มหากาพย์ศพแลกศพ! “อุเทน-ปทุมวัน” ศึกล้างแค้นข้ามภพข้ามชาติ!

   ตำนานนักเลง-นักเรียนฆ่ากลางกรุงฯ ของคู่อริ อุเทน - ปทุมวัน ที่เมื่อเจอกันเมื่อไหร่จะต้องของจะขึ้น องค์ลงจนนองเลือดทุกครั้ง ศึกวิวาทสถาบันที่ยังคงวนอยู่ในลูปเดิมๆ ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น แม้หลายหน่วยงานรัฐจะร่วมมือหาแนวทางแก้ไข ให้ 2 สถาบันคู่อริจับมือกัน แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม ผดุงศักดิ์ศรีที่ถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น ศพแล้วศพเล่า สังคมติงรุ่นพี่เลิกยัดค่านิยมคลั่งสถาบันฝังหัวน้อง ด้านศิษย์พี่ขอที่ยืนในสังคม หลายคนตั้งคำถามศึกสงครามเมื่อไหร่จะจบ! 
       

       จะต้องกี่ศพ...ถึงจะพอ? 
       
       เอาอีกแล้ว! นักศึกษาปทุมวันก่อเหตุยกพวกเกือบร้อยชีวิต บุกทะเลาะวิวาทกับนักศึกษาจากอุเทนถวาย เกิดศึกกลางเมืองขนาดย่อม ก่อนนักศึกษาจากอุเทนฯ จะสังเวยชีวิตในเวลาต่อมา 1 ราย ด้านเทคโนฯ ปทุมวัน ประกาศหยุดเรียน 5 วัน ห่วงความปลอดภัยของนักศึกษา
       
       ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nalinee Siriked เผยแพร่คลิปของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย จำนวนนับสิบคน ยกพวกตีกับนักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน บริเวณด้านล่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน และภายในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง จนเกิดการทำร้ายร่างกายกัน 2 นักศึกษาอุเทนถวายโดนทำร้ายอาการสาหัส ต่อมาได้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย 
         


          โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนภายในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ยกพวกตีกันกลางเมืองในครั้งนี้ ได้สร้างความสูญเสียไปกี่ชีวิตแล้ว!
       
       ล่าสุดเกิดข่าวลือหนัก! อุเทนฯ จะแก้แค้นให้เพื่อน ประชาชนจงหลีกเลี่ยงเส้นทางสนามกีฬาแห่งชาติถึงแยกปทุมวัน กระทั่ง เฟซบุ๊กของ สน.ปทุมวัน ต้องออกโรงชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง สน.ปทุมวัน ไม่เคยให้ข่าวหรือเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตามที่มีการแชร์กันแต่อย่างใด ในส่วนของกรณีที่มีการโพสต์เฟชบุ๊กยุยงว่าจะมีการล้างแค้นนั้น จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์ไม่ใช่นักศึกษาของทั้งสองสถาบันแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นมือที่สามที่ต้องการยั่วยุ จึงขอให้ทุกท่านจงมั่นใจในมาตรการการป้องกันเฝ้าระวังเหตุ รวมทั้งเสพข่าวผ่านสื่อออนไลน์อย่างมีสติ 
         


          นอกจากนี้ ทางตำรวจและ 2 สถาบันยังได้ร่วมประชุมหาแนวทางป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษาทั้งสองสถาบัน จากการประชุมหารือ ได้กำหนดแนวทางทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นจะมีการกำหนดพื้นที่ควบคุม (เรดโซน) ได้แก่ พื้นที่ที่เคยเกิดเหตุ เช่น ลานโคคิวศูนย์การค้าเอ็มบีเค ทางเชื่อมสกายวอร์ค สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ พื้นที่ในเส้นทางการเดินทางของนักศึกษา เช่น สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน และตำรวจหน่วยสนับสนุนอื่นๆ เฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการรวมตัวและ การเผชิญหน้ากัน ของนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากชุมชนคอยช่วยเหลือเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน 
       
       ส่วนในระยะยาวจะจัดตั้งคณะกรรมการทั้งสองสถาบันในการประชุมพุดคุยเพื่อยับยั้งและหากไม่มีเรื่องวุ่นวายจะคิดกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันได้ทำร่วมกัน พร้อมทั้งกำหนดให้นักศึกษาห้ามแต่งชุดสถาบันเวลาที่อยู่นอกรั้วสถานศึกษา มาตรการทั้งหมดนี้จะร่วมมือกันอย่างจริงจังทั้งตำรวจ สถาบันทั้งสองแห่ง ชุมชน สมาคมศิษย์เก่า เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทและกระชับความสัมพันธ์ของนักศึกษาทั้งสองสถาบันให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น
       
       โลกโซเชียลฯ ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ปัญหาที่ไม่มีทีน่าว่าจะยุตินี้ โดยชี้ว่า รุ่นพี่ควรเปลี่ยนทัศนคติ และเลิกยัดค่านิยมคลั่งสถาบันฝังหัวน้อง อย่าไปสร้างสตอรีให้สถาบัน ทุกคนเป็นพี่น้องกอดคอกันตายได้ เลิกค่านิยมแบบนี้เสียที
       
       ยิง ฟัน แทง ตำนานเลือดแลกเลือด! 


 

        มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เดิมทีชื่อ "โรงเรียนก่อสร้างอุเทนถวาย" เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2475 เมื่อเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รมว.ศึกษาธิการ ดำริให้ก่อตั้งขึ้นในที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบนเนื้อที่ 2 ไร่
       
       ส่วนสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เป็นโรงเรียนช่างกลแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2475 ในนามโรงเรียนอาชีพช่างกล ณ ตึกพระคลังข้างที่ ตรอกกัปตันบุช ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ โดยคณะนายทหารเรือนำโดย น.อ.พระประกอบกลกิจ ด้วยต้องการให้ปลูกฝังอาชีพช่างให้เยาวชนไทย ก่อนย้ายมาตั้งอยู่ที่ตั้งในปัจจุบันเมื่อปี 2482 ตั้งชื่อใหม่ว่าอาชีวศึกษาชั้นสูงแผนกช่างกลและเป็น ช่างกลปทุมวัน จนปี 2541 ได้ยกฐานะเป็นสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
       
       สำหรับสาเหตุของการทะเลาะกันของทั้ง 2 สถาบันนั้น ว่ากันว่า เป็นเพราะ 2 สถาบันอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องของวุฒิภาวะและความคึกคะนองของวัยรุ่น จึงมีเหตุขัดแย้งกันบ่อย จนกลายเป็นศพแล้วศพเล่าเพื่อผดุงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสถาบันที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น 
 

มหากาพย์ศพแลกศพ! “อุเทน-ปทุมวัน” ศึกล้างแค้นข้ามภพข้ามชาติ!

        แม้ภาครัฐจะช่วยประสานรอยร้าว แต่ไม่เคยจะผล! เมื่อย้อนไปในปี 2552 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.(ในขณะนั้น) ได้นัดหมายให้อาจารย์ และตัวแทนนักศึกษาจากอุเทนถวาย และเทคโนโลยีปทุมวัน มาจับมือเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่ยืดเยื้อมานาน
       
       ทว่า เมื่อทั้ง 2 สถาบันมานั่งเผชิญหน้ากันก็ได้ลุกขึ้นจับมือกัน จากนั้นก็แลกดอกไม้ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่สบตากัน โดยไม่ได้กล่าวหรือพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยหลังจากที่แลกดอกไม้เสร็จ อาจารย์ทั้ง 2 สถาบันก็พยายามพานักศึกษาเดินทางกลับทันที
       
       ศิษย์พี่ขอฝาก...อย่าซุกขยะไว้ใต้พรม!
       
       สำหรับปมขัดแย้งล่าสุดจนเกิดการนองเลือดนั้น ปัณณวิชญ์ คงศิลปะ ประธานสภาศิษย์เก่า อุเทนถวาย ได้ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์นักศึกษามหาวิทยาอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ทะเลาะวิวาทที่ลานเชื่อมรถไฟฟ้าสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จนเป็นเหตุให้นักศึกษาอุเทนถวายถูกแทงเสียชีวิต 

        โดยข้อความในแถลงการณ์ ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษามหาวิทยาลัยอุเทนถวาย ชั้นปีที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ทั้งต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน พี่น้องร่วมสถาบันอันเป็นที่รัก ทุกคนต่างเสียใจและไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

       
       ในช่วงเวลาที่เราและทุกฝ่ายพยายามประคับประคองสถานการณ์ มุ่งมั่นในการป้องกัน แก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องยาวนาน เราทราบดีถึงความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนในครั้งนี้ ทั้งที่น้องๆทุกคนพยามแล้วซึ่งการลดละปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ กำลังบ่มเพาะเป็นผลผลิตแห่งความดี ที่จะงอกงามในนามอุเทนถวาย แต่กลับต้องมาสะดุดลง
       
       ในนามของพี่น้องและเพื่อนมิตรอุเทนถวาย ขอวิงวอนให้ทุกคนใช้ความอดทนถึงที่สุด มองปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ไม่ตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อน และถูกผลักเข้าไปอยู่ในเกมของความรุนแรงซ้ำซาก เราต้องตั้งสติหาทางออกอย่างสันติวิธี ไม่มีความรุนแรง เพราะสิ่งเหล่านั้นได้พิสูจน์มายาวนานแล้วว่าไม่ใช่ทางออกของปัญหา แต่กลับยิ่งซ้ำเติมทวีความรุนแรงของปัญหา เราต้องแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ความพยายามเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
       
       ตลอดระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเข้าคลี่คลายปัญหาของน้องๆ อุเทนถวาย มุ่งเน้นทำกิจกรรมเชิงบวกกับสังคม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าจำกันได้เราได้ปฏิญาณร่วมกันว่าเราจะมุ่งมั่นทำความดี ด้วยความเชื่อในการปฏิบัติบูชา แปรเปลี่ยนพลังไปในทางที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์และรับผิดชอบสังคม แน่นอนในระหว่างรายทางอาจมีขวากหนาม อาจมีอุปสรรค แต่เราจะยังเชื่อและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงภาพมายาคติในอดีตที่สังคมเคยมองและตัดสินเรา
       
       ขอให้ทุกคนอดทนและอธิบายปัญหาและเนื้องานที่ผ่านมา ขอความเข้าใจจากสังคมและสื่อสารมวลชน อย่าผลักไสให้พวกเรา และน้องอุเทนถวายกลับเข้าสู่ความขัดแย้งอีกเลย ถ้าทุกภาคส่วนไม่เปิดพื้นที่ให้น้องๆได้มีพื้นที่ มีที่ยืนในสังคม กลับผลักให้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ซุกขยะไว้ใต้พรมและกดดันบีบคั้น ปัญหานี้ก็จะกลายเป็นวงจรอุบาทว์ต่อไปไม่จบสิ้น
       
       เรายังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และจะติดตามการทำงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเป็นธรรมต่อน้องเรา เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงการแสวงหาจุดยุติปัญหาความรุนแรงในเด็กอาชีวะทุกสถาบัน เราขอเรียกร้องให้การแก้ปัญหานี้ทำกันอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง ไม่อคติ ยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม และไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ
       
       ปลูกฝังเด็ก รู้คุณค่าชีวิตผู้อื่น 
 

        ปัญหาเด็กตีกันนี้ผู้ปกครองก็มีส่วน พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ กล่าวถึงการแก้ปัญหานี้ว่า ควรเริ่มจากผู้ปกครอง สถาบัน สื่อมวลชน รัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ
       
       “การจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ เมื่อเราเห็นว่าเกิดปัญหา เด็กเหมือนผ้าขาว สิ่งที่เกิดขึ้นคือได้รับอะไรต่างๆใส่ไปให้เขา เท่าที่ติดตามข้อมูลเด็กที่มีปัญหาเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดมาจากครอบครัวเป็นคนมีสี หรือครอบครัวเป็นนักเลง มีตัวอย่างให้เด็กเห็นว่าเขาทำได้
       
       ส่วนที่สองคือ รุ่นพี่ ที่มายุยง มีการลงขันระหว่างรุ่นพี่ เป็นปัญหาที่มาทุกๆปี เสนอให้ควรจะทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ สิ่งนี้ไม่ใช่แก้เรื่องเด็กตีกันอย่างเดียว แต่สร้างค่านิยมปลูกฝังให้เด็กมีจิตสาธารณะ ซึ่งควรจะเกิดทุกอาทิตย์ด้วย และการปลูกฝังให้เห็นคุณค่าชีวิตผู้อื่น
       
       รัฐต้องมีส่วนช่วยให้ผู้ปกครองมีองค์ความรู้ในการจะต้องเลี้ยงดูลูกอย่างไร นอกจากนี้ หากเกิดปัญหาขึ้นมาผู้ปกครองจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย และต้องเอาให้เด็ดขาดในเรื่องของรุ่นพี่ที่มาสร้างค่านิยมที่ไม่ดีให้กับรุ่นน้อง จะได้ตัดวงจร ”
       
       ...เพราะสุดท้ายคนที่ทนทุกข์เพราะลูกตายเพื่อศักดิ์ศรีคงไม่ใช่รุ่นพี่ แต่ไม่พ้น พ่อ-แม่ 

 

Credit   Manager