ขอบคุณ กยศ. ที่ทำให้ผมมีวันนี้ จากเด็กที่เคยกินน้ำรองท้อง โดนรีไทร์เพราะไม่มีเงินเรียน !!

บางครั้งชีวิตเมื่อไม่ได้เกิดมาบนความพร้อม มีเงินใช้จ่ายได้สบาย แต่ชีวิตก็ต้องสู้กันต่อไป และนี่คือเรื่องราวของ พี่คนนึงที่มาจากครอบครัวชาวได้ พ่อแม่แยกทาง ใช้ชีวิตด้วยความลำบากมาก ต้องกินน้ำเปล่ารองท้องตอนมื้อเย็น และโดนรีไทร์ ตอนปี 1 เราไม่มีเงินสำหรับการเรียนปริญาตรีจริงๆ แต่แล้ว เหมือนเป็นแสงสว่างเล็กๆ กยศ. ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นปีแรก....

ขอบคุณครับที่ทำให้ชีวิตของเด็กฐานะยากจนคนนึง ได้มีโอกาสเรียนจนจบปริญญาตรีวิศวะ ได้มีเส้นทางชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าผมไม่ได้รับทุนกู้ยืม กยศ. นี้ ชีวิตผมอาจจะต้องเดินในเส้นทางที่ยากลำบากกว่านี้ก็ได้ ผมมาจากครอบครัว ตายายเป็นชาวนาในต่างจังหวัด พ่อแม่ มีอาชีพค้าขายทั่วไป ย้ายไปมาหลายจังหวัด ตอนเด็กๆ ผมก็เลยโตมากับตาและยายที่เลี้ยงดูมา และไปอยู่กับพ่อแม่บ้างตอนปิดเทอม ชีวิตก็ไม่ลำบากอะไรมากแต่เริ่มมาลำบากจริงๆ ช่วงเรียน ม.ต้น พ่อกับแม่ เลิกกัน และแม่ก็ไปทำงานโรงงานแถวๆ ชานเมืองกรุงเทพ พอได้เงินส่งผมเรียนจนจบ ปวช 3 แบบเกือบไม่รอด ส่วนพ่อก็แวะมาหาบ้าง ให้เงินบ้างแต่ไม่มาก ส่วนญาติๆ ทั้งหลายผมก็ไม่อยากไปรบกวนเพราะทุกคนก็มีภาระ

    ผมสอบเข้าปริญญาตรีวิศวะ ที่มหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพได้ตอนปี 37 แต่เนื่องจากขัดสนเรื่องเงินค่าใช้จ่าย บางวันมีเงินติดตัวไม่ถึง 20 บาท ในบางวันที่มันแย่จริงๆ ต้องกินน้ำเปล่ารองท้องตอนมื้อเย็น ชีวิตของเด็กต่างจังหวัดที่มาเรียนคนเดียวกรุงเทพ ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทำให้ต้องไปเรียนบ้าง หยุดทำงานหาเงินบ้าง เกรดเลยออกมาค่อนข้างแย่ และโดนรีไทร์ตอน ปี 1 เทอม 2 ไม่ได้ไปต่อปี 2 ก็เสียใจครับแต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่มีเงินสำหรับการเรียนปริญาตรีจริงๆ เพราะแม่เองก็ค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว ยังต้องส่งน้องอีก 2 คนเรียน ส่วนพ่อก็ทำงานรับผลไม้มาเร่ขายทั่วไป รายได้ก็แค่พอกิน ช่วงปี 38 ผมก็เลยหางานทำทั่วๆ ไปและคิดว่าชีวิตตัวเองจะไปทางไหนดี ภาพชีวิตดีๆ ที่เคยวาดฝันไว้มันก็ค่อยๆ เลือนหายไป (เป็นช่วงที่เสียใจที่สุด ยากลำบากทั้งกายและใจ เพราะทุกคนรอบๆ ตัว ทั้งเพื่อน ญาติ คิดว่าเราเกเร ติดยาเสพติดหรือเปล่า ทำให้เรียนไม่จบ เพราะผมไม่ค่อยเล่าให้ใครฟังเรื่องชีวิตตัวเอง ยกเว้นเพื่อนสนิทจริงๆ แค่ 2-3 คนที่รู้ ก็ต้องทนสายตาที่ดูถูกของทุกคนและภาวนาว่าชีวิตเราจะต้องดีกว่านี้)

    ประมาณกลางๆ ปี 38 เริ่มมีข่าวว่ารัฐบาลจะมีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) อาจจะเริ่มปี 39 เป็นปีแรก เหมือนเป็นแสงสว่างเล็กๆ ในความมืดมิดของชีวิตเด็กคนนึง ถึงไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงได้แค่ไหน แต่ผมก็เริ่มอ่านหนังสือเตรียมความพร้อมในการสอบอีกครั้ง สำหรับปีการศึกษา 39 และก็สอบจนติดคณะวิศวะอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงความชัดเจนของกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ) ที่เริ่มให้กู้ยืมได้รุ่นแรกในปี 39 เทอม 1 เลย โดยติดต่อไปทางมหาวิทยาลัย แต่กว่าจะได้เงินจริงๆ ก็ต้องหาเงินมาสำรองใช้จ่ายไปก่อน จนเกือบจะขาดใจ ก็ได้รับเงินงวดแรกพอดี ซึ่งทำให้ชีวิตผมได้กลับมาอยู่ในเส้นทางการศึกษาอีกครั้ง ถึงแม้จะช้ากว่าเพื่อนไป 2 ปีก็ตาม

    ช่วงที่เรียนทาง กยศ. ให้เงินใช้จ่ายรายเดือน 4,000 บาท และค่าเทอมแต่ละเทอม แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอเท่าไร ผมก็จะมีทำงานตอนเย็นหลังเลิกเรียนและเสาร์อาทิตย์ เพื่อหาเงินเพิ่ม (ต้องขอบคุณอาจารย์ที่คณะทุกคนที่ช่วยเหลือผมเป็นอย่างดีรวมถึงเพื่อนๆ ด้วย) รวมทั้งขอทุนต่างๆ บ้าง และสุดท้าย ผ่านไป 4 ปี ผมก็สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ ได้เริ่มทำงานช่วงกลางปี 43 และก็ทำมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

    16 ปี ที่ทำงานมาไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย แต่ก็ดีกว่าเมื่อสมัยตอนเด็กๆ มาก สามารถผ่อนบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ ที่ต่างจังหวัดให้แม่กับน้องอยู่  1 หลัง (ผ่อนหมดแล้ว) ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์กับโครงการหนึ่งชานเมืองกรุงเทพและมีรถยนต์ 1 คัน มีเงินฝาก ที่ดิน ธุรกิจขายงานศิลปะให้ต่างประเทศที่เริ่มทำเงินและทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง และผมจ่ายคืน กยศ. ครบหมดเมื่อปีที่เล้ว 15 ปีพอดี (จริงๆ โปะเลยก็ได้ แต่อยากจ่ายไปเรื่อยๆ ให้ครบ)  มีเงินส่งให้แม่กับตายายทุกเดือน ส่วนพ่อเสียไปแล้วเลยไม่ได้ตอบแทนพระคุณ ไม่ได้เห็นความสำเร็จของผม (เป็นสิ่งที่เสียใจอีกอย่างหนึ่ง) และได้ช่วยเหลือ ตอบแทนคนที่เคยช่วยเหลือตอนผมยากลำบากได้ตามสมควร

    และสุดท้ายขอขอบคุณกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการดีๆ เพื่อประชาชน ขอบคุณทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องและผลักดันให้มีโครงการนี้ขึ้นมา ขอบคุณทุกคนที่เสียภาษีเพื่อเอาเงินมาตั้งกองทุน อยากจะให้ทุกคนได้รู้ว่า อย่างน้อยก็มีเด็กคนหนึ่ง ชีวิตดีขึ้นมาได้ก็เพราะ กยศ. นี้ ขอบคุณจริงๆ ครับ

    ฝากถึงน้องๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มไปจ่ายเงินกองทุนนะครับ ให้ไปจ่ายเถอะครับเพื่อประโยชน์กับคนอื่นที่เขากำลังลำบากจริงๆ เขาจะได้มีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้นส่วนคนที่จ่ายอยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็ขอให้ชีวิตการทำงานหรือธุรกิจที่ทำอยู่เจริญก้าวหน้าทุกคนครับ

ปล.
    ไม่รู้ว่ามีใครเป็นแบบผมหรือเปล่า ผมจะจ่ายเงินคืนให้ กยศ. เป็นรายเดือน ทุกๆ ครั้งที่ผมโอนจ่ายเงินมันจะมองเห็นภาพตัวเองอีกคนที่อยู่ในอดีต กำลังกดเงินที่หน้าตู้ ATM ภาพตัวเราในอดีตที่ได้รับเงินที่ส่งไปจากตัวเราเองในปัจจุบัน ความรู้สึกเหมือนว่าเราส่งเงินให้ตัวเองข้ามกาลเวลาไป โดยมี กยศ. เป็นประตูมิติ เป็นทางผ่าน บางครั้งก็คิดในใจบอกตัวเองในอดีตว่า "ชีวิตที่นายเคยคิดฝันและวาดไว้ว่าอนาคต นายจะมีอะไร ทำอะไร พอถึงเวลานั้นแล้วมันดีกว่า ที่คิด ที่ฝันไว้อีกนะ ที่อดทนและทำมามันไม่เสียเปล่า อีกสิบกว่าปีนายก็เห็นเองแหละ"

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ

จ่ายเงินคืนครบเมื่อปีที่แล้ว งวดสุดท้ายจ่าย 99.82 บาท เพราะว่าต้องไปจ่ายปิดบัญชีที่ธนาคารเอง โอนเงินปิดบัญชีไม่ได้

บ้านที่ซื้อให้แม่กับน้องที่ต่างจังหวัด พึ่งไปไถ่ถอนโฉนดเดือนนี้เอง

บ้านที่ซื้อไว้ที่ชานเมืองกรุงเทพและรถ

ขอขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ จากคุณ  นอนกอดCom