ขนหัวลุก !! น้องปี 1สงสัยทำไมต้องติดป้าย ‘ห้องนี้คนเต็มเเล้ว’ !!?

น้องคนนี้สงสัยมากๆ เมื่อได้พบกับป้ายติดหน้าห้องว่า  ‘ห้องนี้คนเต็มเเล้ว’  !!
เลยมาถามพี่ๆ อยากทราบว่าทำไมถึงต้องติดป้ายแบบนี้ !!
งานนี้พี่ๆจากหลายมหาวิทยาลัยเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก !!!

 

แต่ที่หอในของ ม. เราจะติดช่วงวันทานหา ซึ่งมีความเชื่อ วันทานหา จะมีขบวนของผีแห่มาจากทางท้าย ม.(รึเปล่านะถ้าจำไม่ผิด) แล้วจะได้ยินเสียงดนตรี จะไม่ทัก ได้ยินก็แกล้งไม่ได้ยิน เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ประมาณนี้ แล้วก็หลังจากนั้น ให้ติดไว้ประตูห้องว่า มีคนอยู่ครบ 4 คนแล้ว #หอมนอยู่กะน 4 คน ยิ่งถ้าห้องไหน คนไม่ครบ ก็ยิ้งกลัวว่าจะเจอผีมานอนเตียงของเมทที่ไม่อยู่ ก็เลยติดไว้ อย่าว่าแต่ประตูห้องเลยค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นเมทพาเขียนชื่อติด ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ประมาณว่า มีคนจองแล้ว ผีห้ามนอน อะไรประมาณนั้น

แต่จริงๆ ก็ทำเพื่อความสบายใจ แล้วทำกันทุกปี ก็เลยมีคนทำต่อมาเรื่อยๆค่ะ

.........................................................

ตอนสมัยเรียนที่ม.บูรพา จะมีธรรมเนียมวิ่งขึ้นเขาสามมุกในวันที่ 8 กรกฎ ซึ่งมีความเชื่อว่าวันที่ 7 จะเป็นคืนที่น่ากลัว ปี1จะมีคนเจอผีในหอในบ้าง จะผีในห้องอะไรแบบนี้ ห้องในเตียงว่างจะมีคนไปนอนบ้าง ถ้าปี1ออกไปข้างนอกตอนกลางคืนจะมีอุบัติเหตุ มีคนเสียทุกปี คนที่อยู่หอในจะเอาป้ายมาติดหน้าห้องตามความเชื่อว่าเต็มแล้วเข้าไม่ได้ประมาณนี้ค่ะ

.........................................................

ตอนเรียน ม.บูเพื่อนอยู่หอในสองคน กอเก่านะหอ 11-12
ไม่รู้ตอนนี้เปลี่ยนไปขนาดไหน รหัส 40 (แก่มากกกกก)
คนนึงเจอเป็น ผญ มานอนลอยขนานตรงหน้าแบบหน้าชนหน้าเลยแต่เพื่อนบอกหน้าตาหน้ารัก มานอนทับแบบนั้น เพื่อนขยับตัวไม่ได้ตั้งนาน เพื่อนนอนเตียงบนน
อีกคนนอนอยู่เตียงล่างเจอ ผช มาโหนเสาเตียงเล่น เพื่อนบอกมันมืดๆเลยเห็นเป็นเงาดำๆแต่ตาสีแดงเห็นชัดเลย คือนี่กลัวผีมาก โชคดีอยู่หอนอก เป็นหอใหม่เลยไม่ค่อยกลัว และไม่เจออะไร 😂

.........................................................

เคยเรียน มบูรพา ก่อนวันวิ่งเขา 8 กรกฎ ก็จะติดกันแบบนี้พวกเด็กที่นอนหอ
สำหรับเรา เราว่ามันเป็นกุศโลบายมากกว่า แบบต้องตื่นมาวิ่งตีสาม เลยสร้างกุศโลบายไม่ให้น้องออกไปไหน รีบนอนพักผ่อนเตรียมตัววิ่งเขา
แต่ส่วนใหญ่จะไม่นอนกันหรอก ล้อมวงเล่าเรื่องผีกัน 555
แต่ทำก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราว่าดูคลาสสิกดี 55555 สืบทอดกันมา รุ่นต่อรุ่น
เรื่องคนเจอผีก่อนวันวิ่งเขาเนี่ย ก็ไม่รู้จริงหรือมโนกัน เล่าต่อๆกันมาบ้าง เพื่อนของเพื่อนบ้าง รุ่นพี่เล่ามาบ้าง 
ส่วนตัวเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ แต่ เรื่องวันก่อน 8 กรกฎเนี่ยไม่ค่อยเชื่ออะ
เพราะรุ่นพี่จะชอบอำเล่นกัน เรื่องแต่งเองบ้าง อะไรบ้าง แต่มันก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างนึงของมหาลัย

.........................................................

ถ้าเป็นม.เรานะคะ วันสถาปนาจะตรงกับวันที่ 29 เดือนๆนึง ขอไม่บอกเดือน หอในจะมี4เตียง มีความเชื่อว่า วันสถาปนา จะมีการเดินสวนสนามของเหล่าทหารที่ตายไปแล้ว ถ้าเกิดผ่านมาที่หอใน จะมีสิ่งที่ปะปนมา มาเคาะห้องขออยู่ด้วย จึงแก้เคล็ดเอาป้ายแบบนี้มาแปะไว้ และมีคนบอกว่าผีชอบสีแดงค่ะ ก็เลยบอกว่าห้องนี้ไม่มีสีแดง (เราปูผ้าปูเตียงสีแดงอ่ะ5555) แต่เราก็ไม่กลัวนะ วันนี้จะเป็นช่วงที่ปี1 เข้าหอพอดีค่ะ เราเข้าหอก่อนเพื่อน นอนคนเดียววันนี้ ไม่มีไร พอดีไม่ค่อยกลัวผี แต่น้องๆปี1 ปีนี้เข้าหลังวันสถาปนาไปแล้วนะ แต่ก็ยังติดกันอยู่ สงสัยว่าน้องคงไม่รู้เหมือนกันว่าติดเพราะอะไร แต่เขาติดกันมาก็ติดต่อไป ฮาาา

.........................................................

เลขห้องแบบนี้ รู้เลย. ม.ในดอย ทางเข้ายาวกว่า 4กิโล  

ติดแบบป้ายหน้าห้องนี้มีทุกปีก่อน วันบวงสรวง และเดินขึ่นม. ไม่ใช่แค่ติดป้ายหน้าห้อง แต่ยังมีความเชื่ออีกว่า ของทุกอย่างที่เป็นสีแดงต้องเก็บให้หมด มีเรื่องเล่ามากมาย ว่าจะมีคนมาเคาะห้อง มาขออยู่ด้วย เลยทำให้มีคนเชื่อว่ามีอยู่จริงและก็เลยทำตาม เป็นแบบนี้ทุกปีก่อนที่จะบวงสรวง องค์ดำ

แต่ตอนอยู่หอตอนปี 1 ก็ไม่เคยเจอนะ

.........................................................

เราว่าแรกเริ่มเดิมทีอาจจะเป็นกุศโลบายที่พวกรุ่นพี่หรือผู้ใหญ่สร้างเรื่องมาหลอกน้องๆใหม่ๆไม่ให้ออกจากหอ ให้ทำตัวดีๆก่อนวันงานอะไรที่ว่านั่นรึเปล่า แบบกำลังเตรียมงานถ้าเด็กออกไปไม่ร่วมช่วยเตรียมงานก็เดือดร้อน ออกไปห้าวข้างนอกก็เดือดร้อน ก็เอาวะ อ่ะ หลอกเรื่องผี อย่างน้อยเรียบร้อยก่อนวันงาน จะได้พร้อมสำหรับงานที่จะมาถึงด้วย แล้วคราวนี้ก็สืบๆต่อกันมา แต่งเสริมเติมแต่งเรื่องราวระทึกใจใส่ไปทุกๆปี จนเป็นเรื่องผีจริงจังไป

อะไรแบบนี้รึเปล่า เดาเอานะ ไม่รู้ ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเมืองไทย...

.........................................................

เป็นคืนก่อนบวงสรวงของมหาวิทยาลัยพะเยาค่ะ เพราะจะมีเรื่องผีๆเล่าต่อๆกันมาทำให้เกิดเป็นความเชื่อ ด้วยความที่อยู่ปี 1 ใครพูดไรมาก็เชื่อหมดแต่ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ค่ะ ถ้าทำแล้วสบายใจ นอนหลับสบายก็ทำ แต่คืนนั้นเชื่อได้เลยค่ะคงไม่มีใครนอนหลับสนิทหรือปิดไฟนอน เพราะเราก็เคยทำแบบนั้นคือมันรู้สึกวังเวงจริงๆค่ะ เนื่องจากมีความเชื่อว่าคืนก่อนบวงสรวงจะมีขบวนทหารขององค์พระนเรศวรมาเดินขบวนให้เห็นกัน เป็นขบวนทหารรบนั่นแหละค่ะ เพราะมอเรานับถือท่าน ทุกคนจะรีบเก็บของทุกอย่างที่เป็นสีแดงไว้ในห้อง เพราะเชื่อว่าท่านไม่ชอบสีแดงหรืออะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ แต่จริงๆมันก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่คืนนั้นจะเงียบกว่าทุกคืนเพราะต้องตื่นมาเดินขบวน จะไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านนอกห้องเหมือนในวันปกติ คนจะเจอผีอยู่ที่ไหนก็เจอค่ะ หอในนี่ตัวดีเลยแต่เราไม่เคยเจอค่ะหรือเจอแต่ไม่รู้ตัวก็ไม่รู้ฮ่าๆๆๆ เพื่อนๆห้องอื่นเจอกันแต่เราไม่เคยเจอค่ะและไม่อยากเจอด้วย เพราะหอในมีคนงานพม่าเสียชีวิตน่าจะหลายคนพอสมควรระหว่างการก่อสร้าง และเนื่องจากคนงานเป็นคนพม่าจึงต้องพิมพ์ภาษาพม่ามาแปะด้วย หรือ ทำเล่นๆเรียกยอดไลค์นั่นแหละค่ะ คาดว่าคำตอบของเราน่าจะทำให้หายสงสัยไปบ้างพอสมควรนะคะ ^^

.........................................................

รูปนี้คือ ม.พะเยาจ้า เป็นรูปของปีล่าสุดเลยด้วย
คือมันเป็นความเชื่อของม.เนอะ มีมานานแล้ว ว่าถ้าห้องมีเตียงว่างหรือคืนก่อนวันบรวงสรวงเนี่ยเมทไม่ครบ ให้ติดป้ายบอก ส่วนเรื่องสีแดงคือ องค์ดำท่านไม่ชอบสีแดงเลยเหมือนว่า ไม่อยากให้มีสีแดงในวันบรวงสรวง ก็แค่นั้น ส่วนใครที่บอกว่า มหาลัยแล้ว โตแล้ว ยังเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่ ก็ไม่รู้ว่าคุณถูกสั่งสอนมาแบบไหนเหมือนกัน ทุกคนที่นี้นับถือสมเด็จพระองค์ดำทุกคน ท่านคือพ่อของเรา แล้วม.เราอยู่ในดอย บนเขา เราไม่เคารพสถานที่ เราก็ไม่รู้ว่าจะไปเคารพใครเหมือนกัน ถ้าคุณไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เลยเนอะ เพราะเด็กมพ.ก็รักและบูชาท่านทุกคน 😁

.........................................................

ล็อคอินมาตอบเลย เป็นของม.พะเยาเนอะ คือไม่ได้ทำกันทุกวันนะ ทำแค่คืนก่อนบวงสรวงกับคืนวันบวงสรวง เป็นสองคืนที่คนในมอเชื่อกันว่าเป็นคืนบวงสรวงสมเด็จองค์พระนเรศจะเสด็จ พร้อมกองทัพทหารรักษาพระองค์ แล้วจะมีการเป่าแตรสังข์ซึ่งทำให้ผีปกติตกใจกลัวจึงหนีเข้ามาอยู่ตามห้อง เวลาที่พระองค์เสด็จก็จะประมาณตี2-3ประมาณนี้เนอะ  #ส่วนตัวจขม ก็เชื่อนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลบหลู่อะไร แต่ห้องก็ได้ติดป้ายเหมือนกัน แล้วคืนก่อนบวงสรวงก็นอนไม่หลับเพราะปกติเป็นคนนอนดึกมากๆยอมรับว่าบรรยากาศเงียบผิดปกติจนวังเวง55555 แต่ก็ไม่เจออะไรพีคๆนะ เจอแต่ช่วงตี2-3เคาะประตูเป็นปกติ แล้วก็เสียงลากเก้าอี้จากชั้นบนเสียงเดินไปมา #ชินเด้อ  ส่วนคืนบวงสรวงก็น็อคไม่รู้เรืองหลับสนิท เหนื่อยเดินขึ้นมอ ||ฮาา ใครสงสัยอะไรถามได้นะ อะไรที่ตอบได้ก็จะตอบนะ ตอบไม่ได้ก็ขออนุญาตไม่ตอบเพราะอาจจะไม่รู้จริงๆ

.........................................................

แต่งานนี้ มีดราม่า ...  มีคนแสดงความคิดเห็น แบบเหน็บ !!

งง ผมพยายามตีความแล้วก็ได้แค่ว่า "เรียนมหาลัยแล้วยังเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก"  พยายามคิดเป็นแบบอื่นแล้วก็นึกไม่ออก จะว่าพิมพ์ลอยๆก็ยิ่งแปลก แค่พูดลอยๆมันอาจเผลอกันได้ แต่คนเหม่อจะนั่งจิ้มตัวอักษรแล้วกดส่งนี่คงไม่ง่าย แถมมีคนสนับสนุนเยอะอีก และถึงยึดเอาความที่ผมเข้าใจก็ว่ามันแปลก คนเราต่างก็มีความเชื่อส่วนตัวกันทั้งนั้น จะเชื่อเรื่องผีสาง เรื่องมนุษย์ต่างดาว เรื่องสิ่งมีชีวิตลึกลับ หรือเอาง่ายๆคือเรื่องศาสนากับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ถึงมีคนสนับสนุนเยอะแต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ ระดับการศึกษามันเกี่ยวกับความเชื่อด้วยหรอ ในเมื่อมันพิสูจน์ไม่ได้ แล้วเรียนถึงนี่มันจะช่วยอะไร ผมเองก็ไม่ได้เชื่อ แต่ก็ไม่คิดว่าการแสดงความเห็นแบบนี้จะดูดีสักเท่าไหร่   นั่นล่ะฮะเลยงง  ถ้าใจความเป็นแบบอื่นก็ช่วยแถลงด้วยนะครับ ผมพยายามวิเคราะห์อย่างนานแล้วคิดไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าเป็นความเห็นที่ต้องการจิกกัดเนี่ย ผมว่าไม่ดีนะครับ  มนุษย์เราอยู่กับความเชื่อทั้งนั้นล่ะครับ(เอาจริงๆ นักวิทยาศาสตร์ดังๆหลายๆคน(ที่พวกคุณรู้จักก็มีนะ)ที่เขาฉลาดกว่าพวกนักศึกษามหาลัย หรือวัยทำงานจ้าวโซเชียล เขาก็เชื่อ สนใจและวิจัยเรื่องผีวิญญาณด้วยนะ)

ผมว่าผมพิมพ์ละเอียดแล้วแฮะ อย่างน้อยก็หวังว่าคนตอบกลับมันจะไม่อ่านแบบลวกๆ พอเจอจุดที่อยากด่าก็ด่าเลยล่ะนะ บางทีผมอาจตอบไปแล้วก็ได้

............................................................

ความเชื่อ กับ งมงาย มันก็ต่างกันอยู่นะฮะ
คนเราก็มีความเชื่อกันทั้งนั้น แต่การเเสดงออกนั่นเเหละ มันสื่อให้เห็นถึงความงมงาย
คห.12 อาจไม่ได้หมายถึง "เรียนมหาลัยแล้วยังเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก" แต่อาจจะเป็น "เรียนมหาลัยแล้วยังงมงายแบบนี้อยู่อีก"
มันก็คงคล้ายๆ กับวิธีเเก้เคล็ดที่ติด สติ๊กเกอร์ท้ายรถนั่นเเหละฮะ ผมก็สงสัยว่าการทำเเบบนี้มันช่วยได้จริงๆ หรอ

............................................................

วิทยาศาสตร์ไม่ปฏิเสธอะไรที่มีความเป็นไปได้นะครับ...อย่าลืมนะครับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์มาล้านครั้งถูกแต่ผิดครั้งที่หนึ่งล้านหนึ่งก็คือทฤษฎีนั้นผิดล้มไปเลยนะครับ...เขาถึงบอกว่านักวิทยาศาสตร์ต้องเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆอยู่เสมอหลายๆครั้งมันถึงใช้คำว่าว่าเป็นเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แต่ไม่บอกว่าไม่มีจริง.....อย่าพึ่งไปว่าใครโง่งมงายเลยครับ

............................................................

Cr  https://pantip.com/topic/36901846