มาดู วิธีการจัดตารางและเคล็ดลับในการอ่านหนังสือ ของคนที่ได้คะแนน กสพท. สูงสุดของประเทศ !!

จากคนที่เคยคิดว่าตัวเองเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดี  แต่วางแผนมาดี !!! ในที่สุดก็สามารถทำคะแนนสอบเข้า กสพท 60 สูงสุดของประเทศ  มาดูเคล็ดลับ และวิธีการเตรียมตัว วางแผนการอ่านหนังสือของเค้า จริงๆแล้วเค้าอ่านหนังสือหนักแค่ไหนกันนะ !!
 
 โดยเว็บไซต์ Dek-d ได้สัมภาษณ์ หนุ่มหล่อ "แจ๊บ" ภากร พิทักษ์กิจนุกูร ที่มาพร้อมคะแนนกสพท. ปีการศึกษา 2560  88.37 คะแนน เรียกได้ว่าเป็นสถิติใหม่ของคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการสอบวิชาสามัญเลยครับ  มาดูกันว่าเค้ามีวิธีการอ่านหนังสือและเตรียมตัวกันอย่างไร
 
 
ม.4 - ม.6 วางแผนตัวเองยังไงบ้าง    
     
 
          
ต้องขอย้อนกลับไปตั้งแต่ ม.ต้น เลยครับ คือตอน ม.ต้น ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เก่ง ก็เลยตั้งใจอ่านหนังสือหนักมาก เพราะเราอยากเข้าเตรียมอุดมฯ ช่วงก่อนหน้านี้ที่คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ก็จะท้อมาก รู้สึกว่าทำไมทำไปเท่าไหร่ เราก็ไม่เก่งขึ้นสักที แต่พอทำไปมากๆ จู่ๆ เราก็เข้าใจมากขึ้น คือมันเก่งขึ้นเร็วมากเลยนะ จนเราไม่รู้ตัวว่าเรากลายเป็นคนเก่งไปแล้วหรอ แล้วพอสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ได้ ก็ทำให้ช่วงแรกเราไม่ค่อยจริงจังมาก เพราะเรารู้สึกว่าหัวดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ถึงอ่านไม่หนักมาก แต่เราก็ทำได้นะ
          
ช่วง ม.4 เราก็เลยทำกิจกรรมเต็มที่ แต่ก็พยายามเก็บเนื้อหาจากที่เรียนพิเศษให้ได้เยอะที่สุด วางแผนไว้ว่าจะต้องมีเนื้อหาในหัวบ้าง ก่อนเรียนคอร์สเอนท์ แล้วก็ไม่อยากเรียนคอร์สเอนท์ช้าเกินไป เพราะเดี๋ยวจะใกล้สอบเกินไป แล้วเนื้อหาจะอัดๆ กัน ก็เลยเก็บเนื้อหาไปเรื่อยๆ ซึ่งเก็บครบหมดจริงๆ ก็ช่วง ม.6 เทอม 1 ครับ 
          ช่วง ม.5 ช่วงแรกเราก็ยังทำกิจกรรมอยู่นะ แต่พอถึงตอนปิดเทอมระหว่างเทอม 1 กับเทอม 2 เราก็เริ่มลงเรียนคอร์สเอนท์ แต่ก็เรียนไม่หนักมาก แบบปิดเทอมเรียน 2 วิชา เปิดเทอมเรียนที่เหลือ จะไม่ใช่เรียนเยอะๆ ในหนึ่งวันหรือในช่วงเดียวกัน
        ช่วง ม.6 ก็เป็นช่วงปล่อยกิจกรรมไปหมดแล้ว ต้องตั้งใจ ตอนนี้ก็อ่านหนังสือเต็มที่ครับ วางแผนไว้ว่าเราต้องเลือกเก็บวิชาที่อาศัยการคำนวณก่อน เช่น คณิตฯ ฟิสิกส์ เพราะคณิตฯ กับฟิสิกส์ ต้องทำโจทย์เยอะๆ อยู่แล้ว อาศัยเวลาในการเก็บทักษะ และถ้าเราเข้าใจ มันก็จะมีแค่สูตรอย่างเดียวที่ต้องจำ แต่ถ้าเป็นพวกวิชาต้องอ่าน ต้องจำ ผมมองว่าอ่านเร็ว ก็ลืมเร็ว จะเน้นมาอ่านช่วงหลังๆ ให้เนื้อหาแม่นๆ และไม่ทิ้งช่วงก่อนการสอบนานเกินไปจนเราลืมครับ
หัวใจสำคัญ คือ "ต้องอ่านน้อย แต่ได้มาก"
          เราเริ่มอ่านจริงจังเลย คือตอน ม.5 เทอม 2 ก็มีรุ่นพี่แนะนำเคล็ดลับมาว่า "ให้อ่านน้อยแต่ได้มาก" ซึ่งจริงๆ มันคือการเอาข้อสอบเก่ามาลองดูก่อน ว่าข้อสอบจะออกแนวนี้ ยิ่งเป็น 9 วิชาสามัญ ถ้าเราเอาข้อสอบมาดูทุกปีที่ผ่านมา เราจะรู้เลยว่าแนวข้อสอบจะไม่เปลี่ยน 5 ปียังเหมือนเดิม เรารู้ว่าเขาจะเน้นตรงไหน เรื่องไหนจะออก เรื่องไหนไม่ออก เราก็เน้นตามข้อสอบเลย ไม่ต้องเสียเวลาอ่านทุกเรื่อง ก็จะใช้เวลาอ่านน้อย แต่ได้ประสิทธิภาพเยอะกว่า ซึ่งจริงๆ วิธีนี้ก็แอบอันตรายนะ เพราะถ้าแนวมันเปลี่ยน เราก็แย่เลย ลึกๆ แจ๊บก็ยังกลัวมันเปลี่ยนนะ ก็มีอ่านเรื่องอื่นที่ไม่ค่อยเน้นหรือไม่เคยออกไปด้วย แต่ก็ไม่ไปเน้นมากเหมือนกัน
การใช้เวลา 1 วัน ในการอ่านหนังสือ
          เราก็มีตารางอ่านหนังสือนะ แต่จะไม่ใช่แบบหักโหมมาก เราเน้นการอ่านเรื่อยๆ มากกว่า เพราะเราเตรียมตัวมาตั้งแต่ ม.5 เทอม 2 เก็บมาตลอด อ่านวันละ 4-5 ชั่วโมงทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ที่ต้องไปเรียน ก็จะอ่านช่วง 19.00-23.00 น. หรือ 19.00-24.00 น. แล้วแต่วัน วันไหนเบื่อก็นอน วันไหนไม่เบื่อก็อ่านต่อ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะเน้นว่า ถ้าว่างก็จะต้องอ่านตลอด คือถ้าเราอ่านมาเรื่อยๆ เราก็จะไม่ต้องมาอ่านอัดมากๆ ในช่วงหลัง จะมีบางคนที่มาอ่านอัดช่วงหลังแล้วเครียด ซึ่งเราจะไม่เครียดเท่าไหร่ เพราะเราทำมาเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว ต้องทำให้ชิน

ตารางการอ่านหนังสือของแจ๊บ
          ส่วนใหญ่ผมจะชอบอ่านวันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งจะแบ่งเป็นวิชาละ 2 ชั่วโมง 30 นาที 2 วิชา บางคนอาจจะชอบอ่านวันละวิชาไปเลย แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะจะทำให้เบื่อง่ายเวลาอ่าน
         ผมจะไม่เอาคณิตฯ ฟิสิกส์ และอังกฤษไว้อ่านวันเดียวกัน เพราะ 3 วิชานี้ เป็น 3 วิชาที่หนัก ถ้าจัดเป็น คณิตฯ-ภาษาไทย หรือ อังกฤษ-สังคมฯ ผมว่ามันสบายกว่า และจะเน้นเลยว่าวิชาคำนวณต้องทำโจทย์ให้เยอะ ส่วนวิชาท่องจำ ผมจะไม่ค่อยเน้นทำ เพราะรู้สึกว่ามันใช้เวลาเยอะ จะเน้นการอ่านให้เยอะแทน เพราะวิชาแบบนี้เนื้อหาต้องแม่น เราก็เลยอ่านเยอะมาก ตรงไหนที่รู้สึกว่าไม่แม่นก็ทำดอกจันไว้ แล้วก็กลับมาอ่านใหม่
          ตอนอ่านช่วงแรก เราก็กังวลนะว่า จะอ่านทันไหม เพราะเนื้อหามันเยอะมากเลย แต่แจ๊บเชื่อว่าถ้าเรามีวินัย คืออ่านไปทุกวัน วันละ 4-5 ชั่วโมงแบบนี้ ยังไงก็ทัน อ่านได้หลายรอบด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่การอ่านแบบหักโหมนะ ถ้าวันไหนที่รู้สึกเหนื่อยหรือไม่ไหว ก็หยุดพักผ่อนได้ อย่างเราเคยฝืนอ่านวันที่ไม่อยากอ่าน วันที่ไม่มีสมาธิ ก็ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรเลยนะ เสียเวลาด้วย มีวินัยที่ดี แต่ก็ต้องมีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสมด้วยครับ
 
เคล็ดลับการอ่านหนังสือในแบบของแจ๊บ
          จริงๆ ผมก็มีนะ แต่ไม่รู้จะเหมาะกับคนอื่นหรือเปล่า 55555 เพราะผมรู้สึกว่าสไตล์การอ่านหนังสือมันเป็นอะไรที่เฉพาะบุคคลมากๆ มันอาจจะเวิร์คสำหรับผม แต่ไม่เวิร์คสำหรับคนอื่นก็ได้ เช่น คนอื่นอาจจะชอบเรียนให้เข้าใจในห้องเรียน แต่ของผม ถ้าเป็นการเรียนพิเศษ ผมจะชอบเรียนแบบ self แล้วจะชอบกรอให้จบเร็วๆ เพราะเรารู้สึกว่าเราทำความเข้าใจในห้องไม่ทัน เราก็จะจดไปก่อน แล้วค่อยเอากลับไปทำความเข้าใจที่บ้าน มันจะได้ชั่วโมงเยอะกว่า จะจบเร็วกว่า แล้วก็จะได้มีเวลาไปทำแบบฝึดหัด หรือมีเวลาไปทบทวนได้มากกว่า


 2 เดือน กับการอ่าน VS 2 สัปดาห์ ก่อนลงสนาม
          จริงๆ 2 เดือนก่อนสอบ เราเริ่มเอาข้อสอบมานั่งจับเวลาทำ เพราะข้อสอบ 9 วิชาสามัญ มันเป็น Speed Test บางวิชา คือ อังกฤษ เคมี ชีวะฯ คณิตฯ 4 วิชานี้จะเป็น Speed Test คือเราต้องมาจับเวลาแล้วทำให้ทัน และต้องทำให้ถูกตั้งแต่รอบแรก เพราะมันไม่มีเวลากลับมาทวนอีกครั้ง ส่วนวิชาที่เหลือ มันยังสามารถกลับมาทวนได้ คือคิดช้าๆ แต่ต้องรอบคอบ มันจะทำแตกต่างกัน
          หลังจากนั้น 2 อาทิตย์สุดท้าย เราจะเริ่มเอาเนื้อหามานั่งทวน เพราะตอนอ่านหนังสือในรอบแรกๆ เราจะดอกจันไว้อยู่แล้วว่า ตรงนี้ยากนะ ตรงนี้ต้องกลับมาทวนนะ แล้วช่วง 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ เราก็จะเอาตรงนั้นมาอ่าน มันก็จะไม่เสียเวลา ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนที่ไม่ชอบทำ short note  เพราะทำ short note แล้วอ่านไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยใช้การทำดอกจันแทน พอกลับมาเปิดอ่าน ก็จะรู้ว่าตรงนี้เรายังไม่ได้ ตรงนี้เรายังไม่เข้าใจ 
สอบ GAT PAT ด้วยรึเปล่า คะแนนสอบเป็นไงบ้าง?
          สอบครับ คะแนนก็โอเคนะ ผมได้ PAT1 270 คะแนน PAT2 228 คะแนน ซึ่งผมสอบแค่รอบแรกรอบเดียว ผมว่ารอบแรกมันง่ายขึ้นนะ จากข้อสอบเก่าที่เคยลองทำมา แต่หลายคนก็บอกว่ารอบ 2 ที่เราไม่ได้สอบ มันยากมากกว่าเดิม แต่เราก็ตั้งใจทำคะแนนให้ดีตั้งแต่รอบแรกอยู่แล้ว เพราะก็กลัวเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรที่ไม่คาดฝัน เช่น ท้องเสีย ฯลฯ ในวันที่เราสอบ 9 วิชาสามัญรึเปล่า ก็เลยทำ PAT1 กับ PAT2 ให้เต็มที่ เป็นคะแนนสำรองไว้
วิธีการเตรียมตัวในแต่ละวิชาของ 9 วิชาสามัญ
          ปกติ 9 วิชาสามัญ จะแบ่งเป็นวิชาที่เป็น Speed Test กับวิชาที่ไม่ใช่ Speed Test 
          วิชาที่เป็น Speed Test ก็จะเป็นพวก อังกฤษ เคมี ชีวะฯ คณิตฯ 4 วิชานี้ วิธีการเตรียมตัว คือ 
          1.ช่วงแรก อ่านเนื้อหาให้แม่น
          2.ช่วงใกล้สอบ จับเวลาทำข้อสอบ

          แต่บอกเลยว่าเราต้องละเอียดมากกับข้อสอบ Speed Test คือต้องมั่นใจว่าข้อที่เราเลือกจะถูกแน่ๆ เพราะไม่มีเวลากลับมาทวนแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ผมเคยทำข้อสอบเคมี ประมาณ 50 ข้อ ตอนนั้นใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง ซึ่งในความเป็นจริงตอนที่เราทำข้อสอบ มันต้องใช้เวลาแค่ 90 นาที (1 ชั่วโมง 30 นาที) ผมก็ฝึกจับเวลาทำข้อสอบมาเรื่อยๆ จนถึงวันสอบจริงของผม ผมใช้เวลาในการทำข้อสอบแค่ประมาณ 75 นาที (1 ชั่วโมง 15 นาที)
          ส่วนวิชาที่ไม่ใช่ Speed Test คือ ภาษาไทย สังคมฯ ฟิสิกส์ 3 วิชานี้ เราต้องอาศัยความไม่ประมาท คิดให้รอบคอบ ซึ่งก็ยังดีที่มีเวลาให้เรากลับมาทวน ว่ามีข้อไหนที่เราพลาดไปรึเปล่า ซึ่งตอนที่อ่านวิชาพวกนี้ ก็ต้องดูว่าเรื่องไหนมีแนวโน้มจะออกเยอะ เรื่องไหนมีแนวโน้มจะออกน้อย ต้องจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่จะอ่าน และวิชาที่จะอ่านให้ถูกต้องด้วย

Credit  dek-d