วอนมหา’ลัยให้ข้อมูลรอบด้านก่อนเข้าสู่ทีแคส หวั่นน.ศ.เป็นเหยื่อ ‘โฆษณาเกินจริงเพื่อแย่งน.ศ.’

นายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยว่า จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)ประกาศให้มีระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือ ระบบทีแคสตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 และมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 65 แห่งนั้น ตนมองว่าเพื่อให้โอกาสนักเรียนที่จะเข้าสู่ระบบใหม่ สามารถเลือกคณะและสาขาที่ตนเองสนใจและมีผลต่อการมีงานทำในอนาคตนั้น ใคร่ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลที่เป็นจริงรอบด้านว่าในสาขาวิชาที่นักเรียนจะเลือกมีการเรียนลักษณะใด ความพร้อมของหลักสูตรโดยเฉพาะคณาจารย์ สื่อ ห้องปฏิบัติการและอาคารสถานที่เป็นปัจจัยสำคัญและเหนือสิ่งอื่นใด หลักสูตรต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติและตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล และเมื่อจบการศึกษาไปแล้วมีอาชีพที่รองรับตลอดจนการมีงานทำหรือตลาดแรงงานเป็นอย่างไร ที่สำคัญสิ่งที่ทุกมหาวิทยาลัยพึงสังวรณ์และใคร่ครวญให้มากที่สุดเพื่อประกอบการตัดสินใจมหาวิทยาลัย คือเรื่องคุณภาพซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า หลักสูตรจะต้องผ่านกระบวนการและเป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการและผ่านการรับทราบของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เด็กในวัยที่กำลังจะเข้าสู่มหาวิทยาลัยเป็นวัยที่ต้องการการเรียนรู้และเข้าสู่กระบวนการท้าทายในมิติต่างๆ ซึ่งเด็กบางคนมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงแต่ในทางกลับกันบางคนบางกลุ่มกลับเชื่อเพื่อนที่ชักชวนเข้าสู่สาขาวิชาและมหาวิทยาลัยที่ชอบโดยไปเห็นภาพลวงตาในบางเสี้ยวของการนำเสนอข้อมูล ประเด็นนี้อยากให้มหาวิทยาลัยเห็นใจนักเรียนและผู้ปกครองที่จะไม่ทำให้เด็กเป็นแมงเม่าวิ่งเข้าหากองไฟและต้องรับกรรมกับการโฆษณาเกินจริงจนนำไปสู่ปัญหาดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวของบางมหาวิทยาลัยในอดีตที่ผ่านมา

นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญกับความท้าทายและการแข่งขันรอบด้านที่สำคัญอัตราการเกิดของเด็กกลับลดลงจึงส่งผลโดยตรงต่อจำนวนผู้เรียนที่ต้องลดลงไปตามสภาวการณ์ ขณะที่ในปีการศึกษาที่ผ่านมาหลายมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้นักเรียนเข้าเรียนในสถาบันตนเองด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย มหาวิทยาลัยใดที่มีหน้าตักและต้นทุนสูงสามารถสร้างกระแสเชิญชวนในลักษณะลดแลกแจกแถมจนทำให้ดูเสมือนว่ามหาวิทยาลัยกำลังเปิดศึกแย่งผู้เรียนให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามต้องเข้าใจและเห็นใจบางมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกันที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่เห็นว่าดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามการนำเสนอนั้นผู้เกี่ยวข้องจะต้องคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมที่ดีงามให้สมกับการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สังคมฝากความหวังและอนาคตได้ พร้อมกันนั้นฝากไปยังครูอาจารย์ฝ่ายแนะแนวจะต้องทำงานให้หนักมีจุดยืนอุดมการณ์ของครูแนะแนวอย่างแท้จริงที่จะเป็นคู่คิดให้กับลูกศิษย์เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าสู่สถาบันอุดมศึกษาและจบออกมาเป็นคนดีคนเก่งของสังคม

Credit    matichon