จุฬาฯ แจง ไม่ได้บังคับนิสิตปี1 นั่งตากฝน เตรียมเรียกเนติวิทย์คุย-พฤติกรรมไม่เหมาะสม อาจารย์ล๊อคคอนิสิต เครียดรุนแรง

Manager พาดหัวข่าวแรง รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ แฉ "เนติวิทย์" จงใจจัดฉากสร้างความขัดแย้ง เหตุได้แยกแถวออกไปให้สำหรับผู้ที่ต้องการเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาลด้วยการโค้งคำนับ โดยตกลงกันเป็นดิบดีว่าจะเข้ามาหลังการถวายบังคมเสร็จสิ้น แต่กลับไม่ทำ

.....................................................

จากรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ในพิธีถวายสัตย์หน้าลานพระบรมรูป ซึ่งเป็นพิธีของนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ทั้งหมด โดยจะมีการนั่งแถวเพื่อทำพิธี พร้อมระบุอีกว่า ระหว่างนั้นมีฝนตกหนักก็ยังแจกแผ่นกันฝนเล็กๆให้เด็ก หมอบกราบถวายบังคม ในขณะที่พวกครูอาจารย์มีร่มเตรียมมา สภานิสิตและอบจ นั้นไม่มีร่มให้ เปียกโชก ผมทนไม่ได้ ผมกับเพื่อนหลายคน ซึ่งมีหลายเหตุผลด้วยกันจึงเดินออกมา แต่ก็มีการทำร้ายร่างกายโดยอาจารย์ท่านหนึ่งกับเพื่อนเราอีกด้วย

ล่าสุด นายบัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางจุฬาฯ ยืนยันว่าไม่มีการบังคับให้นิสิตชั้นปีที่1 นั่งตากฝน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำพิธีถวายบังคมเพื่อถวายสัตย์ ต่อหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่5 และรัชกาลที่6 พระผู้ทรงก่อตั้งจุฬาฯ เป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องมาทุกปี รวมถึงปีนี้ ซึ่งภาพที่ปรากฎเป็นช่วงที่พิธีใกล้จะเสร็จแล้ว แต่นายเนติวิทย์ และพวกประมาณ 7 คน เดินออกมาทำท่ายืนโค้งคำนับ เป็นการทำทำแบบเร่งรีบ คนละทิศละทางภาพที่ออกมาจึงดูไม่เหมาะสม จากนั้นก็เดินออกมา แต่มีอาจารย์ท่านหนึ่งจับตัวนิสิตหนึ่งใน 7 คนไว้ดังภาพ

ส่วนกรณีที่ระบุว่า ให้นิสิตปี1 นั่งตากฝนนั้น ก่อนทำพิธีเราตกลงกันว่า หากฝนตกจะหยุดทำพิธี แต่เมื่อพิธีผ่านไประยะหนึ่งก็มีฝนตกปร่อยๆ นิสิตที่จัดงาน ตัดสินใจว่า จะทำพิธีต่อ โดยได้มีการแจกเสื้อกันฝนให้น้องๆ พอเสร็จพิธีก็เป็นช่วงที่ฝนตกหนักลงมาพอดี

“การทำพิธีถวายบังคม เพื่อถวายสัตย์ไม่มีการบังคับให้นิสิตปี1 ทุกคนนั่งถวายบังคม โดยเราได้เตรียมพื้นที่ไว้สำหรับเด็กที่นั่งไม่สะดวก หรือไม่ถนัดที่จะนั่งถวายบังคม แต่ปีนี้นิสิตปี1 ทุกคนเลือกที่จะนั่งถวายบังคม ไม่มีการบังคับและไม่มีใครโวยวาย ซึ่งการที่นายเนติวิทย์ทำเช่นนี้ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะถือว่าเป็นรุ่นพี่แล้ว ดังนั้นผมจะเรียกนายเนติวิทย์มาพูดคุย ส่วนจะมีการลงโทษหรือไม่นั้นคงไม่สามารถบอกได้ อย่างไรก็ตามนิสิตทุกคน จุฬาฯดูแลเหมือนลูกหลาน หากทำผิดก็ต้องพูดคุยก่อนว่าเพราะอะไร”นายบัญชากล่าว

ตามที่มีภาพและข่าวเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ถึงพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯซึ่งจัดขึ้นในเย็นวันนี้ และกรณีที่รองประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถูกอาจารย์นำตัวออกจากพิธีนั้น รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีหลายฝ่ายในสังคมซึ่งอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันคอยจับจ้องมองดูอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นทางมหาวิทยาลัยทราบมาว่ามีกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีต่อนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตและกลุ่มเพื่อน ซึ่งกำลังเฝ้ามองดูและอาจนำประเด็นตรงนี้ไปขยายเป็นความรุนแรงได้ ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีคนพยายามคุกคามมาตามหานายเนติวิทย์ถึงมหาวิทยาลัย ตนเองในฐานะผู้กำกับดูแลด้านกิจการนิสิตก็ต้องพานายเนติวิทย์ไปแจ้งความที่โรงพัก และวันนี้ก็ได้มอบหมายผู้ช่วยอธิการบดีสองคนไปดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนิสิตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

ในขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาฯก็เข้าใจและเคารพในความเห็นต่างและได้พยายามจัดพื้นที่ให้กับผู้ที่ประสงค์จะแสดงความเคารพด้วยการคำนับโดยมีข้อตกลงกันอย่างชัดเจนว่าจะอยู่ในแถวที่แยกออกไป และจะมาแสดงความเคารพเมื่อกระบวนการถวายบังคมเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่กลุ่มของสภานิสิตไม่ได้เคารพข้อตกลงนั้นและพยายามจะจัดฉากให้ปรากฏภาพที่ขัดแย้งตรงข้ามกันระหว่างการถวายบังคมซึ่งไม่ได้ใช้วิธีหมอบกราบและการคำนับ

รศ.ดร.บัญชา กล่าวว่า ในส่วนของการแสดงออกของอาจารย์คนดัง กล่าวที่มีภาพปรากฏออกสื่อไป น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่นายเนติวิทย์และนิสิตกลุ่มนี้ไม่เคารพในข้อตกลงที่มีร่วมกัน จึงโกรธถึงขีดสุดว่าพูดกันแล้วไม่รู้เรื่อง และตั้งใจไม่ทำตาม

อย่างไรก็ดี รศ.ดร.บัญชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ อาจารย์คนดังกล่าวเกิดภาวะเครียดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล และจะดูอาการต่อในห้องCCUคืนนี้ แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีอาการ hyperventilation คือหายใจไม่ได้ กล้ามเนื้อเกร็ง ชีพจรสูง ซึ่งตนเดาว่าน่าจะเป็นเพราะอาจารย์คนดังกล่าวรู้สึกขัดแย้งอย่างสูงเพราะเป็นคนรักนิสิตและทำกิจกรรมคลุกคลีกับนิสิตมาตลอด

“ผมต้องขอโทษนิสิตคนนั้นแทนอาจารย์แกด้วยที่อาจจะทำอะไรเกินไป ทางจุฬาฯพยายามเปิดพื้นที่ให้กับทุกคน แต่ผมว่ามันต้องให้ความยุติธรรมและให้การเคารพข้อตกลงซึ่งมีต่อกันและกัน สำคัญที่สุดคือต้องจริงใจต่อกันด้วย” รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิตจุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย

Credit  มติชน