ม.เคมบริดจ์ เล็งยกเลิกข้อสอบเขียน หลังพบว่า นศ. “ลายมือแย่ลง”

ประเพณีการเขียนข้อสอบด้วยลายมือที่ทำมากว่า 800 ปี กำลังสะเทือน เมื่อมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์พิจารณายกเลิกการเขียนข้อสอบด้วยลายมือ และอนุญาตให้นักศึกษาใช้คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือไอแพดทำข้อสอบได้ เนื่องจากมีอาจารย์ร้องเรียนว่า “อ่านลายมือนักศึกษาไม่ออก”

เหตุผลที่อ่านลายมือนักศึกษาไม่ออกก็เพราะว่าทุกวันนี้นักศึกษารุ่นใหม่ไม่ต้องทำการบ้านหรือจดเลคเชอร์ด้วยการเขียนแล้ว แต่ใช้วิธี “พิมพ์” จากคอมพิวเตอร์แทน ส่งผลให้ลายมือของนักศึกษาแย่ลงจนอาจารย์อ่านไม่รู้เรื่อง และ นอกจากจะเป็นปัญหาสำหรับอาจารย์แล้ว ยังส่งผลต่อนักศึกษาเองด้วย เพราะนักศึกษาจะต้องถูกเรียกตัวมาอ่านคำตอบของตัวเองให้อาจารย์ฟังในช่วงปิดเทอม ถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กเลย

ด้วยเหตุนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงจัดทำ “ยุทธศาสตร์การศึกษาแบบดิจิทัล” ที่มีทั้งการประชุมหารือกับนักศึกษาเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ตอบข้อสอบในห้องสอบ และจัดทำการสำรวจทางออนไลน์ โดยสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาว่าต้องการใช้คอมพิวเตอร์ในการตอบข้อสอบหรือไม่ และคิดว่าข้อสอบลักษณะนี้จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริงหรือเปล่า รวมทั้งนำร่องการใช้วิธีพิมพ์ตอบข้อสอบในภาควิชาประวัติศาสตร์และยุคคลาสสิกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เซอร์ แอนโธนี เซลดอน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยบักกิงแฮม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าการเขียนด้วยลายมือไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป และนักศึกษาส่วนใหญ่ก็โตมาด้วยวิถีคอมพิวเตอร์แล้ว เพราะฉะนั้น นักศึกษาเคมบริดจ์จึงควรเรียนรู้ที่จะแสดงตัวตนของตัวเองในจุดเริ่มต้นของศตวรรษใหม่โดยการพิมพ์อย่างเป็นธรรมชาติ การเขียนด้วยลายมือเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับการศึกษา และเสริมว่าสิ่งสำคัญกว่าที่ควรรักษาไว้ก็คือการใช้ภาษาอังกฤษและโครงสร้างภาษาอังกฤษที่ดี

“การศึกษาสมัยนี้ก็ไม่ใช่การทุ่มเทคัดลายมือให้สวยหรู ชีวิตทุกวันนี้มันรวดเร็วมาก ทุกคนต้องเขียนเร็วเหมือนหมอเขียนใบสั่งยานั่นแหละ” เซอร์ แอนโธนี เซลดอน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีอาจารย์อีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกการเขียนข้อสอบด้วยลายมือ เนื่องจากเกรงว่าการเขียนด้วยลายมือจะกลายเป็นเพียงอดีตที่มีไว้ให้ระลึกถึงเท่านั้น และเสนอแนวทางแก้ไขให้นักศึกษาเขียนการบ้านและจดเลคเชอร์ด้วยลายมือ โดยให้เหตุผลว่าการเขียนจะช่วยพัฒนาความจำ และสร้างความเข้าใจและการจดจำข้อมูลที่มากขึ้น

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : The Telegraph NoozUP

ภาพ : istockphoto