าว่าตอนนี้มีนศพ.มีภาวะซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ  เพราะไม่อยากเรียนหมอแต่พ่อแม่ชี้นำ !!

....................................................................

ผู้อ่านกระทู้นี้ ใจเย็นๆนะครับ
นี่เป็นความคิดจากหลายคน
เป็นความเชื่อแก้ไม่หาย มาเล่าสู่กันฟัง


คำเตือน ข้อความทั้งหมด ไม่ใช่ความจริงของการเรียนแพทย์
อาชีพหมอ แต่เป็น "ความเข้าใจผิดร้ายแรง ของหลายคน"


หมวด 1 คำพร่ำสอน
ลูกอยากเรียนอะไร ทำไมไม่ใช่หมอ เรียนหมอสิลูก 
เรียนหมอนะรู้มั้ย อย่างอื่นตกงาน
ลูกก็เห็นตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พาไปหาหมอ ทวดจะตายก็หาหมอ
พอลูกป่วยจะหาใคร วิศวะช่วยได้หรอ หมอเท่านั้น
ป้าเค้าป่วยไปหาหมอ ไม่มีหรอกไปหาทหาร
ตำรวจป่วยไปหาหมอหรือจะไปหาช่าง หาหมอทั้งนั้น 
ไปหาหมอกันที เห็นมั้ยย่าทวดยังต้องไห้วหมอเด็กๆ
สุดท้ายแม้จะเจ็บ จะป่วย จะไข้ มีแต่หมอคือที่พึ่ง
ทุกครั้งไปหาหมอ จ่ายไปตั้งเท่าไร เห็นบิลมั้ย ค่าหัตถการ ค่าแพทย์ผู้รักษา ค่าวิชาชีพเวชกรรม
พยาบาลเดินไปมา หมอชี้นิ้วนั่งสั่ง
ไปรอ 6 ชั่วโมง หมอมาช้า พอได้ตรวจ 2 นาที
หมอผิดใครกล้าด่า เดี๋ยวต่อไปป่วยใครจะกล้ารับรักษา
หมอกู้เงิน ง่ายจะตาย ตัวเองไง ผู้ค้ำประกัน
หมอขอวีซ่า เดินเข้ามา เอาไปเลย 10 ปี
หมอไปไหนพอใครรู้ว่าเป็นหมอ มีแต่คนคอยเกรงใจ
ไปไหนมาไหนหมอก็มีแต่คนนับหน้าถือตา
เจอปัญหา เจอด่านตรวจ ตำรวจรู้เป็นหมอ รีบไห้วขอโทษปล่อยตัวทันที
ขึ้นโรงขึ้นศาล เห็นแก่เป็นหมอ เดี๋ยวก็ลดโทษ
จะทำอะไรก็หมอต้องมาก่อน ภาพพจน์สวยหรู
ใครๆก็ต้องพึ่งหมอ เกรงใจหมอ

หมวด 2 ญาติโกโหติกา มิตรสหาย 
เนี่ยเพื่อนแม่ลูกเรียนหมอ สบายแล้ว
นี่ลูกค้า ลูกเป็นหมอ เลิกทำงานแล้วลูกเลี้ยง
นั่นแม่ค้า ลูกติดหมอ จะเลิกขายของแล้ว
นู่นลูกลุง เค้าติดหมอ สบายเลย
นี้หลานป้า เรียนเป็นหมอ อนาคตดี
นั่นญาติพ่อ เค้าติดหมอ โชคดีจริง

หมวด 3 เรียนหมอ?
คณะแพทย์ ติดก็จบ ได้แน่นอน ออกไม่ถึง 1%
เรียนหมอ เค้าเกรงใจ ถึงยังไงก็ให้จบ
ไทยต้องการหมอ สอบติดหมอ ยังไงก็จบ
หมอขาดแคลน ไม่มีหรอก ไล่นักเรียนแพทย์
เรียนหมอ ไม่มียาก ลุงคนนู้น ยังจบเลย (แต่ป้าไม่เคยเรียนนะ)
ถ้ารู้หมอสบายขนาดนี้ ตอนนั้น ลุงเรียนเองแล้ว
ถ้ารู้หมอดีขนาดนี้ ตอนนั้น ป้าเลือกเรียนแล้ว
เนี่ยเรียนหมอ ดูซิ ครูก็รัก
ถ้าติดแล้ว ยังไงก็เรียนจบ 

หมวด 4 ทำงานหมอ?
เห็นมั้ยที่เดินมา นั่นหมอไง
โรงบาลแอร์เย็นๆ ไม่โดนแดด ไม่โดนฝุ่น
งานหมอ แค่ไหนเอง อาทิตย์นึง 2-3 วัน
หมอบางคน มาวันเดียว แป็บๆรับเงินหมื่น 
งานประจำ ทำงกๆ ได้กี่พัน หมอพูดคำ รับละหมื่น
งานหมอก็เห็นอยู่ โรงบาลเอกชนอยากได้หมอ
โรงบาลรัฐเงินน้อย ก็ไม่ต้องทำ ไปทำเอกชนสิ
หมอทำงาน รวมนิดเดียว เงินนะหรอ มากโขเลย
หมอเข้า 8-10 โมง วันนี้ง่วง มา 9 โมง ใครกล้าด่า
เลิกงาน คือ 10 โมง 9 ครึ่งแล้ว แฟนเรียก กลับบ้านดิ
เข้าเวร ถึง 3 ทุ่ม ทุ่มนึงแล้ว ออกมาเลย ใครกล้าว่า
มาที จัน พุธ ศุก แต่วันนี้ติดธุระ นัดลูกไปสวนน้ำ ให้พยาบาลโทรไปกริ๊ง เลิกนัดคนไข้สิ
บางทีนึกเคลิ้มเคลิ้ม ขี้เกียจตรวจ ไปกินข้าว กินเพลิน นานไปหน่อย เลิกนัดเลย ใครกล้าบ่น
งานไม่ทำเท่าไร เดี๋ยวเงินมาข้าสบาย
ดูนั่นสิ หมอไปเที่ยว ทำงานแป๊บเดียว ไปยุโรป ทำสองวัน ไปอียิปต์ ทำสามวัน ไปแคนาดา สบายจะตาย
ดูนั่นสิ นั่นบ้านหมอ เค้ารวยมาก
เห็นมั้ยหมอสบาย อย่าเถียงพ่อ

หมวด 5 ถูกถามกลับ
-เรียนหมอหนักนะ เรียนยาก สอบยาก เครียดมาก
ใครว่าเล่า ถ้าเรียนหนักขนาดนั้นทำไมจบปีนึงตั้งกี่คน
เครียดมากก็ลาออกสิ เห็นมั้ย ไม่ออก
-เรียนหมอใช่ว่าจบทุกคนนะ
หมอไทยต้องการอีกเยอะ เค้าไม่ลดจำนวนคนจบหรอก
-งานหมอหนักนะ
นั่นเรียกหนักหรอ หมอมาแบกของมั้ยหละ มาทำไร่มั้ยหละ
-หมอเครียดนะ ทำงานมานาน เหนื่อยมาก
อย่าฟังมาก ถ้าเค้าเครียดมากนัก ก็ลาออกไปสิ
-ถ้าไม่ชอบอย่าไปเรียนนะ ทรมาน
อย่าไปฟัง เรียนหมอเท่านั้น เรียนหมอ

อื่นอื่น อีกมากมาย


มาถึงตรงนี้ ถ้าใครอ่านมาแล้ว คงรู้สึกโกรธมาก จขกท.ไม่ใช่คนพูด ไม่ใช่คนคิดเรื่องพวกนี้ แต่แค่นำคำพูดที่ได้ฟัง มาแชร์หาความเป็นธรรมในความจริง อะไร ถึงจะลบความเชื่อเหล่านี้จากผู้ใหญ่ได้?

 

เรามาดูความคิดเห็นของพี่ๆท่านอื่นๆกันนะครับ

รุ่นพี่โรงเรียนที่เรียนหมอเคยมาแนะแนวแล้วบอกว่า
"ขั้นตอนที่ง่ายที่สุดของการเป็นหมอคือสอบให้ติดหมอ"
ตอนเราอยู่ม.6 เคยพยายามสอบหมอแทบรากเลือดก็ไม่ติด ไปติดอันอื่นเรียนไปแฮปปี้ดี แต่เห็นเพื่อนคณะบางคนพยายามซิ่วใหม่ เพื่อนอ่านหนังสือหนักมาก โต้รุ่งเกือบทุกวัน นอนวันละสองสามชั่วโมง ผลออกมาก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง
เพื่อนคนหนึ่งมีพ่อเป็นหมอ พ่อเขาเคยบอกว่า หมองานหนัก ไม่ค่อยมีเวลา และถ้าเป็นหมอเพราะอยากรวย อย่าเป็นดีกว่า
สรุป สอบหมอไม่ง่าย เรียนหมอไม่ง่าย ทำงานหมอยิ่งไม่ง่าย
สิ่งที่ง่ายที่สุดน่าจะเป็น การพูดว่าอยากเป็นหมอ...

............................................................

แต่ก่อน อาชีพนี้ดีมาก แต่ยุคนี้อาชีพอื่นดีไม่แพ้กัน ชีวิตไม่เครียด รายได้ไม่แพ้กัน แถมไม่ต้อง  update ความรู้ทุก5-10 ปี ยกเครื่องใหญ่ 
คนเป็นหมอ รายได้เดือนละแสน ปีละล้าน ทำงานสามสิบปีได้ เงินเก็บแบบไม่ต้องใช้ประมาณ 30 ล้าน ต้องรู้จักเอาเงินไปพัฒนา เพื่อให้งอกเงยออกมา
รร.แพทย์แห่งหนึ่ง ทำการสำรวจหมอที่เกษียณอายุ ใน1-2 ปี เพื่อดูว่า ศิษย์เก่า  จะมีรายได้เป็นอย่างไร พบว่า มีทรัพย์สินประมาณ 100+ ล้าน ทรัพย์สินในพวกนี้ หนึ่งในสาม เป็นบ้านและที่ดิน หนึ่งในสามเป็นเงินสด ที่เหลืออยู่ในรูปอื่น แต่หมายความว่า ในอดีตหมอสร้างปีละ 500 คน แต่ในปัจจุบัน หมอสร้างปีละ 2000-3000 คน เมื่อจำนวนประชากรเท่าเดิม แต่ประชากรหมอมากขึ้นห้าเท่า อุปสงค์มีส่วนเกิน แต่อุปทาน มีส่วนขาด รายได้ของหมอที่เรียนอยู่ในปัจจุบัน น่าจะลดลงอย่างมีนัยยสำคัญ ยกเว้นแต่หมอบางพวกเช่นหมอโรคผิวหนัง หมอกระดูกตามรพ.เอกชน 
ความเห็นส่วนตัว เข้าหมอไม่ง่าย เรียนก็ไม่ง่าย ทำงานก็ไม่ง่าย เงินก็ไม่ได้ดีตามคิด เงินได้มาก ก็ต้องทำงานหนักตามไปด้วย แต่ก็ยังเป็นอาชีพที่ดีอาชีพหนึ่ง โอกาสที่จะอดตายน้อยมาก แต่ถ้าหากว่า จะต้องการความมั่งคั่งให้มาก จะต้องมีอีกหลายมิติ เพื่อให้ถึงจุดนั้น 
อาชีพอื่น ในโลกปัจจุบัน ไม่แพ้กัน ถ้าหากว่า มองเงินเดือนที่เดือนละล้าน จะต้องเป็นหมอที่จบบอร์ดต่างประเทศ และอยู่รพ.เอกชนในกทม หรือหมอโรคผิวหนัง  แต่เราจะพบว่า อาชีพอื่น ที่รายได้เดือนละล้านมากกว่า หมอมีหลายอาชีพจนน่าตกใจเลย 
เราเปิดร้านขายเพชร  ร้านเราติดกับคลินิคโรคผิวหนัง ประมาณว่า รายได้น่าจะใกล้เคียงกัน แต่เราถามตัวเราเองว่า ถ้าหากว่า เราเลือกเป็นเมียเจ้าของร้านเพชร หรือเป็นเมียหมอรักษาโรคผิวหนัง หรือคลินิกความงาม เราคิดว่า โอกาสน้อยถึงน้อยมากที่จะเลือกอย่างหลัง

.................................................................

ไม่ว่าจะพูดอย่างไง. ผมก็อยากให้ลูกเป็นหมออยู่ดี. ถ้าลูกทำได้นะ. พ่อพร้อมส่งเสียทุกอย่าง.  เหตุผล. 
1.คือความมั่นคง. หน้าที่การงานดี
2.อยู่ในสังคมที่ดี. มีความคิดที่ดี. (สำคัญสุด)
3.มีอนาคตที่ดี. พบเจอคนที่ดี 
4.มีจิตใจที่ดี. ช่วยเหลือผู้คน
ฯลฯ
ส่วนเรื่องรวย. คนเป็นพ่อเป็นแม่คงไม่มีใครคิด. เพราะทุกคนล้วนอยากให้ลูกของตนเองมีความมั่นคง. เลี้ยงตนเองได้. อยู่ในสังคมที่ดี. สภาวะแวดล้อมที่ดี. สภาพสังคมที่ดี.  มิใช่เจอพวกกินเหล้าเมายา. ความคิดไม่ดี. ทำตัวไม่ดี. สภาพแวดล้อมไม่ดี.  สภาพสังคมที่ไม่ดี.  ทุกคนล้วนอยากให้ลูกไปดี.

................................................................

ผมเป็นหมอ ผมว่าอาชีพนี้ถือว่าดีมากนะครับ เเค่ไม่ใช่ดีที่สุด ประเด็นที่เค้าเชียก็คืออาชีพมีความมั่นคงสูง เมื่อก่อนก็มีข้าราชการ ทหาร ตำรวจอีกอย่าง เเต่เดี๋ยวนี้ก็อย่างที่เห็น ถ้าไม่มีคนรู้จักไม่มีทางโต ถ้าผมมีลูก ผมก็ว่าหมอคืออาชีพที่ดีนะ เเต่ไม่ดีที่สุด ถ้าลูกอยากเรียนก็ด้ ถ้าไม่อยากก็ไม่บังคับ

..............................................................

เราเป็นหมอ ไม่ได้คิดว่ามันดีมาก มันคืออาชีพที่ดี ถ้าเรารักที่จะทำค่ะ รายได้ไม่ได้ดีมาก จะดีเมื่อทำงานหนักมากจริงๆ แรงกดดันสูง และถ้าถามว่ามั่นคงมั้ย ถ้าเป็นข้าราชการก็มั่นคงเท่าๆกันทุกอาชีพที่เป็นราชการ ส่วนเอกชน ไม่ได้มั่นคงไปกว่าอาชีพอื่นๆ ถ้าถามว่ามีลูกอยากให้เป็นหมอมั้ย ไม่ค่ะ แต่ไม่บังคับ ถ้าเค้าชอบก็สนับสนุน แต่คงไม่บอกว่าอยากให้เป็นแน่ เพราะส่วนที่ยากที่สุดของการเป็นหมอ คือการทำงาน ไม่ใช่ตอนสอบเข้า ไม่ใช่ตอนเรียนหมอ ไม่ใช่ตอนเรียนเฉพาะทาง มันคือตอนที่เราทำงานจริงอยู่ทุกวัน โดยมีชีวิตฝากไว้ในมือเราค่ะ

............................................................

หมอเป็นอาชีพที่ดีนะคะ
ถ้าตรวจตามปกติ คิดว่าทำตามหน้าที่ก็ได้เงินเดือน (ค่อนข้างสูงเทียบกับรายได้ปริญญาตรีจบใหม่)
ถ้าตั้งใจตรวจ ตั้งใจอธิบาย เจตนาจะให้คนไข้พ้นจากความทุกข์กาย-ใจ 
(คือ บางทีแค่อธิบาย หรือแนะนำบางอย่าง คนไข้ก็ดีขึ้นได้จริงๆ หรือสบายใจขึ้น) ก็ได้บุญ
เวลาที่คนไข้กลับมาพร้อมรอยยิ้ม บอกว่าหายแล้วค่ะหมอ ที่ปวดทรมานมานาน ฟังแล้วก็ชื่นใจ รู้สึกดีได้ทั้งวัน
เวลาที่คนไข้ป่วยมานาน แล้วเราหาสาเหตุเจอ แก้ปัญหาให้เค้าได้ ,เวลาที่คนไข้ทรมาน เหนื่อยแทบจะขาดใจตายต่อหน้า ใส่ท่อช่วยหายใจให้เค้าแล้วคนไข้หายเหนื่อย , เวลาที่คนไข้หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว ปั้มหัวใจจนฟื้นขึ้นมาได้ เราก็มีความสุข

เวลาญาติพี่น้องป่วย ก็สบายขึ้นจริงๆ ขอห้องพิเศษได้ (คือปกติถ้าโรงพยาบาลรัฐบาลนอนวอร์ดธรรมดาค่อนข้างลำบากนะคะ บางทีเป็นเตียงเสริมทางเดิน ญาตินอนใต้เตียง เห็นแล้วก็สงสาร)
คุณแม่ไปรอตรวจOPD พอพี่เจ้าหน้าที่รู้ว่าเป็นคุณแม่หมอก็ช่วยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง

กู้เงินก็ง่ายจริงๆค่ะ จบใหม่มาก็กู้ซื้อบ้าน 5 ล้านได้แล้ว (ผ่อน 25,000 บาท/เดือน) 
ถ้าอาชีพอื่นน่าจะต้องรอเงินเดือน 75,000 บาท น่าจะต้องทำงานสักพัก

ส่วนเรื่องด่านตรวจ ก็เคยขับผิดเลนคุณตำรวจเรียก แล้วก็แค่เตือนนะคะ
เคยจอดผิดที่โดนล็อคล้อตอนไปจ่ายค่าปรับคุณตำรวจก็ลดราคาให้ 
แต่ก็ไม่เคยทำผิดร้ายแรงอย่างอื่น

ส่วนที่บอกว่าสอบติดแล้วจะเรียนจบทุกคน อันนี้เห็นด้วยว่าไม่จริงค่ะ
การสอบติดเป็นแค่การเริ่มต้น
6 ปีในโรงเรียนแพทย์หนักมาก ไม่จบปีละหลายคน 
(แต่คณะอื่นก็เรียนหนักพอๆกัน มีคนเรียนไม่จบเหมือนกัน แต่หมอต้องเข้มงวดเพราะต้องรับผิดชอบชีวิตคน มันพลาดไม่ได้ แล้วก็หมอไม่มีเสาร์อาทิตย์เหมือนคณะอื่นๆ )
กว่าจะจบนอกจากสอบรายวิชา รายปี ต้องมีสอบรวมทั้งประเทศอีกหลายขั้นตอน
ไม่ผ่าน ไม่ได้จบมีใบประกอบวิชาชีพก็หลายคน

ส่วนตอนจบมาก็ทำงานหนักจริงค่ะ อดนอน 
แต่ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ที่ทำงานตากแดดกลางถนน อาบเหงื่อ ตากแดดร้อนๆ หรืออาชีพอื่นๆ เค้าก็มีเรื่องเครียดเหมือนกัน ช่วงหน้าร้อนยังคิดเลยค่ะว่าโชคดีจังได้ทำงานในร่ม ทุกวันนี้แทบไม่ค่อยโดนแดดเลย


ส่วนเรื่องรายได้ หมอก็ไม่ใช่ว่าจะนั่งสบายๆ พูดไม่กี่คำก็ได้เงิน ต้องตรวจคนไข้ อดนอน 
รายได้ก็ขึ้นกับการทำงาน ถ้ารัฐบาล บังคับอยู่เวร 16 ชม / 1,100 บาท เอกชน 16 ชม / 8,000 บาท 
GP รัฐบาล เงินเดือน+ค่าเวร ประมาณ 50,000 บาท , เอกชน 150,000 บาท
(เห็นใจหมอรัฐบาลมากขึ้นบ้างมั้ยคะ บางคนก็อยู่มีอุดมการณ์จริงๆ แต่ทุกวันนี้ สังคมเปลี่ยนไปหมอดีๆบางคนก็ท้อนะคะ )

ปัจจุบัน ถึงคนทั่วไปจะไม่ได้นับถือหมอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีใครดูถูกนะคะ
ถ้าตั้งใจทำดี ญาติกับคนไข้ เค้าเห็นความตั้งใจเราอยู่ เค้าก็นับถือที่การกระทำ ไม่ใช่ที่อาชีพ
สุดท้ายถ้าย้อนเวลากลับไปตอนมัธยมได้ ยังไงก็จะขอเลือกเหมือนเดิม

.....................................................................................

ผมเป็นหมอภาครัฐที่ไม่มีคลินิกส่วนตัว ไม่ได้ทำเอกชน ไม่ได้อยากเรียนหมอ ทำเพื่อบุพการี ตั้งใจรักษาผู้ป่วยทุกคนด้วยความรู้สึกเมตตา สังคมหมอเหมือนปุถุชนทั่วไปไม่แตกต่าง รัก โลภ โกรธ หลง ครบทุกรูปแบบ ฐานะวิชาชีพตกต่ำเนื่องจากกลายเป็นธุรกิจไปมาก การฟ้องร้องมากขึ้นซึ่งใครถูกใครผิดก็ช่างเถิด ระบบราชการที่พยายามพัฒนาแต่ไร้ผลที่ยั่งยืน ไม่เคยบังคับให้ลูกเรียนหมอ คนโตจะไปเรียนศิลป์ภาษาซึ่งผมสนับสนุน คนเล็กรอดูไปก่อน เป็นหมอก็ได้ ไม่เป็นก็ดี ไม่บังคับหรือคาดหวังใดๆ ขอให้ทำสิ่งที่เลือกให้ดีที่สุด หากย้อนเวลากลับได้คงจะขัดใจบุพการี เพราะอยากเรียนกฏหมายไปเป็นผู้พิพากษาซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่เด็ก ขออนุญาตแชร์เท่านี้ครับ

.....................................................................................

เอาจริงๆ ผมว่า ยังไงหมอก็ยังเป็นอาชีพที่น่าสนใจอันดับต้นๆอยู่ดี

ขึ้นกับ หมอๆทั้งหลายจะ ตั้ง จุดหมายในชีวิตยังไง

อยากรวย
ก็เป็นอาชีพที่มีช่องทางให้เงินเดือนไปแตะหลักแสนได้ง่ายสุดๆ ง่ายตั้งแต่ระยะเริ่มทำงานเลย
จะไปหลักล้าน อันนี้อาจจะยากหน่อย แต่ก็มีโอกาสสูง ถ้าเน้นธุรกิจจริงๆ ก็น่าจะพอทำได้บ้าง

อยากช่วยเหลือสังคม อุทิศตน
ก็อย่าไปหวังเรื่องรายได้มั้ย ทำงานไปเรื่อยๆก็ได้ช่วยเหลืออยู่แล้ว

สังคมอีกระดับ
มันก็ต่างกันจริงน้ะ สังคมเหล่าบรรดาหมอ ครึ่งๆบ้านมีตังกันส่วนนึง ที่เหลือก็หาเลี้ยงตัวเองได้สบายๆ

ฐานะทางสังคม
ปัจจุบัน?ไม่ค่อยต่าง เพราะคนคิดว่าคุณๆทำงานก็ได้เงินเดือนนี่ แต่ก็ยอมรับเลยว่า ส่วนนึง.เค้าให้เกียรติเรามาก สิทธิพิเศษต่างๆมากมาย แค่ บัตร king power  ยังมีบัตรเฉพาะหมอเลย ยื่นกู้ ทำรายการต่างๆ หมอนี่ผ่านง่ายกว่าคนอื่นเยอะ (ถึงบางทีจะทำไม่ผ่านก็ตาม) 

แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันก็ไม่ใช่อาชีพที่ดีที่สุดอะไรขนาดนั้น เพราะถ้าเก่งจริง อยู่ไหนก็รอด
เอาแค่ในห้องเรียนมัธยม ห้องเด็กเรียนดี จบกันคนละคณะ มาเจอกัน ก็เห็นแต่ละคนได้ดิบได้ดีกันทั้งนั้น ปัญหา อุปสรรค? ก็มีทุกอาชีพแหละ ต่างกันไป

..........................................

มีเพื่อนเป็นหมอ ได้เงินเดือนดีนะ ดีมาก แต่ทำงานหนักมาก เรียนหนักมาก 

แต่เป็นอาชีพที่ชัวร์ว่ายังไงจบมาต้องมีงานทำ (ถ้าไม่เลือกเยอะ) เพราะหมอไม่เคยพอตลาดจริงๆครับ ขึ้นอยู่ว่าจะเอาสบายขนาดไหนเท่านั้น 

คิดว่าหมอลำบากแค่ช่วงเรียนและช่วงทำงานใหม่ๆ ถ้าแก่ตัวลง 40+ ไปทำงานรพ.เอกชน คงจะรวย + สบาย

........................................

เราว่าแพทย์เรียนหนักนะ แถมมีแต่คนเก่งๆมารวมตัวกัน เรียกว่าบางทีห่างกันแค่ 5 คะแนน เป็นอีกเกรดได้เลย
เพราะเรามีญาติ 3 คนที่จบแพทย์จากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ   เห็นหนังสือที่เค้าเรียนเล่มหนามากๆ 
แถมยังต้องเรียนร่างกายมนุษย์ เจอเลือด เจอสภาพร่างกายที่ไม่ปกติของมนุษย์อีก ถ้าไม่ชอบ อาจจะเหวอได้

แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ คือ ไม่ตกงานแน่นอน 

เรียนหมอ สบาย = ไม่ง่าย
งานง่ายๆ = รับผิดชอบมาก
เงินก็ดี = อยู่ที่ว่าจะเป็นหมอที่ไหน(ทำงานที่ไหน หรือเป็นหมอเฉพาะทางหรือไม่)
ความเห็นส่วนตัวนะ

.........................................

ในฐานะอาจารย์แพทย์คนหนึ่ง 
ตอนนี้มีนศพ.มีภาวะซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ (อาจเกิดจากการที่พวกอ.สังเกตุได้ไวขึ้นด้วยส่วนนึง) และเมื่อถามไปว่าเกิดอะไรขึ้น มากกว่า75% ตอบว่า ไม่ได้อยากเป็นแพทย์ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร แล้วเห็นพ่อแม่อยากให้เรียนหมอ เพราะว่าเรียนเก่งและบลา บบา บลา เด็กกลุ่มนี้ก็เลยสมัครมาตามที่พ่อแม่ชี้นำ (เด็กบางครั้งก็ไม่สามารถไปบอกกับพ่อแม่ได้ว่า เค้าไม่อยากเรียน เพราะตอนนีงั้นเค้าก็ไม่รู้จะตอบพ่อแม่ว่า อยากเรียนอะไรได้) สุดท้ายก็มาระส่ำระสายกันตั้งแต่ปี 2 
ตัวเองขอสารภาพเลยว่า เคยพิจารณาให้เด็กบางคนไม่ผ่านมาตราฐานและต้องออกไปตอนปี4 ซึ่งเค้าจะได้วุฒิ วทบ. แต่อาจเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเค้า สถาบัน และ ประชาชนมากกว่า

......................................

ลูกสาวคุณหมอชื่อดังท่านหนึ่ง (บอกเฉพาะทาง กับอายุไป หลายคนอาจจะรู้จัก) เคยคุยให้ฟังว่า พ่อไม่เคยบ่นเรื่องงานแพทย์เลย ขนาดทุกวันนี้ก็ยังทำงาน ทั้งๆที่อายุก็มากแล้ว และดูมีความสุขมาก ๆ กับการเป็นแพทย์ คุณหมอท่านนี้ มาจากบ้านยากจน แต่ปัจจุบัน มีฐานะดีมาก ๆ เป็นที่ปรึกษาหลายที่มาก 
แต่ พ่อเขาชอบบ่น เรื่อง แพทย์รุ่นใหม่ๆ ว่าความอดทนต่ำ หลายคนรักสบายเกินไป คิดแต่ว่าเงินตอบแทนที่ได้ต้องเยอะแน่ๆ คือ มันก็เยอะแหละ แต่มันก็ต้องใช้เวลา กับความขยันแลกมา เหมือน ๆ กับทุกอาชีพนั่นแหละ อาชีพอื่น กว่าจะมีรายได้เยอะ ก็ต้องถีบตัวเองสุด ๆ เหมือนกัน 
และ คำฮิตติดปากของหมอยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะ นักศึกษา กับ หมอจบใหม่ คือ ไปทำอาชีพอื่นเถอะ สบายกว่าเป็นหมอ รายได้ก็ดี มีความสุขกว่าเป็นหมอเยอะ บางทีเราก็คิดนะ ว่าคุณเชื่อจริง ๆ หรอ ว่า อาชีพอื่น ๆ รายได้เยอะ และ สบายกว่าจริง ๆ
ผมเชื่อนะ ว่าทุกอาชีพในโลกใบนี้ ถ้าทำมันด้วยความสุข ด้วยใจรัก รายได้ก็จะเยอะตามมา แต่ถ้า ทำไป แล้ว คิดแต่ว่า เมื่อไหร่ จะวันศุกร์ เฮ้อ! วันจันทร์อีกละ ความสุขก็จะน้อย รายได้ก็น้อยตาม

...................................