ตำนานของ ด.ช.ประยุทธ์ ผู้เคร่งขรึมในวันนั้น ก่อนจะมาเป็น "บิ๊กตู่"

"นวลจะงาม นามจะดี ก็ที่ศิษย์" ... ย้อนกลับมาดู ด.ช.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แห่งโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ชายล้วนกางเกงดำย่านฝั่งธนบุรี

โต๊ะข่าวโซเชียลมีเดีย MGR Online ... รายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กลับมาเยือนถิ่นม่วง-ตองอ่อน โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.)
เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2560 ที่วัดนวลนรดิศวรวิหาร ซึ่งปีนี้มียอดเงินทำบุญรวมทั้งสิ้น 5,175,388 บาท

ช่วงมัธยมต้น ด.ช.ประยุทธ์ ในวันนั้น เรียนที่รั้วม่วง-ตองอ่อน กางเกงดำ ชายล้วนย่านฝั่งธนบุรี เลขประจำตัวนักเรียน คือ น.ด. 8969 หากนับที่รุ่นก็คือ รุ่นที่ 77 ห่างจากรุ่นปัจจุบัน (2560) คือรุ่นที่ 127 ประมาณ 50 ปี
 

ป้ายไวนิลในโรงเรียนวัดนวลนรดิศ แสดงความยินดีกับศิษย์เก่าคนนี้


ย้อนกลับไปในอดีต เดิมสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสหะกิจวิทยา จังหวัดลพบุรี ซึ่งมี นางเข็มเพชร จันทร์โอชา เป็นครูสอนหนังสือ ปัจจุบันโรงเรียนถูกยุบไปแล้ว ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย แต่เมื่อบิดา คือ พันเอก (พิเศษ) ประพัฒน์ จันทร์โอชา ต้องย้ายไปรับราชการในหลายจังหวัด จึงย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ และศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ

ในคอลัมน์ "เรียนดี" นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี 2512 ระบุว่า ด.ช.ประยุทธ์ เป็นนักเรียนที่ใช้เวลาให้หมดไปกับหนังสือ ในวันหยุดจะไม่มีใครเห็นเขาวิ่งเล่นเช่นเด็กรุ่นเดียวกันในวันธรรมดา เขาใช้เวลาทวนวิชาเรียนตอนหลังอาหารเย็นไปจนถึงสี่ทุ่มจึงจะเข้านอน วิชาที่ประยุทธ์ถนัดเป็นพิเศษ ได้แก่ คณิตศาสตร์ อังกฤษ และวิทยาศาสตร์ วิชาที่ประยุทธ์ถนัดเป็นพิเศษ ได้แก่ คณิตศาสตร์ อังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ส่วนบุคลิกแม้จะเป็นคนขรึม แต่เขาก็เป็นคนมีน้ำใจ เมื่อกลับจากโรงเรียน เขามักจะช่วยพี่น้องทำงานบ้านทั่วๆ ไป กิจกรรมเมื่อรู้สึกเมื่อยล้าจากการดูหนังสือ เขาจะดูทีวี ชอบดูหนังญี่ปุ่น และหนังสารคดีต่างแดน มาถึงปี 2514 ด.ช.ประยุทธ์ สอบติดโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 กระทั่งปี 2519 ศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 หลักสูตรชั้นนายร้อย รุ่นที่ 51 และหลักสูตรชั้นนายพัน รุ่นที่ 34 ในปี 2524

นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ปี 2512  ภาพจากทวิตเตอร์ @WiindeVeen

นิตยสารชัยพฤกษ์ ของสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ปี 2512 ภาพจากทวิตเตอร์ @WiindeVeen

จากวันนั้นถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้บริหาร ครู และนักเรียนว่า ดีใจที่ได้มาทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ตามคำขวัญของโรงเรียน "นวลจะงาม นามจะดี ก็ที่ศิษย์" รวมทั้งยังภูมิใจที่ได้มาพบกับครูและศิษย์เก่าที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น พร้อมย้ำว่า โรงเรียนนี้ได้สร้างสรรค์คนดีจำนวนมาก เช่นเดียวกับโรงเรียนอื่น

จริงๆ แล้วเมื่อปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ เคยต้อนรับครูและนักเรียนกว่า 200 คน ที่นำสบู่และคุกกี้มามอบให้ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

"สมัยเด็กๆ จำได้ว่าโรงเรียนวัดนวลนรดิศ สอนตนมาเยอะเรื่องการเรียนรู้ วันนี้เย็บผ้าเป็น ซ่อมกระดุมเองได้ รีดผ้าก็เป็น อ๊อกเหล็กก็เป็น เพราะโรงเรียนสอนมาเคยตาแฉะด้วยเพราะไม่ใส่แว่น ครูให้ใส่แว่น ลุงก็ไม่ใส่ เลื่อยไม้ก็เป็น แกะสลักก็เป็น บางอย่างพอเป็นแล้วก็ชอบ เราก็ชอบเรื่องวิศกรรม พ่อแม่ก็อยากให้เป็นวิศกร แต่เราอยากเป็นทหาร ชะตาชีวิตก็เป็นแบบนี้"


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บางอย่างเราฝืนชะตาชีวิตได้ อย่าไปคิดว่าเขากำหนดไว้หมดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเองทั้งสิ้นในการกำหนดอนาคตของตัวเอง วันนี้อยากเป็นหมอ พยาบาล ทหาร ตำรวจ มันก็เปลี่ยนได้ตลอด ปีนี้อาจจะอยากเป็น ปีหน้าอาจจะไม่อยากเป็น ซึ่งทุกคนมีการพัฒนาทางความคิดอยู่เสมอ

พร้อมกันนี้ ยังเล่าให้ฟังว่า สมัยนั้นเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียน ม.ศ. 1-3 แล้วเผอิญว่าเรียนดี เพราะอยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ยังไม่เกเร อายุประมาณ 14 ปี แล้วก็เรียนจบตอนอายุ 15 ปีตามเกณฑ์ 

"แต่ลุงดันเรียน ม.ศ. 1 ไป 2 ปีเพราะเรียนเร็วเกินไป จะมาสอบเข้าก็ไม่ได้เรียน เพราะขาดไป 11 เดือน ต้องกลับไปเรียนกับแม่ใหม่ แล้วกลับมาสอบใหม่อีกรอบ ซึ่งอาจจะดี แต่ไปสอบเตรียมทหาร โอ้โห ม.ศ. 4 - 5 มาสอบ เรียนไม่ทันเขา เกือบตาย กว่าจะฟื้นได้ก็ขึ้นนักเรียนนายร้อยแล้ว เรียนไป 7 ปีกว่าจะจบ"

"เขาสอนจบมาให้เป็นทหาร ไม่ได้สอนให้เป็นนายกฯ แต่ที่ต้องเป็นเพราะบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ลุงไม่ได้ว่าลุงดี ลุงเก่ง เราเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่เมื่อใดที่ประชาธิปไตยมันเสียหาย มีปัญหา ทหารเป็นอย่างเดียวเท่านั้นที่จะพิทักษ์ปกป้องได้ ไม่ใช่ไปหวงความรับผิดชอบหรือความรักไว้"

และนี่คือตำนานของ ด.ช.ประยุทธ์ ผู้เคร่งขรึมในวันนั้น ก่อนจะมาเป็น "บิ๊กตู่" ในวันนี้ ...

Credit   mgronline